คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/346" type="text/javascript"></script>
Amazon Digital Library ห้องสมุดออนไลน์ขนาดยักษ์
แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ไม่มีใครเทียบได้ด้วยการนำเอาหนังสือกว่าสองหมื่นเล่ม มาสร้างเป็นหนังสือดิจิตอลไว้ในฐานข้อมูล
ผู้เขียน: สรัญญา พัฒนสิน ชมแล้ว: 58,112 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 22 November 2006, 2:28 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 1 February 2008, 10:35 am
สารบัญ

หน้าที่ 4 - อุปสรรคของการจัดทำ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

อุตสาหกรรมการพิมพ์ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับตั้งแต่ยุคโรมัน ในศตวรรษที่ 11 มีชาวจีนคิดประดิษฐ์แท่นพิมพ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1450 ก็มีชาวเยอรมันทำการปรับปรุงให้มันใช้งานได้ดีขึ้น ในปี ค.ศ. 1866 Ottmar Mergenthater ได้สร้างแท่นพิมพ์ออโตเมติกขึ้น พอถึงปี ค.ศ. 1983 เราก็มีแท่นพิมพ์คอมพิวเตอร์ใช้ แต่กระนั้น สำนักพิมพ์ก็ยังติดกับการใช้ดินสอสีตรวจต้นฉบับ และการสร้างหนังสือดิจิตอลสาธารณะก็ทำให้เหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ รู้สึกเหมือนต้องเผชิญกับหายนะ สิ่งต่างๆ ยิ่งแย่ลงเมื่อเร็วๆนี้สำนักพิมพ์ Barnes & Noble ถึงขนาดออกมาประกาศว่าจะเลิกขายหนังสือด้วยวิธีออนไลน์





ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ความไม่เข้าใจ และความกังวลเหล่านี้ Bezos ต้องกลายเป็นตัวกลางในการประนีประนอม เมื่อพูดถึงโครงการห้องสมุดดิจิตอล เขาก็ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพียงแต่กล่าวว่า “ก็เหมือนกับคุณจะต้องขึ้นไปบนยอดเขาเตี้ยๆ เพื่อที่จะได้มองเห็นเขาลูกต่อไป แต่ถ้าไม่ลองดู คุณก็จะไม่รู้หรอก”





ผมพบกับ Bezos ครั้งแรกในปี 1966 เขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมาก เขาพยายามที่จะพิสูจน์ว่าเว็บไซด์สามารถเป็นศูนย์กลางการขายสินค้าแหล่งใหญ่ที่สุดได้ มีคนมากมายที่สงสัยว่าจะเป็นไปได้จริงหรือ เขายืนยันด้วยการอธิบายให้เห็นภาพในอนาคตได้อย่างชัดเจน พัฒนาการทั้งหมดของอเมซอน เกิดจากการริเริ่มสร้างร้านหนังสือออนไลน์ พัฒนาไปสู่ธุรกิจขายหนังสือขนาดใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้มียอดจำหน่ายหนังสือสูงที่สุดที่ไม่เคยมีผู้ขายรายใดทำได้มาก่อน Steve Kessel รองประธานของบริษัทอเมซอนกล่าวว่า “ลองคิดดูถ้าผมมีหนังสือ หนึ่งแสนเรื่อง ที่ขายได้ปีละเพียง 1 เล่ม พอครบสิบปี ผมก็จะมียอดขายหนังสือรวมกันมากเท่ากับยอดขาย แฮรี่ พอตเตอร์ ตอนใหม่ล่าสุดเลยทีเดียว”





ที่จริงแล้ว ความสำเร็จของอเมซอนไม่ใช่เรื่องยากเลย มีหนังสือมากมายที่สำนักพิมพ์ไม่สนใจนอกจากว่า มันจะขายดีจนสามารถนำมาพิมพ์ซ้ำได้ปีละครั้ง ด้วยระบบการตีพิมพ์ในปัจจุบัน หนังสือที่มียอดขายที่หลักพันต่อปี จะไม่ถือว่าเป็นหนังสือขายดี การสร้างหนังสือดิจิตอล ช่วยให้ผู้อ่านสามารถหาหนังสือได้ง่ายขึ้น ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์แรกเริ่มของ Bezos ในการสร้างร้านหนังสือออนไลน์ขนาดใหญ่ อินเตอร์เนตเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสืบค้นหนังสือ ซึ่งช่วยให้วัฒนธรรมการใช้อินเตอร์เนตหลากหลายขึ้น





ด้วยวิธีการเช่นนี้ จะทำให้ผู้อ่านในอนาคตสามารถสั่งซื้อหนังสือได้ก่อนที่หนังสือจะวางตลาด การพัฒนาการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วในระดับที่น่าพอใจ แต่สำหรับโครงการหนังสือล้านเล่มของ Kahle นั้น เขาได้สร้างอินเตอร์เนตบุ๊คโมบาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ มันคือรถตู้ฟอร์ด วินสตาร์ ที่ติดตั้งจานดาวเทียม คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และปกหนังสือ ลูกค้าสามารถจะเลือกหนังสือจากอินเตอร์เนต และสั่งให้ผลิตหนังสือออกมา ด้วยกระดาษคุณภาพดี พร้อมใส่ปก ในราคาประมาณเล่มละ 1 ดอลลาห์ เท่านั้น เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา บริษัทอเมซอนได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท Ingram Industries’ Lightning Source เพื่อผลิตหนังสือตามสั่ง





บริษัทมีหนังสือให้เลือกสั่งกว่า หนึ่งแสนเล่มและเพิ่มจำนวนเป็นร้อยในทุกสัปดาห์ Ingram Industries’ Lightning Source เป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระดับสูง ตรงกันข้ามกับรถอินเตอร์เนตโมบายของ Kahle ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในราคาถูก แต่ทั้งสองก็ดำเนินงานในรูปแบบเดียวกันก็คือ ลูกค้าสามารถเลือกและสั่งให้พิมพ์หนังสือที่ต้องการได้





ด้วยวิธีการเช่นนี้ จะไม่มี “หนังสือขาดตลาด” อีกต่อไป หนังสือดิจิตอลที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องจะหาได้ง่าย การผลิตหนังสือตามสั่งจะเป็นแรงกระตุ้นทางธุรกิจให้สำนักพิมพ์กลับมาให้ความสนใจหนังสือเก่าที่เลิกผลิตไปแล้ว และสำหรับหนังสือที่ระบุเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้ หรือที่ Kahle เรียกว่าหนังสือลูกเมียน้อย ก็ต้องอาศัยการแก้ไขกฎหมาย เพื่อช่วยแก้ปัญหา Lawrence Lessig หนึ่งในผู้คร่ำหวอดกับเรื่องลิขสิทธิ์ (และเป็นหนึ่งในทีมคอลัมนิสต์ของนิตยสาร WIRED ด้วย) ได้เสนอทางแก้ไขที่เป็นไปได้ โดยการเสนอข้อเรียกร้องเข้าสู่สภาให้ร่างญัตติให้ลิขสิทธิ์มีอายุเวลา 50 ปี เพื่อให้มีโอกาสเปลี่ยนผู้ถือครองลิขสิทธิ์ได้ และผู้ที่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมในการต่อลิขสิทธิ์ จะต้องเสียสิทธิการครอบครองให้สาธารณะ





แล้วใครล่ะจะเป็นคนนำหนังสือทั้งที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์และที่เป็นของสาธารณะมาทำเป็นหนังสือดิจิตอล โครงการ Gutenberg ริเริ่มสร้างหนังสือดิจิตอลเช่นกัน ขณะนี้มีหนังสืออยู่ประมาณ หนึ่งหมื่นเล่ม และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการหนังสือล้านเล่มของ Carnegie Mellon ดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชื่อ Raj Reddy ก็มีความพยายามจะเพิ่มจำนวนหนังสือในโครงการ นอกจากนี้ Lawrence Lessig ยังร่วมมือกับ Michael Keller บรรณารักษ์ของหอสมุดสแตนฟอร์ด ทำโครงการที่จะนำทั้งหนังสือใหม่และหนังสือที่เลิกผลิตแล้ว และเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ความยินยอมมาทำเป็นหนังสือดิจิตอลสู่สาธารณะ สำหรับ Manber เองก็ได้เชิญชวนให้เจ้าของลิขสิทธิ์ให้อนุญาติลูกค้าเข้ามาดูหนังสือในอินเตอร์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย Manber กล่าวว่า “แค่เอาหนังสือมาให้ผมก็พอ ที่เหลือผมจัดการเอง”





วิสัยทัศน์แรกเริ่มที่จะนำเอามวลความรู้ทั้งหมดมาเก็บไว้ในรูปแบบดิจิตอล อาจทำให้หนังสือกลายเป็นสิ่งล้าสมัย เหมือนกับม้วนกระดาษกก หรือศิลาจารึกดินเหนียว แต่ถ้าหนังสือดิจิตอลกลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้หนังสือขายดีขึ้น วิสัยทัศน์เดิมอาจเปลี่ยนไป หลังจากการสัมภาษณ์ Manber ผมได้คุยกับ Kavin Kelly บรรณาธิการของนิตยสาร WIRED ผู้ใช้เวลาช่วงฤดูร้อนพยายามสร้างห้องสมุดดิจิตอลของตนเอง หนังสือที่มีในห้องสมุดดิจิตอลของ Kelly ก็เอามาจากชั้นหนังสือของเขาเอง Kelly กล่าวว่า [font color=08551A size=4]“หลักในการสร้างอีบุ๊ค ก็คือการเลิกใช้กระดาษ แต่พอเอาเข้าจริง เราก็อยากจะมีทั้งหนังสืออีเลคโทรนิค และหนังสือที่เป็นเล่มด้วย ที่จริงแล้วมันก็คือการยกระดับหนังสือนั่นเอง”





ในการยกระดับเช่นนี้ จะทำให้ธุรกิจขายหนังสือเปลี่ยนรูปแบบไป เพราะความสนใจของคนมีขีดจำกัด และมีหนังสือออกมามากมาย หนังสือที่ออกใหม่จะต้องสามารถสืบค้นได้จากบนเว็บ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถชนะคู่แข่งได้เลย การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในลักษณะเดียวกับที่อินเตอร์เนตทำให้จำนวนคนดูโทรทัศน์น้อยลง ในอนาคตคนจะหาหนังสือจากเว็บไซด์ที่เสนอข้อมูลให้คนสามารถเข้าไปดูได้ แทนที่จะเลือกหนังสือจากสำนักพิมพ์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Manber กล่าวถูกต้องว่า อเมซอนไม่ใช่โครงการอีบุ๊ค แต่เป็นเพียงแคตตาล็อกหนังสือเท่านั้น จากที่อินเตอร์เนตเข้ามามีบทบาทในสิบปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า แคตตาล็อกคือสิ่งที่คนต้องการ



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 ธ.ค. 2549 (17:59)
คล้ายๆ Google Book Search (http://books.google.com) หรือเปล่าคะ ?
ตรงที่ให้อ่านฟรีบางหน้า ถ้าสนใจก็สั่งซื้อตัวเล่มจากสำนักพิมพ์
R.A. เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ธ.ค. 2549 (15:14)
ลองเข้าไปดูที่ www.amazon.com ก็เห็นเหมือนกันค่ะ เป็นตัวอย่างหนังสือ ปกหน้า ปกหลัง และบางหน้าในเล่ม ถ้าอยากอ่านทั้งเล่มก็สั่งซื้อ ..ในเมืองไทยยังไม่เห็นร้านหนังสือไหนทำแบบนี้..มีบ้างน่าจะดี
คุณปู (IP:202.12.74.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 ธ.ค. 2549 (00:10)
แล้วหนังสือที่สูญหายไประหว่าง สงคราม ในแต่ละยุคสมัย
พอจะมีความสามารถเอากลับมาไหมครับ
เขาว่า ในจีน ก็โดนเผาไปมิใช่น้อย
หงส์ริมน้ำ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 ธ.ค. 2549 (13:31)
แข่งกันทำมาหากินสุดยอดเลยค่ะ
แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าหากมันสร้าง
ประโยชน์ให้กับมนุษย์โลก ดีค่ะ
สนับสนุน เพราะมนุษย์รักความ
สะดวกสบายที่สุดเลย
Poylittlegirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 พ.ค. 2551 (11:22)
91250

ดีน้อ ถ้ามีของแบบนี้อยู่ในเมืองไทยอะ


ผมคงสะดวกขึ้นมากเลยละ


แต่ผมก็เห็นด้วยนะที่บอกว่าชอบหนังสือมากกว่านะ


เพราะถ้าดูบ่อย ๆ ผมคงสายตาเสียแย่เลยละ


Doonut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 10 มิ.ย. 2551 (22:13)

ท่านใดสนใจ อยากทราบประวัติอเมซอนดอทคอมก็สามารถดาวน์โหลดไปอ่านได้ค่ะ


magicbom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


vmaster
(vmaster)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 40,980 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 38 ครั้ง
ได้รับดาว 240 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

Amazon Digital Library ห้องสมุดออนไลน์ขนาดยักษ์ [58,113]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,916]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,011]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,245]
Global Warming { English } [142,140]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.