 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34434" type="text/javascript"></script> |
|
ไต : เครื่องบำบัดน้ำเสียมหัศจรรย์
ไตแต่ละข้างจะมีหน่วยไตขนาดเล็กถึง 1 ล้านหน่วยและในแต่ละหน่วยไตเหล่านี้ยังมีกลุ่มหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กขดกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ โดยมีท่อขนาดเล็กที่เรียกว่าท่อไต ต่อมาจากกลุ่มหลอดเลือดฝอยแต่ละหน่วย
post ครั้งแรก: Fri 4 January 2008, 2:14 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 30 January 2008, 11:27 am
|
หน้าที่ 10 - อาการแทรกซ้อนซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการฟอกเลือด
อาการแรกซ้อนซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการฟอกเลือด คือ
1. ระบบความดันโลหิตต่ำ เกิดด้วยหลายสาเหตุแต่ส่วนใหญ่ได้แก่
- ผู้ป่วยกินยาลดความดันโลหิตก่อนฟอกเลือด
- เมื่อทำการฟอกเลือด จะมีการดึงน้ำส่วน
เกินจากน้ำหนักมาตรฐานประจำตัว (dry weight) ออกทิ้งไปด้วย ถ้าผู้ป่วยมี dry weight เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ เมื่อทำการดึงน้ำจนถึงจุดหนึ่ง จะทำให้ความดันโลหิตต่ำได้
ก่อนการฟอกเลือด เจ้าหน้าที่พยาบาลไตเทียมจะคอยกำหนดน้ำหนักมาตรฐานประจำตัวที่เหมาะสม ให้กับผู้ป่วยแต่ละคนอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้น เมื่อใดก็ตามที่มีอาการเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทุกครั้งก่อนการฟอกเลือด เพื่อนำมาพิจารณาปรับน้ำหนักที่เหมาะสมใหม่
- ภาวะโลหิตจาง (ซีด) ผู้ป่วยมีความเข้มข้นของเลือดต่ำ การรักษาและป้องกัน คือให้เลือดเพิ่มหรือฉีดยา Eprex (ยากระตุ้นการสร้างเลือด)
2. อาการคลื่นไส้ อาเจียน มีสาเหตุได้จาก
- เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำอย่างรวดเร็ว
- ความไม่สมดุลของปริมาณของเสียในร่างกาย (Disequilibrium Syndrome) คือ การสะสมของเสียมาก เมื่อเริ่มทำการฟอกเลือดปริมาณของเสียจะถูกขจัดออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว
ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ซึ่งพบได้มากในผู้ป่วยที่ทำการฟอกเลือดในระยะแรก ๆ หลังจากนั้นร่างกายจะปรับตัวได้เอง
3. อาการหนาวสั่น เกิดจากสาเหตุ 2 กลุ่มใหญ่ คือ
ก. กลุ่มที่ใช้ตัวกรองแบบใช้แล้วทิ้ง (Dispos able) เกิดจากผู้ป่วยมีอาการแพ้ หรือมีปฏิกิริยาต่อสารฆ่าเชื้อโรคในตัวกรอง และมักพบในระยะแรก ๆ ของการฟอกเลือด
ข. กลุ่มที่ใช้ตัวกรองชนิดใช้ซ้ำ (Reuse) เกิดจากพิษของสารฆ่าเชื้อโรค ทำปฏิกิริยากับเส้นใยที่ตกค้างอยู่ (Fibrin) หรือจากพิษของเชื้อโรคที่ได้รับระหว่างขั้นตอนการทำความสะอาดตัวกรองเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
อาการหนาวสั่นนี้ จะหายไปเมื่อผู้ป่วยได้รับยาฉีดลดปฏิกิริยาต่อสารแปลกปลอม (ยาแก้แพ้) อาการนี้ อาจพบได้นาน ๆ ครั้ง (หรือผู้ป่วยบางคน อาจไม่เคยมีอาการเช่นนี้เลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไวของร่างกายผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
4. ตะคริว เกิดจากผู้ป่วยได้รับการดึงน้ำในปริมาณมาก ๆ ทำให้เกิดความสมดุลของเกลือแร่ในกล้ามเนื้อ
การฟอกเลือดผู้ป่วย จึงควรควบคุมปริมาณน้ำส่วนเกินในแต่ละครั้ง โดยไม่ควรเพิ่มมากกว่า 1 กิโลกรัม ต่อวัน
5. หูอื้อตาลาย คล้ายจะเป็นลม มักเกิดร่วมกับภาวะความดันโลหิตต่ำ เนื่องจากการดึงน้ำออกไปในปริมาณมาก เพราะผู้ป่วยมีน้ำหนักเกิดจาก dry weight มาก
6. อาการแน่นหน้าอก เกิดจากการลดลงอย่างรวดเร็วของความดันโลหิต
นอกจากนี้ ถ้าผู้ป่วยมีอาการของโรคหัวใจร่วมอยู่ด้วย จะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอบ ร่วมกับอาการเต้นผิดปกติของหัวใจได้
อาการข้างต้นทั้งหมดนี้ จะไม่เกิดขึ้นง่าย หากผู้ป่วยควบคุมดูแลตัวเอง ตามคำแนะนำของแพทย์ และพยาบาล
อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นขณะผู้ป่วยอยู่บ้าน
อาการผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะอยู่บ้านที่ผู้ป่วยควรทราบ คือ
1. ภาวะน้ำท่วมปอด เกิดจากมีน้ำส่วนเกินคั่งอยู่ที่ปอด
ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบโดยเฉพาะเมื่อนอนราบ และมักมีอาการไอร่วมด้วย
ผู้ป่วยที่มีอาการมาก ๆ จะไอจนถึงขั้นมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู และเหนื่อยหอบมาก จนถึงขั้นทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว จนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้
เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อจะได้ทำให้การฟอกเลือดได้ทันท่วงที
2. ชาตามแขนขา ไม่มีแรง เกิดจากมีการคั่งของสารโปแตสเซียมภายในร่างกายสูง บางคนมีอาการมากจนถึงขั้นหัวใจหยุดทำงาน
เมื่อเริ่มมีอาการชา ไม่มีแรงตามแขนขา ควรรีบติดต่อโรงพยาบาลทันที
3. แขนขาสั่นจนถึงชักเกร็ง เกิดจากมีของเสียสะสมภายในร่างกายมาก เมื่อได้รับการฟอกเลือดจนระดับปริมาณของเสียลดลง อาการดังกล่าวจะหายไป ทั้งนี้ ยกเว้นผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองร่วมด้วย
4. เป็นลมง่าย เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้
- มีภาวะโลหิตจาง
- มีความดันโลหิตต่ำ หรือ
- มีความรู้สึกว่า ร่างกายแห้งจนเกินไป
อาการดังกล่าวข้างต้นนี้ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลทราบก่อนเริ่มทำการฟอกเลือดครั้งต่อไป
5. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เกิดได้จากผู้ป่วยมีโลหิตจางเกินไป ซึ่งมักจะมีอาการร่วมกับเป็นลมได้ง่าย
เมื่อสามารถแก้ไขภาวะโลหิตจางได้แล้ว อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ยกเว้น ผู้ป่วยรายนั้น มีภาวะของโรคหัวใจผิดปกติร่วมอยู่ด้วย ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์ทางด้านหัวใจต่อไป
6. เป็นตะคริวบ่อย ๆ เกิดจากความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่ภายในร่างกาย เมื่อได้รับการฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ อาการดังกล่าวจะหายไป
7. อาการคันตามตัว เกิดได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ
- มีปริมาณสารฟอสฟอรัส สะสมมากในร่างกายสารตัวนี้ จะไปรวมตัวกับแคลเซียม และซึมอยู่ใต้ผิวหนัง
- ผิวหนังของผู้ป่วย มีภาวะแห้งจนเกินไปผู้ป่วยควรใช้โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหลังอาบน้ำทุกครั้ง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-