สารบัญ
หน้าที่ 3 - ก้าวสำคัญที่จะทำให้ห้องสมุดในฝันเป็นจริง
เมื่อมีหนังสือมากก็มีจำนวนเจ้าของลิขสิทธิ์มากมายนับไม่ถ้วน จะนำข้อมูลจากฐานข้อมูลนี้สู่สายตาสาธารณะได้อย่างไร โดยที่จะไม่มีปัญหากับเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่หลากหลาย อเมซอนมีคำตอบอันชาญฉลาด นั่นก็คือการยืนกรานปฏิเสธว่า บริษัทไม่ได้สร้างห้องสมุดอีเลคโทรนิค Manber กล่าวว่า
นี่ไม่ใช่โครงการอีบุ๊ค และก็ถูกอย่างที่เขาว่า เพราะหนังสือในฐานข้อมูลจะปรากฏ ไม่ครบทั้งเล่ม เมื่อสืบค้นข้อมูล โปรแกรมจะแสดงผลเป็นภาพ ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นภาพถ่ายของหน้าหนังสือ ลูกค้าจะสามารถค้นหาหน้าในหนังสือที่ตรงกับคำที่ต้องการสืบค้น สามารถเลือกดูย้อนไปข้างหน้า หรือข้างหลังได้อีกสองสามหน้า แต่จะไม่สามารถดาวโหลด์ข้อมูล ทำสำเนา หรืออ่านหนังสือทั้งเล่มได้ ลูกค้าจะเลือกไปที่หน้าใดหน้าหนึ่งของหนังสือโดยใส่เลขหน้าก็ไม่ได้ ถ้าต้องการอ่านทั้งเล่มจริงๆ ก็ต้องซื้อเป็นหนังสือ และแน่นอนว่าการสั่งซื้อก็ทำได้ง่ายดายโดยผ่านอเมซอน ลูกค้าจะต้องให้หมายเลขบัตรเครดิตก่อนถึงจะเข้ามาดูหนังสือได้ และไม่สามารถเข้ามาดูหนังสือได้เกินสองถึงสามพันหน้าในหนึ่งเดือน และจะเรียกดูหนังสือแต่ละเล่มได้ไม่เกิน 20% ของเล่ม ด้วยวิธีนี้ Manber ได้สร้างข้อจำกัดแต่ในเวลาเดียวกันก็ยั่วยุให้ลูกค้าอยากอ่านหนังสือมากขึ้น เขากล่าวว่า
จุดประสงค์หลักของโปรแกรมนี้ก็คือการช่วยให้ลูกค้าหาหนังสือที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่สร้างแหล่งข้อมูลใหม่
Bezos ยืนยันในหลักการนี้อย่างหนักแน่น เขาเสนอแนวคิดนี้แก่สำนักพิมพ์ต่างๆ โดยยืนยันว่า ข้อมูลหนังสือในรูปแบบดิจิตอลนี้จะไม่ทำลายรูปแบบการขายหนังสือแบบเดิม เขาให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานใหญ่ของอเมซอนในซีแอตเติลว่า
นี่จะเป็นการช่วยให้สำนักพิมพ์และผู้เขียนเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เขายังกล่าวอีกด้วยว่า เราก็เหมือนกับสำนักพิมพ์พวกนี้ ก็คืออยากขายหนังสือให้ได้มากๆ
Bezos มีหลักฐานที่ช่วยยืนยันคำพูด ดังจะเห็นได้จากการที่อเมซอนได้เพิ่มลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มยอดขายหนังสือ เช่น มีการเพิ่มความคิดเห็นจากผู้อ่าน การซื้อขายหนังสือมือสอง และมีส่วนวิจารณ์หนังสือ มีการแนะนำหนังสือออกใหม่ให้ลูกค้ารู้จัก เป็นต้น อเมซอนเป็นเหมือนสื่อที่กระตุ้นให้ผู้อ่านอยากซื้อหนังสือ ตามความสนใจของแต่ละบุคคล แต่อเมซอนจะไม่มีประโยชน์เลยหากผู้อ่านต้องการเพียงหนังสือในรูปแบบดิจิตอล หนังสือดิจิตอลของอเมซอนอยู่บนรากฐานความคิดที่ว่า ข้อความอีเลคโทรนิคช่วยยกระดับหนังสือได้จริง แต่จะไม่มีสิ่งใดจะแทนหนังสือเป็นเล่มได้
ถึงแม้ Bezos จะปฏิเสธว่า โครงการอเมซอนหรือที่เรียกว่า ค้นในหนังสือ เป็นเครื่องแสดงถึงก้าวสำคัญที่จะทำให้ห้องสมุดในฝันเป็นจริงขึ้นมา แต่วิธีการที่อเมซอนใช้จำหน่ายหนังสือก็ช่วยให้เห็นห้องสมุดอเล็กซานเดรียในฝันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ความสำเร็จของบริษัทในการสร้างหนังสือดิจิตอลจำนวนมหาศาล เป็นเหมือนพลังที่กระตุ้นให้เกิดการล้มล้างระบบลิขสิทธิ์สำนักพิมพ์ในที่สุด
ผมพบกับ Kahle ครั้งแรกเมื่อสิบสองปีที่แล้วในแฟลตของเขาที่ซานฟรานซิสโก เขาใช้ห้องพักนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของ WAIS โปรแกรมสืบค้นข้อมูลในยุคแรกๆ Kahle รับประทานอาหารเย็นกับผมและพวกลูกน้องของเขา ผมจำได้ว่ามื้อเย็นวันนั้นเป็นสปาเกตตี้ที่มีรสชาติแย่มาก ตอนนั้นเขาอายุยี่สิบกว่า ผอม ผมหยักศก เป็นคนพูดเร็ว บุคลิกเปิดเผย ในตอนนั้น Kahle ก็นับว่าเป็นผู้คลั่งใคล้ในเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากที่สุดคนหนึ่ง ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน เขาลาออกจากบริษัท Thinking Machines ซึ่งเป็นบริษัทแนวหน้าในการผลิตซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ศักยภาพสูง เพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดสร้างสรรค์และขาย WAIS
สำหรับ Kahle แล้ว มีข้อมูลมากมายมหาศาลที่ผู้คนทั่วไปสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ แต่เนื่องจากยังไม่มีเวบไซด์ ให้เข้าไปค้นหา และฐานข้อมูลส่วนมากก็ยังไม่เชื่อมต่อกัน ดังนั้นการสืบค้นข้อมูลจึงยังทำได้อย่างจำกัด WAIS จึงเป็นเหมือนคำตอบและมันก็ได้พิสูจน์ความสามารถให้เห็นแล้ว อย่างไรก็ตามผลตอบแทนแห่งความสำเร็จที่เกิดจากการทำงานอย่างบ้าคลั่งของ Kahle ก็คือผลพลอยได้จากราคาหุ้นที่พุ่งทะยานสูงขึ้น ในฤดูใบไม้ผลิปี 1995 บริษัท AOL ซื้อหุ้นของ WAIS ด้วยมูลค่า 15 ล้านดอลลาห์ หุ้นของ AOL ทะยานสูงขึ้น และ Kahle ก็กลายเป็นเศรษฐี
ด้วยเงินจำนวนนี้ Kahle ได้ตั้งบริษัทอินเตอร์เนต อาร์ไคฟว์ พร้อมๆ กับตั้งบริษัทสร้างโปรแกรมอัจฉริยะที่ใช้สืบค้นข้อมูลบนเว็บ โปรแกรมนี้ตั้งชื่อว่า อเล็กซ์ ในปี 1999 เมื่อราคาหุ้นยังคงสูงขึ้น Kahle ขายหุ้นของบริษัทให้กับอเมซอนด้วยมูลค่า 250 ล้านดอลลาห์ ทำให้ Kahle ยิ่งรวยขึ้นอีก ปัจจุบันนี้เขาอุทิศตนทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม คอมพิวเตอร์ของอินเตอร์เนต อาร์ไคฟว์ ตั้งอยู่ในโกดังของสำนักงานใหญ่ซึ่งเป็นบ้านสไตล์อเมริกัน คลาสสิก ในเขตทหารใกล้สะพานโกลเด้นเกต สำนักงานนี้เป็นสำนักงานแบบของวิศวกรขนานแท้ทีเดียว แบบที่ว่าโปรแกรมเมอร์จะขึ้นไปชั้นบนต้องใช้บันไดหนีไฟด้านนอกเพราะบันไดในตัวบ้านหัก และถ้าเปิดตู้เย็นดูก็จะพบพิชซ่าที่เก่าจนแทบจะขึ้นรา
เมื่อผมโทรศัพท์ไปหา Kahle เพื่อขอสัมภาษณ์ เกี่ยวกับเรื่องห้องสมุดดิจิตอลเขาตอบว่า ได้เลย ผมกำลังว่างอยู่พอดี พอได้พบกันผมรู้สึกว่าเขาไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ เขาตั้งคำถามกับผมว่า
โดยเฉลี่ยแล้วคนเราใช้เวลาหมดไปกับการเข้าเว็บมากแค่ไหน แล้วเขาก็ตอบเองว่า หนึ่งร้อยวัน ! เขาพูดด้วยน้ำเสียงประหนึ่งว่าผมมีส่วนสมรู้ร่วมคิดที่จะปกปิดความจริงข้อนี้ หรือราวกับว่า คอมพิวเตอร์ของ อินเตอร์เนต อาร์ไคฟว์ ไม่ได้มีไว้เพื่อประโยชน์ข้อนี้
เป้าหมายของฐานข้อมูลดิจิตอล คือการเก็บข้อมูลต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลและให้นำมาใช้ได้ แต่ข้อมูลดิจิตอลที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ข้อมูลดิจิตอลอาจอยู่ในรูปแบบของ เพลง ภาพยนตร์ หรือหนังสือก็ได้ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงอาจต้องได้รับผลกระทบอย่างแรง แต่สำหรับ Kahle แล้วถือว่าเป็นเรื่องดี เขาคิดว่าสิ่งที่สร้างขึ้นจากภูมิปัญญาของมนุษย์ ไม่ควรจะถูกเอาไปเก็บไว้ จนในที่สุดก็ถูกลืม
Kahle เกลียดความคิดที่ว่า ข้อมูลดิจิตอลคืออะไรก็ตามที่คนจะหาได้จาก Google เขาพูดถึงถึงตัวเลขจากหนังสือ 2001 PEW Internet Study ที่อ้างว่า 71% ของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ใช้อินเตอร์เนตเป็นสิ่งแรกเมื่อต้องการสืบค้นข้อมูล
ในความเห็นของผม ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าที่น่าจะเป็นจริง เพราะนักเรียนสมัยนี้คิดว่าอะไรที่หาจากอินเตอร์เนตไม่เจอ ก็แปลว่าไม่มี
ในเมื่อหนังสือส่วนใหญ่ ไม่ได้มีอยู่ในอินเตอร์เนต ก็หมายความว่า ไม่ว่านักเรียนหรือใครๆ ก็ยังเข้าไม่ถึงแหล่งความรู้อันสำคัญที่สุด นักเรียนหลายคนคิดว่า อินเตอร์เนตคือโลกแห่งความรู้ เพราะว่ามันบอกอะไรได้ทุกอย่าง ทำให้เด็กๆ ไม่สนใจหนังสือ Kahle กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะเรามีเครื่องมือที่จะช่วยให้คนสามารถอ่านหนังสือได้ทุกเล่มที่ต้องการ แต่ว่ามันต้องอาศัยองค์ประกอบ 3 ปัจจัย ปัจจัยที่ 1 คือ ที่เก็บข้อมูล ปัจจัยที่ 2 คือการเชื่อมต่อ ที่เก็บนั้นไม่ยาก ด้วยงบประมาณไม่ถึง สิบล้านดอลลาห์ คุณก็สามารถสร้างหน่วยความจำที่สามารถเก็บ งานทั้งหมดที่เคยตีพิมพ์ ย้อนกลับไปถึงศิลาจารึกในสมัยซูเมอร์เรียนได้เลย หอสมุดอเล็กซานเดรียโบราณก็เคยพยายามเก็บทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ พวกเขาได้ประดิษฐ์สิ่งที่จะเอาไว้เก็บข้อมูล ก็คือกระดาษต้นกก ซึ่งดีกว่าศิลาดินเหนียวมาก แต่เราทำได้ดีกว่าห้องสมุดโบราณนี้ ก็เพราะเรามีการเชื่อมต่อ ผมได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศอูกานดา ไปชนบทของประเทศเคนย่า และเคยเดินเป็นวันเพื่อไปอินเตอร์เนตคาแฟ่ มันมีความเป็นไปได้ในทางเทคโนโลยีที่จะทำให้เด็กทุกคนในโลกสามารถเข้าถึงหนังสือทุกเล่มในโลกได้
ปัจจัยที่ 3 ที่ Kahle กล่าวถึงไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ในเรื่องนี้ Kahle รู้สึกว่าสถานการณ์ค่อนข้างสับสน เขากล่าวว่า เราอยู่ในสังคมเปิดที่รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะให้ทุกคนได้รับการศึกษา ลองคิดดูว่า รัฐบาลให้เงินสนับสนุนห้องสมุดสาธารณะ 7.6 ล้านล้านดอลลาห์ต่อปี งบประมาณของหอสมุดในมหาวิทยาลัย 5 ล้านล้านดอลลาห์ต่อปี ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ งบประมาณเป็นเครื่องยืนยันความพยายามที่จะสร้างความรู้สู่สาธารณะ แต่งบประมาณเหล่านี้ แทบจะไม่ได้นำมาใช้กับหนังสือดิจิตอลเลย
บริษัทอินเตอร์เนตอาร์ไคฟว์ ได้ทำให้ Kahle กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในการจัดการฐานข้อมูลสาธารณะขนาดใหญ่ ขณะนี้บริษัทได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัย Cornegia Mellon มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกา รัฐบาลอินเดีย และรัฐบาลจีน เพื่อสร้างหนังสือดิจิตอลจำนวนหนึ่งล้านเล่ม หนังสือมากมายถูกส่งลงเรือจากอเมริกา ไปที่อินเดียโดยบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อทำการสแกนและตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นจะแปรรูปเป็นไฟล์ดิจิตอล ส่งให้อินเตอร์เนตอาร์ไควฟ์ สำหรับหนังสือต้นฉบับก็จะส่งคืนเจ้าของ Kahle และหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือ มีเป้าหมายจะผลิตหนังสือดิจิตอลด้วยวิธีนี้ให้ได้ หนึ่งล้านเล่มในปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้โครงการนี้ใหญ่พอๆ กับอเมซอนในแง่ของจำนวนหนังสือ Kahle กล่าวว่า เราตั้งเป้าไว้ที่หนึ่งล้านเล่ม เพราะหนึ่งล้านเป็นจำนวนที่มาก มันจะทำให้เรารู้สึกมุ่งมั่น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว หนังสือหนึ่งล้านเล่มก็นับว่ายังตามหลังอเมซอนอยู่มาก สาเหตุหนึ่งก็คือขั้นตอนการยืมหนังสือจากห้องสมุดทำได้ช้า และยิ่งกว่านั้น การสร้างหนังสือดิจิตอลในโครงการนี้ยังจะต้องคำนึงถึงเรื่องลิขสิทธิ์หนังสือ เพราะเป้าหมายของโครงการก็คือการสร้างหนังสือออนไลน์ทั้งเล่ม ไม่เหมือนกับอเมซอนที่จะทำเพียงบางส่วนของหนังสือ ทำให้อินเตอร์เนต อาร์ไคฟว์ ต้องคอยระวังเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือ ด้วยข้อแม้ต่างๆ เหล่านี้ทำให้หนังสือดิจิตอลในโครงการหลายเล่ม เป็นเอกสารของราชการ หนังสือเก่า และหนังสือจากอินเดียและจีน ที่ซึ่งกฎหมายลิขสิทธิ์ ยังไม่เข้มงวดนัก
Kahle ไม่ได้ต้องการนำหนังสือขายดีมาทำเป็นหนังสือดิจิตอล เขาไม่เคยปรารถนาจะขวางทางธุรกิจขายหนังสือ แต่สิ่งที่เขาไม่ชอบใจก็คือการที่เขาไม่สามารถนำหนังสืออีกมากมายหลายเล่มมาทำเป็นหนังสือดิจิตอลได้ ทั้งๆที่หนังสือเหล่านี้ก็ขายไม่ได้อยู่แล้ว หอสมุดแห่งชาติอเมริกามีหนังสือกว่า สามสิบล้านเล่ม ไม่มีใครรู้ว่ามีหนังสือกี่เล่มที่อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ และยังมีโอกาสนำมาตีพิมพ์ซ้ำได้อีก Kahle กล่าวว่า
หนังสือพวกนี้เอามาทำเป็นหนังสือดิจิตอลไม่ได้ เพราะไม่มีความชัดเจนเรื่องเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่การจะระบุเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ได้นั้นก็เป็นงานใหญ่เกินไป บางคนอาจเรียกมันว่าเป็นหนังสือที่ถูกลืม ผมเรียกมันว่าหนังสือลูกเมียน้อย เขากล่าวอีกว่า อเมซอนทำในรูปแบบของธุรกิจ แต่เราทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ แต่ใครล่ะจะมาสนใจพวกลูกเมียน้อย ? ไม่มีใครสักคน
ปัญหาเรื่องนี้ในไม่ช้าจะหมดไป เสียงเรียกร้องของ Kahle ในเรื่องหนังสือลูกเมียน้อยได้ทำให้เกิดข้อต่อรองอันเป็นผลมาจากโครงการอเมซอน อเล็กซานเดรีย นั่นก็คือในการจดลิขสิทธิ์หนังสือต่อไปจะต้องมีข้อแม้ให้อนุญาติให้นำหนังสือมาสร้างเป็นหนังสือดิจิตอลได้ด้วย การนำข้อ กฎหมายเข้ามาช่วยเช่นนี้
จะสามารถเอาชนะอุปสรรคเรื่องหนังสือลูกเมียน้อยได้ในที่สุด
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ธ.ค. 2549 (15:14) ลองเข้าไปดูที่ www.amazon.com ก็เห็นเหมือนกันค่ะ เป็นตัวอย่างหนังสือ ปกหน้า ปกหลัง และบางหน้าในเล่ม ถ้าอยากอ่านทั้งเล่มก็สั่งซื้อ ..ในเมืองไทยยังไม่เห็นร้านหนังสือไหนทำแบบนี้..มีบ้างน่าจะดี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 ธ.ค. 2549 (00:10) แล้วหนังสือที่สูญหายไประหว่าง สงคราม ในแต่ละยุคสมัย
พอจะมีความสามารถเอากลับมาไหมครับ
เขาว่า ในจีน ก็โดนเผาไปมิใช่น้อย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 ธ.ค. 2549 (13:31) แข่งกันทำมาหากินสุดยอดเลยค่ะ
แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าหากมันสร้าง
ประโยชน์ให้กับมนุษย์โลก ดีค่ะ
สนับสนุน เพราะมนุษย์รักความ
สะดวกสบายที่สุดเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 พ.ค. 2551 (11:22) ดีน้อ ถ้ามีของแบบนี้อยู่ในเมืองไทยอะ
ผมคงสะดวกขึ้นมากเลยละ
แต่ผมก็เห็นด้วยนะที่บอกว่าชอบหนังสือมากกว่านะ
เพราะถ้าดูบ่อย ๆ ผมคงสายตาเสียแย่เลยละ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 10 มิ.ย. 2551 (22:13) ท่านใดสนใจ อยากทราบประวัติอเมซอนดอทคอมก็สามารถดาวน์โหลดไปอ่านได้ค่ะ