<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34760" type="text/javascript"></script> |
|
คู่มือรับมือซับไพร์มฉบับชาวบ้าน
บทความนี้เป็นบทความต่อจากตอนที่แล้ว ที่ได้กล่าวถึงวิกฤติการณ์ซับไพร์ม (Sub-Prime) ที่ได้เริ่มจากสหรัฐอเมริกาและลามไปทั่วโลกแบบไฟลามทุ่ง ไม่เว้นแม้แต่ชาวไร่ชาวนาในบ้านเรา ซึ่งบทความตอนนี้นำเสนอคู่มือรับมือวิกฤติซับไพร์มฉบับชาวบ้าน
post ครั้งแรก: Sat 26 January 2008, 10:20 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 30 January 2008, 11:52 am
|
จากบทความที่แล้วที่ผมได้มีโอกาสเขียนเรื่อง ซับไพร์มพ่นพิษ หยุดเศรษฐกิจโลก (ผู้อ่านโปรดอ่านก่อนนะครับ ถ้ายังขาดความเข้าใจเรื่องซับไพร์ม (Sub-Prime) ว่ามันคืออะไรกันแน่ โดยไปที่ลิงค์ http://www.vcharkarn.com/varticle/34617) เลยมีผู้อ่านหลายท่านอยากจะทราบว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไรกันดีในฐานะชาวบ้านตาดำๆ ผมจึงขอโอกาสเขียนความเห็นที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย เผื่อท่านผู้อ่านจะนำไปพิจารณาได้

ก่อนอื่นขอท้าวความเล็กน้อยเกี่ยวกับหนี้ชั้นสองประเภทอสังหาริมทรัพย์หรือที่เรียกกันว่าซับไพร์ม (Sub-Prime) ที่ถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกา คือตราสารหนี้ที่บริษัทหรือสถาบันการเงินออกมาเพื่อรองรับคนอยากกู้เงินซื้อบ้านหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แต่ไม่ผ่านการพิจารณาของสถาบันการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินดูแล้วว่าไม่น่าจะมีปัญญาผ่อนจ่ายหนี้ได้ เนื่องจากรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วไม่มากพอ จึงได้ออกตราสารหนี้ (พูดแบบภาษาชาวบ้านคือสัญญาเงินกู้) มาเพื่อหานักลงทุนเอาเงินมาให้บุคคลที่อยากกู้เหล่านี้ได้มีช่องทางในการนำเงินออกไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทที่ออกตราสารหนี้ทำการชักหัวคิว ซึ่งหากถามว่าทำไมถึงมีคนให้กู้ โดยผ่านการซื้อซับไพร์ม เนื่องมาจากที่ดินซึ่งเป็นหลักประกันของตราสารหนี้นี้ได้มีราคาพุ่งแบบจรวดทุกปี ซึ่งมากกว่าราคาที่ทำการกู้ยืมกันผ่านซับไพร์ม ซึ่งผู้ให้กู้คิดสาระตะแล้ว ยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าลูกหนี้เกิดเบี้ยวขึ้นมา เราก็ได้ที่ดินมาขายต่อในราคาที่สูงกว่า
ซึ่งตราสารหนี้ประเภทซับไพร์ม จึงกลายเป็นที่หมายปองของนักลงทุนทั้งหลาย แถมคนซื้อยังเอาไปออกลูกออกหลานด้วยการเอาเจ้าซับไพร์ม ไปเป็นหลักทรัพย์ในการขอกู้จากที่อื่นเพื่อนำเงินมาหมุน ซึ่งแต่ละท่านก็นำไปหมุนออกซับไพร์มกันแบบลูกโซ่ไปเรื่อยๆ โดยลูกหลานของตราสารหนี้ที่กระจายออกไปนี้ชะตาแขวนอยู่กับที่ดินผืนเดียวกัน เพราะเชื่อว่ายังไงราคาที่ดินก็ยังจะพุ่งปรู๊ดปร๊าดไปเรื่อยตามความต้องการของตลาด แถมคนอเมริกันบางคนยังเอาที่ดินที่เคยกู้จากธนาคารไปเปลี่ยนสภาพเจ้าหนี้ (Re-Finance) เป็นกู้เป็นประเภทซับไพร์มแทนเพราะว่าจะได้วงเงินเพิ่มเอาเงินออกมาซื้อสินค้าอื่นมาใช้งาน เช่น รถยนต์ ทีวีจอแบน ฯลฯ