 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34349" type="text/javascript"></script> |
|
เด็กไทยไปเข้าร่วมทดลองในสภาวะเสมือนไร้แรงโน้มถ่วงที่ญี่ปุ่น
สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาคุยน้องจาก มหาวิทยาลัย มหิดล ที่เพิ่งกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น ออกเดินทางตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2550 หลังจากได้รับการคัดเลือกเค้าร่วมโครงการ The 2rd Thailand Zerogravity / Microgravity Experiment Contest
ผู้เขียน: 2Seven ชมแล้ว: 49,388 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 28 December 2007, 6:54 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 21 January 2008, 12:08 pm
|
หน้าที่ 2 - เทคนิคที่เรียกว่า particle image velocimetry
ทีนี้ปัญหาคือการพาความร้อนนี่เกิดขึ้นจากความแตกต่างของ "น้ำหนัก" ระหว่างน้ำร้อนและน้ำเย็น ปัญหาก็เลยเกิดขึ้นเมื่อไม่มีความแตกต่างของน้ำหนักในภาวะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วงเพราะว่าจะไม่มีการพาความร้อนเกิดขึ้น การส่งผ่านความร้อนที่เกิดขึ้นก็เลยจะต้องเกิดขึ้นจากผลอย่างอื่นที่มีความสำคัญรองลงไปที่ในภาวะปกติเราอาจสังเกตไม่เห็น เราก็เลยสนใจว่ามันจะมีลักษณะอย่างไร
จากผลการทดลองที่เรายังไม่ได้วิเคราะห์ละเอียดแสดงให้เห็นว่าในภาวะไร้แรงโน้มถ่วงนั้น การเคลื่อนที่วนๆอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกหายไปจริงๆ ซึ่งน่าจะสรุปได้ตาม สมมติฐานว่าผลอันเนื่องจากการพาความร้อนลดลงอย่างมาก
การทดลองนี้เราอาศัยเทคนิคที่เรียกว่า particle image velocimetry ซึ่งเป็นเทคนิคมาตรฐานที่ใช้ดูการเคลื่อนที่ของของเหลวครับ เราจะใส่อนุภาคที่มีความหนาแน่นพอๆกับน้ำลงไปในน้ำ แล้วส่องแสงเลเซอร์ที่ผ่านชุดของเลนส์ทำให้แผ่เป็นแผ่นบางๆผ่านไปในน้ำดังกล่าว อนุภาคเหล่านั้นจะกระเจิงแสงให้มาเข้าที่กล้องวีดีโอที่เราตั้งบันทึกภาพไว้ ด้วยวิธีนี้เราจะจับการเคลื่อนที่ของน้ำได้ เนื่องจากอนุภาคนี้มีความหนาแน่นพอๆกับน้ำก็เลยจะลอยละล่องไปทั่วๆในน้ำ เป็นตัวแทนของอนุภาคน้ำในแต่ละจุดได้เป็นอย่างดี

ต่อไปเป็นภาพแสดงการจัดอุปกรณ์ทดลองคร่าวๆครับ

จากภาพในหน้าเมื่อกี้จะเห็นว่ามีการ set up ระบบ PIV ขึ้นมาสองระบบ สังเกตได้จากเลเซอร์สีเขียวสองลำและกล่องน้ำพร้อม heater สีแดงตรงกลางสองกล่องแล้วก็กล้องสำหรับบันทึกภาพสองตัว นอกจากนั้นก็มีพวกระบบ electronics สำหรับควบคุมเซ็นเซอร์ต่างๆ ช่วยในการควบคุม และแสดงผลการทดลองครับ
ต่อไปเป็นแผงปุ่มควบคุมที่เห็นเป็นปุ่มที่ผมติดไว้ที่ขาตอนทดลองจริงเพื่อใช้กดควบคุมอุปกรณ์ครับ แล้วก็แสดงภาพหน้าจอที่ผมใช้มองการทดลอง
ขยายภาพที่เห็นในจอภาพให้เห็นชัดๆครับ
ต่อไปเป็นตัวอย่างภาพที่ได้จากการวิเคราะห์เบื้องต้นบางส่วนครับ ที่เห็นเป็นลูกศรนั่นคือทิศทางการเคลื่อนที่ของน้ำที่บริเวณต่างๆเมื่อให้ความร้อนเป็นเวลาต่างๆตามที่ระบุไว้ที่มุมบนขวา กลมๆตรงกลางคือ heater อันนี้เป็นภาพที่ได้จากการทดลองบนโลกครับ ที่ทดลองบนเครื่องบินกำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์อยู่เลยยังไม่ได้นำมาให้ดูครับ
วิชาการ : แล้วโครงการที่น้องทำเนี่ยประสบปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่าคะ
โอม และ โบ้ง : ปัญหาในการทดลองนี้ที่สำคัญคือข้อจำกัดมันเยอะมากครับ ตั้งแต่บริเวณการทดลองอันจำกัดเพียง 50x50x60 ลูกบาศก์เซนติเมตร ที่เราต้องออกแบบระบบของเราให้ทำงานได้ภายในบริเวณนั้นให้ได้ กระแสไฟฟ้าที่บนเครื่องบินมีให้ใช้อย่างจำกัด คือ กระแสสลับ 100 V 3 A และ กระแสตรง 28 V 5 A เท่านั้น การกระเทือนจากเครื่องบินที่จะมีผลต่อการบันทึกภาพและการรั่วของน้ำที่ต้องหาวิธีป้องกัน กระจกสะท้อนแสงที่ต้องพยายามทำให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ และมีกาวยึด เพื่อกันเศษกระจกกระจายเป็นอันตรายหากเกิดการแตกขึ้น นอกจากนี้งบประมาณและเวลาก็จำกัด เราต้องจัดสรรให้ดีเนื่องจากแต่ละคนก็มีภารกิจส่วนตัวกันเยอะอยู่แล้ว และยังเป็นเรื่องของภาษาอังกฤษที่เราต้องใช้ในทั้งหมดของงานนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอโครงการ ตัวรายงาน การนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษเนื่องจากว่าเป็นโครงการที่ต้องทำกับชาวญี่ปุ่นครับ
วิชาการ : สุดท้ายนี้น้องมีคำแนะนำสำหรับเพื่อนๆที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการนี้ยังไงบ้างคะ
โอม และ โบ้ง : ก็อยากฝากว่าต้องมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าก่อนเป็นอันดับแรกนะครับ เพราะว่าการทำโครงการนี้จะต้องอาศัยพลังมากจริงๆ และควรจะฝึกฝนภาษาอังกฤษให้ชำนาญพอที่จะใช้สื่อสารและเขียนได้ในระดับหนึ่ง (ยิ่งถ้าได้ภาษาญี่ปุ่นด้วย ชีวิตก็จะง่ายขึ้นอีกเยอะครับเวลาไปที่โน่น แต่ว่าไม่ได้มีผลต่อการคัดเลือกนะครับ) การเลือกหัวข้อโครงการที่จะทำก็ควรจะหาข้อมูลว่ามีใครเคยทำเรื่องใดมาแล้วบ้าง เราจะสามารถทำอะไรที่จะนำมาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ได้บ้าง และ ควรคำนึงถึงข้อจำกัดทั้งหลายของระบบทดลองว่าไม่ควรเลือกการทดลองที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินไปจะทำให้ทำงานสบายและมีโอกาสได้รับคัดเลือกสูงขึ้นมากครับ งบประมาณก็จะไม่มากจนเกินไปด้วย สุดท้ายนี้พวกเราก็อยากเชิญชวนให้เพื่อนๆมาสมัครกันครับเพราะว่าโอกาสที่จะได้ทำวิจัยบนเครื่องบินกับสถาบันระดับชาติของญี่ปุ่นและประสบการณ์เสมือนอยู่ในอวกาศนี้เป็นสิ่งที่พิเศษไม่อาจหาได้ง่ายๆจริงๆ โอกาสมีไว้รอพวกคุณอยู่แล้ว ขอเพียงมีความมุ่งมั่นพยายามเพียงพอก็ต้องไปถึงได้แน่นอนครับ
เป็นยังไงบ้างค่ะ ผลงานของนักศึกษาไทยในบ้านเรา น้องๆคนคนไหนสนใจก็สามารถติดตาม และ ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือก ไม่แน่นะค่ะ ในรุ่นที่ 3 นี้น้องอาจจะได้เป็นตัวแทนทีมไทยก็ได้ค่ะ ( สู้ๆ นะค่ะ )
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ธ.ค. 2550 (22:43) ไม่เจอหน้ากันไม่นานหน้าบวมขึ้นเยอะเลยเืพื่อนเรา
ว่าแต่ไปกันสองคนเนี่ยไม่ทะเลาะกันแย่เหรอ? เมื่อก่อนทำโครงงานกันสี่คนยังคอยช่วยๆคานกันได้?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 30 ธ.ค. 2550 (15:07) เจ๋ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 31 ธ.ค. 2550 (10:57) อืม โบ้งอ้วนขึ้นจริงๆ
ทำงานด้วยกันก็ต้องมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็ต้องคุยกัน เข้าใจกัน พบกันครึ่งทาง แล้วก็ช่วยกันทำให้งานออกมาดีที่สุดน่ะแหละ
ว่าแต่ไม่เจอกันนานเหมือนกันนะพี่ LightShadow สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับ
DPhy
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 25 ม.ค. 2551 (21:09) เก่งๆ ทุกคนเลย ค่า