<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34559" type="text/javascript"></script> |
|
ธรรมจักรคืออะไร และทำไมกัน
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะภะวะติตัง ธรรมมาจะกังภะวะตาอับปะติวัตติยังสมเนนะวาเทเวนะวามาเรนะวาพรมมานาวาเทกะเทวาโลกัสมิงหิติธรรมโมกัจจังโสตะโพติ
post ครั้งแรก: Thu 10 January 2008, 5:24 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 January 2008, 9:41 am
|
ความทุกข์เป็นอย่างไร ความดับทุกข์เป็นอย่างไรสติระวังไว้ให้มันเป็นไปในทางที่ดับทุกข์นี่เรียกว่าสติระวังไว้เรื่องสติอย่าโง่ไปยึดถือเป็นตัวตนนั่นคือความไม่มีสติตรงกันข้ามถ้ายึดถือเป็นตัวตนขึ้นมาโดยรู้ตัวก็ยึดถือสติไม่เพียงพอมันต้องฝึกสติให้เพียงพอมีอำนาจเด็ดขาดสิ่งที่ไม่น่ายึดเอามาเป็นตัวตนของตนคือควบคุมชีวิตให้มันถูกต้องเสมอนี่เรียกสัมมาสติถูกต้องสัมมาสมาธิจิตตั้งมั่นอย่างถูกต้องคือความตั้งมั่นแห่งจิตอย่างถูกต้องตั้งจิตไว้อย่างมั่นคงนี่เรียกสมาธิถูกต้องจิตเป็นสมาธิมันสะอาดไม่มีนิวรณ์ไม่มีกิเลสรบกวนแล้วมีกำลังทั้งหมดของจิตมารวมเป็นจุดเดียวมันมีกำลังสูงสุดจิตไม่กล้าทำอะไรเปรียบเหมือนแก้วเรืองแสงพอรับแสงรวมแสง
แล้วมันอยู่จุดเดียวมันรวมแสงได้หลายเท่าแม้แต่แสงสว่างมันยังรวมเป็นจุดเดียวรุกเป็นไฟแม้แต่สิ่งทุกอย่างรวมเป็นจุดเดียวเรียกว่ามั่นคงจิตที่มั่นคงทีนี้ลักษณะที่ 3สำคัญมากมันไม่ค่อยรู้จักกันก็รู้จักผิดๆหลับตาก็เป็นสมาธิคุณสมบัติที่ 3 เรียกว่ากัมมะนียะแปลเป็นภาษาไทยว่านิ่มนวลอ่อนโยนควรแก่การงานมันว่องไวในหน้าที่ สามารถที่จะทำหน้าที่รวมกันเป็นกัมมะนียะมันพร้อมที่จะทำหน้าที่แขนขาพร้อมที่จะทำหน้าที่ก็เรียกว่ากัมมะนียะทั้งนั้นจิตเป็นสมาธิคือสะอาดคือมั่นคงว่องไวในหน้าที่ถ้าได้อย่างนี้เรียกว่ามีสมาธิเดี๋ยวนี้มันเข้าใจผิดไปนั่งโง่ๆนิ่งเดี๋ยวก็ตายแล้วมันผิดมันต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างนี้ สะอาด มั่นคง ควรแก่การงานเรียกว่าสมาธิ สมาธิต้องถูกต้องมุ่งหมายจะนิพพาน

ถ้ามันมีสมาธิอย่างนี้แล้วมันเล่นปฏิหารเล่นฤทธิ์เล่นเดชเอาเปรียบคนอื่นอย่างนี้ไม่ได้สมาธินี้บ้าเป็นมิจฉาสมาธิถ้าเป็นสัมมาสมาธิมันเป็นสมาธิอย่างนี้แล้วก็ใช้มันให้ถูกต้อวงเพื่อไปนิพพานจะเรียกว่าสัมมาสมาธินี่ 8องค์ 8ชื่อบางคนจำได้แต่ไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องนั้นขอให้เข้าใจความหมายที่ถูกต้องมันจะได้หมดปัญหา สัมมาทิฐิมีทิฐิถูกต้อง สัมมากัมมันตะมีความต้องการต้องการถูกต้อง สัมมาวาจามีการพูดจาถูกต้อง สัมมากัมมันตะมีการกระทำทางกายถูกต้อง สัมมาอาชีวะมีการดำรงชีวิตถูกต้อง สัมมาวายามะมีความพยายามถูกต้อง สัมมาสติมีความระลึกประจำใจถูกต้อง สัมมาสมาธิมีความตั้งมั่นแห่งจิตถูกต้อง นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าประกาศในวันนี้ท่านประกาศว่าอย่างนี้ อาสาฬห์ท่านประกาศมัจฉิมาปฏิปทาประกาศไม่โง่สุดโด่ง 2 อย่างอริยะสัจ 4 ความเกิดแห่งทุกข์ ดับไม่เหลือแห่งทุกข์คำเหล่านี้สอนกันอยู่ก่อนพระพุทธเจ้าแต่มันสอนอย่างอื่นพระพุทธเจ้าจึงเหมือนมาทำลายความผิดพลาดมืดมนให้สว่างขึ้นมาสอนว่าความทุกข์เป็นอย่างนี้ เหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างนี้
ถ้าไม่ได้สอนความเจ็บปวดยากจนความทุกข์สอนสรุปรวมว่าความยึดมั่นว่าเป็นตัวกูของกูนั่นแหละมันเป็นความทุกข์มันเป็นตัวเหตุให้เกิดทุกข์ถ้ามองไปในลักษณะที่เหมือนแบกของหนักกดทับอยู่เสมอเพราะความยึดมั่นถือด้วยอุปาทานผลของอุปาทานและเหตุให้เกิดทุกข์ก็มาจากต้นเหตุของอุปาทานนี่อุปาทานตัณหาให้เกิดอุปาทานนี่อุปาทานมันหล่อเลี้ยงตัณหาอยู่มึนอยากด้วยความโง่นี่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ความดับทุกข์คือดับตัณหาไปนี่พูดเมื่อกี้ดับทุกข์ไม่ได้ดับที่ตัวทุกข์แต่ว่าดับที่ต้นเหตุแห่งทุกข์ที่ตัณหาเสียเถิดจะดับทุกข์ดับที่ต้นตอเรียกว่าความดับไม่เหลือแห่งทุกข์จะดับที่ต้นเหตุแห่งทุกข์เป็นราชสีห์ ดับที่ตัวทุกข์เป็นหมาจำงายดีขอโทษที่พูดหยาบหมาถ้าเราเอาไม้ไปแหย่มันจะกัดที่ไม้ถ้าเป็นราชสีห์มันไม่กัดที่ไม้มันกระโจนมาหาผู้ถือไม้พระพุทธเจ้าสอนไว้ชัดเจนว่าไปดับที่ตัวเหตุแห่งความทุกข์นี่เรียกว่าดับไม่เหลือแห่งทุกข์ศึกษาว่ามันอยู่อุปาทานมาจากตัณหามาจากความโง่ที่มีผัสสะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจผัสสะแล้วมันโง่มันก็เวทนาโง่ที่เป็นบวกก็หลงบวก ที่เป็นลบก็หลงลบนี่เวทนาโง่แล้วเกิดความอยากคือตัณหาโง่มันก็ยึดมั่นถือมั่นกลายเป็นทุกข์ความทุกข์มันเกิดมาจากำต้นเหตุหรือความต้องการที่โง่หรือเรียกว่าตัณหาอุปาทานผลของตัณหาทำให้เป็นทุกข์ทีใดมีความยึดมั่นถือมั่นที่นั่นมีความทุกข์เพราะมันถือไว้ก็เป็นทุกข์ถ้าในมือมีก้อนหินมันก็หนักยิ่งเป็นทุกข์เพราะมันถือมันจึงมีความหนักมันจึงมีความทุกข์เพราะฉะนั้นอย่ายึดถืออะไรเป็นตัวกูของกูมันก็ไม่เป็นทุกข์ชีวิตร่างกาย จิตใจแบ่งเป็น 4 เลยถือขัน 5นี่มันยึดถือมาเป็นตัวกูของกูมันหนักก็เป็นทุกข์สลัดของหนักออกอย่าเอาของหนักมาถืออีกมันก็ไม่เป็นทุกข์
เดี๋ยวนี้เรายึดถือไปเสียทุกอย่างเงินฝากไว้ในธนาคารแต่มันยังมาสุมอยู่ในหัวเจ้าของบัญชีเพราะมันยึดถืออยู่ในจิตใจด้วยอุปาทานทีนี้ไม่ต้องยึดถือแม้จะอยู่ข้างตัวก็ไม่ต้องยึดถือแม้แต่ชีวิตนี้ร่างกายแท้ๆก็ไม่ต้องยึดถือแต่มีความรู้ให้ถูกต้องว่าจะใช้มันอย่างไรอย่ายึดถือว่าตัวกูของกูทำหน้าที่ถูกต้องแล้วเงินมันมาหาเองไม่ต้องยึดถือให้มันหนักใจถ้าทำหน้าที่เพื่อเงินเงินก็มาอยู่บนหัวถ้าทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เงินก็มาอยู่ใต้ฝ่าเท้าเกียจติยศชื่อเสียงก็เหมือนกันทำให้ถูกต้องมันจะไม่หนักนี่คือไม่มีอุปาทาน นี่ข้อที่ 4ข้อสุดท้ายทางปฏิบัติดับไม่เหลือแห่งทุกข์เราเรียกสั้นว่ามรรคมีองค์ 8 ทางดับทุกข์คืออยู่ด้วยความถูกต้อง 8 ประการที่กล่าวมาแล้วเอามารวมเรียกมรรคมีองค์ 8 หนทางดับทุกข์ถ้าอยู่ในทางนี้ทุกข์เกิดไมได้เป็นอยู่ด้วยอริยะมรรคมีองค์ 8 ความเคยชินที่จะเกิดทุกข์อนุสัยก็จะหมดไปๆจนกระทั่งทำยังไงก็ไม่เกิดทุกข์มันเป็นคำพูดที่จำเป็นต้องพูดอย่างนั้นมันไม่มีคำที่มนุษย์รู้จักก็ไปยืมคำถนนหนทางที่มนุษย์รู้จักขอยืมมาใช้ทางให้ถึงความดับทุกข์ทางจิตใจไม่ต้องเดินยิ่งเดินไม่ถึงมันมีถึงชนิดหนึ่งโดยไม่ต้องเดินมันเข้าถึงความหมดกิเลสตัณหาที่นี่มันก็ถึงพระนิพพานกันที่นี่ทำให้ถูกต้อง 8 ประการที่นี่กิเลสตัณหาอวิชชาที่มันหุ้มห่อพระนิพพานก็ถึงเองไม่ต้องเดินเอาเปลือกที่หุ้มความโง่กิเลสออกพระนิพพานมาเองเปิดประตูแสงสว่างมาเองอย่างนั้นแต่เดี่ยวนี้มันพูดว่าต้องไปหมื่นชาติถึงพระนิพพานความทุกข์มันอยู่ที่นี่ต้องดับที่นี่เมื่อความทุกข์มันอยู่ที่นี่เมื่อไปดับทุกข์ตอนตายแล้วไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกว่าอะไรมีความถูกต้องเข้ามาไม่ถูกต้องก็หายไปเอาที่กั้นออกแสงสว่างก็มาถุงในตึกนั้นมีรูปภาพเขียนว่าพระพุทธเจ้าอยู่หลังท่านไม่ได้อยู่ที่อินเดียหลังม่านของคุณความโง่ของคุณคุณทำลายม่านก็พบพระพุทธเจ้าเอาพระพุทธรูปมาแขวนคอก็ไม่พบพระพุทธเจ้าพระองค์จริงองค์จริงมันอยู่ที่หลังม่านความโง่ของคนๆนั้นเผาม่านก็พบพระพุทธเจาทีนี้มันสอนกันผิดๆพยายามไว้หมื่นชาติแสนชาติมันจะถึงพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนี้สอนให้ทำลายอวิชชาแล้วแสงสว่างมันจะเกิดขึ้นนี่คือเรื่องอริยะสัจ 4ขอให้เข้าใจอย่างนี้เพียงแต่ออกชื่อเฉยๆไม่สำเร็จประโยชน์ความทุกข์เกิดจากเหตุของความอยาก
ถ้าจะดับก็ดับความอยากนั้นเสียคือมรรคมีองค์ 8รวมกันเป็น 4 อย่างเรียกอริยะสัจ 4อย่างนั้นรด 2 อย่างก็ได้รวมปั้นคู่ละ 2จนเหลือทุกข์กับความดับทุกข์เอาง่ายๆก็ดับทุกข์อริยะสัจรวมกันเป็นอริยะสัจ1เอามาพิจารณาว่าอันไหนเป็นธรรมจักรคือวงกลมที่คมที่เฉือนขาดขจุยอันไหนเป็นธรรมจักรรู้เรื่องไม่สุดโด่งไม่บ้ากาม ไม่หลงทรมานกายที่จริงมันก็เป็นธรรมจักรมันตัดความทุกข์อริยะมรรคมีองค์ 8 ก็เป็นธรรมจักรมันตัดความทุกข์อริยะสัจ 4 เป็นธรรมจักรคือตัดทุกข์โดยตรงเข้าใจกันไว้อันไหนเป็นธรรมจักรความไม่โง่เป็นสุดโด่งมันก็ตัดความโง่เป็นธรรมจักรความถูกต้อง 8 ประการเป็นธรรมจักรตัดความทุกข์ อริยะสัจ 4 เป็นธรรมจักรตัดความทุกข์ขั้นเฉียบขาดขั้นสุดท้ายไม่ให้เหลืออริยะสัจ 4 เป็นความรู้ทางวิชาการอริยะมรรคมีองค์ 8 เป็นตัวปติปะทาเป็นตัวปฏิบัติการณ์ไม่หลง 2ข้างเป็นพื้นฐานที่ต้องอาศัยทั้ง 3อย่างนี้เป็นธรรมจักรตามความหมายหนึ่งๆๆเรียกว่าธรรมจักรได้บางคนเข้าใจว่าอริยะสัจเป็นตัวธรรมจักร บางคนเข้าใจว่าอริยะมรรคเป็นตัวธรรมจักรจะเอาตามที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นตัวความรู้ที่ถูกต้องรู้เรื่องอริยะสัจถูกต้องโดยอาการ 12 นี่คือความทุกข์นี้ต้องรู้เรารู้แล้ว 3 อย่างตัณหานี่เหตุให้เกิดทุกข์ละๆแล้วนิโรธเป็นดับทุกข์นี่ต้องทำให้แจ้งให้ปรากฏชัดออกมาทีนี้มาถึงอันสุดท้ายคือมรรคทางดับทุกข์เราก็ทำให้เกิดมีขึ้นมาแล้วมันเลยได้เป็น 12 อาการนั่นแหละคือตัวธรรมจักรวงล้อที่มี 12 ซี่คือตัวธรรมจักรจะเขียนรูปล้อธรรมจักรให้ถูกต้องต้องเขียนวงล้อ 12 ซี่แต่คนมันมักเขียนวงล้อ 8 ซี่เขาเข้าใจอย่างนั้นถ้าจะให้หมายถึงอริยะสัจ 4 มี 4 ซี่ก็พอภาพแกะสลักในอินเดียโบราณอาตมาเคยเห็นล้อที่มีเพียง 4 ซี่ก็มีแล้ววงล้อที่มี 8 ซี่วงล้อที่ถูกต้องมี 12 ซี่ ล้อ4 ซี่หมายถึงอริยะสัจ 4 ล้อ 8ซี่หมายถึง มรรคมีองค์ 8ล้อ 12 ซี่หมายถึงอาการแห่งการรู้อริยะสัจ 12 อาการอย่างที่พูดมาแล้วเรียกว่าอาการ 12 รู้ไว้ก็ดีธรรมจักรวงล้อของธรรมะสำหรับตัดสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมะตัดความมืดสิ่งที่จะแก้ไขโลกต้องใช้คำว่าจักรอำนาจจะครองโลกทางวิญญาณโลกแห่งความโง่เขลาธรรมจักรจะทำลายให้หมดที่นี้มันจะทำที่ไหนมันก็ทำในหัวใจของทุกคนโลกแห่งความโง่มันมีในหัวใจทุกคนจงเปิดให้ธรรมจักรเข้าไปทำลายความมืด ความโง่ ในหัวใจนี่สำเร็จประโยชน์เช่นที่พูดเมื่อกี้ว่าพระพุทธเจ้าอยู่หลังม่านความโง่ของคุณต้องพูดตรงนั้นธรรมจักรไปจัดการตรงนั้นทำลายความโง่
ทีนี้มาถึงการปฏิบัติ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นอย่างนั้นใครนึกออกนั่งอยู่นี่ไม่รู้เพราะไม่เคยได้ยินได้ฟังและไม่ค่อยเอามาสอนกันปฏิบัติอย่างไรเกี่ยวกับมรรคมีองค์ 8 ให้มันเข้าไปตัดม่านในหัวใจของเรามันปฏิบัติตามหลักที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างเพียงพอในเรื่องนี้ท่านได้ตรัสไว้ว่ามีอริยะสัมมาสมาธิซึ่งมีบริขาร 7 นั่นแหละเข้าไปตัดอวิชชาตัดรากเหง้าก็จะดับทุกข์โดยแน่นอนพวกฝรั่งไม่เคยฟังเรื่องนี้อริยะสัมมาสมาธิมีบริขาร 7 คืออะไรเอาสัมมาสมาธิเป็นประธานเอาอีก 7 อย่างเป็นบริวารสัมมาสมาธิได้ชื่อใหม่ว่าสัมมาสมาธิมีบริขาร 7 สมาธิเป็นหลักปราศจากนิวรณ์พร้อมที่จะรู้แจ้งตรัสรู้แล้วให้สัมมาทิฐิมาช่วยเรื่องนี้สามารถทำให้เป็นอย่างนี้ได้สัมมาทิฐิก็มาเป็นบริวารขิงสัมมาสมาธิแล้วสัมมาสังกัปโปมันน้อมไปอย่างนี้ให้สัมมาสมาธิตัดกิเลสได้ นี้สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว ให้อยู่เป็นพื้นฐาน 3 องค์นี้เป็นศีลมีอยู่แล้วมันเป็นพื้นฐานลองรับสัมมาสมาธิพาพกเพียรเพื่อให้เป็นอย่างนั้นให้สัมมาสมาธิตัดกิเลส สติก็ช่วยตัดกิเลสแปลว่าทั้ง 7 องค์นี้เป็นลูกน้องสัมมาสมาธิกลายเป็นชื่อใหม่ว่าสัมมาสมาธิมีบริวาร 7ทำสัมมาสมาธิให้เป็นอริยะมีบริวาร 7 สมาธิกลายเป็นสมาธิพิเศษเพราะมีลูกน้อง 7 องค์มันจะตัดกิเลสได้ข้อนี้ต้องเข้าใจไปถึงพระบาลีแห่งหนึ่งว่าสมาธิภาวนา 4 ประการมีอยู่สมาธิภาวนาเพื่อความสุขในปัจจุบัน สมาธิภาวนาเพื่ออายาทัศนะเพื่อหูทิพ สมาธิภาวนาเพื่อความสมบูรณ์แห่งสติสัมปชัญญะ สมาธิภาวนาเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสะวะนี่เรียกว่าสมาธิภาวนาแปลกันผิดๆตามศาลาวัดสมาธิภาวนาแปลว่าเจริญมันไม่ถูกที่ถูกภาวนาความเจริญแห่งจิตใจโดยใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือทำความเจริญแก่จิตใจแก่ธรรมะโดยมีสมาธิเป็นเครื่องมือประกอบด้วยบริขาร 7 เจริญได้จนสิ้นอาสะวะ สมาธินี้จะคอยกำหนดจดจ้องอยู่ที่การเกิดดับอยู่ที่อุปาทานสมาธิมาใช้ในตอนนี้ให้มันเกิดอุปาทานอย่างไร ดับอุปาทานอย่างไร
เมื่อทำอยู่อย่างนี้สมาธิภาวนาประการที่ 4เรียกว่าเป็นไปเพื่อสิ้นอาสะวะสมาธิทำหน้าที่ตัดความทุกข์สูงสุดไม่มีวิธีอื่นมันจงทำอริยะมรรคมีองค์ 8 ให้ได้อย่างนี้ถ้าเป็นอย่างนี้มันจะเผาม่านอวิชชาที่มีอยู่ในจิตใจที่บังพระพุทธเจ้า บังนิพพานใช้สมาธิให้เป็นประโยชน์คือให้เกิดสัมมาสมาธิมีบริขาร 7 ขึ้นมาถ้ามันเกิดอริยะสัมมาสมาธิขึ้นมามันจะเกิดอีก 2 องค์จะเกิดสัมมายานะ ความรู้ที่ถูกต้องภาวนาที่ถูกต้องแล้วก็จะเกิดสัมมาวิมุติความหลุดพ้นที่ถูกต้อง 2 อันนี้เป็นผล ไอ้ 8 อันเป็นเหตุเป็นอริยะสัมมาสมาธิมีบริขาร 7และเกิดสัมมายานะ สัมมาวิมุติรวมกันเป็น 10 เดี๋ยวนี้ไม่เรียกมรรคมีองค์ 8แล้วเรียกว่าสัมมัตตะความถูกต้อง 10 ประการ นั่นและพุทธศาสนาทั้งหมดต้องมี 10 เมื่อใดครบ 10 เป็นพุทธศาสนาทั้งสิ้นเป็นตัวพุทธศาสนาเดี๋ยวนี้เราจะสอนส่วนที่เป็นเหตุ 8 ประการเท่านั้นอีก 2 องค์ไม่ค่อยสนใจพระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ใดอาศัยเราเป็นกัลยานมิตรผู้นั้นจะพ้นจากความเกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีความทุกข์ใดๆเหลืออยู่นี่ธรรมจักรไหมคนไหมตัดอะไรได้ไหมขอให้รู้ไว้ว่าอริยะมรรคมีองค์ 8และมันเกิดอาการอีก 2 ได้ผลสมบูรณ์มันตัดกันเป็นอริยะสัมมาสมาธิที่ไหนก็ไม่ค่อยพูดเรื่องสมะตาสิทอริยะมรรคมีองค์ 8มันพูดกันเรื่องเหตุส่วนผลที่จะพูดมันไม่พูดถ้าให้สมบูรณ์ทั้งพุทธศาสนาแล้วจะต้องส่วนเหตุส่วนผลมันเป็นสมตะสิท ขึ้นมาพระพุทธเจ้าพูดเรื่องที่น่าสนใจว่าสมะตะสิทความถูกต้อง 10 ประการนั้นเป็นวิเรตะนะแปลว่ายาถ่าย ยาถ่ายที่เรากินคุณกินเข้าไปมันจะถ่ายสิ่งเลวร้ายออกหมดนี่ยาถ่ายของพระพุทธเจ้าหรือมิฉะนั้นเรียกว่ายาสำรอกมันจะอาเจียนออกมาหมดรู้จักกินยาของพระพุทธเจ้าเป็นยอดหมอถ้าพูดอย่างโบราณก็พูดกันว่าน้ำชำระล้างบาปที่พวกพราหมณ์ ฮินดูใช้นี่เรียกมรรคมีองค์ 8 มันก็จบที่มันแยกออกเป็นสะมะตะสิทที่มันตัดความทุกข์สิ้นเชิงต่อเมื่อมันขยายเป็นสะมะตะสิททีนี้เราจะเขียนวงล้อกี่ซี่ก็ได้เป็นอันว่าเราได้พูดถึงเรื่องธรรมจักรวันนี้เป็นวันธรรมจักรมีความหมายเป็นธรรมจักรขอให้ได้ใช้ธรรมจักรให้โลกนี้มันหมดความมืดความโง่เขลามาช่วยกันทำให้โลกนี้มีแสงสว่างด้วยการช่วยกันเผยแผ่ธรรมจักรมันจะมีธรรมะเข้ามามันจะหมดความเห็นแก่ตัวคำว่าตัวกูของกูมันหมดไปจากโลกโลกนี้จะหมดความเห็นแก่ตัวไม่มีปัญหาเหมือนกับที่อาตมาพูดเมื่อกี้
ถ้าว่าไม่มีคำว่ากูของกูไม่มีโรคอะไรและมันต้องทำกันจริงๆโดยใช้อาวุธที่คมทำลายข้าศึกศัตรูของมนุษย์ทั้งโลกเท่านี้จะพอที่เรามาช่วยกันสดุดีพระธรรมของพระพุทธเจ้าที่ท่านตรัสวันนี้เป็นวันธรรมจักรเมื่อคนอื่นเขาไม่เอาก็ตามใจเขาแต่ขอให้เราพยายามจนสุดความสามารถของเราเพื่อให้เพื่อนมนุษย์ของเรารู้เรื่องนี้ฝรั่งมาที่นี่ก็ช่วยกันสอนให้เขารู้เรื่องที่เขาไม่รู้ให้รู้เรื่องนี้และมีการปะทะกันระหว่างธรรมจักรกับอวิชชาของมนุษย์ความโง่ของมนุษย์จะต้องตัดออกไปเสียด้วยสิ่งที่เรียกว่าธรรมจักรเรียกว่ากูสนองพระคุณพระพุทธเจ้าพุทธประสงค์ พระพุทธเจ้ามีพระประสงค์อย่างแรงข้อหนึ่งมันมีพระบาลีข้อหนึ่งพระเจ้าหวังว่าพระสาวกทั้งหลายจะช่วยทำให้พระธรรมเกิดแก่โลกทุกโลก เทวโลก พรมโลก หมู่สัตว์ทุกชนิดให้ได้รู้จักธรรมะที่พระองค์ตรัสรู้นั้นขอให้มนุษย์เสียสละในการที่จะทำให้มนุษย์ในโลกรู้ธรรมะเป็นเครื่องเอาตัวรอดพยายามศึกษาเรื่องดับทุกข์ปฏิบัติเรื่องดับทุกข์ข้าราชการก็เหมือนกันอาตมาขอกล่าวว่าเป็นโชคดีแล้วที่เกษียณอายุเป็นข้าราชการบำนาญท่านสามารถศึกษาเรื่องนี้ได้เต็มที่ไม่มีอะไรมาขัดขวางศึกษาธรรมะและใช้ธรรมะให้สูงๆขึ้นไปแต่ให้ได้พบกับความสงบเย็นเป็นประโยชน์สิ่งสูงสุดตามพระพุทธศาสนามีจิตสงบเย็นและเป็นประโยชน์ให้สงบเย็นเหมือนพระนิพพานให้ได้ชิมสักหน่อยก็ยังดีไม่เสียเปล่าและเป็นประโยชน์แก่ทุกคนแต่นี่เรามีโอกาสทำชีวิตนี้ให้เป็นความเย็นและเป็นประโยชน์ขออนุโมทนาสาธุขอให้เป็นไปอย่างนั้นนี่ชีวิตสมบูรณ์เพียงแค่ว่ารู้จักเลี้ยงปากเลี้ยงท้องลูกหลานสมบูรณ์ก็พอแล้วมันไม่พอทำชีวิตให้ถึงจุดสูงสุดที่มันจะเป็นไปได้คือชีวิต สงบเย็นไม่มีไฟ ไม่มีความร้อน เป็นนิพพานเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายประโยชน์ตนก็ดี ประโยชน์ทุกฝ่ายก็ดีครบทุกประโยชน์ 2คำชีวิตเย็นเป็นประโยชน์และสงบเย็นเป็นประโยชน์ขอให้ได้รับสิ่งนี้ก่อนที่จะดับขันจงทุกคนๆอย่าไปอาลัยอาวรณ์สิ่งที่มันยืดเยื้ออย่างอื่นเลยนี่ได้รับประโยชน?สูงสุดว่าชีวิตนี้สงบเย็นเป็นความหมายแห่งนิพพานแล้วเป็นประโยชน์แก่ทุกคนทุกฝ่ายจบเรื่องของชีวิตใช้อาวุธวิเศษคือธรรมจักรฟันฝ่าออกไปก็จะถึงจุด จุดนี้เป็นแน่นอนอุบาสก อุบาสาสิกาทั้งหลายประจำวัดก็เหมือนกันอย่าอยู่เพียงเท่านั้นเลยขอให้มีความเจริญก้าวหน้าเลื่อยไปตามหนทางแห่งธรรมะให้ได้พบชีวิตเย็นเป็นประโยชน์เหมือนกันที่ยังหนุ่มอยู่ก็มุ่งหมายอันนี้เถิดอย่ามุ่งหมายอันอื่นเลยนักศึกษาก็มุ่งหมายอันนี้อย่ามุ่งหมายอันอื่นเลยและจะสำเร็จตามพุทธประสงค์สมบูรณ์และจะเป็นประโยชน์แก่ตนเองอย่างยิ่งเรื่องจบมีธรรมเทศนาปรารภเรื่องธรรมจักรในวันวันนี้เรียกวันอาสาฬหบูชาก็ทำการบูชาเป็นที่ระลึกแก่พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้ประกาศธรรมจักรในวันนี้ก็นับว่าเป็นโชคดีที่เราได้มาพบปะกันและเรามาพูดจากันและมาทำความเข้าใจกันเรื่องนี้
ขอให้เราได้ยินได้ฟังเข้าใจรู้แจ้งในเรื่องที่ได้ยินได้ฟังและเกิดความพอใจที่จะปฏิบัติแล้วเราก็ปฏิบัติๆจนกว่าเราจะได้รับผลของการปฏิบัติจนถึงจุดสุดท้ายด้วยกันทุกๆคนเทอญธรรมเทศนาสมควรแก่เวลาเอวังก็มีด้วยประการะชะนี้


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |