<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34713" type="text/javascript"></script> |
|
หัวใจและความลับของพระธรรมจักร
ณ บัดนี้อาตมาภาพได้วิสัจชะนาพระธรรมมาเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อประดับสติปัญญาส่งเสริมศรัทธาความเชื่อและวิริยะภาคเพียรของท่านทั้งหลายผู้เป็นพุทธบริษัทให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปขอให้ทำในใจให้สำเร็จประโยชน์วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา
post ครั้งแรก: Wed 23 January 2008, 3:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 5 February 2008, 10:52 am
|
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ณ บัดนี้อาตมาภาพได้วิสัจชะนาพระธรรมมาเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อประดับสติปัญญาส่งเสริมศรัทธาความเชื่อและวิริยะภาคเพียรของท่านทั้งหลายผู้เป็นพุทธบริษัทให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปขอให้ทำในใจให้สำเร็จประโยชน์วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา

ดังที่ท่านทั้งหลายก็ทราบกันดีแล้วดังนั้นธรรมมาเทศนาในวันนี้ก็ ปรารภอาสาฬหบูชาถ้าจะเอาใจความของอาสาฬหบูชามันก็คือพระวัชจะนะอันแสดงถึงธรรมจักรกัปวัถนะสูตรการประกาศพระธรรมที่ได้ตรัสรู้ให้โลกรู้แต่เรามักจะไม่เรียกว่าวันธรรมจักรแต่เราเรียกวันอาสาฬหบูชาก็ยึดมั่นในเรื่องเวลามากกว่าเรื่องตัวจริงข้อนี้ก็ขอให้ใคร่ควรดูมั่งจะได้กระทำให้เป็นเรื่องจริงมากขึ้นไม่เพียงแต่เอาศักดิ์ตามเวลาแต่มันเป็นธรรมเนียมมากขึ้นได้ยินมากันแล้วว่าวันประสูติ ตรัสรู้เรียกว่าวันวิสาขะ วันธรรมจักรเรียกว่าวันอาสาฬหบูชา วันประชุมสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนาเรียกวันมาฆบูชามีอยู่เป็น 3วันท่านก็ทำความรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันไหนเป็นวันอะไรจะต้องทำอย่างไรจึงจะสมกันกับวันนี้เมื่อเทียบกันทั้ง 3 วันจึงจะเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
เทียบกันทั้ง 3 วันก็คือวันพระพุทธ วันพระธรรม วันพระสงฆ์วันพระพุทธคือวันวิสาขะวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานวันอาสาฬหบูชาคือวันที่แสดงพระธรรมที่ได้ตรัสรู้วันมาฆบูชาก็เป็นการประกาศการที่มีผู้ได้รับประโยชน์จากการตรัสรู้นั้นมากมายเป็นพระอรหันต์เกิดขึ้นจำนวนพันนี่เรียกตามลำดับการก็เป็นอย่างนี้ก็มีบางท่านบางอาจารย์นับเอาวันนี้เป็นวันครบหมดทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็มีโดยอ้างว่าวันนี้แสดงธรรมแล้วก็มีผู้รู้ตาม 1 องค์คืออัญญาโกทัญญะเอาเป็นพระสงฆ์แต่เพียงองค์เดียวมันดูยังไงๆอยู่จะไม่ยอมรับว่าพระสงฆ์องเดียววันนี้ครบหมดเกิดพระพุทธ เกิดพระธรรม เกิดพระสงฆ์ 3 อย่างอาตมาก็เห็นอย่างนั้นเอากันให้ชัดเจนว่าวันวิสาขบูชา เป็นวันประสูติ วันอาสาฬหบูชาเป็นวันประกาศสิ่งที่ตรัสรู้ วันมาฆบูชาเป็นวันประชุมกันของผู้ได้รับผลของการตรัสรู้ดูเอาแต่ใจความก็ว่าวันพระพุทธเจ้าเป็นวันที่มีผู้ค้นพบแล้วสอนธรรมะวันพระธรรมคือวันที่ผู้รู้บอกสิ่งที่ได้รู้ให้ผู้อื่นรู้
วันพระสงฆ์เป็นวันแสดงจำนวนผู้ที่ได้รู้ได้รับประโยชน์นี่ถ้าเอาวันพระพุทธ พระธรรม โดยหลักของการกระทำเราเป็นอย่างนี้มันผู้รู้ผู้บอกและวันที่ผู้บอก และวันที่ได้รับประโยชน์จากผู้บอก แต่ถ้าเราจะพูดกันอย่างภาษาธรรมที่ลึกซึ้งเราก็เอาบุคคลเป็นหลักพูดภาษาคนเอาบุคคลเป็นหลักพูดเรื่องบุคคลหรือสิ่งที่จะทำ ถ้าพูดภาษาธรรมเป็นหลักมันก็พูดกันแต่ธรรมพระพุทธเจ้าถ้ากล่าวกันโดยธรรมก็คือความบริสุทธิ์สะอาดสว่างสงบแห่งจิตใจ พระธรรมก็คือภาวะสว่างสงบแห่งจิตใจก็คือวันที่มีความสะอาดสว่างสงบแห่งจิตใจของคนจำนวนมากถ้ากล่าวอย่างนี้มันก็เป็นวันเดียวกันหมดทั้ง 3 องค์มันคงจะไม่ยอมแต่จะมาแนะให้เห็นตั้งแต่วันวิสาขบูชา วันประสูติ ตรัสรู้ นิพพานแต่เราก็บอกว่าประสูติ ตรัสรู้ นิพพานมันเรื่องเดียวกัน ประสูติก็คือเกิดพระพุทธเจ้า ตรัสรู้คือพระพุทธเจ้าตรัสรู้เพื่อเป็นพระพุทธเจ้า นิพพานคือนิพพานกิเลสตัดไปอย่างไม่มีเชื้อเหลือประสูติ ตรัสรู้ นิพพานมันเรื่องเดียวกันภาษาธรรม
วันวิสาขบูชาบุคคลผู้ประสูติและเป็นพระพุทธเจ้ามีจิตใจสว่างสงบคือรู้สะอาด ชำระความเศร้าหมอง วันวิสาขะวันเดียวแยกเป็น 4 ความหมายแยกเป็น 4 วันก็ได้เอามารวมเป็นวันเดียวก็ได้นี่ก็ควรจะมองเห็นควรจะเข้าใจมันไม่สำคัญอยู่ที่นั่นมันสำคัญอยู่ที่ความหมายของเรื่องวันนี้วันพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จะใช้เป็นวันเดียวซะคือวันสะอาด สว่าง สงบ เช่นเคยบอกหลายครั้งพระเจ้าก็มีหัวใจเป็นสว่าง สะอาด สงบ พระธรรมก็มีหัวใจเป็นสะอาด สว่าง สงบ พระสงฆ์ก็มีหัวใจเป็นสะอาด สว่าง สงบเมื่อเอาหัวใจเป็นหลักเหมือนกันเลยเหมือนกันตรงสะอาด สว่าง สงบ นั้นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 3องค์รวมเป็นองค์เดียวเสียผู้ใดทำจิตใจสะอาด สว่าง สงบได้ผู้นั้นก็เป็น พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์พุทธะเรียกพุทธะเฉยๆไม่ใช่สัมมาสัมพุทธะเพราะตรัสรู้เอาเองเป็นพุทธะทั่วๆไปไม่มีกิเลสมันก็บริสุทธิ์จึงควรจะนึกถึงข้อนี้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มีหัวใจเป็นอย่างเดียวกันมีความสะอาด สว่าง สงบ
ใครมี 3อย่างนี้มันก็เป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ซะเอง เดี๋ยวใครเขาก็หาว่าพูดบ้าๆบอๆแปลกออกไปไม่เอาด้วย ก็ตามใจเป็นเสรีภาพของใครจะเชื่ออย่างไรแต่มันเป็นทางรัดที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นองค์เดียวเสียและให้มีจิตใจของเราที่มีความสะอาด สว่าง สงบ ตามรอยพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ของเรา
ดังนั้นวันนี้กวาดหมดเอาพระธรรมเป็นหลักทำให้เกิดพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสรู้พระธรรม ถ้าไม่มีพระธรรมไม่มีอะไรตรัสรู้ถ้าตรัสรู้พระธรรมทำให้คนเป็นพระเจ้ามันคล้ายๆสร้างหรือคลอดพระพุทธเจ้าออกมา พระธรรมถูกแผ่ออกไปสู่ทุกคนมีความหมายว่าดับทุกข์ให้แก่ทุกคนคำว่าพระธรรมคำเดียวพอแล้วถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ ถ้าเข้าใจก็มีสิ่งเดียวก็มีพระธรรมคำเดียวแล้วก็ใช้สารพัดอย่างพระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาก็เพราะพระธรรม พระสงฆ์เป็นพระสงฆ์ขึ้นมาก็เพราะพระธรรมพระธรรมเป็นพ
ระธรรมต้องมีธรรมอยู่ที่นั่นทั้ง 3 องค์เลยเป็นองค์เดียวกันเสียความหมายเพียงคำเดียวสั้นๆว่าพระธรรมเป็นองค์เดียวเราก็เอาเปรียบว่าเวลาวันเดียวจะทำให้ครบหมดในความหมายของธรรมทุกความหมายจะเอาไว้เป็น 3 องค์เป็นองค์เดียวก็ได้ที่ได้อ่านได้ยินมาในอินเดียเขาก็ถือคำนี้คำเดียวเป็นหลักใหญ่พระธรรมบังเกิด พระธรรมปรากฏก็ยินดีกันใหญ่กันใหญ่ พระธรรมบังเกิดหรือพระธรรมปรากฏมีมากมายมหาศาลมันเกิดพระพุทธ หรือเกิดพระสงฆ์มันเกิดความรู้หรือผลของการปฏิบัติอะไรอีกมากมายเพราะเกิดพระธรรมเพียงสิ่งเดียวมันเกิดหมดพระธรรมมันรวมอย่างนี้
ถ้าพูดในหลักการศึกษามันมากกว่านี้พระธรรมคือธรรมชาติคือกฎของธรรมชาติ คือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติคือผลที่ได้รับจากหน้าที่ของธรรมชาติอย่างนี้แล้วมันยิ่งหมดทั่วฟ้าทั้งจักรวาลเป็นธรรม หรือธรรมะหมดจะถือเอาความหมายนี้ก็ได้ ธรรมชาติมีอยู่ในตัวเราทุกคนเนื้อหนัง กระดูก ดิน น้ำ ลม ไฟมันอยู่ในตัวเรานี่คือตัวธรรมชาติที่ตัวธรรมชาติก็มีกฎของธรรมชาติบังคับอยู่ดังนั้นร่างกายจึงมีหน้าที่ได้เพราะมันมีกฎของธรรมชาติบังคับอยู่ทุกๆเซลล์ก็เป็นไปตามกฎนั้นมันมีกฎของธรรมชาติสิงอยู่จึงเกิดหน้าที่ในส่วนนั้นๆสิ่งมีชีวิตมันต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ๆสูบฉีดโลหิตทุกๆอย่างทำหน้าที่ ทุกๆเซลล์ทำหน้าที่นี่ก็เกิดผลออกมาเป็นความสุขสบายไม่มีความสบายก็ได้
ถ้าทำหน้าทีผิดดังนั้นธรรมะทั้ง 4 ความหมายมีอยู่ในบุคคลทุกคนๆคืออยู่ในธรรมชาติ ตัวกฎของธรรมชาติ ตัวหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ตัวผลจากหน้าที่ของธรรมชาติก็ดีมีอยู่ในทุกตัวคนแต่มันไม่รู้ก็ไม่รู้ความลับมันอยู่ที่ปลายจมูกหรือหน้าภาคของคนโง่มันเป็นธรรมดาขอให้เข้าใจที่ปลายจมูกหรือหน้าภาคของคนโง่ที่คนโง่มองไม่เห็นทำไงได้เป็นความลับไปเสียหมดแต่มันก็อยู่ที่ปลายจมูกหริอหน้าภาคนี่เราควรจะเพิ่มความคิดความนึกด้วยสติปัญญาอย่าให้เป็นหมันเปล่าบางคนชื่อปัญญาแต่โง่ยิ่งกว่าเต่าก็มี บางคนชื่อว่ารวยๆแต่มันไม่มีสตางค์มันก็บ้าชื่อนี้ระวังหน่อย
ขอให้ทุกคนมีอะไรสมชื่อและรอดตัวเขาตั้งมาดี และมองเห็นว่าคนๆเดียวมีครบหมดมีธรรมชาติ มีกฎของธรรมชาติ มีหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ มีผลจากหน้าที่ของธรรมชาติ มนุษย์มีพิเศษบางอย่างมันทำหน้าที่เองตอนนอนหลับมันสูบฉีดดลหิตเองแต่บางหน้าที่นั้นเราต้องทำด้วยเจตนามันก็มีหน้าที่มันครบถ้วนชีวิตก็อยู่ได้คือชีวิตอยู่ได้ด้วยธรรมะคือหน้าที่ๆ หน้าที่นั้นต้องถูกต้องถึงจะรอดถ้าหน้าที่ผิดมันก็ตายจงมีความถูกต้องมีการทำหน้าที่ต้องมีธรรมะด้วยความถูกต้องและมันก็รอดนี่พูดซะยืดยาววันนี้สรุปใจความให้สั้นมันเป็นวันพระธรรมนี่เรามากันก็ขอให้มันเป็นเรื่องของพระธรรมเต็มที่วันอื่นเราไม่ได้มาประชุมกัน
ที่นี่มันยากที่จะพูดกัน แต่วันนี้เรามาประชุมกันที่นี่มันง่ายที่จะพูดกัน ทุกคนรวมกัน ทำให้เป็นพิเศษสำหรับพระธรรมมันก็มีพระธรรมปรากฏแก่จิตใจนั้นมันอยู่ที่บ้านที่เรือนมันก็ยุ่งวุ่นวายไม่รู้อะไรแต่วันนี้อุตส่าห์มานั่งกันที่นี่ นั่งกันในป่าที่มันคล้ายกับพระพุทธเจ้านั่งประกาศธรรมเราจะมาชวนกันให้มันเหมาะสมเช่นนั้นให้มีธรรมให้เห็นธรรมนั่นแหละให้เข้าใจธรรมยิ่งๆขึ้นไปอย่าให้มันจบลงด้วยอานุสาวรีแห่งความโง่ทำอะไรทำเสียเป็นวรรคเป็นเวรคือความตายสิ่งที่เหลืออยู่คืออานุสาวรีแห่งความโง่มีความโง่เหลืออยู่มันไม่ไหว
ขอให้มันฉลาดทุกครั้งที่หายใจมันฉลาดมากขึ้นเพราะมันได้ผ่านอะไรมากขึ้นขอย้ำอีกทีว่าให้รู้จักพระธรรมที่มีความหมายว่ารวมหมดทุกสิ่งจากสากลโลกจักวาลตัวธรรมชาติ หน้าที่ธรรมชาติ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ผลที่ได้จากหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติทั้งหมดมันมีครบทั้ง 4 อย่างนี้มันก็เป็นธรรมคือความถูกต้องสำหรับที่จะรอดแล้วเราก็ได้รอดเชื่อว่าปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะสุดแห่งชีวิตคนไม่ประมาทมันรีบใช่โอกาสนี้ได้รับธรรมที่สูงสุดให้ทันก่อนสิ้นชีวิตมันจะเสียเวลาบางเวลาไม่สนใจเรื่องธรรมระวังให้ดีบางคนทั้งวันไม่ได้สนใจเรื่องธรรมไปสนใจเรื่องการเรื่องงานเรื่องอิจฉาริษยาเรื่องเห็นแก่ตัวไม่มีเวลาเป็นธรรมประกอบอยู่ด้วยธรรมหรือมีธรรม เป็นความสว่าง สะอาด สงบแห่งจิตใจและถ้าวันอื่นๆมันไม่ได้ธรรมก็ขอให้วันนี้มันเป็นพระธรรมรู้สึกซึมทราบความสะอาด สว่าง สงบของจิตใจจิตใจนี่มันมีธรรมชาติเป็นของบริสุทธิ์เป็นจิตเรียกว่าธาตุชนิดหนึ่งเป็นจิตล้วนๆบางพวกเรียกว่าวิญญาณแต่อย่าไปเรียกตามเรียกว่าจิตล้วนๆจิตมันเป็นจิตล้วนๆแล้วก็มีสิ่งที่มาประกอบจิตให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้เวลานั้นไม่ล้วนซะแล้วพอมีอะไรมาประกอบจิตให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้จิตล้วนๆมันก็เรียกกุนในธรรม คือ อะวังพิธรรม คือจิตล้วนๆอยู่เป็นตัวภพพระพุทธเจ้าเรียกว่าประภัสสรมันมีอยู่กับกิเลสเรียกว่าประภัสสร
แต่เราเรียกภาษาเราว่าจิตล้วนๆไม่มีอะไรปนจิตล้วนๆตั้งอยู่เป็นตัวชีวิตมีความรู้สึกคิดนึกเข้ามาประกอบจิตก็เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เข้ามาประกอบความบริสุทธิ์เป็นกิเลสเข้ามาประกอบก็เป็นจิตกิเลสเพราะกิเลสมีหลายร้อยอย่างคือจิตล้วนๆเปลี่ยนไปได้มากมายนับไม่ไหวอยากจะพูดสักหน่อยแต่มันเป็นเรื่องนอกเรื่องคือความเป็นหญิงหรือความเป็นชายไม่ได้มีอยู่ในจิตเป็นจิตล้วนๆไม่ได้เป็นหญิงหรือเป็นชายต่อเมื่อมันมีความรู้สึกว่าเป็นหญิงหรือเป็นชายเกิดขึ้นจิตจึงจะเปลี่ยนไปเป็นหญิงหรือเป็นชายในจิตของผู้ชายมันก็ไม่เป็นชายมันเป็นจิตล้วนๆความรู้สึกที่เป็นชายเรียกตามภาษาพระธรรมเรียกปุริสินธีในความรู้สึกเป็นชายแรงกล้าครอบงำจิตเป็นชาย
ถ้าเป็นหญิงสินธียังเป็นอำนาจสูงสุดเป็นใหญ่มีลักษณะเป็นหญิงครอบงำจิตจิตจึงเป็นหญิงถ้าไม่โง่เกินไปเราคงสังเกตเห็นว่าเป็นหญิงหรือเป็นชายมันต้องมีสิ่งนี้ครอบงำจิตว่าเป็นหญิงหรือชายนี่ถ้าบางเวลาจิตไม่ได้รู้สึกอย่างนี้จิตมันก็ไม่เป็นหญิงหรือเป็นชายนั้นมันเวลานอนหลับมันก็ไม่เป็นหญิงหรือเป็นชายตื่นอยู่มันไม่คิดมันดึงได้เป็นจิตล้วนๆเพียงแต่ว่าธรรมชาติมันสร้างสิ่งที่ต้องเป็นหญิงเป็นชายไว้ในร่างกายนี้ที่แบบแกนมีความรู้สึกว่าเป็นหญิงหรือชายสามาในร่างกายผู้ชายมาในร่างกายผู้หญิงแล้วก็ได้สร้างอวัยวะเพศตามเพศนั้นใส่มาให้ด้วยมันมีทั้งเพศหญิง เพศชายด้วยที่จริงมันได้อารมณ์อายันตะนะจากข้างนอกรูป เสียง กลิ่น รส บทพระ ธรรมมารมย์ คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้รับเอารูป เสียง กลิ่น รส บทพระเข้ามันก็ไปผสมกับเรื่องอินทรีย์หญิงหรืออินทรีย์ชายแล้วแต่เรื่องถ้าได้รับอินทรีย์ชายครอบงำจิต จิตนั้นก็เป็นชายมันก็บ้าทำแบบชายมันอย่างหญิงมันก็บ้าอย่างหญิงนั้น
ความเป็นหญิงความเป็นชายเป็นของหลอกชั่วขณะแต่คนไปโง่กับมันถึงที่สุดว่าเป็นหญิงเป็นชายไปตลอดเวลาตายแล้วมันยังเอาไปได้มันคิดนั้นขอให้เชื่อจิตล้วนๆไม่บุญ ไม่บาปไม่อะไรหมดไม่หญิงไม่ชายจิตล้วนๆอินทรีย์ทั้งหลาย กระทั่งอินทรีย์ที่ความเป็นพระอรหันต์ปัญญาคาวีเป็นพระอรหันต์ครอบงำจิต จิตเป็นพระอรหันต์สิ่งที่จะมาสวมกับจิต และจิตมันมีตั้งหลายอย่างที่สวดมี22อย่างและจิตแท้ๆไม่มีอะไรเลยมันถูกวิธีจิตแท้ๆก็มีอินทรีย์ฝ่ายตรัสรู้จิต สมาธิ ปัญญาจิตล้วนๆไม่มิอะไรเลยความหมายเป็นอะไร ไม่ดีไม่ชั่ว ไม่บุญไม่บาป ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่หญิง ไม่ชายไม่เป็นอะไรเลยเป็นได้การทำความเพียรทำวิปัสสนาอะไรก็ดีสร้างอินทรีย์ฝ่ายที่จะให้ตรัสรู้เพิ่มขึ้นๆทำอานาปานะสติทำอะไรก็ดีที่เรียกว่าทำกรรมฐานมันพอกพูนอินทรีย์ฝ่ายที่ดับทุกข์ที่เป็นประโยชน์มากขึ้นแล้วก็ไม่ให้โอกาสอินทรีย์ฝ่ายที่เกิดโทษเกิดทุกข์
ขอให้รู้ว่าจิตนี้ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นหญิงเป็นชายความรู้สึกว่าเป็นหญิงเป็นชายนั้นเป็นอินทรีย์ชนิดหนึ่งซึ่งมาครอบงำทำให้โง่ให้บ้าถ้าว่าจิตเป็นหญิงเป็นชายโดยเด็ดขาดแล้วเป็นพระอรหันต์ไม่ได้หลอกเพราะนั้นจิตที่ไม่เป็นหญิงเป็นชายเป็นจิตเดิมแท้ขจัดความเป็นหญิงเป็นชายออกหมดก็เป็นจิตล้วนๆเป็นตัวกูเป็นของกูเป็นอะไรทั้งหมดนี่คือความลับของธรรมะซึ่งเราต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่าธรรมะเป็นอย่างไรความจริงเป็นอย่างไรคือจิตเดิมแท้แต่พลังจิตมันไม่เป็นอะไรมันเลยไม่มีอะไรแต่จิตประภัสสรไม่มีตัวกูไม่มีของกูไม่มีกิเลสเป็นจิตที่ปราศจากกิเลสด้วยประการทั้งปวงเรียกว่าจิตประภัสสรธรรมดาจิตของเราก็ประภัสสรอยู่แล้วไม่ใช่ไม่ประภัสสรจิตธรรมดาก็ไม่มีกิเลส
แต่เรามีกิเลสต้องไปทำจิตภาวนาเป็นพระอรหันต์ประภัสสรตายตัวไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไปไม่มีกิเลสนี่ความลับเกี่ยวกับจิตมีถึงขนาดนี้ก็ไม่ได้ทำเพราะเราไปมัวโง่สิ่งที่ไม่ต้องทำสิ่งที่ควรทำไม่ได้ทำไม่รู้พระธรรมที่สูงสุดที่ตรัสรู้คือขจัดความทุกข์ออกไปหมดเสียมีแต่จิตที่ไม่มีกิเลสมันก็ไม่มีความทุกข์เรื่องก็จบการประพฤติธรรมะประภัสสรตลอดกาลนี่กับมีกิเลสอีกต่อไปนี่เรื่องมันมากเรื่องต้องรู้ปฏิบัติมันมากเกิดผลหลายอย่างหลายประการนี่ถ้ารู้ในทางที่ไม่เกิดกิเลสมันก็ก้าวหน้าถ้ารู้ไปในทางนิพพานมันก็คนระทางในทางยึดมั่นถือมั่นมันก็อยู่ที่นี่คือเดี่ยวนี้พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้คือออกไปจากกิเลสทั้งหลายหมดก็เป็นหลุดพ้นออกไปท่านก็อุตส่าห์มาสอนสัตว์ทั้งหลาย
นี่พระคุณของพระพุทธเจ้าๆดับทุกข์ด้วยพระองค์เองก่อนแล้วสอนสัตว์ทั้งหลายให้ดับทุกข์ได้ด้วยคือวันตรัสรู้ท่านปลดเรื่องกิเลสออกไปหมดวันที่ตรงกับวันอาสาฬหะนี้เปิดเผยขึ้นเป็นครั้งแรกแต่ว่าก่อนพระพุทธเจ้านั้นเขามีตัวตนเขามีขัน 5 เป็นตัวตนก่อนพระพุทธเจ้ายังไม่รู้จักขัน 5 แต่เขารู้จักเรื่องตัวตนรู้เป็นตัวตนตาได้เห็น หูได้ยินนี่เข้ามาเป็นตัวตนสัญญาเป็นตัวตนแล้วมันเชื่อได้ สังขารเป็นตัวตนแล้วมันคิดได้ พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นดูกันใหม่ขัน 5 ไม่ใช่ตัวตนถ้ามีตัวตนมันมีกิเลสมันก็มีความทุกข์ ความทุกข์เกิดมาจากตัณหาตัณหาคือกิเลสมีตัวตนเป็นผู้อยากอย่างโง่เขลา ผู้อยากอย่างความโง่ไม่ได้ฉลาด
ถ้าอยากด้วยความโง่ก็เรียกตัณหา โรพะ ราคะ ไปตามเรื่องถ้าอยากด้วยสติปัญญาอยากด้วยสมาธิสิ้นเชิงก็เรียกสังกับปะ สังกับโปแล้วแต่ที่พูดในกรณีไหนตาตัวมันคล้ายสังกับปะความอยากกับสติปัญญาจะดับความทุกข์สิ้นเชิงเป็นความอยากที่ต้องมีความอยากที่ต้องละคือปัญหา โรพะ ราคะต้องละพระเจ้าตรัสรู้ความทุกข์เกิดจากปัญหาก็มาแนะให้มีสัมมา สัมมาทิฐิ สัมมาสังกับปะ สัมมาวาจาเป็นสิ่งที่ท่านทำให้มีประสงค์อย่างนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาเป็นความประสงค์ที่จะดับซึ่งปัญหาวันที่สมมุติว่าวันอาสาฬหะวันแสดงธรรมมาจักรเราจะแสดงเรื่องนี้ให้รู้จักตัณหาคือความอยากด้วยอำนาจอวิชชาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ดับมันเสียด้วยองค์ 8 ประการคืออริยะมรรคมีองค์ 8
ดังนั้นวันนี้เราต้องรู้ว่าเป็นวันสำคัญเป็นวันที่เราจะต้องจัดการกับชีวิตของเราให้มันได้รับผลของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและการตรัสรู้ของพระเจ้ามีประโยชน์แก่เรามิฉะนั้นเราก็เป็นใต้คอบัวไม่รู้เกสรบัวมันก็เป็นซะอย่างนั้นมันก็ปรับปรุงให้ชีวิตเหมาะสมปฏิบัติให้ได้รับธรรมะหรือพระธรรมอย่างที่พระพุทธเจ้าประสงค์ให้เราได้รับพระพุทธเจ้าหวังให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงหมดความทุกข์แต่ไม่ใช่ประสงค์ด้วยอวิชชาหรือตัณหาประสงค์ด้วยปัญญาสูงสุดสัตว์ทั้งปวงควรจะดับทุกข์ขอให้ทุกข์คนทำตามประสงค์ที่จะดับทุกข์เป็นสาวกของพระพุทธเจ้านี่ก็ได้รับประโยชน์จากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ทำให้พระพุทธเจ้าสมประสงค์ท่านประสงค์อย่างนั้นเราอุตส่าห์ทำให้ท่านสมประสงค์อย่าเป็นเต่าอย่าเป็นแรดอย่างนั้นทำให้พระพุทธเจ้าผิดประสงค์ทำให้ทุกคนมันรู้และดับทุกข์ได้นี่คือความไม่ประมาทมันอยู่ที่ตรงนี้ที่ทำให้พระพุทธเจาไม่ผิดหวังท่านหวังว่าสัตว์เหล่านี้จะพ้นทุกข์แล้วก็ทำให้พ้นทุกข์ตามสมควรอย่างน้อยก็ต้องมีการพ้นทุกข์วันนี้เป็นวันพิเศษอย่างยิ่งที่เราจะมาพูดกันเรื่องนี้ๆทิ้งเรื่องอื่นหมดเลยมาประชุมกันอยู่ที่นี่สนใจแต่เรื่องนี้ไอ้เรื่องที่บ้านก็ชั่งมันอยู่ที่เรื่องเราจะสนองไม่ให้พระพุทธเจ้าผิดหวังจะเอาชนะกิเลสและความทุกข์ให้ได้ตามสมควรมันอยู่ที่วันนี้ที่ธรรมะทรงค้นพบและแจกทุกคนการแจกธรรมะของพระพุทธเจ้ามีผลนี่เป็นหวังกลับที่ปรารถเบื้องต้นขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์มาจากที่ไกลมาทำอะไรมาตามธรรมเนียมก็ยังเป็นเต่าเป็นแรดหรือว่าเห่อมาเหมือนเด็กๆมาดูนี่ก็คือเราไม่ได้เห่อและไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น
แต่ว่ารู้วันนี้เป็นวันพิเศษวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มีความหมายอย่างนี้มาสักซ้อมศรัทธาที่เรามีอยู่แล้วให้มันงอกงามยิ่งขึ้นอย่าให้มันเฉยอยู่สักซ้อมศรัทธาแล้วก็มาเพิ่มเติมศรัทธาคล้ายกับว่ามาปรับปรุงจิตใจให้มีความหมายกับวันนี้คือวันแสดงธรรมมาจักรก็เกิดจิตใจเป็นพิเศษสักชั่วโมงก็ยังดีชั่วโมงไม่ได้เอานาทีเดียวจิตใจพิเศษไม่มีกิเลสเกิดขึ้นไม่มีความทุกข์ลบกวนจิตเป็นอิสระจากกิเลสและความทุกข์สัก 5นาทีก็เหลือจะพิเศษถ้าตั้งใจก็ไม่ผิดหวัง
ขอให้ตั้งใจจะไม่ผิดหวังความรู้ความเข้าใจที่ได้ทำสักซ้อมความเชื่อสักซ้อมความรู้สักซ้อมสมาธิ สติจนจิตใจพิเศษมีจิตใจพิเศษพักหนึ่งหน้าจะครึ่งวันเดี๋ยวนี้ทั้งวัน ทั้งเดือน มันก็มีแต่จิตใจขุ่นมัวกิเลสสารพัดอย่างขอให้ใคร่ครวญอย่างนี้รู้สึกเศร้ากับตัวเองว่าไม่สมควรแก่เวลา การศึกษา สถานะภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาไม่สมกับชื่อ ไม่สมกับฐานะมันก็เรียกว่าเป็นหมันแล้วก็มาพูดกันชั่วโมงว่าอาสาฬหะคืออะไร วันพระธรรมคืออะไร ธรรมะคืออะไรอยากจะท้าทายว่าไอ้พวกแรดมันคงจะหายโง่ไปหลายตัว ว่าจิตแท้ๆไม่ได้เป็นหญิงไม่ได้เป็นชายต่อเมื่อสิ่งครอบงำจิตอินทรีย์จิตจึงจะเป็นหญิงเป็นชายชั่วขณะบางเวลามันก็หลับไปบางเวลาที่เราไม่ได้สนใจว่าเป็นหญิงเป็นชายก็มีได้มากถึงขนาดนี้เรื่องกิเลส โรพะ ราคะ โมหะ โทสะ
ทำไมจะขจัดออกไม่ได้เพราะมันง่ายมากกว่าความเป็นหญิงเป็นชายทีนี้มาทำอาสาฬหบูชาเด็กๆรู้ว่าเวียนเทียนถ้าผู้ใหญ่รู้แค่นั้นมันก็ยังเป็นเด็กๆน่าสงสารผู้ใหญ่เหล่านี้รู้จักว่าถือเทียนและเดินเวียนน่าสงสารก็ต้องพูดถึงคำว่าประทักษิณถือเทียนเดินเวียนขวามันเป็นรูปแบบไม่ใช่ความหมายอย่างเดินเวียนเทียนทำไปตามรูปแบบทำไปเหมือนระเมอภาษาธรรมะประทักษิณแปลว่าเวียนไปในทางสูงขึ้นดีขึ้นจนเป็นยอดคนสูงขึ้นไปๆไม่ใช่เวียนอยู่ตรงนี้ไม่ทำอะไรมันทำให้สูงขึ้นไปๆจากฐานที่จะเป็นกิเลสถูกละเวียนสูงขึ้นไปๆเอาหอยตัวใหญ่มาวางดูมันจะมีลายที่มันเวียนๆอยู่แหลมยอดได้ความหมายประทักษิณเวียนไปทางขวาหมายความว่าถูกต้อง
เมื่อถูกต้องมันก็ดีขึ้นไปสูงขึ้นไปจนพ้นสิ่งที่น่ารังเกียจคือกิเลสและความทุกข์สอนลูกเด็กๆว่าเวียนทักษิณหมายความว่าอย่างไรแต่ที่มาเวียนก็ให้คิดถูกว่าจิตใจของเราสูงขึ้นๆนี่คือเวียนประทักษิณทำให้จิตใจนึกถึงพระพุทธคุณสูงขึ้นๆรู้สึกมีพระพุทธคุณสูงขึ้นๆรู้จักว่าจิตเบาบางจากกิเลสสูงขึ้นๆในลักษณะอย่างนี้ก็เรียกว่าเวียนขวาปีหนึ่งเราเวียนแค่ 5 นาทีนอกนั้นเวลาทั้งปีตายดินมันอยู่ใต้กองโคนมันโผล่ขึ้นมาเวียนขวาๆปีหนึ่งสัก 5 นาทีไม่ยากเราไม่ต้องใช้คำว่าทักษิณเวียนขวาก็ได้เราทำจิตให้ก้าวหน้าโดยสมาธิภาวนามันก็เป็นเวียนประทักษิณด้วยความถูกต้องสูงขึ้นๆมีความถูกต้องๆนี่ก็ทักษิณจิตมันเป็นเองนั่งอยู่เป็นสมาธิแล้วจิตเวียนขวาของมันเองสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยอำนาจที่เรียกว่าอะตัมมะยะตาเป็นคำใหม่ช่วยกันศึกษาให้เข้าใจได้ประโยชน์อะตัมมะยะตาเป็นคำพิเศษเขาไม่เอามาพูดกันเขาไม่รู้ว่าอะไรเลยไม่เอามาพูดกันอะตัมมะยะตาเป็นตัวทำให้ทุกสิ่งวิวัฒนาการสูงขึ้นๆในหนังสือแปลว่าอะไรๆปรุงแต่งไม่ได้ไม่ติดอยู่กับอะไรไม่สำเร็จอยู่กับอะไรธรรมดาจิตของเรามันติดอยู่กับสิ่งแวดล้อมกำลังหลงรักอะไรมันก็สิ่งนั้นแหละ
ที่หลงติดอยู่ที่นั่นสูงขึ้นไปไม่ได้ถ้าระสิ่งนั้นมันก็สูงขึ้นไปได้อตัมมะยะตาสูงขึ้นไปเป็นลำดับสุดท้ายก็เป็นพระอรหันต์อะตัมมะยะตาจากกามมารมย์ด้วยวิธีของจิตภาวนามันก็ไปอยู่ที่รูปชานไปหลอยู่ที่รูปชานแต่มารู้สึกก็มีอตัมมะยะตาละทิ้งจากรูปชานขึ้นไปๆไปอยู่ติดที่อรูปชานหนักเข้าก็รู้จักวิธีระอรูปชานไปสู่นิโรจน์อะตัมมะยะตามีพระบาลีพิเศษประโยคหนึ่งอะตัมมะยะตาสำหรับจะละอะไรพระผู้มีพระภาคระไว้หมดแล้วอะตัมมะยะตาสำหรับระปฐมชานท่านผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้วสำหรับระทุติยะชานตรัสไว้แล้วทำไมไม่มีใครเอามาพูดไม่รู้ทำให้เข้าใจว่าอะตัมมะยะตาไม่มีในพระไตรปิฏกมีหลายแห่งในความหมายที่ว่าอะไรๆจะมาจับยึดไว้ไม่ได้ที่จริงมันแปลว่าสำเร็จอยู่ด้วยไม่สำเร็จอยู่ด้วยไม่มีอะไรมากักตัวอยู่กับสิ่งนั้นไม่สำเร็จอยู่กับประเภทนั้นไม่สำเร็จอยู่กับอารมณ์เกิดกิเลสประเภทไหนหรือว่าภพชาติชนิดไหนถอนออกมันเป็นอะตัมมะยะตาที่จริงได้ใช้ประโยชน์กับมันมามากแล้วเช่นเราจะเป็นเด็กทารกอีกไม่ได้ที่นั่งอยู่นี่ใครเป็นทารกอีกได้มั่งทำไมจะไม่อยากเป็นเพราะมันถอนจากเด็กทารกเสียแล้วถอนจากความเป็นเด็กทารก ความเป็นเด็กทารกเสียแล้วจนเป็นเด็กโตถอนอีกเป็นหนุ่มสาวถอนอีกเป็นพ่อแม่เป็นปู่ย่าตายายมันจะกลับเป็นเด็กทารกอีกไม่ได้เพราะมันถอนเสียแล้วนี่ความรู้สึกอันนั้นเรียกอะตัมมะยะตาอะไรๆก็จับฉวยด้วยจิตอยู่ที่ตรงนั้นตลอดไปไม่ได้นั้นจึงมีวิวัฒนาการทางวัตถุก็ได้ทางร่างกายก็ได้ทางจิตใจก็ได้มีวิวัฒนาการขอบคุณอะตัมมะยะตา
ทำให้มีวิวัฒนาการเลื่อนชั้นๆก็ตรัสไว้แล้วทั้งหมดอะตัมมะยาเพื่อปฐมชาน ทุติยะชานพระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้วโทษใครไม่ได้จากตามาสู่รูป รูปหลายๆชั้นออกจากรูปมาสู่อรูป ออกจากอรูปมาสู่นิโรจน์นิพพาน
แต่เมื่อไม่ได้ยินก็ไม่รูว่าเรื่องเดียวกันมาปฏิบัติชื่ออะไรมันมีการที่ละจากสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นมันมีอตัมมะยะตาทั้งนั้นเช่นว่าธรรมมาจักรกัปวัตนะสูตรเขาสอนเรื่องอริยะมรรค มรรคมีองค์ 8 นั่นไปเอามาเถอะมันมีอตัมมะยะตามันถอนออกมาจากสิ่งที่ไม่ควรเกี่ยวข้องไม่ควรจะติดยึดสมชื่อมรรคแปลว่าเดินไปๆเดินออกจากที่เดิมที่ไม่อยู่ตัวอริยะมรรคมีองค์ 8 เป็นตัวปฏิบัติเมื่อมีอตัมมะยะตาแต่เขาไม่เรียกอย่างนั้นเขาไม่พูดอย่างนั้นไปดูเอาเองเมื่อปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 อยู่มันก็ถอนจากต่ำๆมาอยู่สูงข้อนี้ยังไม่ใช่ที่สุดก็ถอนต่อไปอีกยังไม่ใช่สิ้นสุดก็ถอนต่อไปอีกอย่างที่พระพุทธเจ้าถอนๆตามลำดับอยู่กับพุทธะตะดาบส รามาบุตรมาเป็นพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยพระองค์เองอย่างเข้าใจผิดว่าเขาไม่รู้อะไรในอินเดียก่อนพระพุทธเจ้าเขาก็รู้อะไรมากเช่นเดียวว่าสัญญายันตะนะหรืออาสาวะเขาก็รู้ไม่ใช่ไม่รู้พระพุทธเจ้ารู้วิธีออกจากเทวสัญญาอายันตะนะท่านก็มาสู่นิโยทัศนาบัตรชนิดที่หาอาสาวะไม่ได้สูงอย่างนั้น
เท่าที่รู้กันมาต่ำกว่ามากมายมากกว่าพระเณรหัวโล้นๆนี่รู้รู้ถึงสัญญาอายันตะนะรู้ถึงสัญญานานิโรจน์ที่ยังมีอาสาวะแต่นี่เราไม่รู้พระเณรหัวโล้นๆเป็นแสน เป็นล้านก็ยังไม่รู้ในสิ่งที่ชาวอินเดียจำนี่ลูกศิษย์พระพุทธเจ้ามันล้าหลังอย่างไรนี่กู้หน้ากู้ตาให้ตัวเองกูหน้าให้พระพุทธเจ้าก็มีสาวกวิ่งได้ยังมาหลงอวดดีรู้นั่นรู้นี่รวยนั่นรวยนี่มานั่งอยู่นี่มันก็จมลงไปๆไม่มีอตัมมะยะตามันก็ไม่มีเวียนขึ้นๆไม่มีก้นหอยขึ้นมาทักษิณแล้วก็จมลงไปๆวันนี้เป็นวันพิเศษมาสนใจอาการที่ละอายจมอยู่ๆจมลงไปอีกๆคิดดูเอาเองอีกไม่กี่ปีมันจะตายจะไปทำกันตอนไหนรีบทำกัน
ตอนนี้ทำความเข้าใจก่อนร่างกายมันจะตายจิตมันก้าวหน้าจนไปรู้จักสิ่งที่อยู่เหนือปัญหาความทุกข์ประการทั้งปวงนี่เรียกว่าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรได้รับกันไปทั้งนั้นคิดไปๆมันก็น่าเศร้าเสียเงินเสียทองก็ไม่ทำให้เต่าสักตัวลืมตาพระพุทธเจ้าไม่ได้เสียสตางค์เลยสักสตางค์ที่ได้ทำให้เต่าให้แรดลืมตาเป็นแสนๆล้านๆ
เดี๋ยวนี้สมาคมนั่นเสียเงินเป็นล้านๆทำให้เต่าสักตัวลืมตาไม่ได้ก็ยังอวดดีกันนักยังยกหูชูหางหาลูกศิษย์หาลูกศิษย์ว่าลูกศิษย์อยู่ไหนบ้างอย่างนี้ยังมีอยู่มากนี่ข้อความอย่างนี้มีในพระไตรปิฏกแต่ในหนังสือกามนิต เขียนหยามอาจารย์ที่หาลูกศิษย์ไว้มากนี่มันเต็มไปหมดอาจารย์หาลูกศิษย์หาอย่างเป็นลูกศิษย์ก็ไม่เท่าไรนี่เป็นความชะงักงันของพวกเรา ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกายังชะงักงันไม่เวียนประทักษิณอย่างนี้มันเวียนประทักษิณยังไงไม่รู้ญาติผู้เฒ่าของอาตมาเขาเป็นคนแก่วัดแกบอก
อาตมาว่าบวชพระทั้งพรรษาคำสอนที่ดีที่สุดที่พระพุทธเจ้าสอนพวกโนรามันก็สอนเพราะมันมีร้องว่าสวยขึ้นเลื่อยๆสวยลงเลื่อยๆนี่พระพุทธเจ้าสอนสวยขึ้นเลื่อยคือมันถูกต้องๆบางทีมันก็สวยลงเลื่อยมันผิดพลาดจำ 2 คำนี้ไว้พออย่าให้มันสวยลงเลื่อยๆ สวยขึ้นเลื่อยๆมันมีสิ่งที่เรียกว่าอะตัมมะยะตาสติปัญญาอันชาญฉลาดจะเกิดขึ้นมาจากการตกลงถอนตัวออกมาจากสิ่งที่ติดอยู่ยึดมั่นถือมั่นอยู่ถอนออกมาคือเรียกว่าก้าวหน้าในทางแห่งพระศาสนาของพระศาสดาลักษณะสวยขึ้นเลื่อยๆหลับตาเป็นแรดอยู่คนเดียวมันเพ้อเจอเกือบ 2 ชั่วโมง
มันเพ้อเจออาตมาคิดว่ามันจำเป็นที่ต้องพูดกันตรงๆอย่างนี้เพื่อเกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงกี่ปีๆมันก็ไม่เกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนการแสกงพิธีรีตองจิตใจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางสูงขึ้นๆนี่เราพูดกันตรงๆพูดกันเองไม่มีคนนอกพูดกันตรงๆไม่ต้องละอายไม่ว่ายังไงก็มาทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเป็นการหลักพระพุทธศาสนาออกมาเพื่อขจัดทุกข์ออกมาเพื่อความรู้ที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้สอนไว้มันรู้ตามๆยิ่งขึ้นๆที่จริงวันนี้เป็นวันที่เรารู้อริยะสัจ 4 ยิ่งขึ้นๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สำเร็จประโยชน์ยิ่งขึ้นเวลาชั่วโมง 2ชั่วโมงมันทำได้แค่ไหนต้องเป็นวันเป็นคืนต้องทบทวนเรื่องอริยะสัจ ที่ละเอียดเรื่องอิธะปะริยะตา ปติจะสมุบาท
ถ้าเอากันแต่ย่อๆอริยะสัจ 4 ถ้าระเอียดก็อิธะปะริยะตา ปติจะสมุบาทที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ผู้ใดเห็นปติจะสมุบาทผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรามันมาถึงเรื่องอริยะสัจโดยย่อเรื่องอิธะปะริยะตา ปติจะสมุบาทโดยพิสดารสอนให้เป็นหลักสูตรที่สอนที่ฝรั่งมาจากแดนไกลมาขอให้สอน ขั้นแรกเรียนเรื่องอริยะสัจ ปติจะสมุบาทมันก็ให้ปฏิบัติตามนั้นให้ได้อานาปานสติภาวนามันไม่มีอะไรดีกว่านี้ขอสารภาพว่ามันยังไม่สำเร็จมันยังเป็นเต่าทั้งผู้สอนหรือผู้เรียนมันยังเป็นแรดทั้งผู้สอนหรือผู้เรียนมันยังอีกมากกว่าจะมีความรู้เรื่องอิธะปะริยะตากว่าจะได้เรื่องอานาปานสติภาวนาอย่างเพียงพอคืออันนี้มันเป็นเรื่องวันนี้มันเป็นเจ้าของเรื่องอริยะสัจ เรื่องปติจะสมุบาทมันเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามอัดถังฐิกะมรรคคือคนที่โง่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอานาปานสติ
เรื่องอานาปานสติสมบูรณ์เรื่องอัดถังฐิกะมรรคก็สมบูรณ์พระพุทธเจ้าตรัสไว้เองว่าอานาปานสติสมบูรณ์อธิฐาน 4 ก็สมบูรณ์มรรคก็สมบูรณ์ปฏิบัติอานาปานสติสมบูรณ์อริยะมรรคก็สมบูรณ์และก็ยังทำไม่ได้เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเรายังไม่มีกำลัง กำลังทางจิตอย่างน้อยมันมีกำลังทางอื่นนั้นถ้าว่ายังทำอะไรไม่ได้วันนี้อีก2-3ชั่วโมงมันจะค่ำแล้วพูดกันได้กี่มากน้อย ทำความเข้าใจกันกี่มากน้อย ทำความเข้าใจกันลึกขึ้น เวียนขึ้น สวยขึ้นเลื่อยๆ
โดยหลักของประทักษิณการศึกษาก็เป็นประทักษิณ การปฏิบัติก็เป็นประทักษิณ ผลของการปฏิบัติก็เป็นประทักษิณคือเวียนขึ้นๆๆนี่พูดหมดไม่รู้จะพูดมันจะติดอยู่ในจิตใจท่านทั้งหลายต้องรู้ด้วยตัวเองว่าความจริงของท่านจะแจ่มแจงสักกี่มากน้อยและจะติดกับไปบ้านเท่าไร จะปฏิบัติได้เท่าไรก็แล้วแต่เวลาพูดมันมี 2-3ชั่วโมงถ้าไม่พูดอย่างนี้มันจะไม่เวียนขึ้นเหมือนประทักษิณมันจะหยุดอยู่กับที่แล้วมันจะตัดตรงลงไปซะอีกวันพระธรรมๆโชคดีกี่มากน้อยที่ต้องมาพูดเรื่องพระธรรม2ชั่วโมงถึงไม่ถึงไม่รู้และถ้าไม่เหลวไหลทำไปเหอะคิดดูพูดกัน4-5ชั่วโมงวันเดียวจะได้สักกี่มากน้อยพระธรรมๆอันมหาศาล ที่เขาพูด84000พระธรรมขันน้อยไปแต่ก็ไม่รู้84000ที่จริงทั้งหมดมันมากกว่านั้นมาสะสางความถูกต้องเกี่ยวกับตนเองความรู้ของตนเองมีมโนราห์เรียกว่าสวยลงเลื่อยๆทำเล่นกับมันมันจมมิดหัวจะอยู่กี่วันดีกว่าไม่ดึงปลุกกันเสียทีๆพอถึงวันที่ต้องปลุกก็ปลุกกันเสียทีมันมีความถูกต้องมีความก้าวหน้าถูกต้องมันเวียนประทักษิณคือให้มันดีขึ้นเลื่อยวันนี้
พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักรกัปวัฒนะสูตรมีหัวใจเป็น 2 คำมัจฉิมาปะติปะทาอยู่กลางคำเมื่ออีกคำก็สัมมา สัมมาสติก็สัมมาถูกต้องพูดเรื่องความถูกต้องถ้าได้ผลเป็นอริยะสัจข้อที่ 3 ทุกข์นิโรจน์มันก็เป็นเรื่องว่างๆแล้วก็เนื้อๆทุกอย่างอริยะสัจเราจับได้อย่างท่านพูดเรื่องกลางและเรื่องถูกต้องพูดเรื่องว่าง ๆว่างแล้วมันที่จริงฟังถูกมันก็เหมือนกันไม่ต้องพูด4-5คำสมมุติว่ากลางอะไรมันเป็นกลางยิ่งกว่าความว่างๆความว่างมันเป็นกลางที่สุดไม่ซ้าย ไม่ขาว ไม่หน้า ไม่หลังมันกลางที่สุดเหนือก็เหมือนกันอะไรจะเหนือสิ่งทั้งปวงยิ่งกว่าความว่างไม่มีมันจะถูกต้องไม่มีอะไรว่างเหนือสิ่งทั้งปวงได้มันถูกต้องที่สุดไปจัดการปรับปรุงกันเสียใหม่ในชีวิตประจำวันให้ชีวิตประจำวันของเรามันถูกต้องๆมันก็จะเหนือขึ้นไปจนถึงว่างดับทุกข์สิ้นเชิง
เดี๋ยวนี้ไม่มีใครต้องการถูกต้องต้องการที่จะดี สวย รวยเขาคิดว่าดีถูกต้องที่ดีมันบ้าเรื่องชั่วเรื่องดีมันสุดเหวี่ยงสุดตรงอันนี้สุดโด่งไปทางดี อันนี้สุดโด่งไปทางชั่วไม่ใช่กลางมันก็ดีเป็นที่ตั้งแห่งเกียจติยศชื่อเสียงถ้ามันไม่รู้จักความถูกต้องมันก็บ้ายกหูชูหางดูใครหางมันยาวมันบ้าดีมันไม่รู้จักความถูกต้องมันบ้าดีซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่บาลีคำธรรมดาตามถนนจงยึดหลักเป็นความถูกต้องว่าดีว่าสวยต้องถูกต้องๆและก็ไม่เป็นทุกข์เหนือดีเหนือชั่วถ้ายังดียังชั่วไม่ถูกต้องบ้าดีก็วินาศ บ้าชั่วก็วินาศบ้าเรามันคือความถูกต้อง
สัมมาคือความถูกต้องภาวะที่เรียกว่าถูกต้องเรียกสะมะตะ สัมมาแปลว่ามาแห่งความถูกต้องสัมมาหรือสัมมัดตะเป็นตัวพระพุทธศาสนาตัวความถูกต้องเป็นพระพุทธศาสนาเหนือไปหมดเหนือความทุกข์ไปนิพพานเหนือดีเหนือชั่วที่ดีที่ชั่วไม่มีความถูกต้องบางคนเอาสวยเอารวยเป็นถูกต้องขอให้รู้เถอะว่าถูกต้องไม่บ้าไปไหนมีแต่สูงขึ้นไปถึงนิพพานสูงสุดมันไม่มีที่ไปถึงที่สุดของความว่างถ้ามีปัญญาก็รู้ว่าพระบาลีธรรมจักรกับปวัฒนะสูตรเรื่องสำคัญมีไว้ว่ากลางๆถูกต้องๆๆไม่เกิดปัญหาไม่เกิดความทุกข์เป็นกิเลสมันว่างๆๆไม่มีอะไรปรุงแต่งอย่าปรุงแต่งแม้เป็นฝ่ายดีเขาก็ไม่ยุ่งเหนือดีจะไม่มีปัญหาจำไปบ้านอย่าให้เสียเวลากับไม่ได้วันนี้เป็นวันธรรมจักรพระองค์แสดงด้วยความถูกต้องๆๆมันก็จะสูงขึ้นไปเหนือขึ้นไปสุดทางมันก็ว่างนิพพานังปะรินะยังนิพพานว่างอย่างนี้คำนี้เป็นคำผูกทีหลังว่างๆๆมากมาย
แต่ไม่ได้สรุปว่านิพพานังมาทวงบ้านบอกให้รู้ถึงใครมันไม่รู้มีใครตักกิเลสศึกษาอธรรมบทศึกษานิพพานนังนี่จะไม่มียังก็ไม่ทราบนิพพานว่างอย่างยิ่งไม่ใช่พูดคำกลอนนิพพานังปรมังสันยังอย่างนี้พูดค้ำร้อยแก้วเชื่อว่านิพพานเป็นสุขอย่างยิ่งต้องความว่าเป็นนิพพานอย่างไหนสุขชนิดเป็นสังขาร สุขอย่างยิ่งกูคือยิ้มอย่างยิ่งเหนือสุขๆสุขอย่างยิ่งพอใจความถูกต้องพอใจเหนือสุขพอใจที่จะว่างดำเนินชีวิตสายกลางแล้วมันจะเลื่อนขึ้นไปเองว่าอะตัมมะยะตาไปสู่ความว่างอันสูงสุดเรื่องมันก็จบพูดให้เด็กๆฟังก็จากชั่วมาถึงดีถึงว่างถ้าทุกข์ถึงสุข ขจัดสุขอีกทีก็ถึงว่างมันเหนือทั้งหมดพอว่างแล้วมันจะมีปัญหาอะไรได้ไม่มีที่ตั้งแห่งปัญหาไม่มีตัวปัญหาเพราะมันว่าง
เพราะอย่างนั้นมันจึงสงบอย่างยิ่งอย่าใช้คำว่าสุขเลยนี่พระบาลีธรรมจักกับปวัฒนะสูตรมีใจความว่าสอนให้รู้จักการไม่ซ้ายไม่ขวาไม่บ้าดีบ้าชั่วถูกต้องๆเหนือทุกอย่างเหนือสิ่งที่ปรุงแต่งว่างหมดเลยนี่ใจความของพระบาลีธรรมจักรเป็นอย่างนี้จะไม่มีใครสนใจคนแก่สนใจสวดธรรมจักรต่อเมื่อๆพระสวดธัมมานังตอนรับเทวดาธรรมจักรว่าไงก็ไม่รู้เรื่องนี้ขอค้านอย่างยิ่งให้เทวดามารับลองพระพุทธเจ้าเสียอีกไม่ไหว
อย่าทำการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ต้องมีใครรับรองตรัสรู้มีเทวดาอย่างนั้นอย่างนี้เหมือนเอาเทวดามารับรองหนังสือรับรองที่เขาใช้ในตลาดพระพุทธเจ้าไม่ต้องมีใครรับรองอย่าให้เทวดามารับรองพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ถูกเราปฏิบัติได้มันก็กลาง มันก็เหนือมันก็ถูกต้องว่างนี่คือวันนี้ใจความของพระธรรมที่แสดงวันนี้มันเป็นอย่างนี้เรียกว่าวันอาสาฬหบูชาวันที่แสดงธรรมจักร วันที่ประกาศอำนาจของพระองค์พุทธจักรคือความจริงที่มีอำนาจว่าความทุกข์มาจากตัณหาจงดับความทุกข์ด้วยความถูกต้องๆ8ประการอย่าไปหลงกามนี่โยกทางซ้ายไปอะติตะกรรมฐานนี่โยกข้างขวาเป็นกลางถูกต้องขึ้นไปเหนือและก็ว่างที่สุดอาตมาจะพูดว่าคนเราทั้งหมดต้องร่วมมือกันกอบกู้สถานะของเราเองที่อยู่เป็นเต่าเป็นแรดก็สถานะให้พ้นเป็นเต่าเป็นแรดสวยขึ้นเลื่อยๆจะเป็นนกเป็นเรือบินไปใครจะด่าว่าพูด2ชั่วโมงก็ตามใจ
แต่นี่หัวใจพระบาลีของพระคัมภีร์วิ่งเป็นความลับของคนโง่อยู่ทีหน้าภาคอยู่ปลายจมูกมองไม่เห็นๆมันก็เป็นเต่าเป็นแรดต่อไปขอให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ที่หน้าภาคปลายจมูกคืออย่าไปติดซ้ายติดขวามันอยู่ตรงกลางถูกต้องอย่างอื่นไม่เอาแก้ปัญหาด้วยความถูกต้องไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยความรวยที่แก้ปัญหาได้คือความถูกต้องอย่าไปบ้าดีขอให้เตรียมจิตใจเพราะว่าคือเทศน์เพื่อเตรียมจิตใจของท่านทั้งหลายให้เหมาะสมที่จะทำอาสาฬหบูชาขอให้ท่านทั้งหลายเตรียมจิตใจให้เหมาะสมก็จะทำพิธีอาสาฬหบูชาให้เป็นประโยชน์ทำจิตใจเป็นกลางไม่ขวาไม่หน้าไม่บนเป็นกลางถูกต้องๆไม่เอาดีเอาชั่วเอาบุญเอาบาปเอาแต่ถูกต้อง
ทีนี้มันขึ้นเหนือกิเลสเหนือสิ่งปรุงแต่งสังขารการปรุงแต่งอยู่ไม่ได้จนถึงว่างเป็นกลางๆถูกต้องเหนือแล้วก็ว่างๆที่จริงภาวนาอย่างนี้จะได้ผลดีเขาไม่เคยทำเขาว่าบ้าบอจะต้องสวดอีกกี่ปีเราก็ไปตามเรื่องทำไงได้มันสวดว่ากลาง ถูกต้อง เหนือว่างมันว่าเราบ้าเราก็ไม่สวดให้เขาได้ยินเราก็สวดในใจสวดว่ากลาง ถูกต้อง เหนือ ว่างปากจะสวดอิติปิโสก็ตามใจแต่จิตใจสวดเป็นกลาง ถูกต้อง เหนือ ว่างเลื่อยไปหัวใจของพระบาลีธรรมจักกับปวัฒนะสูตรพระองค์ได้ทรงแสดงเปิดเผยสิ่งที่ทรงค้นพบ ความลับที่ทรงค้นพบมาเปิดเผยให้พวกเราเราไปคิดเองเรียนจากพระพุทธองค์เรียนจนพบมันสั้นมันง่ายคิดไปตามที่พระองค์คิดต่อไปนี้จิตใจคงจะยึดหลักว่าเป็นกลางๆแล้วก็ถูกต้อง ขึ้นเหนือๆ
ในที่สุดก็ว่างเป็นนิพพานๆถ้าไม่มีอัตตามันไม่กลางมีสุขมีทุกข์ไม่กลาง มีสวรรค์มีนรกไม่กลางมันสุดเหวี่ยงซ้ายขวาอย่าไปเสียดายสวรรค์มันเป็นเรื่องเด็กเล่นเอาเป็นกลางๆไม่ดีไม่ชั่วเอาที่ถูกต้องไม่ต้องบ้าดีไม่ต้องหลงดีไปโรงพยาบาลเวลามันสมควรแล้วพูดมากกว่านี้เดี๋ยวก็บ้าเองขอจดจำใจความสำคัญอย่าให้โง่มโนราห์สวยขึ้นเลื่อยๆก็มันถูกต้องมาเลื่อยๆวันหนึ่งจะถึงพระนิพพานสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้ควรจะถึงเป็นว่าขอให้ท่านทั้งหลายเตรียมจิตใจให้พร้อมให้มันว่างให้มันกลางใจที่พร้อมที่จะทำอาสาฬหบูชา
ถ้าจิตใจถูกต้องร่างกายก็ถูกต้องอย่าเป็นห่วงเลยร่างกายทำจิตใจให้ถูกต้องเดี่ยวร่างกายมันถูกต้องตามไปเอง ทำจิตใจให้ถูกต้องให้มันขึ้นสูงเหนือการปรุงแต่งและมันก็ว่างเป็นพระนิพพานมีจิตใจหมายมั่นอยู่อย่างนี้แล้วก็มีจิตใจถูกต้องสำหรับจะทำพิธีอาสาฬหบูชาอาตมาคิดว่าแม้จะมาจากที่ไกลเสียค่าเรือมาหลายร้อยพันคุ้มค่าๆถ้าทำได้อย่างนี้ ได้ความเป็นกลาง ได้ความถูกต้อง ได้ความขึ้นจากกิเลสแล้วก็ว่างในที่สุดเป็นพระนิพพานเป็นอันว่าธรรมเทศนาที่แสดงมาก็เป็นการเตรียมจิตใจของท่านทั้งหลายให้มีความเหมาะสมที่จะกระทำพิธีอาสาฬหบูชานี้ก็มากพอสมควรแก่เวลาแล้วขอให้ทำตามใจนั้นให้สำเร็จประโยชน์ให้มีความเหมาะสมที่จะทำพิธีอาสาฬหบูชาต่อไปขอยุติธรรมเทศนาเอวังก็มีด้วยประการะชะนี้


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |