<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34687" type="text/javascript"></script> |
|
พระธรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและมนุษย์
ท่านสาธุชนที่มีความสนใจในธรรมทั้งหลายเนื่องจากวันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชาซึ่งเป็นวันพระธรรม วันวิสาขบูชาเป็นวันพระเจ้าเป็นเรื่องพระเจ้าวันอาสาฬหบูชามีเรื่องพระธรรม วันมาฆบูชาเป็นเรื่องพระสงฆ์นี่จำกันได้ง่ายๆตามเหตุการณ์ที่ได้มีอยู่ในวันนั้นยึดว่าวันนี้เป็นวัน
post ครั้งแรก: Mon 21 January 2008, 3:55 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 25 January 2008, 11:39 am
|
ให้สำเร็จประโยชน์เกี่ยวกับพระธรรมขอให้ตั้งใจรวมจิตใจทั้งหมดให้เหลืออยู่เพียงเรื่องเดียวคือเรื่องพระธรรมถ้าจะถามว่าพระธรรมคืออะไร ธรรมะคืออะไรท่านลองคิดดูว่าจะตอบอย่างไร
อาตมาอยากจะแยกตอบเป็น 2 อย่างที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าพระธรรมคืออย่างไรที่เกี่ยวกับมนุษย์พระธรรมคืออะไรเป็นอย่างไรแยกดูกันคนละที เกี่ยวกับพระพุทะเจ้าก่อนว่าพระธรรมคืออะไรพระธรรมคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบๆตรัสรู้พระธรรมคือสิ่งที่ทำให้พระสิทธัตถะกลายเป็นพระพุทธเจ้าค้นพบธรรม ตรัสรู้ธรรม พระธรรมก็ได้ทำให้บุคคลเป็นพระพุทธเจ้า
ในกรณีนี้ของเราก็คือทำให้พระสิทธัตถะเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาเกิดอุบัติโดยโอกะปาติกะกำเนิดกลายจากพระสิทธัตถะกลายเป็นพระพุทธเจ้านี่ก็อย่างหนึ่งนี่พระธรรมคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงแจกให้คนทั้งโลกท่านดู ถ้าฝ่ายพระพุทธเจ้าพระธรรมพระพุทธเจ้าทรงค้นพบ พระธรรมคือสิ่งที่ทำบุคคลนั้นให้เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา พระธรรมคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงแจกทั่วไปหมดพระธรรมคืออย่างนี้ที่เกี่ยวกับมนุษย์พระธรรมเป็นคู่กับชีวิตมนุษย์ มนุษย์ไม่มีพระธรรมต้องตายที่ว่าพระธรรมนี้มี 4 ความหมายพระธรรม คือธรรมชาติ พระธรรมคือกฎของธรรมชาติ พระธรรมคือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ พระธรรมคือผลตามหน้าที่มนุษย์เราตั้งอยู่ด้วยธรรม 4 ความหมายจึงรอดชีวิตอยู่ได้มันจึงถือว่าพระธรรมเป็นของคู่ชีวิตทำให้ชีวิตรอดอยู่ได้พูดว่าเป็นตัวชีวิตซะเลยท่านจงพยายามเข้าใจธรรม 4ความหมายให้ดีในตัวคนมันมีธรรมะ 4 ความหมายร่างกาย จิตใจที่ประกอบกันขึ้นเป็นอัตภาพทั้งหมดนี้เป็นธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟอากาศ วิญญาณอะไรก็แล้วแต่เป็นธรรมชาตินี่ในธรรมชาติแต่ละอย่างมันก็มีกฎของธรรมชาติบังคับอยู่ขุมขน ฟันหนังจึงเปลี่ยนแปลงทำหน้าที่ของมัน 
หน้าที่ก็มีกฎของธรรมชาติบังคุบอยู่ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎโชคดีที่บางอย่างมันทำหน้าที่เองส่วนที่มันทำเองก็มีมากมายอยากรู้ก็ไปถามมาแต่สิ่งที่เราต้องทำเองมันก็มีส่วนหนึ่ง ต้องกินอาหาร ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ต้องอาบน้ำก็เรียกว่าหน้าที่ต้องทำไม่ทำหน้าที่คือตายไม่ทำหน้าที่ก็มีผล ในมนุษย์ทุกคนมีธรรมะ ในตัวจักรวาลแผ่นดินทั้งโลกก็มี 4 ความหมายเหมือนกันเลยตัวแผ่นดิน ตัวโลกมันเป็นธรรมชาติมันเป็นตัวธรรมชาติบังคับไปตามกฎมันก็มีหน้าที่ไปตามกฎ
มิฉะนั้นก็ตายมันมีผลออกมาจากหน้าที่นั้นเป็นสุขเป็นส่วนรวมของโลก โลกมันมีธรรมะ 4ความหมายธรรมะนั้นคู่กันกับโลกถ้าไม่มีธรรมะโลกก็มีไม่ได้โลกมีธรรมะเป็นไปตามธรรมะจึงอยู่ได้ธรรมะก็อาศัยโลกควบคุมให้ปรากฏอยู่นี่ถ้ามองดูในสิ่งที่เกี่ยวกับมนุษย์ ธรรมะเป็นของคู่กันกับมนุษย์โลกก็มีอยู่ 4 ความหมายกำกับอยู่ในธรรมชาติ 4 ความหมายพูดกันอีกทีธรรมะคืออะไรถ้าเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าธรรมะคือสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบทำให้พระองค์เป็นพระพุทธเจ้านี่ที่เกี่ยวกับมนุษย์ต้องมีในโลก สากลจักรวาลทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีรอดชีวิตตั้งอยู่ได้เต็มไปทั้งจักรวาลในดวงอาทิตย์ ดวงดาวทั้งหลายก็เป็นไปตามกฎของธรรมชาติธรรมะคืออะไรท่านพอตะมองเห็นได้เองว่าธรรมะคือทุกสิ่งไม่ยกเว้นอะไร ธรรมะคือธรรมชาติ คือกฎของธรรมชาติ คือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ คือผลที่เกิดนี่คือธรรมะมีรูปธรรม
นามธรรมไม่มีรูปก็ได้เรียกว่าเป็นธรรมชาติธรรมะคือธรรมชาติหมายความอย่างนี้นี่เราต้องเกี่ยวข้องกับธรรมะนี้อย่างไรข้อแรกศึกษาให้รู้ธรรมะ ข้อที่ 2ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมะข้อที่ 3ต้องมีไว้ประจำตัว ข้อที่ 4ธรรมะใช้ธรรมะให้ถูกต้องตามเหตุการณ์และรักษาธรรมะให้มีประจำตัวตลอดเวลานี่เราต้องเรียนให้รู้ต้องปฏิบัติให้ได้ถ้ามีอย่างคล่องแคล่วก็ใช้อย่างคล่องแคล่วรักษาไว้ให้มีอยู่ท่านทั้งหลายก็สำรวจดูตัวเองรู้ธรรมะกี่มากน้อยแล้วรู้เรื่องอื่นๆกี่มากน้อยวันๆสนใจธรรมะกี่นาทีสนใจเรื่องอื่นปฏิบัติเรื่องอื่นกี่นาทีสรุปความแล้วคนสนใจธรรมะนี้คิดเป็นเวลาเทียบส่วนไม่ถึง1%ของส่วนเวลาอย่าว่าแต่5%ธรรมะยังคงเป็นธรรมะยังควบคุมชีวิตมนุษย์ไม่สนใจก็ตามเรื่องของมนุษย์มันก็รับผลคุ้มกันนั้นเรามาคิดดูกันใหม่ว่าเราศึกษาธรรมะปฏิบัติธรรมะ มีธรรมะพอสมควรแล้วหรือยัง
ถ้าไม่ยังถึงขนาดที่พอสมควรก็รีบเถอะรีบทำให้ถึงขนาดรู้ธรรมะพอสมควร ปฏิบัติธรรมะพอสมควรนี้เท่าไรก็คือเท่าที่ดับทุกข์ได้ถึงขนาดที่ว่าป้องกันไม่ให้เกิดความทุกข์ได้ก็ยิ่งดีนี่คือผู้ไม่มีปัญหาไม่มีความทุกข์ก็จะได้รับประโยชน์มีความเป็นมนุษย์โดยพื้นฐานที่ถูกต้องตามหลักเท่าไรจึงเรียกว่าเป็นมนุษย์การอิฐหรือหน้าที่ที่จะต้องกระทำ ทำหน้าที่ของพ่อ แม่ ทำหน้าที่ของนายจ้าง ผู้บังคับบัญชาทำหน้าที่ผู้ปกครองก็ต้องเป็นมนุษย์โดยพื้นฐานจะได้เป็นมนุษย์นั้นนี่ได้ขอให้มีธรรมะโดยหลักพื้นฐานเพื่อให้เราได้เป็นมนุษย์ในหลักพื้นฐานเสียก่อนตัวหนังสือก็ว่ามีจิตใจสูงเพราะมีความรู้มีคุณธรรมพอสมควร เรียกว่าหลักพื้นฐานคำนี้มันแปลว่าจิตใจสูงก็ได้มนุษย์มีจิตใจสูงก็ได้อีกทีก็เป็นลูกหลานของมนูลูกหลานบุตรสะยะมนูก็ผู้มีจิตใจสูงเมื่อมีจิตใจสูงเป็นมนุษย์ถูกต้องตามพื้นฐานแค่นี้เป็นมนุษย์จะให้เป็นผู้นำหน้าที่สูงต่ำนี่คือได้ประโยชน์คือตรงแต่ว่าที่น่าสนใจกว่านั้น
อาตมาก็อยากจะบอกท่านทั้งหลายว่าเป็นมนุษย์ที่เหมาะสมแล้วท่านทั้งหลายจะมีชีวิตสงบเย็นเป็นสุขทำงานสนุกไม่มีงานเป็นเล่นไปหมดเป็นลูกเด็กๆกันอีกครั้งหนึ่งท่านเคยเห็นลูกเด็กๆใช้มันทำอะไรมันก็ทำเป็นเล่นไปหมดใช้ขนของมันขนสนุกเด็กๆมันดีกว่าผู้ใหญ่มันทำอะไรกลายเป็นสนุกไปหมดผู้ใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้นและก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้เป็นทำงาน อย่างนี้เป็นเล่นสนุกสู้ลูกเด็กๆไม่ได้
เดี๋ยวนี่เราทำได้ขอให้มีความเป็นมนุษย์ถูกต้องมันเมื่อมีธรรมะเพียงพอมันก็ไม่มีอะไรยากจึงอยู่ได้สบายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บชนิดที่ว่าเขาไม่อยากทำเขาเบื่อ เขาเกลียดเราทำได้ดีได้สนุกเพราะมีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องในพื้นฐานจิตใจก็แข็งแรง สติปัญญาก็เพียงพอทำอะไรสนุกไปหมดทำนาเค้า ขายมันรู้จักทำจิตใจแล้วมันก็ได้ดีมันก็มีความสนุกการงานสนุกไปหมดชีวิตนี้ก็เยือกเย็นไม่ร้อน ไม่เครียดได้ก็เครียดความเป็นบวกก็เครียดความเป็นลบก็เครียดมันเครียดคนละอย่างคือจิตใจมันโง่ไม่สามารถจะต้อนรับทุกสิ่งมันก็เครียดแม้ที่เรียกว่าเซ็งมันก็เครียดฝ่ายลบ เครียดฝ่ายบวกมันได้มากลุ้มไปหมดไม่มีความสงบดีใจจนนอนไม่หลับกินข้าวไม่ลงดูเครียดฝ่ายบวกถ้ามีธรรมะไม่ต้องกลัวไม่มีเครียดมันกลมกลืนกันไปหมดมันพอดีไปหมดสนุกกล้าพูดให้คนไม่เชื่อคือพูดว่าแม้จะเจ็บไข้ก็สนุกไปหมด
อาตมาจะพูดบทนี้สักหน่อยตัวเองนี่ไม่มีแรงเหมือนเจ็บไข้ชนิดหนึ่งแต่มันก็สนุกไปกับความไม่มีแรงความที่ไม่ได้ตามที่ต้องการมันสนุกก็ไม่ค่อยมีปัญหานี่เพราะว่าสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ ทำให้รู้จักสิ่งต่างๆโดยเฉพาะมันเช่นนั้นเองหัวเราะได้และมีความสุขว่ามันเช่นนั้นเองไม่ต้องเป็นทุกข์อะไรเรียกว่าหมดปัญหาในทุกความหมายเจ็บไข้ก็สนุก ไม่เจ็บไข้ก็สนุกไม่เคยตายอย่าท้าทายตายก็คงสนุกไม่ต้องกลัวจะแก่เจ็บ ตายก็ขอให้เป็นเรื่องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติทั้งชีวิตมันไม่มีความทุกข์ก็เรียกว่าหมดปัญหาด้วยประการทั้งปวงนี่คืออนุภาพของพระธรรม ธรรมะนั่นแหละสิ่งที่เป็นกฎเกณฑ์ของธรรมชาติพยายามรู้เข้าใจถูกต้องและปฏิบัติมันได้ผลเป็นอย่างนี้ขอบคุณพระธรรมถ้ายังไม่มีรีบหามาใส่ให้เพียงพอก็จะได้ประโยชน์สูงสุดรักษาพระธรรมอะไรมันก็ไม่เป็นปัญหาถ้าใครมีพระธรรมได้เท่าไรพระธรรมก็คุ้มครองเท่านั้นอย่าลืมว่าวันนี้เป็นวันธรรมะเราพูดกันถึงเรื่องธรรมะให้หมดเรื่องของธรรมะให้ได้ถึงที่สุด
เอาทีนี้มันดูต่อไปดีกว่าให้มันไกลระดับทั่วโลกเพราะไม่ได้มีเราคนเดียวมันเป็นเรื่องของโลกทั้งโลกดูกันในแง่เป็นเรื่องเราโลกมีธรรมะโลกก็มีสันติสุขธรรมะแปลว่าความถูกต้องทุกคนมีความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่แล้วโลกนี้เป็นโลกที่มีสันติภาพไม่ต้องรู้ธรรมะอะไรมาก สามีภรรยาแต่ละคู่ในโลกทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้องรักใคร่กลมเกลียวกันที่สุดอย่าให้มีปัญหาถ้ามันมีปัญหาเดี๋ยวผัวมีชู้
เดี๋ยวเมียมีชู้ไม่ได้ทำหน้าที่ของครอบครัวที่ดีนั่นคือความฉิบผายวินาศของโลกอย่ากันเสียก็ไม่ได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดถ้าผัวเมียแน่นแฟ้นทำหน้าที่ทุกคู่ๆโลกนี้จะมีสันติภาพเพราะการทำหน้าที่คือการปฏิบัติธรรมะหน้าที่อะไรก็ตามของมนุษย์ที่ถูกต้องเรียกว่าธรรมะไม่ต้องถูกต้องถึงอริยะบุคคลเป็นคนธรรมดาขอให้ถูกต้องเป็นปุถุชนที่ถูกต้องครองเรือนเป็นบุตรภรรยาสามีที่ถูกต้องตลอดเวลามีแต่ผลดีอย่างเดียวเกิดขึ้นบ้านเมืองสงบสุขนี่ทำให้โลกมีสันติภาพและอาจร่วมมือกันได้ทั้งโลก โลกนี้มีคนคนเดียวไม่มีปัญหาเดี๋ยวนี้มันไม่มีความถูกต้องมันมีความขัดแย้งก็หาความสงบสุขไม่ได้ไอ้ความขัดแย้งมันไม่ใช่ธรรมะ
ถ้ามันเป็นธรรมะมันไม่มีความขัดแย้ง ความขัดแย้งบาลีเรียกอุปัจทะวะคืออุบาทว์มันคือความขัดแย้งมีความขัดแย้งที่ไหนมีคำที่เรียกว่าอุบาทว์ที่นั่นมีมากก็มากมีน้อยก็น้อยมีความขัดแย้งเพราะไม่มีธรรมะ มีธรรมะก็ไม่มีความขัดแย้งนี่ดูประโยชน์ของสิ่งที่เรียกว่าธรรมะมันเข้าใจกันได้มันไม่ต้องขัดแย้งระหว่างบุคคลแต่ละบุคคลไม่ขัดแย้งระหว่างครอบครัวมันก็ไม่ขัดแย้ง ระหว่างสังคมมันก็ไม่ขัดแย้ง ระหว่างประเทศชาติศาสนาก็ไม่ขัดแย้งแล้วคุณก็ดูเอาเองว่ามันจะวิเศษประเสริฐเท่าใดเมื่อมันไม่มีความขัดแย้งเดี่ยวนี้มันมีความขัดแย้งกันในครอบครัวระหว่างสามีภรรยาพูดอย่างนี้มันกลายเป็นกำปั้นทุบดินมันไม่มีทางผิดแล้วมันก็จริงมันมีความเห็นแก่ตัวในความหมายใดความหมายนึ่งคนหนึ่งก็เห็นแก่ตัวแบบหนึ่งคู่กันในก็ขัดแย้งกันมันเป็นแบบนี้ถ้ามีประโยชน์ขัดกันมันขัดแย้งที่สุดเดี๋ยวนี้ประโยชน์ไม่ขัดกันทำการขัดแย้งกันถ้ามองให้ดีประโยชน์ขัดกันมันชิงเอาหน้ามันอยากจะดีอยากจะเด่น 2ฝ่ายมันชิงเอาหน้ามันขดแย้งด้วยเหมือนว่าคนนี้มันยืนบังหน้าก็ทำลายมันเสียในรูปของความอิจฉาริษยาอย่างที่มีอยู่ทั่วๆไปนั่นคือความไม่มีธรรมะ ไม่มีความขัดแย้งก็ไม่มีความเห็นแก่ตัวมันมีความเห็นแก่ตัวเป็นทรัพย์สมบัติของปุถุชนเขามีอวิชชาความไม่รู้รู้สึกว่ามันมีตัวกูที่จริงมันไม่โง่มาจากท้องแม่มันโง่
เมื่อคลอดออกมาจากท้องแม่แล้วพบสิ่งที่ถูกใจก็หลงไปไม่ถูกใจก็เกลียดรู้สึกความเป็นบวกเป็นลบพอรู้สึกว่าเป็นบวกก็ดีใจเกิดตัวกูผู้ดีใจ พอไม่ดีใจโกรธเกลียดมันก็เกิดตัวกูผู้โกรธเกลียดนี่มันเป็นความโง่ของอวิชชาท่านทั้งหลายต้องศึกษาเรื่องอนัตตาให้ดีๆตัวกูมันเป็นอัตตาเพิ่งเกิดเมื่อมันมีอะไรสักอย่างหนึ่งก่อนมันจึงเกิดตัวกูเช่น ตาล้วนๆจักสุประสาทเห็นรูปตาล้วนๆพอเห็นรูปทางตามันโง่ว่ากูเห็นรูปประสาทหูได้ยินเสียงมันก็ขอโง่ว่ากูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่นก็ว่ากูได้กลิ่น ลิ้นได้รสก็ขอว่าเห็นกูได้รสอันนี้ร้ายกาจมากถ้าเป็นเพียงลิ้นได้รสมันไม่ค่อยมีเรื่องมันจะอร่อยหรือไม่อร่อยมันก็ไม่มีเรื่องถ้าเป็นเรื่องกูได้รสมันมีเรื่องถ้าถูกใจก็เป็นบ้าเป็นหลังไม่คิดถ้าเกิดไม่อร่อยก็ไร่แม่ครัวถ้ากูเข้ามามันเกิดเรื่องอย่างนี้ถ้าเป็นเพียง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจมันก็ไม่มีเรื่องอะไรนักหนาแก้ไขได้ง่ายๆเช่นว่าลิ้นไม่อร่อยก็ไม่มีปัญหาถ้าตัวกูไม่อร่อยมันก็เป็นยักษ์เป็นมารมันขว้างปาทำร้ายแม่ครัวนี่ขอเป็นเรื่องนามรูปอย่ามีตัวกูตัวกูมันพลอยเกิดเป็นผีหลอก เช่นเจ็บหนามตำเท้ามันก็ขอว่าตัวกูเป็นหนามตำกูมันก็มีความทุกข์มากถึงเอาเป็นเอาตายเมื่อก่อนมีเณรมันโดนหนามเกี่ยวจะเป็นลมจิตใจมันอ่อนไหวตัวกูต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสำหรับคนโง่สำหรับปุถุชนแต่มันต้องมีอะไรเป็นเรื่องเสียก่อนเช่นว่าเห็นกูเห็น ได้ยินเสียงก็ว่ากูได้ยินอะไรมันต้องเกิดขึ้นเสียก่อนเรียกว่าอัตตามีอัตตานี้เป็นตัวกูมีอัตตานั้นเป็นตัวสูงเด็กเล็กๆเดินไปโดนเก้าอี้มันก็โกรธว่าเก้าอี้ทำร้ายกูกูก็เตะมึงมันก็เตะเก้าอี้เป็นแม่โดยมากช่วยตีเก้าอี้ให้เด็กมันหายเจ็บนี่คือตัวกูมันต้องรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดกับระบบประสาทแล้วก็โง่ๆเป็นเรื่องของกูมันจึงเต็มไปด้วยตัวกูเรื่องทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจทั้งหมด 6 ทางแต่ละทางก็เกิดได้เป็นสิบๆอย่างมีตัวกูยืนเป็นหลักอยู่เพราะอะไรที่มันเกิดขึ้นกับตัวกูมันก็เกิดเป็นของกูเป็นธรรมดา ตัวกูเรียกว่าอัตตาภาษาบาลีของกูเรียกว่าอัตนียา อัตนียาแปลว่าเกี่ยวข้องกันอยู่กับอัตตานี่เป็นเรื่องธรรมดาตามปกติมีอัตตาเป็นตัวกูมีอัตนียาเป็นของกู
ถ้ามันเป็นเรื่องเข้มข้นเลวร้ายถึงขนาดเป็นไฟมันก็มีการเรียกอย่างอื่นอหังการะ อมังการะกิเลสมันเข้มข้นมีความเคยชินเป็นสันดารอหังการะ อมังการะเรียกว่าอนุสัยกิเลสนี่คือกิเลสประจำเป็นสมบัติของปุถุชนอหังการะ อมังการะมานานุสัยมีความเคยชินว่าของกูทุกคนมึอหังการะ อมังการะมานานุสัยคือความเคยชินว่าจะเกิดความสำคัญมั่นหมายว่าตัวกูของกูนั่นมันเป็นเหตุให้กระทบกันเป็นความอุบาทว์สูงสุดของปุถุชนต้องควบคุมถ้าไม่ควบคุมต้องขัดแย้งกันต้องกัดกัน
ถ้ามันหมดสิ่งนี้ทีเดียวมันเป็นพระอรหันต์ไม่ได้เป็นเพียงโสดาบัน พระโสดาปติคามันไม่หยาบคายรุนแรงเหมือนปุถุชนมันจึงไม่ถึงขัดยังกันพูดให้หยาบคายมันไม่กัดกันอหังการะ อมังการะมานานุสัยถ้าควบคุมไม่ได้มันเป็นกัดกันแม้แต่ภรรยาสามีอันเป็นสุดที่รักแก่กันมันก็ต้องกัดกันเพราะสิ่งที่เรียกว่ากันอหังการะ อมังการะมานานุสัยช่วยจดจำกันไว้ทุกคนนี่สมบัติเดิมเกิดขึ้นมาตั้งแต่เริ่มมีความรู่สึกคลอดมาจากท้องแม่อยู่ในท้องแม่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจไม่ค่อยได้ทำหน้าที่อะไรมันยังเงียบอยู่นี่เป็นความรู้สึกเจ็บปวดบ้างมันก็ไม่ถึงกับเป็นตัวกูอย่างนี้พอมันออกมาจากท้องแม่แล้วตา หู จมูกลิ้น กาย ใจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือถูกใจกับไม่ถูกใจพอถูกใจก็เกิดตัวกูบวก ไม่ถูกใจมันเป็นลบก็เกิดตัวกูลบ
ดังนั้นทารกน้อยๆเดี๋ยวเกิดตัวกูบวกเดี๋ยวเกิดตัวกูลบนี่มันไม่รู้จักจิตใจมันโง่ก็รู้สึกขึ้นมาตามธรรมชาติพอชอบก็ตัวกูชอบพอไม่ชอบก็ตัวกูไม่ชอบแต่ละวันๆจนชินเป็นนิสัยจึงมีความรู้สึกชอบไม่ชอบตัวกูของกูมันก็มากขึ้นอารมณ์มันก็เปลี่ยนสูงขึ้นไปไม่ใช่เรื่องของเด็กทารกแล้วทีนี้เป็นเรื่องของเด็กวัยรุ่นเรื่องตัวกูของกูมันก็แก่กล้าไปตามระดับของมันมันสูงสุดแล้วตัวกูของกูสำหรับเด็กทารกมันไม่ร้ายกาจพอโตเป็นเด็กวัยรุ่นเริ่มมีปัญหาพอเป็นหนุ่มสาวมีปัญหาคือสิ่งที่ทำให้ฆ่าพ่อฆ่าแม่เพราะแม่ไม่ตามใจในเรื่องเพศพอเป็นหนุ่มเป็นสาวมันก็หลงใหลในเพศเพศหญิงเพศชายตัวกูมันก็แก่กล้าเต็มที่ที่มันไปแต่งงานมันก็มีตัวกูอย่างสามีภรรยา
ถ้ามันจะฟัดกันมันก็ฟัดกันอย่างสามีภรรยานี่เรียกว่าตัวกูมันเจริญสูงตามขึ้นไปพออายุมันมากเรื่องทางเพศมันคลายมันเป็นเรื่องตัวตนมากขึ้นมันก็เป็นเรื่องยึดมั่นถือมั่นอำนาจบารมีมันน่ากลัวเป็นยักษ์เป็นมารตัวกูของกูเป็นผู้แก่เฒ่าเป็นตัวกูหนังเหนียวจะเข้าโรงมันก็มีตัวกูแบบแก่เฒ่าจงพิจารณาดูให้เห็นว่าตัวกูของกูตั้งแต่ออกจากท้องแม่พอกระทบหนาวกูก็หนาวตัวกูของกูสูงขึ้นไปจนมีความเคยชินเป็นอนุสัยของเด็กน้อยๆเอาตามเด็กวัยรุ่น หนุ่มสาวพ่อบ้านแม่บ้านกิเลสนี้เข้มข้นถึงที่สุดแห่งความเป็นมนุษย์ปุถุชนเราก็ไม่รู้จักมันเราก็ส่งเสริมนี่คือปัญหาเดี๋ยวจะถามว่ามาวัดทำไมกันเดี๋ยวจะโกรธกันมาวัดเพื่อละตัวกูทำบุญให้ทานทำบุญเพื่อละเลิกตัวกูหรือทำบุญเพื่อส่งเสริมตัวกูมันจะทำบุญเอามากกว่าเดิมเท่าเมืองสวรรค์เลยตัวกูมันก็โตเท่าเมืองสวรรค์มันไม่ละเลยน่าสงสารสังเวชที่เรายังทำบุญทำทานเพื่อส่งเสริมตัวกู ตัวกูอย่างมนุษย์ไม่ชอบ ชอบตัวกูอย่างสวรรค์กามาวาจรตัวกูมันกระโดดไกลอย่างนี้
แม้จะเบื่อสวรรค์พวกกามาวาจรก็ไปรูปาวาจรพรมโลกเป็นที่หลงใหลขั้นสุดท้ายก่อนจะเข้าพระนิพพานหลงใหลโลกมนุษย์ หลงใหลพรมโลกไปสุดกันที่โน่นถ้าทำลายตอนนั้นได้มันจะเป็นเรื่องที่เป็นนิพพานนี่เราอยู่ในโลกแต่ละโลกเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่นมันเป็นตัวกูทั้งนั้นเห็นตัวกูเท่าไรก็สร้างปัญหาเท่านั้นว่าความเห็นแก่ตัวมันเป็นอย่างไรเห็นแก่ตัวมันก็ขี้เกียจไม่ทำอะไร ถึงเวลากินมันก็กิน ถึงเวลาได้ประโยชน์มันก็เอาเห็นแก่ตัวไปชวนคนเห็นแก่ตัวมาทำงานส่วนรวมยากเหลือเกินจึงพูดเป็นอุปมาว่าชวนช้างรอดรูเข็มซะยังง่ายกว่าชวนคนเห็นแก่ตัวมาทำเรื่องส่วนรวมที่บ้านก็มีที่วัดก็มีอย่างนี้
ลักษณะอย่างนี้ก็มีโลกไม่มีสันติภาพเพราะคนเห็นแก่ตัวเหล่านี้มันเอาเปรียบตลอดเวลารวยลัดไม่ต้องทำงานปล้นจี้ขโมยมาทำนาทำไร่เสียเวลาไม่รับผิดชอบเกิดมลภาวะเต็มโลกก็เพราะคนเห็นแก่ตัวปัญหา อุบัติเหตุก็มาจากคนสับเผ้าคนเห็นแก่ตัวอุบัติเหตุมากขึ้นในโลกนี้มากกว่าโรคมะเร็งเห็นแก่ตัวมันสับเผ้าชนกันทั่วอุบัติเหตุมีได้
กระทั่งว่าเรือบินตกตายทั้งรำก็เพราะความสับเผ้าของใครคนใดคนหนึ่งไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ถูกต้องเพราะมันเห็นแก่ตัวนักบินมืออาชีพมันบอกเครื่องบินตกในลักษณะที่ไม่ควรขึ้นเพราะมันจะรีบไปเล่นม้าให้ทันเวลาเครื่องบินตกตายทั้งรำเพราะความเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องจริงนี่เรียกว่าอุบัติเหตุมันเห็นแก่ตัวมันก็ทำลายธรรมชาติส่วนรวมทำลายป่าไม้สิ่งที่เขาสร้างไว้สวยงามมันยังทำลายรักไปเป็นของตัวทำลายสาธารณะประโยชน์ห้วย หนอง คลอง บึงเขาทำไว้ดีแล้วมันทำลายนี่มันทำลายทั้งธรรมชาติและสิ่งที่เขาทำไว้ดีแล้วเห็นแก่ตัวมันก็เป็นบ้าฆ่าพ่อฆ่าแม่ฆ่าตัวเองตายในที่สุดไม่น่าเชื่อเห็นแก่ตัวมันก็ฆ่าตัวเองเพราะมันเป็นความมืดบอดพอไม่มีธรรมะมันก็เกิดสิ่งเหล่านี้เป็นความรู้สึกเห็นแก่ตัวอัตตา อัตนียาเป็นตัวเป็นของตัวเกิดความเห็นแก่ตัวในโลกเพราะเหตุนี้เดี๋ยวนี้ประเทศมหาอำนาจเห็นแก่ตัวเอาเปรียบประเทศเล็กๆนายทุนก็เห็นแก่ตัว กรรมกรก็เห็นแก่ตัวลูกจ้างเห็นแก่ตัว นายจ้างก็เห็นแก่ตัวมันมีแต่การต่อสู้ของการเห็นแก่ตัวทุกแห่งทุกชนิดการงานโลกนี้มันไม่มีความสุขเพราะมันไม่มีธรรมะความเห็นแก่ตัวมันเข้ามาครองโลกดูเอาเองอย่าเพิ่งเชื่อคนอื่นพูดยิ่งเจริญทางวัตถุความเห็นแก่ตัวมันก็เพิ่มขึ้นเรื่องทางวัตถุมันได้เปรียบเพราะมันมีเครื่องจักรมาผลิตมันก็ผลิตได้มากมายมหาศาลให้คนหลงไม่มีที่สิ้นสุด
เดี๋ยวนี้รถยนต์ราคาแสนใช้ไม่ได้แล้วต้องใช้รถยนต์ราคา 4-5ล้านมันอย่างนี้ก็เรียกว่าเพิ่มปัญหาเดือดร้อนทุกยากมากขึ้นคดีที่ต้องขึ้นโรง ขึ้นศาลก็มากขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวถ้าสมมุติเป็นไปได้มนุษย์หยุดความเห็นแก่ตัวไม่มีคดีทั้งแพ่ง อาญาศาลปิดหมดถ้ามนุษย์ไม่เห็นแก่ตัวศาสนาก็ไม่ต้องมี เพื่อบังคับชำระความเห็นแก่ตัวของมนุษย์พูดแล้วคงไม่มีใครเชื่อถ้าในโลกไม่มีคนเห็นแก่ตัวก็เลิกกฎหมายเลิกศาล ตำรวจ เลิกวัดวาอารามเพราะไม่มีความเห็นแก่ตัวไม่มีปัญหาอะไรมันคือธรรมะสูงสุดมหาศาลนั้นขอให้มีธรรมะมันก็ไม่เห็นแก่ตัวปัญหามันก็ไม่มีนี่เราจะช่วยกันได้ไหมคิดดูให้ดีอาตมามุ่งหวังให้ธรรมะมันครองโลกทำความเข้าใจศาสนาทุกศาสนาสอนความไม่เห็นแก่ตัวทั้งนั้นแต่แล้วมันไม่ใช้กันปรับความเข้าใจระหว่างศาสนาได้ก็ไม่มีความเห็นแก่ตัวมันก็หมดปัญหาอย่างที่ว่าเดี๋ยวนี้มันยังไม่ได้เพราะมันเจริญทางวัตถุยิ่งเจริญทางวัตถุมันยิ่งเห็นแก่ตัวเพราะเขาใช้เครื่องจักรผลิตของยั่วยวนเป็นที่ให้เห็นแก่ตัวยิ่งเจริญทางอุตสาหกรรมยิ่งเป็นอย่างนี้
ถ้ามันผลิตส่วนเกินมันก็ดีแต่ว่าเจ้าของอุตสาหกรรมเขาอยากได้เงินมากใช้เครื่องจักรผลิตออกมามากใช้ศีลปะโฆษนาขายให้หมดถ้ายังอยู่ภายใต้วัตถุนิยมอย่างนี้มันไม่หยุดเห็นแก่ตัวธรรมะเข้าไม่ถึงขอให้พุทธบริษัทเราอย่ายอมแพ้ช่วยกันสร้างธรรมะพยายามยึดหลักธรรมะสร้างความมั่นคงให้กับธรรมะโดยอาศัยพระพุทธศาสนาจะประเสริฐของเราอาตมาได้คิดความตั้งใจไว้เป็นประนิทานของเก่ามาเล่าประนิทาน 3 ประการของพุทธธาตุผู้ที่เป็นธาตุของพระพุทธเจ้าข้อที่ 1ให้ทุกคนเข้าถึงหัวใจศาสนาของตนๆอย่าติดอยู่ที่เปลือกมันไม่จริงให้เข้าถึงหัวใจของตนทุกศาสนาสอนเรื่องไม่เห็นแก่ตัว ศาสนายิวส์ คริสต์ อิสลาม ฮินดู พุทธทุกอันมันมุ่งหมายทำลายความเห็นแก่ตัวแต่เป็นไปไม่ได้เพราะคนไม่ถือไม่ปฏิบัติตามมาทำความเข้าใจกันได้ก็ดี
แต่เดี๋ยวนี้คนมันไม่เข้าใจถึงศาสนาของตนมันติดอยู่ที่เปลือก มันเข้ากับศาสนาอื่นไม่ได้ถ้ามันเข้าถึงหัวใจศาสนาได้มันจะพบกับคำนี้ไม่เห็นแก่ตนมันก็เข้ากับศาสนาอื่นได้ทุกศาสนาช่วยกันทำมนุษย์ทั้งโลกให้ไม่เห็นแก่ตนศาสนาก็มีสันติภาพฉะนั้นจึงมีความจำเป็นข้อแรกให้ทุกคนถือศาสนาอะไรก็ตามเข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนกันเสียก่อนคือหัวใจแห่งความไม่เห็นแก่ตนเห็นแก่ธรรมะข้อนี้จะเปรียบก็เหมือนกับน้ำ น้ำส้ม น้ำตาล น้ำอัดลมน้ำโคลนในแต่ละน้ำมีน้ำบริสุทธิ์อยู่ในนั้นเอาของสกปรกที่เข้ามาปนออกมันจะเหลือน้ำบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งนั้นแม้แต่น้ำอุจจาระปัสสาวะ ของสกปรกที่เพิ่งเข้าไปในนั้นอย่าเอามามันปะทะกันก็เพราะเหตุนี้ที่ว่าศาสนายังกระทบกระทั่งกันมันเรื่องเปลือกทั้งนั้นถือส่วนเปลือกมากเกินไปเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนอยู่ยึดมั่นเรื่องเปลือกรักษาประโยชน์ของตนไว้มันก็ไม่รู้เรื่องศาสนามันขัดกันบางทีศาสนาเดียวกันมันแยกนิกายมันก็ยังขัดกันต้องการประโยชน์ที่นิกายเดียวบุคคลมันยังขัดกันในบ้านเรือนในครอบครัวเดียวกันในขัดกันก็เพราะประโยชน์ขัดกันมันไม่ได้เอาหัวใจที่แท้เป็นหลักเอาผิวนอกเป็นหลักข้อแรกขอให้เข้าใจถึงหัวใจของศาสนาของตนด้วยกันจนทุกคนก่อนข้อที่ 2 เข้าใจระหว่างศาสนามันจะร่วมมือกันได้จนคล้ายๆว่าในโลกมีเพียงศาสนาเดียว

ทีนี้มันทำอย่างนั้นไม่ได้ข้อที่ 3ให้ชำระคนทุกคนออกมาจากวัตถุนิยมอย่าตกไปเป็นธาตุของวัตถุนิยมเลยเป็นอิสระที่ถือศาสนาให้ถูกต้องและทำความเข้าใจได้อาตมาเชื่อว่าประนิทาน 3 ข้อนี้ช่วยสังคมหรือโลกให้มีสันติภาพได้เข้าใจถึงหัวใจของศาสนาของตนๆคือไม่เห็นแก่ตนมาทำความเข้าใจระหว่างศาสนาจนร่วมมือกันได้คือเอาความหลงวัตถุนิยมออกไปเสียก่อนมายึดมั่นในธรรมะไม่ยึดมั่นในกิเลสมันก็ทำได้เดี๋ยวนี้แม้องค์การโลกสูงสุดมันก็ไม่ทำข้อนี้มันทำเพื่อประโยชน์ของตนพวกของตนมันก็เลยเป็นหมัน ศาสนากำลังเป็นหมันเพราะไม่ได้ใช้หัวใจเนื้อแท้ของตนๆโลกมันมีปัญหามากขึ้นคือจะรบลาฆ่าฟันกันมากขึ้นเดี่ยวนี้การศึกษามันแปลกศึกษาเพื่อเอาเปรียบศึกษาให้ฉลาดเพื่อเห็นแก่ตัวเพื่อชนะและได้ประโยชน์เมื่อก่อนศึกษาเพื่อทำลายกิเลสเดี๋ยวนี้ศึกษาฉลาดเพื่อความเพื่อความเห็นแก่ตัวมันไม่ได้สร้างเพื่อสันติภาพของโลกก่อนนี้ยังซื่อตรงศาสนาแฝงอยู่กับการศึกษาทำไห้สุขสันติภาพเป็นสุภาพบุรุษที่แท้จริง
เดี๋ยวนี้การศึกษาทำให้เกิดสุภาพบุรุษที่เห็นแก่ตัวอย่างลึกลับและจะเอาความสงบสุขมาจากไหนก่อนนี้การกีฬาทำเพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว เดี่ยวนี้การกีฬาเพื่อเห็นแก่ตัวเตรียมพร้อมที่จะไปแข่งขันที่เมืองจีนกูจะมีวิธีเอาเปรียบมึงอย่างไรมันเป็นแบบนี้การกีฬากลายเป็นส่งเสริมความเห็นแก่ตัวพึ่งไม่ได้มีวิธีโกงหาประโยชน์ใส่ตนเอาเรื่องกีฬาบังหน้าการศึกษาก็พึ่งไม่ได้ การกีฬาก็พึ่งไม่ได้การที่จะทำลายล้างความเห็นแก่ตัวโลกนี้จะเป็นอย่างไรประเทศชาติจะเป้นอย่างไรดูเอาเองยิ่งฉลาดยิ่งเห็นแก่ตัวยิ่งโกงลึกการศึกมันมีแต่เพียงทำให้ฉลาดเราควบคุมความฉลาดไม่ได้เพราะมีสิ่งเดียวที่ว่าคือไม่มีธรรมะถ้ามีธรรมะก็ควบคุมความฉลาดไว้ได้การสร้างสันติภาพเดี่ยวนี้ฉลาดเพื่อเอาเปรียบการเมือง เศรษฐกิจ การทหารเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือเอาเปรียบศึกษาให้ฉลาดสำหรับส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ก็พอแล้วทั้งโลกมันเป็นอย่างนี้จึงขอสรุปความเสียทีว่าขาดธรรมะเพียงคำเดียวเจียมตัวมีธรรมะชดใช้ความผิดพลาดของมนุษย์ มนุษย์เดี๋ยวนี้เตรียมตัวชดใช้ความผิดพลาดที่มีมาแล้วแต่หนหลังเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องกตัญญูต่อโลกเตรียมตัวเป็นสุภาพบุรุษให้ลูกให้หลานที่จะมาในอนาคตได้รับประโยชน์ทำตัวเป็นบุพการีให้แก่ลูกหลานที่จะมาในอนาคตใช้บาปใช้กรรมของคนที่ทำไปแล้วนี่จะได้มีธรรมะมีความสงบเย็นเป็นประโยชน์จะได้นอนตายตาหลับโดยไม่ต้องมีใครมาช่วยปิดตาเพราะมันมีความถูกต้อง สงบเยือกเย็น
ถ้าจะร่วมมือกันก็ช่วยกันรักษาส่งเสริมประนิทานของพุทธธาตุ 3 ประการอย่างที่ว่ามาแล้วช่วยกันพิทักษ์ประนิทานให้มันยังอยู่นี่เรียกว่าช่วยกันสร้างสันติภาพขึ้นมาในโลกสร้างความสงบสุขเป็นเนื้อเป็นตัวก็ได้ ช่วยกันส่งเสริมประนิทานของผู้เป็นทาสของพระพุทธเจ้าพยายามแก้ไขความผิดพลาดให้ฟื้นกับมาสู่ความถูกต้องมีพระศาสนาชั้นเนื้อแท้ไม่ใช่ชั้นเปลือกเป็นหลักยึด ธรรมะก็จะกลับมารู้จักธรรมะก็คือรู้จักสิ่งที่จะช่วยให้รอดธรรมะๆนี้คือการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องๆแก่ความรอดๆทั้งทางกาย ทางจิตทุกขั้นตอนแห่งชีวิตทั้งเพื่อตัวเองและผู้อื่นมันรอดคนเดียวไม่ได้อยู่ในโลกคนเดียวก็ตายธรรมะคือระเบียบปฏิบัติระบอบปฏิบัติถูกต้องแก่ความรอดสิ่งนี้คือธรรมะ
ถ้าถามว่าธรรมะคืออะไรในเรื่องเกี่ยวกับสันติภาพของโลกก็ตอบอย่างนี้อย่าตอบเหมือนกับครูสอนลูกเด็กๆในโรงเรียนว่าธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นมันตอบผิดในอินเดียคำสอนของศาสนาไหนเรียกว่าธรรมะทั้งนั้นจนต้องระบุชัดว่าธรรมะของใคร ธรรมะของพระสมณะโคดม หรือธรมะของนิคันตะนาตะบุตรมันมีหลายศาสดาประชาชนก็เลือกเองว่าชอบศาสนาใดก็เลือกศาสนานั้นแต่อย่างไรก็ดีธรรมะๆไม่ใช่ตัวคำสอนธรรมะคือตัวหน้าที่สอนเรื่องหน้าที่ว่าทำอย่างนั้นแล้วจะดับทุกข์มันสอนต่างๆกันแต่เรียกว่าธรรมะผิดถูกก็ไม่รู้ว่าธรรมะแท้จริงต้องดับทุกข์ได้ธรรมะของอาจารย์
แม้แต่ทำบุญให้ทาก็ให้มันเป็นการทำลายความเห็นแก่ตัวอย่าเพิ่มความเห็นแก่ตัวทำบุญเอาหน้าทำบุญแลกเอาสวรรค์ทำบุญอย่างนี้มันเพิ่มความเห็นแก่ตัวมันแก้ปัญหาไม่ได้ต้องทำบุญเพื่อลดความเห็นแก่ตัวทำบุญเท่าไรมันลดความเห็นแก่ตัวเท่านั้นอย่าเอากำไรเกินควรกลับมานี่คือธรรมะๆซึ่งอาตมาก็รู้สึกว่าอธิบายแก่ท่านทั้งหลายจนพอที่จะรู้จักธรรมะได้ในระดับหนึ่งแล้วตอนนี้มันก็เป็นเวลาจะ 2ชั่วโมงก็สรุปกันเสียทีว่าวันนี้เป็นวันพระธรรม มันแยกเอาพระธรรมมาส่วนหนึ่งช่วยโลกเพื่อสันติภาพของโลก เอามาปราบความเห็นแก่ตัวกำจัดความเห็นแก่ตัว ทุกคนช่วยกันกำจัดความเห็นแก่ตัวเข้าใจถึงหัวใจของศาสนาของตัวร่วมมือกับศาสนาอื่นซึ่งถึงหัวของศาสนาของตัวแล้วเหมือนกันช่วยกันเลิกเป็นทาสวัตถุนิยมอย่าเป็นธาตุวัตถุนิยมอย่ากินเกิน อย่าแต่งตัว อย่าใช้เกินอะไรเกินๆวัตถุนิยมอย่าไปเอากับเขาในส่วนที่ว่าเกินเป็นทางสายกลางพอดี เป็นอยู่ แต่งตัว เครื่องใช้ไม้สอยพอดี มีบ้านเรือนพอดียานพาหนะพอดีอะไรๆพอดีเรียกว่าสัมมาๆถูกต้องๆ มัชฌิมาๆเป็นกลางๆพอดีๆก็จะตรงตามความหมายของคำว่าพระธรรมๆ
วันนี้เป็นวันพระธรรมวันแสดงธรรมจักรกัปปวัฒนสูตร แสดงความเป็นสายกลางถูกต้องพอดีเลื่อนชั้นขั้นไปตามลำดับจนถึงพระนิพพานหมดความทุกข์หมดปัญหาเราจะได้ชีวิตใหม่เป็นชีวิตที่ สะอาด สว่าง สงบ เย็นไม่กัดเจ้าของชีวิตที่มันเห็นแก่ตัวนั้นมันกัดเจ้าของเห็นแก่ตัวสิ่งใดสิ่งนั้นมันกัดแม้บุญกุศลอย่าไปยึดมั่นถือมั่นมันกัดมันหมดความเป็นบุญเป็นกุศลเป็นสัตว์ร้ายถ้าไปยึดมั่นถือมั่นอย่าไปยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดเป็นตัวกูของกูตัวตนอย่างนี้ออกไปแล้วธรรมะก็เข้ามาไม่เห็นแก่กิเลสตัณหาเห็นแก่ธรรมะเรื่องจบการบรรยายนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้วเข้าใจว่าท่านทั้งหลายคงจะเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าธรรมะเพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่งต่อจากที่ได้บรรยายกันแล้วในตอนเย็นบนภูเขานี่ก็แยกเอามาธรรมะที่ให้เห็นเป็นพิเศษสำหรับจะสร้างโลกเพื่อสันติภาพให้ทุกคนมีธรรมะกำจัดความเห็นแก่ตัวให้หมดไปจากบ้านจากเมืองให้มีความถูกต้องมิฉะนั้นมันก็ขอร้องแต่ปากอย่างนี้คนเห็นแก่ตัวทำไม่ได้กำจัดความเห็นแก่ตัวมันก็ทำได้หมดไม่ว่าจะขอร้องให้ลึกซึ้งขนาดไหนมันก็ทำไดอาละเป็นอันว่าเตรียมตัวสำหรับจะสร้างสันติภาพให้แก่บ้านเมืองประเทศชาติโลกไม่เสียทีที่ว่าเราเป็นคนในโลกเป็นสมาชิกในโลกช่วยกันสร้างโลกให้สงบเย็นเป็นประโยชน์
ขอยุติการบรรยายด้วยความสมควรแก่เวลาและด้วยความหวังว่าท่านทั้งหลายเข้าใจธรรมะกันมากขึ้นเท่าไรก็จะได้ปฏิบัติตนให้เจริญงอกงามไปตามทางของพระธรรมจนกว่าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับอย่าทำเล่นๆเสียเวลาเสียเงินอะไรเปล่าๆขอยุติการบรรยาย



Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |