<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34691" type="text/javascript"></script> |
|
รู้จักพระพุทธเจ้าให้มากกว่าก่อนเถิด
บัดนี้อาตมาจะได้วิสัชชะนาในพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อประดับสติปัญญาส่งเสริมศรัทธาความเชื่อและวิริยะความพากเพียรของท่านทั้งหลายซึ่งเป็นพุทธบริษัทให้เจริญงอกงามก้าวหน้าตามทางของพระพุทธศาสนา
post ครั้งแรก: Mon 21 January 2008, 6:24 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 31 January 2008, 10:06 am
|
เราเรียกเสียใหม่ว่าพุทธพร หรือธรรมพรพรของพระพุทธเจ้า พรที่เป็นพระธรรมถ้าไม่เรียกอย่างนี้ก็ไม่รู้จะเรียกอะไรเรียกให้ถูกต้องมันก็ต้องเรียกอย่างนี้เรียกธรรมพร พุทธพรไอ้เรื่องรดน้ำมนต์เป่าหัวมันทำมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยครั้งมันก็ไม่เห็นดีขึ้นลองเปลี่ยนพรกันเสียบ้างเปลี่ยนมาเป็นพุทธพร ธรรมพรอย่างนี้เพื่อจะดีขึ้นจะมีผลดีจริงเกิดขึ้นจนดับทุกข์ได้เดี๋ยวนี่มันบ้าจนไม่รู้ว่าความชั่วอยู่ในความบ้าดี บ้าดีจนไม่รู้จักความชั่วมันมีอยู่ในความบ้าดี มันบ้าโชคชะตาราศี น้ำมน บ้าพรจนไม่รู้ว่าความชั่วมันมีอยู่ในความบ้าดีมีบ้าดีที่ไหนมีความชั่วที่นั่นน่าสงสารเด็กๆมันรู้จักแต่พรที่คนแก่ให้มันก็เพิ่มความโง่มันคิดอะไรไม่ออกมันก็ขอแต่พรมันก็ช่วยไม่ได้มันง่ายเกินไปเพียงออกปากคำเดียวก็ได้ทีนี้มันสบายใจไปพักหนึ่งใครให้พร
อาตมาก็เคยเป็นมาแล้วมันก็ได้รับพรมาแล้วแต่มันดับทุกข์ไม่ได้มันต้องมาพูดกันใหม่เด็กๆจะพรที่แท้จริงรู้จักธรรมพร พุทธพรของพระเจ้าถ้าว่ามันเป็นไปได้สูงสุดมันก็จะพ้นกิเลสพ้นความทุกข์เป็นพระอรหันต์ถ้าว่ามีพุทธพร ธรรมพรที่แท้จริงไม่เพียงจะดับทุกข์ตามบ้านเรือนมันจะดับทุกข์จนถึงเราได้เป็นพระอรหันต์มันมีประโยคหนึ่งน่าสนใจที่พระพุทธเจ้าตรัสได้อาศัยเราเป็นกัลยานะมิตรแล้วสัตว์ที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นธรรมดาจะพ้นจากความเกิดและความแก่ ความเจ็บ ความตายนี่เพราะอาศัยเราเป็นกัลยานะมิตรนี่พระพุทธพรสูงสุดเลยมีพระพุทธเจ้าเป็นกัลยานะมิตรเอากันว่าเรามารู้จักเรื่องทุกข์เรื่องดับทุกข์ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วก็ปฏิบัติได้ตามสมควรมันก็มีพรของพระพุทธเจ้าแล้วมีธรรมพรหรือพรของพระธรรมแล้ว
ขอย้ำว่าพระพุทธเจ้าพระองค์จริงเป็นสิ่งที่เรียกว่าธรรมผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเราผู้นั้นเห็นธรรมอย่าลืมข้อนี้พระพุทธเจ้าพระองค์จริงคือตัวพระธรรมเมื่อเห็นพระธรรมจึงเห็นพระพุทธเจ้าพระองค์จริงเรามาเห็นพระธรรมกันให้ถึงที่สุดที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนถามว่ามารรู้จักพระธรรมให้ถึงที่สุดจะดีไหมแล้วเราจะมีพระพุทธเจ้าพรองค์จริงเป็นกัลยานะมิตรแล้ว
อย่างน้อยเรายังมีธรรมพรของธรรมะพรถ้าได้มาจะว่า ธรรมะคืออะไรเห็นธรรมะแล้วเห็นพระพุทธเจ้าพระองค์จริงธรรมะคืออะไรคำแรกก็ว่าธรรมะคือสิ่งที่พระพุทธจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพๆพระพุทธเจ้าองค์คนที่ชื่อสิทธัตถะนั่นเคารพพระพุทธเจ้าพระองค์ธรรมที่ไม่มีชื่อ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่มีปรินิพพานพระพุทธเจ้าพระองค์คนมีกี่องค์ก็แล้วแต่ล้วนเคารพพระพุทธเจ้าพระองค์ธรรมเลยกล่าวได้ว่าพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเคารพพระพุทธเจ้าพระองค์ธรรมนิรันดรแปลว่าธรรมคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพข้อต่อไปธรรมะคือหน้าที่ๆถูกต้องแก่ความรอด หน้าที่ที่ปฏิบัติแล้วถูกต้องทั้งทางกายทางจิตตลอดชีวิตธรรมะคือหน้าที่ๆไม่ใช่เพียงคำสั่งสอนเฉยๆมันสั่งสอนถึงหน้าที่ธรรมะแปลว่าหน้าที่ปฏิบัติแล้วเกิดความรอดทั้งหมดเลยนี่ธรรมะคือหน้าที่ที่ช่วยให้รอดเอาข้อถัดไปธรรมะคือสิ่งที่ทำบุคคลให้เป็นพระพุทธเจ้า

เจ้าชายสิทธัตถะอาศัยพระองค์ธรรมนิรันดรทำให้เป็นพระพุทธเจ้าคนอื่นก็เหมือนกันใช้พระองค์ธรรมทำให้เป็นพระพุทธเจ้าก็ได้เป็นอุบาสกอุบาสิกาก็ได้ธรรมะคือสิ่งที่ทำให้เป็นพุทธะบุคคลระดับไหนก็ตามทำได้เพราะมีธรรมะข้อต่อไปธรรมะคือสิ่งคู่ชีวิตไม่มีธรรมะก็ตายหมายความว่าไม่มีธรรมะไม่มีหน้าที่มันก็ตาย แขน ขา มือ ตีน ไม่ทำหน้าที่มันก็ตายตับ ไต ปอดไม่ทำหน้าที่มันก็ตายเซลล์ทุกๆเซลล์ไม่ทำหน้าที่มันก็ตายธรรมะคือหน้าที่สิ่งที่เป็นคู่ชีวิต
คู่ชีวิตที่เป็นสามีมันแยกกันอยู่ 3 ปีมันไม่ตายแต่ถ้าธรรมะคู่ชีวิตแยกกัน 2 นาทีก็ตายเพราะฉะนั้นถือเป็นตัวชีวิตเลยก็ได้ถ้าเป็นคู่ชีวิตมั
นก็ห่างไปอีกไม่มีธรรมะมันก็คือตาย ธรรมะคือธรรมธาตุ ธาตุตามธรรมชาติที่เรียกว่าธรรมะมีอยู่ทั่วไปในจักรวาลไม่มีที่ไหนไม่มีธรรมธาตุทุกแห่งมีธรรมธาตุธาตุแห่งธรรมะในสากลจักรวาลหาง่ายยิ่งกว่าสิ่งใดในคนก็มี
นอกคนก็มี ที่ไหนก็มีธรรมธาตุแต่คนมันไม่รู้จัก เหมือนได้พมันไม่รู้จักพลอยมันสู้ข้าวสารเม็ดหนึ่งก็ไม่ได้ทีนี้พูดกันในแง่ของประโยชน์ธรรมะคือสิ่งที่ทรงผู้มีธรรมะไม่ให้ตกไปในความทุกข์ ธรรมะจะช่วยจับเราไว้ไม่ให้ตกไปในสิ่งที่เป็นทุกข์ธรรมะในความหมายลึกไปกว่านั้นธรรมะคือพระพุทธเจ้าองค์ธรรมะ พระพุทธเจ้าที่เป็นธรรมะเรียกว่าธรรมพูดแล้วว่าเป็นนิรันดร พระพุทธเจ้าที่เป็นองค์ธรรมไม่ประสูติ ไม่ตรัสรู้ ไม่ปรินิพพานอะไรทั้งนั้นเขาเรียกว่าธรรมเหมือนกันเป็นธรรมในความหมายที่หลักไปอีกพระพุทธเจ้าที่เป็นองค์ธรรมคือธรรมะทีนี้พูดในเรื่องธรรมชาติ ธรรมะคือเรื่องธรรมชาติในความหมายที่ 3 นี่ธรรมชาติมี 4 ความหมาย ตัวธรรมชาติก็เรียกว่าธรรมะ กฎธรรมชาติก็เรียกว่าธรรมะ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติก็เรียกว่าธรรมะ ผลที่ได้จากการปฏิบัติธรรมะก็เรียกว่าธรรมะมันมีอยู่ 4 ความหมายด้วยกันความหมายที่ 3คือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติคือสิ่งที่เรียกว่าธรรมะแท้จริงจะเป็นธรรมะที่ต้องรู้จักต้องมี ต้องปฏิบัติแล้วก็ใช้คำว่าธรรมชาติในความหมายที่ 3ของธรรมชาติทั้ง 4 ความหมาย ธรรมชาติความหมายที่ 3คือตัวธรรมะทีนี้สรุป ธรรมะโดยพยัญชนะโดยคำพูดหรือตัวหนังสือธรรมะคือสิ่งที่ทรงตัวเอง สิ่งที่มีธรรมะทรงตัวมันเองธรรมะมีอยู่ได้โดยตัวมันเองตามกฎของธรรมชาติเป็นธรรมชาติเข้าใจยากธรรมะทรงตัวมันเองอยู่ได้แล้วทรงตัวสิ่งที่มีธรรมะ
อย่าว่าแต่คนแม้แต่สัตว์เดรัชฉานตัวไหนปฏิบัติถูกต้องตามกฎธรรมะมันก็ไม่ตายเอาต้นไม้เหล่านี้ต้นไหนมันทำตามกฎของธรรมชาติมันไม่ตายลองต้นไม้ต้นไหนบ้าบอผิดกฎมันก็ตาย นั้นธรรมะมันทรงตัวมันเองด้วยโดยตัวหนังสือโดยพยัญชนะทีนี้โดยอัตถะโดยความหมายธรรมะคือหกน้าที่แห่งความรอดที่มีชีวิตในทุกความหมายชีวิตทุกชนิดมันต้องมีความรอดพอไม่มีชีวิตมันก็ไม่มีความรอดพอไม่มีความรอดมันก็ไม่มีชีวิตซึ่งชีวิตมันอยู่ได้ด้วยความรอดธรรมะคือหน้าที่แห่งความรอดนี้โดยอัตถะ
โดยความหมายของคำๆนี้โดยตัวหนังสือก็ทรงตัวมันเองทรงธรรมะความรอดของสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิดสรุปความธรรมะโดยหน้าที่ช่วยให้ผู้มีธรรมะไม่มีทุกข์ทุกบทบาท ทุกขั้นตอน ทุกระยะของชีวิตเด็กๆถ้ามันมีธรรมะมันเรียนหนังสือสนุก พอมันไปทำงานสนุกไม่มีความทุกข์ ทำงานได้มาเก็บเงินมาไว้ใช้ถ้ามันมีธรรมะไม่มีความทุกข์ ชาวไร่ชาวนา
ถ้ามีธรรมะทำงานสนุก พ่อค้ามีธรรมะค้าขายสนุก ข้าราชการมีธรรมะ กรรมกรมีธรรมะก็ทำหน้าที่สนุกขอทานมีธรรมะก็ขอทานสนุกสรุปความว่าธรรมะเป็นหน้าที่คือช่วยสิ่งมีชีวิตไม่ให้เป็นทุกข์ธรรมะเป็นพรได้ไหมๆ ธรรมะเป็นพระเจ้าช่วยได้ไหมธรรมะเป็นพรที่พระเจ้าช่วยได้ไหม ธรรมะคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพธรรมะคือหน้าที่ที่ช่วยให้เกิดความรอดทั้งทางกายทางจิตตลอดชีวิตเป็นพระพุทธเจ้า เป็นสาวกเป็นอุบาสกเป็นอุบาสิกาที่ดี ธรรมะเป็นคู่ชีวิตพรากจากกันไม่กี่ทีตายธรรมะคือธรรมชาติหายใจธรรมะเข้าออกๆมันก็ไม่รู้จักมันโง่ที่ไม่รู้จักธรรมะและความหมายอย่างนี้ธรรมะจะไม่ส่งผู้ที่ทรงธรรมให้ตกลงไปในสภาพชนิดไหน
ธรรมะคือพระพุทธเจ้าพระองค์ธรรมเป็นนิรันดรธรรมะคือธรรมชาติในความหมายที่ 3 โดยธรรมชาติ 4 ความหมายธรรมะคือพยัญชนะคือสิ่งที่ทรงตัวเองและทรงธรรมะ ธรรมะเป็นอัตถะเพื่อความคือหน้าที่เพื่อความรอดของสิ่งมีชีวิตสรุปแล้วธรรมะคือหน้าที่ๆช่วยคนให้ไม่ต้องมีความทุกข์มันจะยากจนเข็ญใจเท่าไรถ้ามันมีธรรมะมันไม่มีความทุกข์เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายกาจมันก็ไม่มีความทุกข์ถ้ามันมีธรรมะแล้วมันจะสามารถขับความทุกข์ออกไปบางสิ่งก็ทำได้โดยไม่ต้องมีความทุกข์นั้นขอจำกันไว้ให้ดีไปบอกลูกบอกหลานว่าถ้ามีธรรมะตั้งแต่เกิดจนตายก็จะไม่มีทุกข์ตั้งแต่เกิดจนตาย
เอาทีนี้ก็อยากจะพูดเลยไปถึงธรรมะกับพระพุทธเจ้าเพราะธรรมะคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพเมื่อลูกหลานผ่าเหล่ามันไม่เคารพสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพทั้งที่มันเรียกตัวเองว่าลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้ามันลูกศิษย์ไม่มีความหมายถ้ามันเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าที่แท้จริงมันต้องเคารพสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพขอให้มองเห็นชัดๆขอให้เคารพสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพสิ่งนั้นคือธรรมะ ธรรมะคือหน้าที่ของพระพุทธเจ้า หน้าที่ของท่านคือช่วยคนทั้งโลกสามารถช่วยตัวเองฟังดูให้ดีๆพระพุทธเจ้าสามารถช่วยคนทั้งโลกให้เป็นคนดีแต่ยายบ้าตาบ้าที่ไหนมันจะให้พระพุทธเจ้าช่วยอย่างเดียวมันไม่ช่วยตัวเองแต่พระพุทธเจ้าท่านมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้ทุกคนช่วยตัวเองธรรมะทีปา ธรรมะสะระนามีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมะเป็นที่พึ่งพระพุทธเจ้าไม่ได้พูดว่ามีฉันเป็นที่พึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่ามีตนเองเป็นที่พึ่งมีธรรมะเป็นที่พึ่งคุ้มสุดคือสามารถทำให้ทุกคนช่วยตัวเองนั่นแหละพระคุณของพระพุทธเจ้าหน้าที่ของพระพุทธเจ้าคือช่วยให้ทุกคนสามารถช่วยตัวเองได้เราศึกษาธรรมะแล้วมาปฏิบัติแล้วธรรมะจะช่วยเราได้นี่คือหัวใจของพระพุทธศาสนา
ถ้าเป็นศาสนาอื่นเขาให้พรมช่วย ให้ผีช่วยแต่พระเจ้าบอกว่าตัวเองช่วยตัวเองธรรมะเองธรรมะมันก็ช่วยเพราะปฏิบัติธรรมะนี่พระพุทธศาสนาต่างกับศาสนาอื่นอย่างนี้พระพุทธเจ้าทำงานครบวงจรวันละคืนๆ 14 ชั่วโมงท่านทำงานครบวงจรเป็นคำพูดที่มีเหตุผลเชื่อได้ยิ่งศึกษายิ่งเชื่อได้ว่าตั้งต้นว่าหัวรุ่งก่อนสว่างก่อนหัวรุ่งพลับเพลาพลับเพลินส่องไปทั่วจักรวาลสัตว์ตัวไหนมันควรจะไปช่วยในวันนี้ตัวไหนสมควรตัวไหนไม่สมควรที่จะไปช่วยในวันนี้ท่านนึกไว้ตั้งแต่ไม่สว่างพอสว่างมันก็ไปช่วยให้สำเร็จบิณทบาทจะกลายไปช่วยไปฉันที่นั่นไปฉันที่นี่ไปช่วยคนนั้นแม้จะเป็นมิจฉาทิฐิกลับตัวได้สว่างขึ้นมาท่านก็ไปช่วยจนเที่ยงจนสายตอนบ่ายท่านก็ต้องแสดงธรรมให้ประชาชนที่ไปที่วัดจนค่ำ พลบค่ำก็สอนภิกขุที่มีอยู่ในวัดอัตถะรัตเตเพตะนังสอนเทวดาแก้ปัญหาเทวดาเทวดาที่เป็นราชามหากษัตริย์ก็ดี
เทวดาที่มาจากเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ก็ดีล้วนมาเฝ้าพระพุทธเจ้าเวลาเที่ยงคืนทั้งนั้นสักเที่ยงคืนรับเทวดาเลยเที่ยงคืนนิดหน่อยเดี๋ยวก็จะสว่างมาดูว่าพรุ่งนี้จะไปช่วยใครท่าทำงานครบวงจรวันละ24ชั่วโมงพวกเราทำงานอย่างนี้วันละ 8ชั่วโมงแล้วคนที่เรียกว่าลูกศิษย์พระพุทธเจ้ามันยังไม่ทันตามพระพุทธเจ้าคล้ายๆบูชาหน้าที่เคารพหน้าที่เหมือนพระพุทธเจ้าเอาเมื่อท่านอยู่เมืองนี้สมควรแก่เวลาที่ต้องย้ายไปพระพุทธเจ้าไม่มีรถยนต์เดี๋ยวนี้บางองค์มีตั้งหลายคันไม่มีรถยนต์เสร็จแล้วก็ไม่ยอมนั่งสิ่งที่เทียมด้วยชีวิตไม่นั่งท่านก็ต้องเดิน สอบสวนตามพระบาลีท่านเดินไม่มีรองเท้าไม่มีร่มพวกเรานี่หรูหรามีทั้งรองเท้าและร่มไม่มีพบตรงไหนพระพุทธเจ้ามีรองเท้าพระพุทธเจ้าไม่มีกล้องถ่ายรูป
เดี๋ยวนี้แม่ชีก็มีกล้องถ่ายรูปพระพุทธเจ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้นึกถึงเมืองจีนเขามีหมอเท้าเปล่าที่ช่วยคนทั่วบ้านทั่วเมืองพระพุทธเจ้าก็อย่างนั้นเท้าเปล่าท่านเดินไปช่วยคนเป็นโยชกท่านเดินได้กระทั่งวันนั้นจะไปนิพพานกลางวันยังเดินอยู่เป็นโยชกๆไม่ใช่เดนไปโรงพยาบาลมันเดินไปหาที่นิพพานไปถึงที่นิพพานเตรียมที่จะนิพพานก็มีนักบวชมาขอให้ช่วยสอนธรรมะพระสงฆ์ทั้งหลายว่ามันเกินไปแล้วมารบกวนกันเวลาอย่างนี่ก็ไล่พระพุทธเจ้าบอกอย่าไล่ก็สอนจนรู้ธรรมะชนิดที่เป็นพระอรหันต์ได้เป็นพระอรหันต์องค์สุดท้ายที่พระพุทธเจ้าสอนเองก็เรียกว่าต่อมาไม่กี่นาทีท่านก็ปรินิพพานใช้คำอย่างนี้ไม่ไกลความจริงที่เรียกว่าดับขันหรือตายไม่ใช่นิพพานต้องใช้คำว่าดับขันด้วยปรินิพพานทาคาตที่เรคาเรียกว่าตายของพระพุทธเจ้าอนุปาทิเสสะนิพพาอาคาต ท่านรู้ตั้งแต่วันตรัสรู้ว่าอยู่ด้วยสิ่งนี้มาดับขันด้วยอนุปาทิเสสะอาคาตมันไม่ใช่ตายอย่างคนธรรมดาท่านสามารถตายอย่างปิดสวิทพูดภาษาบ้านเราก็เรียกว่าปิดสวิทไฟมันก็ดับยังไม่ดับท่านก็มีความรู้สึกก็เป็นสมาบัติแล้วก็เป็นชานพอออกจากชานสุดท้ายที่ท่านต้องการแล้วก็เหมือนปิดสวิตไฟท่านเล่นชานต่ำสุดแล้วขึ้นไปสูงสุด
พอจะดับนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างต่ำสุดกับสูงสุดท่านปรินิพพานที่นั่นเหมือนปิดสวิตไฟความคล่องแคล่วในชานคล่องแคล่วเหมือนปิดสวิทไฟพระพุทธเจ้าเท้าเปล่าไม่มีร่มไม่มีรองเท้าท่านทำงานอย่างนี้ทั้งประเทศจนวาระสุดท้าย ทำงานจนตายลูกศิษย์พระพุทธเจ้าว่ายังไงมันคอยแต่หลบงานหนีงาน คดโกงงาน พวกข้าราชการลงเวลางานในสมุดโกงทั้งนั้นเลยมันไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่การงานขอให้เป็นสาวกพระพุทธเจ้าบูชาการงานนี้ดูพระพุทธเจ้าทำหน้าที่ของท่านยังไงและก็เคารพสิ่งเดียวกับที่พระพุทธเจ้าเคารพเถิดเราจะได้สิ่งที่เรียกว่าพุทธพร พรจากพระพุทธเจ้าพรอย่างเดียวกับพระพุทธเจ้า จะมีทั้งพุทธพร ธรรมพร ไม่ต้องใส่โกดังใส่ในกระเป๋าไม่ใช่พรขอเป็นโกดังแต่ช่วยอะไรไม่ได้พรนี้จะช่วยดับทุกข์สิ้นเชิงนี่เคารพพระพุทธเจ้าเถิดจะมีพุทธพร ธรรมพร พูดกันอีกนิดเมื่อเรามีปัญหาเกี่ยวกับธรรมะนี้อย่างไรพอพูดขึ้นอย่างนี้ท่านทั้งหลายคงนึกได้เราไม่มีธรรมะในโลกปัจจุบันไม่มีธรรมะแล้วมีอะไรมีความเห็นแก่ตัวดูให้ดีมีแต่ความเห็นแก่ตัวคนจน คนรวย เศรษฐี ขอทานก็เห็นแก่ตัวทุกคนจะเห็นแก่ตัวในที่บางแห่งอย่าออกชื่อประชาชนเห็นแก่ตัว
รัฐบาลก็เห็นแก่ตัวอะไรมันจะเหลือมันก็มีแต่ความเห็นแก่ตัวเมื่อคนในโลกเห็นตัวโลกมันจะเป็นอย่างไรมันก็เป็นอย่างนี้คนต่อสู้แข่งขันกันขัดแย้งไม่สร่างซาทีนี้มันน่ากลัวที่มันเห็นแก่ตัวมีทุกบ้านเรือน ทุกผู้ทุกคนความเห็นแก่ตัวท้าทายศาสนาทุกศาสนาเป็นคำพูดที่ไม่เข้าใจความเห็นแก่ตัวของทุกคนกำลังท้าทายทุกศาสนากล้ารดีมึงมาด่ากลัวความเห็นแก่ตัวมันด่าอย่างนี้ไม่มีศาสนาไหนในโลกมาช่วยหมดความเห็นแก่ตัวทุกศาสนาไม่สามารถจะปราบความเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ตัวในโลกมันท้าทายศาสนามารองมาปราบฉันดูแล้วมันก็ทำไม่ได้พระ เจ้าหน้าที่ของศาสนามันเห็นแก่ตัวซะเองพระเจ้า พระสงฆ์บางเหล่าบางพวกเห็นแก่ตัวซะเองศาสนาบางศาสนาจะครองโลกแล้วศาสนาชนิดนี้จะทำลายความเห็นแก่ตัวได้อย่างไร
เรามีปัญหาหนักที่สุดทางศาสนามีคู่แข่งขันเห็นแก่ตัวที่สุดคือความเห็นแก่ตัวเป็นพญามารเป็นศัตรูเลวร้ายที่สุดทางศาสนาคือความเห็นแก่ตัวยิ่งเจริญด้วยวัตถุยิ่งเห็นแก่ตัวเพราะว่าความเห็นแก่ตัวสร้างความเจริญทางวัตถุเพราะมันเห็นแก่ตัวมันทำให้สร้างอุตสาหกรรมเจริญด้วยวัตถุพอสร้างเสร็จแล้วมันก็ย้อนกับไปส่งเสริมความเห็นแก่ตัวมันเกิดมาจากความเห็นแก่ตัวเกิดมาแล้วมันก็ส่งเสริมความเห็นแก่ตัวโลกนี้ยังเป็นอย่างนี้โลกถึงที่สุดแห่งอุตสาหกรรมเมื่อไรเมื่อนั้น
โลกวินาศไม่ต้องเป็นแค่นิกอุตสาหกกรมเต็มขั้นก็วินาศเพราะมันออกมาจากความเห็นแก่ตัวออกมาแล้วมันก็กลับไปส่งเสริมความเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ตัวมันก็ยุ่งมากขึ้นในโลกควบคุมไว้ไม่ได้มันก็ทำลายโลกเดี๋ยวนี้มันก็ทำลายเหลือประมาณความเห็นแก่ตัวคนเห็นแก่ตัวลองคิดดูมันเป็นยังไงบ้างคนที่เห็นแก่ตัวมันก็อย่างอันแรกมันก็ขี้เกียจมีนไม่ทำงานฉันขอเป็นคนขี้เกียจ คนเห็นแก่ตัวไม่สามัคคีจะเรียกร้องขอความช่วยเหลืออะไรจากคนเห็นแก่ตัวไม่ได้คนเห็นแก่ตัวมันก็อิจฉาริษยาไม่รักใคร คนเห็นแก่ตัวมันก็กอบโกยเห็นประโยชน์ตนมันสร้างสิ่งเลวร้ายเป็นมลพิษทางธรรมชาติคนเห็นแก่ตัวทำให้เกิดปัญหาเรื่องยาเสพย์ติดปัญหานาๆชนิดโรคบ้าๆบอในโลกมากขึ้นเพราะคนเห็นแก่ตัว
ถ้าเห็นแก่ตัวมากขึ้นผัวก็เห็นแก่ตัวเมียก็เห็นแก่ตัวมันก็มากขึ้นขออภัยพูดอย่างนี้มันฟังง่ายผัวเมียเห็นแก่ตัวมันก็กัดกันทำให้หย่ากันความเห็นแก่ตัวมันทำให้เกิดสิ่งเลวร้ายทุกชนิดสร้างคุกสร้างตาราง มาเท่าไรก็ไม่พอคนเห็นแก่ตัว ตำรวจมีเท่าไร ศาลยุติธรรมมีเท่าไรก็ไม่พอสิ่งที่เกิดมาจากคนเห็นแก่ตัวรัฐบาลไม่มีเงินสร้างคนเห็นแก่ตัวมันเจริญงอกงามอย่างนี้ในที่สุดมันก็หลงทางมันก็เป็นบ้ารัฐบาลไม่มีเงินสร้างโรงพยาบาลบ้า คนเห็นแก่ตัวอีกทางหนึ่งมันก็ฆ่า ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าลูกฆ่าตัวเองตายเพราะความเห็นแก่ตัวคนบ้าความเห็นแก่ตัวเลวร้ายมันกำลังท้าทายศาสนา ศาสนาก็ไม่มีปัญญาปราบเพราะไม่มีใครถือศาสนามันมีความลับอะไรอยู่อย่างมันควรจะพูดหรือไม่ควรจะพูดว่าเดี๋ยวนี้ทุกคนในโลกกำลังถือศาสนาหระโยชน์ ศาสนาประโยชน์คือสิ่งที่กูชอบ ปากมันว่าถือคริสต์ อิสราม ฮินดู
แต่ในใจมันถือศาสนาประโยชน์เอาประโยชน์เป็นศาสนาเพื่อนของอาตมาชื่อชำนาญเขาตายไปแล้วมีเพื่อนญี่ปุ่นถามว่าคุณอยู่ที่ญี่ปุ่นถือศาสนาอะไรก็ได้ยินว่าในญี่ปุ่นมีหลายศาสนาเหมือนกันเพื่อนตอบว่าผมถือศาสนาฮิตาชิก็บริษัทฮิตาชิเลี้ยงเขาไว้เขาอยู่ด้วยเงินเดือนของบริษัทฮิตาชิเขาก็ถือศาสนาฮิตาชินี่เรียกว่าศาสนากำลังพ่ายแพ้กับศัตรูซาตานมารร้ายของศาสนาคือความเห็นแก่ตัวไม่ว่าที่นี่ไม่ว่าที่ไหนความเห็นแก่ตัวกำลังเยาะเย้ยศาสนา ศาสนากำลังพ่ายแพ้ทะเลาะกันเสียเองไม่สามัคคีธรรมะจะอยู่ที่ตรงไหน
มีแต่คนถือศาสนาประโยชน์ปัญหาเกี่ยวกับธรรมะของเรามันเป็นอย่างนี้ยิ่งเจริญด้วยวัตถุก็ยิ่งเกียจธรรมะยิ่งเห็นแก่ตัวก็ยิ่งสร้างปัจจัยความเห็นแก่ตัวมันก็ครองโลกทั้งโลกความเห็นแก่ตัวๆเป็นสิ่งเลวร้ายจนไม่มีสิ่งที่จะพูดเบียดเบียนกันมนุษย์เห็นแก่ตัวมนุษย์ก็จมปักอยู่ที่นี่สัตว์นรกเห็นแก่ตัวก็ไม่มีโอกาสจะขึ้นจากนรกเทวดาหลงกามมารมย์เห็นแก่ตัวก็ไม่มีโอกาสเป็นพระอรหันต์มารคือยอดสุดของเทวดากามมารมย์พวกพรมก็เห็นแก่ตัวจนไม่ได้นิพพานหลงตัวกูบ้าตัวกูจนไม่ได้นิพพานเป็นเนวนิพพานความเห็นแก่ตัวความเลวร้ายมันครอบคลุมสัตว์ทุกตัวสัตว์ทุกชนิดทุกตัวครอบงำเทวดาครอบงำพรมทุกตัวไม่ได้นิพพานเพราะความเห็นแก่ตัวคือมันไม่มีธรรมะนี่เรียกว่าดูให้ดีเถอะว่าเราอยู่ในสภาพอะไร
บูชาประโยชน์มีความเห็นแก่ตัวเป็นรากฐานเป็นสมุดฐานเรามาเริ่มต้นกันใหม่บูชาหน้าที่ตามหลักพระพุทธเจ้าปฏิบัติหน้าที่ให้สูงสุดปิดนรกกันที่นี่ สร้างสวรรค์กันที่นี่และนิพพานกันที่นี่เย็นที่นี่เลิกความเห็นแก่ตัวเสียอาวุธที่จะประหารความเห็นแก่ตัวคือธรรมะหน้าที่ที่ถูกต้องถ้าไม่ถูกต้องไม่ใช่ธรรมะถ้าถูกต้องมันจะกำจัดความเห็นแก่ตัวถ้าไม่กำจัดความเห็นแก่ตัวมันก็ไม่ใช่ธรรมะที่ถูกต้องนี่เราจะเอาธรรมะมาเป็นพร บูชาธรรมะเป็นพรเอาพุทธเป็นพรไม่มีต้องมีเป็นโกดังก็สามารถแก้ปัญหาเลวร้ายได้ขอให้มีธรรมะทุกอิริยาบถ ทุกวินาที ทุกนาที เป็นธรรมะมีความถูกต้องดับกิเลสแห่งความทุกข์
พระพุทธเจ้าท่านรู้เรื่องนี้แปลว่าท่านทำหน้าที่ของท่านช่วยเราทั้งหลายให้ทำหน้าที่อย่าเดียวกันอาตมาจึงตั้งหัวข้อสำหรับเทศวันนี้ว่าอัตตะทีปา อัตตะสะระนา มีตัวตนเป็นที่พึ่ง มีตัวตนเป็นสะระนะธรรมะทีปา ธรรมะสะระนามีธรรมะเป็นที่พึ่งมีธรรมะเป็นสะระนะ อนันยะทีปา อนันยะสะระนาอย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอย่ามีสิ่งอื่นเป็นสะระนะเลยจะมีธรรมะเป็นสะระนะเป็นที่พึ่งก็ควรระวังมีสติสัมปชัญญะมันถูกต้องๆไปทุกกระเบียดนิ้วคือให้มันรู้จักความเห็นแก่ตัวคือจะทำอะไรนิดหนึ่งก็ขอให้กำจัดความเห็นแก่ตัวมีสติความเห็นแก่ตัวก็เกิดขึ้นมา เดี๋ยวนี้มันโง่พออร่อยเข้ามาในปากก็ว่าตัวกูพอไม่อร่อยก็ว่าตัวกู ตาเห็นรูปมันว่าตัวกูเห็นรูปมันโง่ตาเห็นรูปว่าตัวกูเห็นรูป หูได้ยินเสียงมันก็ว่ากูได้ยินเสียงระบบประสาททำอะไรไปมันก็ตัวกูทั้งนั้นถ้ามีตัวกูมันก็เห็นแก่ตัวมันก็เป็นสิ่งที่สำหรับจะงอกงามออกไปเป็นกิเลสทุกชนิดนี่เรียกความเห็นแก่ตัวแม้มันมีความรู้สึกว่าตัวกูเกิดความรักในใจก็อย่าว่าเกิดตัวกูผู้รักเกิดความโกรธก็อย่าให้มีตัวกูผู้โกรธ มีความเกลียด ความกลัวก็อย่าให้มันมีตัวกูเช่นนั้นมันก็ดับไปเองพอมีตัวก็มาต่อทำกรรมต่อไปทำอะไรต่อไปมันก็วินาศกันหมดนี่เรียกว่ามีธรรมะกันทุกกระเบียดนิ้วมีธรรมะทุกอิริยาบถเรียนหนังสือก็เรียนด้วยธรรมะจะมีความสุข
ทำงานก็ทำงานด้วยธรรมะมันก็จะมีเงินเก็บนี่คือธรรมะเมื่อจะเกิดความทุกข์มีความทุกข์ก็จะเกิดที่ธรรมะเถิดจะต่อสู้ก็ต่อสู้ด้วยธรรมะ จะเกิด แก่ เจ็บ ตายมันหายหมดเพราะมันมีธรรมะนี่จบแล้วว่าธรรมะมันเป็นพรสูงสุดมาจากพระพุทธเจ้าชี้ให้ก็เรียกพุทธพร ธรรมพรขอให้ท่านทั้งหลายเจริญรุ่งเรืองด้วยพุทธพร ธรรมพร ที่ขอแล้วให้กันไม่มีโกดังจะใส่แล้วพรชนิดนั้น เอาพรชนิดที่กำมือเดียวก็พอแก้ปัญหาได้ทุกอย่างทำลายความเห็นแก่ตัว นี่คือธรรมะบทพิเศษที่ว่ามีธรรมพรกันเถิดเป็นใจความสำคัญเกี่ยวกับวิสาขบูชาปีนี้เริ่มต้นด้วยคำว่ารู้จักพระพุทธเจ้าให้มากกว่าเดิมและมีธรรมพร พุทธพรแท้จริงกันเถิดแล้วถ้าท่านเข้าใจข้อความเหล่านี้ท่านจะได้ประโยชน์เกินฆาตมาแต่แดนไกลเสียเงิน เสียทอง เสียเวลาเรี่ยวแรงต่างๆให้ได้รับความรู้อันนี้ไปได้ก็คุ้มค่ายมบาลไม่ว่าแล้วการบรรยายในเรื่องธรรมพร พุทธพรเป็นเครื่องเปิดเผยธรรมะในวิสาขบูชานี้
สมควรแก่เวลาแล้วขอยุติการบรรยายหวังๆๆว่าท่านทั้งหลายมีความเจริญก้าวหน้าในทางแห่งพระพุทธศาสนายิ่งขึ้นไปๆสามารถมีธรรมะ ธรรมะพร มีพุทธพร เป็นความสุขสวัสดีอยู่ทุกทิพาราตรีกาลเทอญธรรมเทศนาสมควรแก่เวลา เอวังก็มีด้วยประการะชะนี้


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |