<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34816" type="text/javascript"></script> |
|
พ่อแม่สมบูรณ์แบบ
ท่านสาธุชนที่มีความสนใจในธรรมทั้งหลายการบรรยายประจำวันเสาร์ภาควิสาขะบูชาเป็นครั้งที่ 10 ในวันนี้อาตมาก็จะได้กล่าวถึงสิ่งสำคัญที่พากันมองข้ามต่อไปตามเดิมเฉพาะ
post ครั้งแรก: Wed 30 January 2008, 2:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 13 February 2008, 12:20 pm
|
ในวันนี้จะได้กล่าวในหัวข้อว่าพ่อแม่สมบูรณ์แบบหมายถึงพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบยังเป็นสิ่งที่เราพากันมองข้ามว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความอยู่รอดของมนุษย์คือเป็นสิ่งสำคัญในการที่มนุษย์จะมีความปลอดภัยมีความเป็นอยู่ประกอบไปด้วยสันติภาพหรือสันติสุขเหมือนทุกๆเรื่องที่แล้วมาแสดงให้เห็นว่าพากันมองข้ามสิ่งเหล่านี้แล้วมันก็ดับทุกข์ได้ยากหรือมันจะก่อปัญหาความทุกข์เกิดขึ้นไม่มีที่สิ้นสุดหรือว่าจะริเริ่มก่อปัญหาขึ้นมาก็แล้วแต่กรณีการที่มนุษย์เราในโลกนั้นมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ก็มีเหตุปัจจัยหลายอย่างอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมากก็คือยังขาดพ่อแม่สมบูรณ์แบบคือขาดบิดามารดาที่ถูกต้องตามแบบแห่งพระธรรม ถูกต้องตามหลักของพระธรรม
ข้อนี้จะต้องพูดกันเสียก่อนว่าไม่ใช่ว่าอาตมาจะโทษใครหรือจะทนว่าเป็นความผิดแต่มันเป็นสิ่งที่เป็นไปตามบ้านอยู่ในโลกในเวลานี้ที่ว่าโลกมันขาดเหตุปัจจัย ที่โลกมารดาสมบูรณ์แบบมันก็มีอยู่มากเหมือนกันมีเหตุปัจจัยหลายๆอย่างมันเป็นมาในลักษณะที่ซับซ้อนมากขึ้นหรือว่าการอบรมสั่งสอนในพื้นฐานนั้นมันไม่พอเช่นว่าการศึกษาไม่พอที่ทำให้มนุษย์รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไรควรจะได้อะไร
โดยวิธีใดแต่นี่มันก็ไม่พอมันไม่มีคนเหล่านั้นเป็นบิดามารดาขึ้นมาก็ไม่อาจจะสอนให้เด็กๆรู้ว่าเกิดมาทำไมควรจะได้อะไรโดยวิธีใดดังนี้เป็นต้นก็การศึกษามันไม่พอ การศึกษามันไม่พอก็ไม่รู้จะไปโทษใครอีกเหมือนกันเราะมันไม่มีใครอาจจะรับผิดชอบได้เพราะว่าสิ่งทั้งหลายมันก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยบ้านเมืองของเรา บุคคลของเรา การงานของเราก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยไม่มีใครที่จะควบคุมมันไว้ได้มันจึงไม่มีความสมบูรณ์แบบ เราจึงมีการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์แบบ มีการงานการกระทำไม่สมบูรณ์แบบกระทั่งมีครอบครัวมีบิดามารดา คนแก่คนชรา ล้วนแต่ไม่สมบูรณ์แบบ มันขาดตกบกพร่องอย่างนั้นอย่างนี้ไปตามเรื่องโลกมนุษย์มันก็เป็นอย่างนี้ทีนี้อาตมาก็มองเห็นไปในทางที่ว่าถ้าเรามีบิดามารดาสมบูรณ์แบบปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นเราควรจะได้พิจารณากันดูให้ดีถึงสิ่งที่เรียกว่าบิดามารดาสมบูรณ์แบบแม้ว่าจะไม่ทำเดี๋ยวนี้ที่จะหวังได้โดยง่ายก็ตามเราควรจะนึกถึงและเอามาพิจารณากันดูให้เป็นที่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
ถ้าบิดามารดาสมบูรณ์แบบนั้นลูกเด็กๆก็เริ่มจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบมาตั้งแต่เล็กๆแล้วก็จะสมบูรณ์แบบได้ในที่สุดมนุษย์ก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวนี้มนุษย์มีแต่ปัญหาพูดกันไม่รู้เรื่องสอนกันไม่ได้เห็นแต่เพียงว่ายุคนี้ไม่มีบิดามารดาที่คุณจะเชื่อฟัง ไม่มีครูบาอาจารย์ที่ศิษย์จะเชื่อฟังกระทั่งว่าไม่มีรัฐบาลที่ประชาชนรักใคร่ยินดีร่วมมือด้วยอย่างเต็มที่อย่างนี้เป็นต้น คำว่าพ่อแม่ หรือบิดามารดานี้ขอให้ทำความเข้าใจกันให้ถึงที่สุดว่ามีอยู่ 2 ความหมายคือบิดามารดาในทางกายที่ให้กำเนิดมาในทางกาย แล้วก็บิดามารดาในทางจิตใจ ทางวิญญาณที่ให้เกิดความรู้แสงสว่างที่ถูกต้องทางจิตทางวิญญาณขึ้นมาให้กายเป็นการตื่นอีกครั้งหนึ่งคือเกิดโดยธรรมะ เกิดโดยแสงสว่างของพระธรรมท่านลองสังเกตดูว่าคนเราจะมีการเกด 2 หนอย่างนี้เสมอไป เกิดมาจากบิดามารดาก็เสร็จไปแล้วทุกคนก็เกิดเสร็จ
แล้วแต่ทีนี้การที่จะเกิดโดยทางจิตใจเป็นมนุษย์ที่ดีที่ถูกต้องตามความหมายของการเป็นมนุษย์นั้นบางคนยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำไป บางคนก็เกิดผิดๆไปเป็นมนุษย์ที่เลวคือไม่ใช่มนุษย์เดี๋ยวก็มี แต่การเกิดครั้งที่ 2 นี้จะเรียกว่าการเกิดในทางวิญญาณเมื่อการเกิดมี 2 ชนิดอย่างนี้บิดามารดาก็ต้องมี 2 ชนิดไปด้วยกันคือบิดามารดาทางกายและบิดามารดาทางวิญญาณ บิดามารดาทางร่างกายก็รู้กันอยู่แล้วไม่ต้องอธิบายว่าใครเป็นลูกของพ่อแม่คนไหนมันก็มีพ่อแม่นั้นเป็นบิดามารดาส่วนการเกิดทางวิญญาณนี้มองเห็นยากไม่รู้ว่าเกิดเมื่อไรเกิดโดยใครเพราะเป็นเรื่องทางจิตใจไม่เห็นตัวต้องสังเกตเอาเองว่าเรามีแสงสว่างอันถูกต้องเกิดขึ้นในใจสำหรับความเป็นมนุษย์นี้เมื่อไหร่โดยใครที่ไหนก็ขอให้ลองคิดดูแล้วยังมีการเกิดแบบพิธีลีตรองเช่นว่ามาบวชพระบวชเณรก็ถือว่าเกิดเหมือนกันเกิดอีกแบบหนึ่งอาจจะไม่ได้เกิดทางวิญญาณก็ได้เพราะว่าบวชอย่างหลับหูหลับตาตามประเพณี
มันก็เป็นการเกิดอีกชนิดหนึ่งเกิดมาเป็นภิกษุสามเณรสักว่าโดยลักษณะโดยวรรณะภายนอก อันนี้ก็ล้วนแต่ว่าการบวชของคนคนนั้นมันเป็นอย่างไรถ้ามันเป็นเรื่องบวชตามทำเนียมมันก็เป็นแต่ภายนอกมันก็เหมือนการเกิดทางกาย ทางรูปร่างภายนอกแต่ถ้าเขาได้เป็นพระเป็นเณรที่แท้จริงสมบูรณ์แบบตามความหมายของการบรรพชาแล้วก็เรียกว่าเกิดในทางวิญญาณก็ได้พระพุทธเจ้าเป็นบิดาให้เกิดทางวิญญาณในบรรดาการเกิดทางวิญญาณอย่างนี้ต้องถือว่าพระพุทธองค์เป็นบิดาในชั้นสูงสุดมีคำกล่าวที่เข้าใจยากเคยได้ยินว่าพระพุทธภาษิตด้วยเหมือนกันว่าพระสารีบุตรเป็นผู้ให้เกิด พระโมคัลลานะเป็นผู้เลี้ยงนี่มันยังเข้าใจไม่ได้เหมือนกันสังขารว่าการเกิดวิชาความรู้แสงสว่างในหมู่สงฆ์นี้เป็นหน้าที่ของพระสารีบุตร ส่วนการควบคุมให้ปลอดภัยนี้เป็นหน้าที่ของพระโมคัลลานะ
ท่านจึงตรัสว่าพระสารีบุตรเป็นผู้เกิดพระโมคัลลานะเป็นผู้เลี้ยงก็หมายความว่าทำความปลอดภัยทั้งทางภายใน ทั้งทางภายนอกอยู่นั่นเองแม้ว่าจะเป็นเรื่องในทางวิญญาณเอาละทีนี้มาพูดกันให้ละเอียดหรือพิสดารกันหน่อยในเรื่องการเกิดที่มีพ่อแม่สมบูรณ์แบบพ่อแม่สมบูรณ์แบบสำหรับจะมีการเกิดกันในร่างกายอย่างที่เกิดๆกันอยู่ทั่งไปนี่แหละมาพิจารณากันดูให้ดีว่าถ้าพ่อแม่สมบูรณ์แบบดีแล้วจะเกิดลูกดีได้อย่างไร แม้ในทางร่างกายธรรมดาสามัญนี้ในทางร่างกายนี้ก็ยังจะต้องแยกออกเป็นตอนๆได้หลายตอนนี้ข้อแรกที่สุดก็ยังต้องหมายถึง กรรมพันธุ์ที่ดีคือผู้ที่เป็นบิดามารดานั้นเป็นมนุษย์ที่ดีไม่วิปะลิต ทางกาย ทางจิต ทางระบบประสาทไม่ใช่บ้าๆบอๆหรือไม่มีอะไรที่บกพร่องนั่นแหละเป็นบิดามารที่กรรมพันธุ์ดีมาหลายชั่วคนแล้วพอจะหาได้ไหมมันจะเพอิญมาตรงกันได้ไหมพอดีทั้งพ่อและแม่ที่มีกรรมพันธุ์ดีปกติที่สุดทีนี้การตั้งครรภ์ในบิดามารดาที่ดีเกิดกรรมพันธุ์ดีลูกก็ต้องมีกรรมพันธุ์ดีมาแต่ในท้องพ่อแม่ดีมันก็มีอนามัยดีลูกก็จะต้องมีอนามัยดีมาตั้งแต่ในท้องเพราะว่าบิดามารดาดีเอาใจใส่ดี เอาใจใส่ลูกในครรภ์ดี ลูกในครรภ์ก็มีอนามัยดีมาแต่ในท้องออกมาไม่มีอะไรวิปะลิตนี่เรียกว่ามีจิตดีหรือพืชพันธ์ในจิตดีอาศัยอยู่ในกรรมพันธุ์ที่ดีอยู่ในจิตใจที่ดีของบิดามารดาขึ้นมาเป็นทารกตั้งครรภ์ขึ้นมาจนกว่าจะคลอดเป็นเด็กในครรภ์ที่ดีเพราะบิดามารดาดี
เอาทีนี้ก็มาถึงขั้นที่เรียกว่าคลอดก็มีการคลอดดีถูกต้องไม่มีอะไรๆผิดพลาดเกี่ยวกับการคลอดของเด็กนั้นเด็กนั้นก็คลอดมาดีไม่ใช่ว่าจะมีเหตุหรืออุบัติเหตุหรือเชื้อโรคอะไรติดมาจนเป็นเด็กที่พิการกลายเป็นเด็กโง่เขลาพิกลพิการ พ่อแม่ดีก็มีการคลอดดีการคลอดดีแล้วก็มีการอบรมดีตั้งแต่นาทีที่เกิดมาประคบประหงอมลูกในทางที่ดีมันก็เป็นทารกที่ดีที่เจริญขึ้นมาดีนี่เรียกว่าเกิดมาแล้วก็เลี้ยงดีอบรมดีไปทุกสิ่งทุกอย่างในทางร่างกายของทารกนั้นก็สมบูรณ์ดีเขาก็มีอนามัยดีต่อมาเป็นทารกที่มีอนามัยดีหมายความว่ามีร่างกายที่ดีจะเป็นพื้นฐานของจิตใจที่ดีต่อไปข้างหน้า
เด็กทารกได้รับการอบรมดีมันก็มีมารยาทดี คำว่ามารยาทหมายถึงการประพฤติปฏิบัติทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะต้องทำกันวันหนึ่งๆการพูดจาการเดินนั่งนอนการกินอาหารการถ่ายอุจจาระปัสสาวะแม้แต่งเนื้อแต่งตัวมันก็ดีโดยมารยาทไปเสียทั้งนั้นแล้วก็ให้ศึกษาเล่าเรียนดีมันก็มีความรู้ดีให้การศึกษาตลอดไปนี่หมายความว่าพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบก็จัดให้ลูกมีการศึกษาดีเป็นให้มีสมรรถภาพดีมีความสามารถ มีคุณสมบัติ มีสมรรถนะมันดี นี้มันก็ดูแลให้ลูกมันมีสังคมดีอย่าให้ไปคบพวกอันธพาลข้อนี้คงจะยากให้ตรวจกับเด็กๆให้สังคมกับเด็กๆแก่ในคนที่ดีแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่งที่พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบต้องรู้จักกระทำให้ลูกมันมีสังคมดีก็เรียกว่าเป็นเด็กที่มีความรู้ดีอย่างนี้ความประพฤติดี มีการคบหาสมาคมดีมีคนรักใคร่อยู่ทั่วๆไปก็เสร็จไปตอนหนึ่ง
ทีนี้พ่อแม่ก็จัดให้มีคู่ครองที่ดีตามธรรมเนียมโบราณนั้นมันเป็นหน้าที่ของบิดามารดาโดยตรงที่จะทำให้ลูกได้คู่ครองที่ดีแต่เด็กเดี๋ยวนี้เขาแหวกแนวเขาไม่อยากให้บิดามารดามาเกี่ยวข้องมันได้รับการศึกษามาผิดๆคือมันได้รับการศึกษาแบบหมาหางด้วนๆมันอยากจะเลือกคู่ครองของมันเองไม่อยากให้บิดามารดาเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็คงยากสักหน่อยที่บิดามารดาเดี๋ยวนี้จะจัดให้ลูกมีคู่ครองที่ดีแต่พูดอย่างนั้นก็ยังปรากฏว่ามีคนทำได้อยู่เหมือนกันไม่ใช่ว่าเขาจะยอมแพ้ไปเสียทั้งหมดยังมีบิดามารดาที่สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้เป็นที่หน้าพอใจคือไม่ให้ลูกแหวกแนวนั้นทำอะไรแหวกแนวได้ช่วยดูช่วยแลกันไปทุกอย่างทุกทางให้มันมีคู่ครองที่ดี คำว่าดีในมี่นี้ไม่ได้หมายความว่าสวยหรือรวยอะไรทั้งนั้นแต่ให้มันดีสำหรับจะเป็นมนุษย์ได้ถูกต้อง เป็นมนุษย์ที่ไม่มีปัญหาครั้นมีคู่ครองดีบิดามารดาก็ให้ทรัพย์สมบัติเป็นการลงทุนตามที่จะให้ได้เป็นอย่างดีนี้เรียกว่าลงทุนให้ดีทรัพย์สมบัติอะไรที่จะมอบให้ก็มอบให้อย่างดีอย่างฉลาดอย่างที่จะเอาไปทำเสียหายไม่ได้แล้วต่อไปจากนั้นก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีลูกหลานมีเหย้ามีเรือนไปแล้วบิดามารดาก็ยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีเพราะมันคลอดออกมาจากบิดามารดา บิดามารดารู้จักดีรู้เรื่องดีก็ควรจะเป็นที่ปรึกษาได้ดีดังนั้นลูกที่ดีมันก็ยังเชื่อฟังบิดามารดาจนกระทั่งว่ามันออกเรือนไปแล้วนี้บิดามารดาก็มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาที่ดีเรื่อยๆไปจนตลอดชีวิต
แม้บิดามารดาจะแก่ชราเป็นปู่ เป็นย่า เป็นตา เป็นยายก็ยังเป็นที่เคารพนับถือเชื่อฟังของพวกเด็กๆเล็กอยู่เป็นที่ปรึกษาที่ดีทำไมคนแก่หง่อมเหล่านี้จึงเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ก็เพราะว่าเขาเคยเป็นบิดามารดาที่ดีมาตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีมาตั้งแต่กรรมพันธุ์หลายชั่วอายุคนมาแล้วจึงมีความรู้ถูกต้องไม่มีความที่จะผิดพลาดแม้ว่าจะไม่ได้เล่าเรียนมากเหมือนรุ่นเด็กๆแต่เขาก็มีความรู้อย่างอื่นที่จำเป็นกว่านั้นเด็กๆมันก็เรียนมาแต่เรื่องทำมาหากินแต่เรื่องเฉลียวฉลาดในการทำมาหากินแต่ไม่มีความรู้ผิดชอบชั่วดีควรไม่ควรต่ำสูงอย่างไรมันไม่รู้นั้นคนแก่รู้มากเพราะว่าอยู่มานานนั่นเองความที่มีอายุมากอายุนานนั่นแหละก็เป็นผู้ที่สามารถรักษาทั้งคนที่ยังมีอายุน้อยจงเคารพต่อบิดามารดาปู่ย่าตายายแล้วไม่มีทางที่จะผิดพลาดไม่มีทางที่จะมาต้องเช็ดน้ำตาคือไปฆ่าตัวตาย ไปกระโดดน้ำตาย ไปกินยาตายเป็นเด็กสมัยนี้โดยมากนี้เรียกว่าบิดามารดาหรือพ่อแม่สมบูรณ์แบบให้กำเนิดทางกายมาอย่างดีถูกต้องสมบูรณ์แบบคือว่ามันถูกต้องไปเสียทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะผิดพลาดในทางฝ่ายที่เรียกว่าฝ่ายกายศึกษากันมาบิดามารดามีกรรมพันธุ์มาหลายชั่วคนแล้วตั้งครรภ์ดี เด็กมีอนามัยดีมาตั้งแต่เล็กๆสมประกอบคลอดออกมาปลอดภัยเลี้ยงดูดีมีอนามัยดี มีมารยาทดี มีความรู้ดี มีความสามารถดี มีการสังคมดี มีคู่ครองดีได้รับการลงทุนให้เป็นอย่างดีไปจนตลอดชีวิตนี่เรียกหว่าพ่อแม่สมบูรณ์แบบสำคัญหรือไม่สำคัญ
ท่านทั้งหลายลองคิดดูจำเป็นหรือไม่จำเป็นท่านทั้งหลายลองคิดดูถ้าเกิดไปมองข้ามสิ่งนี้เสียมันจะเป็นอย่างไรมันโง่หรือฉลาดที่ไปมองข้ามสิ่งนี้เสียว่าเราจะต้องมีบิดามารดาที่สมบูรณ์แบบแม้ในฝ่ายร่างกาย ทีนี้ก็มาถึงบิดามารดาฝ่ายวิญญาณการเกิดทางวิญญาณได้กล่าวมาแล้วว่าเป็นการเกิดทางจิตใจคือจิตใจมี่มันเหมือนหุบอยู่มันบานออกมาจิตใจที่มืดมนอยู่มันมีความสว่างไสวขึ้นมีการเกิดทางวิญญาณนี้ผู้ที่ช่วยให้มีการเกิดทางวิญญาณนี้ก็จะเป็นบิดามารดาเองก็ได้ เป็นครูบาอาจารย์ก็ได้ เป็นพระเจ้าพระสงฆ์ก็ได้บิดามารดาให้กำเนิดทางกายมาทีหนึ่ง
แล้วแต่ถ้าสามารถให้การเกิดทางวิญญาณก็ยิ่งดี ได้แก่บิดามารดาที่ศึกษาพระธรรมหรือหลักศาสนาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่ดีที่งามทุกอย่างเป็นผู้รู้เป็นผู้แตกฉานในเรื่องนี้แล้วบิดามารดานี้จะให้กำเนิดทางวิญญาณอีกทีหนึ่งดีหรือจะให้กันมาพร้อมกันที่อบรมให้เจริญเก้าหน้าในทางฝ่ายร่างกายเห็นได้ว่าบิดามารดาเลี้ยงลูกมาให้เจริญแล้วก็อบรมมาในทางจิตใจอย่างนี้เราเรียกว่าบิดามารดานั้นได้ช่วยให้เด็กเจริญขึ้นมาทั้งฝ่ายร่างกายฝ่ายวิญญาณก็เป็นพ่อแม่ทั้งฝ่ายร่างกายฝ่ายวิญญาณในฝ่ายวิญญาณนี้เราจะเล็งถึงการที่ท่านสามารถชักนำให้มีศีลธรรมดีอย่างหนึ่ง ชักนำให้มีหลักพระธรรมดีนี้อย่างหนึ่งเขาแบ่งพระธรรมออกเป็น 2 ตอนในตอนศีลธรรมคือหลักธรรมะพื้นฐานทั่วไปนี้อย่างหนึ่งเป็นหลักพระธรรมชั้นสูงคือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ โลกุตตะระ เหนือโลกเหนือสิ่งสูงสุดของมนุษย์นี่ตอนหนึ่งเรื่องที่ดีสำหรับไปตามโลกเป็นไปตามวิสัยโลกนี้
เราเรียกว่าศีลธรรมต้องทำให้ดีเหมือนกันทีเรื่องที่ทำให้จิตใจเหนือโลกเหนือวิสัยโลกเหนือความบีบครั้นของโลกเหนือปัญหานานาชนิดของโลกนี้อย่างนี้เรียกว่า โลกุตตะระ การให้เกิดในทางวิญญาณหมายถึงการชักนำให้มีศีลธรรมดีและให้มี โลกุตตะระ ธรรมดีอย่างง่ายๆก็พูดอย่างนี้ก็แล้วกันเขาชักนำให้อยู่ในโลกได้อย่างดีนี้ตอนหนึ่ง และชักนำให้เหนือโลกไปเลยนี้อย่างหนึ่งหมายความว่าสอนให้รู้จักดำรงชีวิตอยู่ไปตามประสาโลกที่นิยมกันว่าเด็กดีเป็นผัวดี เป็นเมียดีเป็นบิดาดี เป็นมารดาดีเป็นอะไรก็ตามใจในโลกตามวิสัยโลกนี่ก็เรียกว่าเรื่องทางวิญญาณด้วยเหมือนกันแต่ก็ยังเกี่ยวอยู่กับโลก ทีนี้ด้วยอยู่ในโลกนี้จะดีเท่าไรมันก็ยังดับทุกข์แน่นอนคนรู้อย่างโลกๆนี้ไม่ทำจิตใจให้สูงเหนือโลกไปได้มันก็เที่ยวรักนั่นโกรธนี่ เกลียดนี่ กลัวนั่นอยู่ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่ในโลกมันเป็นอย่างนั้นเองก็รียกว่ามันใช้ได้อย่างเป็นโลกๆมันไม่พอมันไม่สูงสุดนี้มาสอนกันให้รู้ถึงลูกโลกมันเป็นอย่างนั้นเองไอ้เรื่องโลกมันก็ต้องเป็นลูกที่มันจะต้องมีความทุกข์นั่นแหละพูดง่ายๆถ้ามันไม่มีความทุกข์เพราะทำชั่วทำเลวมันก็ยังมีความทุกข์จากสิ่งต่างๆที่มันเป็นไปตามธรรมชาติเช่นว่าเราไม่ได้ไปทำอะไรที่ไหนขโมยก็มาขโมยเงินเราไปหมดอย่างนี้
เราจะมานั่งร้องไห้ให้โง่อยู่ทำไมแต่คนธรรมดามันทนไม่ได้มันถูกขโมยเงินไปสักสองแสน สามแสน ล้าน สองล้านมันก็มาร้องไห้อยู่อะไรก็ตามมันเป็นอย่างนี้หรือว่าเป็นเรื่องธรรมดาขึ้นไปอีกว่าผัวมันตายเมียมันตายมันก็มานั่งร้องไห้อยู่มันไม่สามารถที่จะทำให้มันดีกว่านั้นได้ลูกมันตายอย่างนี้มันก็อยากจะตายด้วยเพราะว่ามันมีความรู้สึกในระดับโลกถ้ามีความรู้ที่เหนือโลกมันก็ไม่ต้องมานั่งเป็นทุกข์เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะมีอะไรได้จะมีอะไรเสีย จะมีอะไรเป็นจะมีอะไรตาย มีอะไรขาดทุนมีอะไรได้กำไร มีอะไรแพ้มีอะไรชนะมันก็ไม่เห็นว่าประหลาดอะไรเป็นของธรรมดาไปทั้งนั้นเพราะว่าเขามีหลักที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
ในบทที่ว่ามันอยากนั่นเองเรียกว่าตะถะตาแปลว่ามันเป็นอย่างนั้นเองมันเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมดาอย่างนั้นเองสิ่งที่ละเอียดปะติญะปัดจะตามันเป็นเหตุของมันมันอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างนั้นมันมีเหตุปัจจัยอย่างนั้นมองดูเห็นอย่างนี้มันก็ไม่มีความทุกข์ร้อนอะไรเพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีความโง่ไปยินดีหลงใหลหัวเราะร่าเริงโดยปกติอยู่ได้คนธรรมดาเมื่อได้กำไรมันก็กระโดดโลดเต้นเมื่อขาดทุนมันก็นั่งร้องไห้อยู่แต่คนที่ทีความรู้พระธรรมอันสูงสุด
แล้วมันไม่เป็นอย่างนั้นได้กำไรมันก็ว่าอย่างนั้นเองจะทำต่อไปก็ได้ไม่ทำต่อไปก็ได้แล้วแต่เหตุผลของตนเมื่อขาดทุนมันก็ไม่ร้องไห้อยู่มันก็เห็นว่าอย่างนั้นเองจะทำต่อไปก็ทำให้มันดีทำให้มันถูกต้องทำเสียใหม่มันก็ไม่ขาดทุนนี่เรียกว่าไม่มีอะไรจะมาทำให้จิตใจหวั่นไหวแปรปรวนยินดียินร้ายและไม่ความทุกข์เพราะสิ่งใดในโลกนี่การเกิดทางวิญญาณมันไปได้ไกลอย่างนี้การเกิดทางร่างกายมันก็หยุดได้เพียงแค่เป็นคนเป็นคนดีเท่านั้นเองคนที่สมมุติกันว่าดีอย่างนี้เรียกว่าดียิ่งสวยยิ่งรวยยิ่งอะไรด้วยก็ยิ่งดีแล้วมันก็ดีได้เพียงเท่านั้นยังจะต้องหัวเราะยังจะต้องร้องไห้สลับกันไปตามความเปลี่ยนแปลงในโลกเกิดในทางฝ่ายกายก็ได้เพียงเท่านี้ นี้เกิดในทางฝ่ายจิตมันไปไกลกว่านั้นคือจิตมันสูงขึ้นไปจิตมันวิวัฒนาสูงขึ้นไปสูงขึ้นไปจนเป็นจิตที่ไม่รู้จักทุกข์ทุกข์ไม่เป็นทุกข์ไม่ได้อีกต่อไปการเกิดทางวิญญาณมันดีอย่างนี้พระพุทธเจ้าเป็นบิดาให้มีการเกิดทางวิญญาณและก็สืบพันธุ์ใช้คำหยาบคายกันหน่อยขออภัยว่าสืบพันธุ์ต่อๆกันมาโดยพระสาวกให้มีการเกิดทางวิญญาณอยู่เรื่อยๆอย่าให้รู้จักขาดตอนได้ในโลกนี้ให้มนุษย์ในโลกนี้มีการเกิดทางวิญญาณอย่างถูกต้องกันเรื่อยๆไปให้โลกนี้มันเป็นโลกของมนุษย์ที่สมชื่อคือมนุษย์แปลว่ามีจิตใจสูงนั้น
ขอให้คนในโลกเป็นมนุษย์ความมีจิตใจสูงอยู่เหนือกิเลสอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ต่อๆไปเถิดอย่าให้การเกิดแบบนี้มันสูญหายไปเสียให้มันยังคงมีอยู่ตลอดไปส่วนการเกิดทางร่างกายนั้นมันเป็นเพียงพื้นฐานสำหรับให้ตั้งอยู่เพื่อการเกิดทางวิญญาณนั้นถ้ามีการเกิดทางร่างกายดีแล้วนั้นก็ขอให้ตั้งอยู่เป็นพื้นฐานสำหรับการเกิดในทางวิญญาณอีกต่อไปขอให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจมองเห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งนี้ว่าเรามีการเกิดมาทางร่างกายเสร็จอยู่แล้วก็ขอให้มีการเกิดทางวิญญาณทางจิตใจต่อไปอีกให้จิตใจสว่างไสวแจ่มแจ้งเดินไปอย่างถูกต้องตามครองของพระธรรมก็เรียกว่าตั้งต้นใหม่ทางจิตใจแล้วก็เบิกบานออกไปอย่างที่สุดขอดงการเกิดทางวิญญาณ
ขอให้ท่านทั้งหลายทุกคนจงอย่าได้เสียทีที่ได้เกิดมาพอเกิดมาทางกายแล้วให้ไปเกิดทางจิตหรือทางวิญญาณต่อไปอีกจนถึงขั้นสุดท้ายอยู่เหนือปัญหาทุกอย่างอยู่เหนือความทุกข์ทุกอย่างเรียกว่ามีร่างกายกับจิตใจที่บริสุทธิ์ไม่กังวลอยู่ด้วยกิเลสและความทุกข์อีกต่อไปก็เรียกว่าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับนี่เราเกิดมาเพื่อประพฤติ อบรม ฝึกฝนทุกอย่างๆเรื่อยๆไปจนถึงขั้นว่ามีร่างกายและจิตใจที่บริสุทธิ์ไม่กังวลอยู่ด้วยกิเลสไม่กังวลอยู่ด้วยความทุกข์มันไปถึงที่นั่นและเรียกว่าถึงที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ
แต่ทีนี้คนในโลกนี้มันไม่รู้เขาให้เล่าให้เรียนกันมากมายก็ไม่รู้มนุษย์ได้รับการอบรมเก่งกล้าสามารถจะไปเหาะเหินเดินอากาศหรือจะไปใต้มหาสมุทรอะไรก็ได้ไปเหยียบพระจันทร์ก็ได้เรียกว่าเหนือที่จะขาดคิดก็ได้มนุษย์ก็เก่งถึงอย่างนี้อาตมาเปรียบว่ามนุษย์สมัยนี้มันเก่งกว่าพระวิษณุกรรมในเรื่องนิยายที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาเสียอีกฉันถามว่ามนุษย์เก่งอย่างนี้แล้วจะไปที่ไหนกันโว้ย มนุษย์มันก็ตอบว่าไม่รู้โว้ยไปถามคอมพิวเตอร์ไปถามว่าอะไรคือดีที่สุดที่มนุษย์เราควรจะได้มันก็ตอบว่าไม่รู้โว้ยไปถามคอมพิวเตอร์
ถ้าแกไม่รู้อย่างนี้แกจะเดินให้มันถูกเรื่องถูกราวไปหาที่ที่ควรจะไปได้อย่างไรมันก็บอกว่าไม่รู้โว้ยไปถามคอมพิวเตอร์มนุษย์สมัยนี้มันไม่รู้จะเกิดมาทำไมจะได้อะไรเขายังไม่ได้ถามคอมพิวเตอร์ถ้าใครไปถามเขาเขาก็บอกว่าไปถามคอมพิวเตอร์เรามาไม่ใช่อวดดีไม่ใช่อวดสักหน่อย ไม่ใช่อวดดีไม่อยากไปเมืองนอกใครจะลงทุนให้ไปก็ไม่ไปเพราะกลัวว่าจะไปพบคำถามถามคอมพิวเตอร์ไปที่ไหนๆก็มัวแต่ไปถามคอมพิวเตอร์แล้วเราก็โง่กลับมานั้นไม่อยากไปเมืองนอกกับเขากลัวจะได้รับคำตอบถามคอมพิวเตอร์มนุษย์เราไม่รู้ว่าจะเกิดมาทำไม ได้อะไร ได้โดยวิธีใดมันไม่รู้มันก็ให้ไปถามคอมพิวเตอร์มันบ้าสักกี่มากน้อย
มนุษย์เกิดมาสร้างคอมพิวเตอร์แล้วก็ให้ไปถามคอมพิวเตอร์และก็ให้คอมพิวเตอร์เป็นผู้บัญชาว่ามนุษย์จะต้องทำอย่างไร อย่างนี้มันก็ไม่มีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ว่าอยู่ที่ตรงไหนขอให้คิดดูให้ดีๆ
เอาละขอให้สรุปความกันให้ได้ว่าพ่อแม่สมบูรณ์แบบนั้นคือพ่อแม่ที่ให้การเกิดทางร่างกายที่ดีที่สุดครั้นมีการเกิดทางร่างกายที่ดีที่สุดแล้วก็ให้มีการเกิดในทางวิญญาณขึ้นดีที่สุดอีกระยะหนึ่งอีกตอนหนึ่งอีกขั้นหนึ่งแล้วเรื่องมันก็จบเท่านี้ไม่มีอะไรอีกแล้วเพราะมันไปถึงจุดสูงสุดที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับขอร้องให้ทบทวนดูอีกครั้งหนึ่งว่าพ่อแม่สมบูรณ์แบบทั้งการเกิดทางร่างกายและการเกิดฝ่ายวิญญาณสำคัญไหมสำคัญกี่มากน้อยทำไมไม่สนใจ ทำไมมองข้าม ทำไมไม่รู้ไม่ชี้ว่าอย่างไรจึงขอฝากไว้ในฐานะเป็นสิ่งสำคัญที่พากันมองข้าม
ทีนี้ก็จะพอถึงสิ่งที่เรียกกันว่าลูกพ่อแม่ก็ต้องมีลูก ลูกก็ต้องมีพ่อแม่ถ้าไม่มีลูกมันก็ต้องไม่มีความเป็นพ่อแม่หรือว่าลูกมันจะมีโดยไม่มีพ่อแม่นั้นก็ไม่ได้ดังนั้นพ่อแม่กับลูกมันก็เป็นสิ่งที่มีคู่กันไปเสมอเหมือนฝากับตัวมันต้องมีคู่กันจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้ก็เพราะเป็นลูกที่ดีถ้าทำให้มีลูกที่ดีไม่ได้มันก็เป็นพ่อแม่ที่ดีไม่ได้นั้นลูกที่ดีก็เหมือนกันต้องอาศัยพ่อแม่ที่ดีไม่มีพ่อแม่ที่ดีลูกมันก็ดีไปไม่ได้นี่หมายความว่าพ่อแม่ที่ให้เกิดมาอย่างถูกต้องทั้งทางกายทางวิญญาณที่กล่าวมาแล้วมีพระบาลีที่จำได้ว่าเป็นพระพุทธภาษิตด้วยซ้ำไปพุทราวัตถุมนุสารหนังคือมีผู้มาถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรเป็นวัตถุของมนุษย์ท่านว่าพุทราวัตถุมนุสารหนังบุตรเป็นวัตถุของมนุษย์นี้คำว่าวัตถุเดี๋ยวนี้เราใช้สำหรับสิ่งที่ไม่มีวิญญาณก้อนอิฐ ก้อนดิน ก้อนหินอะไรต่างๆนี่เป็นวัตถุถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วก็ผิดเรื่องผิดราวกันไปหมดไปกันไม่ได้วัตถุในที่นี้มันแปลว่าวัตถุแปลว่าสิ่งที่เพ่งเล็งเราเพ่งเล็งไปยังสิ่งใดสิ่งนั้นก็เป็นวัตถุซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งการเพ่งเล็งวัตถุมีความหมายอย่างนี้
ทีนี้อีกข้อหนึ่งอีกความหมายหนึ่งแปลว่าที่ตั้งที่อาศัยวัตถุแปลว่าที่ตั้งที่อาศัยไม่มีวัตถุที่ตั้งที่อาศัยแล้วมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เสร็จแล้วมันก็เป็นที่เดียวกันเพราะอะไรเป็นที่ตั้งที่อาศัยได้คนมันก็ไปเพ่งเล็งอันนั้น เมื่อไปเพ่งเล็งที่นั่นจนแจ่มแจ้งมันก็ใช้เป็นที่พักที่อาศัยได้อย่างว่าทำกรรมฐานก็มีอารมณ์สำหรับกรรมฐานอารมณ์ของกรรมฐานคือวัตถุสำหรับเพ่งเล็งก็เพ่งจิตไปที่วัตถุนั่น
แล้ววัตถุนั่นก็เป็นที่ตั้งที่อาศัยสำหรับทำกรรมฐานนั้นอารมณ์ของกรรมฐานจึงเป็นวัตถุที่เพ่งเล็งและเป็นที่ตั้งที่อาศัยของการทำกรรมฐานนี่เป็นตัวอย่างทีนี้เราก็มาดูกันว่าบุตรที่เป็นลูกหลานเหลนมันเป็นวัตถุของมนุษย์อย่างไรนัยยะที่หนึ่งเป็นที่เพ่งเล็งก็หมายความว่าบุตรมันเป็นที่เพ่งเล็งของพ่อแม่ พ่อแม่ที่ยังไม่เคยมีบุตรมันก็เพ่งเล็งที่จะมีบุตรความอยากมีบุตรนั่นแหละมันก็คือเพ่งเล็งที่จะมีบุตรนั้นบุตรมันจึงเป็นที่เพ่งเล็งของคนที่จะเป็นพ่อแม่บุตรในความหมายนี้เป็นที่เพ่งเล็งมนุษย์ทั้งหลายเพ่งเล็งที่จะได้บุตรอยากที่จะได้บุตรสำหรับจะสืบสกุลก็ตามใจเพราะว่าเป็นเลี้ยงดูเราตอนแก่เฒ่าก็ได้หรือสำหับจะเป็นประโยชน์อย่างอื่นก็ได้ผัวเมียนั้นเขาเพ่งเล็งที่จะได้บุตรนั้นบุตรจึงเป็นที่เพ่งเล็งของมนุษย์มันเป็นธรรมชาติที่ผัวเมียเพ่งเล็งที่จะได้บุตรคือจะเป็นโดยสติปัญญาหรือเหตุผลอะไรก็ได้เหมือนกันได้อีกชั้นหนึ่งว่าเขาควรจะมีบุตรเขาก็เพ่งเล็งในการที่จะมีบุตร บุตรจึงเป็นที่เพ่งเล็งของมนุษย์ท่านทั้งหลายที่เป็นบิดามารดามาแล้วก็ไปนึกถึงทบทวนดูว่าเราเคยมีความประสงค์เพ่งเล็งอย่างนี้หรือเปล่าแล้วก็รู้ได้เองว่าบุตรนี้เป็นที่เพ่งเล็งอย่างไรนี้นัยยะที่สองบุตรเป็นที่ตั้งอาศัยของหมู่มนุษย์นี่เห็นได้ง่ายเหลือเกินว่าถ้าไม่มีบุตรมนุษย์ก็สูญพันธ์ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
ถ้าไม่มีบุตรออกมามนุษย์ก็สูญพันธ์แล้วไม่ได้มานั่งพูดกันอยู่ที่นี่นั้นที่ตั้งที่อาศัยสำหรับจะให้มนุษย์ยังคงอยู่ก็คือบุตรนั่นเองนั้นการมีบุตรก็คือที่ตั้งที่อาศัยสำหรับมนุษย์ให้ยังคงยืนอยู่ต่อไปอย่าให้มนุษย์สูญพันธ์นับว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามความหมายนี้ในระดับนี้ถ้าไม่มีบุตรมนุษย์ก็สูญพันธ์โลกนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรมีมนุษย์อยู่อาศัยในโลกเหมือนที่ว่าเดี๋ยวนี้อนาคตฝากไว้กับเยาวชนเด็กๆเดี๋ยวนี้ก็พูดกันมากว่าไอ้เด็กๆคืออนาคตของชาติอนาคตของโลกมันมีความสำคัญมันเป็นหลักที่ว่าจะอยู่หรือจะสิ้นบุตรเยาวชนทีนี้ก็มาดูถึงปัญหาที่พูดกันอยู่ว่าเราจะมีบุตรชนิดไหนกันที่จะเป็นที่ตั้งที่อาศัยของมนุษย์ได้แล้วเราก็ควรจะเพ่งเล็งบุตรชนิด
นั้นแหละเรามาศึกษาให้เข้าใจกันเสียก่อนว่าเราจะมีบุตรชนิดไหนมนุษย์จึงจะอยู่รอดไม่สูญพันธ์และเป็นโลกมนุษย์ที่ดีที่น่าอยู่นี้เราก็เพ่งเล็งบุตรชนิดนั้นนั้นเราอย่าถือกันง่ายๆว่ามันเป็นเรื่องตามธรรมชาติหมู หมา กา ไก่มันก็ทำของมันได้มันก็มีบุตรของมันได้มันก็เป็นเรื่องของหมู หมา กา ไก่แต่คนไม่ควรเป็นอย่างนั้นคนควรจะมีการเพ่งเล็งเลือกเอาอย่างนั้นอย่างนี้ตามที่ควรจะเป็นนั้นเราควรจะมีจุดมุ่งหมายว่าเราจะมีบุตรอย่างไรจึงจะเป็นที่ตั้งอาศัยของมนุษย์สะยะชาติคือความมีอยู่ของมนุษย์นั่นเองเราก็ได้พบบุตรที่เลวๆมันก็มีค่าเป็นของสกปรกชิ้นหนึ่ง ดุ้นหนึ่งออกมาจากท้องของบิดามารดามันมีความหมายเพียงเท่านั้นอย่างนี้ก็จะไม่เรียกว่าบุตรเรียกว่าก้อนสกปรกก้อนหนึ่งออกมาจากบิดามารดามากกว่าต้องเป็นบุตรที่เป็นที่ตั้งของมนุษย์เป็นที่พึงปรารถนาของบิดามารดา

แต่ถึงอย่างไรก็ดีข้อนี้มันขึ้นอยู่กับบิดามารดาแล้วอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าบุตรเขาจะสร้างขึ้นมาตัวเองได้เพราะว่ามันเป็นทารกหรือว่าก่อนทารกมันก็คิดนึกอะไรไม่ได้มันเจตนาไม่ได้นั้นจึงขึ้นอยู่กับบิดามารดาที่จะทำให้เขาเกิดมาอย่างไรเกิดขึ้นมาแล้วจะอบรมอย่างไรจึงจะเป็นบุตรที่ดีหน้าที่ของบุตรจึงมีอย่างเดียวคือเชื่อฟังบิดามารดานี่ขอพูดกับผู้ที่เป็นบุตรทั้งหลายในโลกนี้ในปัจจุบันนี้ว่าบุตรที่ดีที่สุดพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าคือบุตรที่เชื่อฟังไม่ใช่บุตรที่สวยที่รวยที่เรียนเก่งที่อะไรๆเก่งกาจสามารถไปหมดเก่งกว่าบิดามารดาอย่างนี้ท่านก็ไม่เรียกบุตรที่ดีเพราะมันไม่เชื่อฟังบิดามารดามันจองหองพองขนมันเนรคุณบิดามารดาเมื่อไหร่ก็ได้อย่างที่ปรากฏมากขึ้นทุกทีในหนังสือข่าว ในปัจจุบันนี้ในยุคนี้ที่การศึกษาเป็นหมาหางด้วนก็มีบุตรที่ฆ่าบิดามารดาปรากฏมาให้เห็นทุกทีๆตามที่เป็นข่าวนั่นมันถึงกับขนาดฆ่า
ทีนี้มันยังมีบุตรอีกประเภทหนึ่งที่มันทำให้บิดามารดาร้อนใจแล้วมันก็จับใส่ไปในนรกนี่มันมากกว่าๆมากไอ้บุตรที่มันฆ่าบิดามารดาเลยมันยังน้อยบุตรที่ทำให้บิดามารดาร้อนใจมันหมกอยู่ในนรกมีมากอยู่ในโลกนี่ก็ไม่ใช่บุตรไม่ตรงกับความหมายที่บุตรเป็นผู้ยกบิดามารดาขึ้นมาเสียจากนรกคือความร้อนใจนั้นขอให้เรามองให้เห็นว่าคำว่าบุตรดีที่สุดคือบุตรที่เชื่อฟังถ้าบิดามารดามองไม่เห็นเราก็ต้องเป็นอย่างอื่นบุตรก็ควรเป็นฝ่ายยินยอมให้เป็นไปตามประสงค์ของบิดามารดาโดยถือว่าชีวิตของเราทั้งหมดมันได้มาจากบิดามารดามันควรจะเป็นของบิดามารดามันก็ยอมให้บิดามารดาไปหมดเลยส่วนข้อที่ไม่เหมือนกันนั้นก็พูดจากันได้ปรับปรุงกันได้ทำความเข้าใจกันได้จนในที่สุดมันก็พอไปกันได้กับความประสงค์ของบิดามารดาเพราะว่าบิดามารดารักลูกเหลือประมาณไม่มีใครรักลูกเท่าบิดามารดานั้นจึงเป็นที่ไว้ใจได้ว่าไม่มีความหวังร้ายไม่มีเจตนาร้ายความต้องการของบิดามารดาล้วนต้องการให้ความสุขสวัสดีแก่บุตรทั้งนั้น
เราควรพอใจที่จะมอบชีวิตนี้ให้เป็นไปตามประสงค์ของบิดามารดาจะทำมาหากินอะไรกันต่อไปก็เป็นเรื่องที่ปรึกษากันได้นี่บุตรชนิดนี้เป็นวัตถุทีตั้งของมนุษย์เป็นสิ่งที่มนุษย์ปรารถนาและหวังจะได้อยู่จึงคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรจะมองไม่ควรจะมองข้ามคือมันเป็นสิ่งสำคัญซึ่งไม่ควรจะพากันมองข้ามเดี๋ยวนี้มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่พากันมองข้ามหรือว่าไม่เห็นเป็นสิ่งสำคัญจึงพากันมองข้ามบิดารมารดามักจะเห็นแต่ความสุขส่วนตัวไม่เอาใจใส่กับบุตรให้ดีที่สุดไม่อบรมเขาให้ดีที่สุดโตขึ้นมาบุตรก็สนองคุณโดยการไม่รับรู้ความเป็นบิดามารดาเนรคุณบิดามารดาเรื่องมันก็จะเป็นเท่านี้เองถ้าเราอยากเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยว่าบิดามารดาที่สมบูรณ์แบบว่าเรื่องเล็กน้อยต้องมีต้องทำต้องจัดมาให้ได้ปรับปรุงตัวเองให้เป็นพ่อแม่สมบูรณ์แบบและถ้าเราเป็นลูกก็พยายามเป็นลูกที่สมบูรณ์แบบเพราะว่าเราจะต้องเป็นลูกของบิดามารดาเรื่อยๆไปจนกว่าจะเข้าโลงไม่ใช่เป็นลูกของบิดามารดาเฉพาะตอนเล็กๆอยู่เราก็เป็นลูกของบิดามารดาเรื่อยๆไปจนกว่าจะเข้าโลงตามบิดามารดาไปและเป็นลูกสมบูรณ์แบบสมกับเป็นพ่อแม่สมบูรณ์แบบ
ถ้าในโลกนี้มีพ่อแม่สมบูรณ์แบบและมีลูกสมบูรณ์แบบแล้วก็หมดปัญหาไม่มีปัญหาเลวร้ายหรือวิกฤตการณ์ต่างๆนาๆที่เป็นอยู่ในบ้านเมืองเราในชาติของเราหรือในโลกทั้งปวง โลกทั้งปวงไม่มีสันติภาพไม่มีสันติสุขมันเนื่องมาจากมนุษย์ไม่เป็นมนุษย์ มนุษย์ไม่เป็นมนุษย์เพราะขาดพ่อแม่สมบูรณ์แบบและขาดลูกที่สมบูรณ์แบบมันจะให้เรียนเท่าไรเก่งกล้าสามารถเท่าไรก็ไม่ทำให้โลกนี้มีสันติภาพได้นี้มันน่าเศร้าที่ว่าการศึกษา
ปัจจุบันนี้มันให้เรียนแต่หนังสือกับวิชาชีพไม่ให้เรียนหลักพระธรรมมันก็ขาดส่วนสำคัญไปถ้าขืนอยู่อย่างนี้ไม่มีหวังที่ว่าโลกนี้จะเป็นโลกของมนุษย์ได้เว้นไว้แต่ว่าผู้จัดการศึกษาในโลกนี้เขาจะจัดการศึกษาให้สมบูรณ์แบบให้เรียนหนังสือ ให้เรียนอาชีพแล้วก็ให้เรียนหลักธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องเมื่อเช้าอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งรู้สึกยินดีมากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านยอมรับว่าการศึกษาของประเทศไทยนั้นยังเป็นสุนัขหางด้วนนี่ไปอ่านสยามรัฐฉบับวานนี้ดูการที่นักเรียนตรีกันวุ่นวายในโรงเรียนนั้นแปลว่าระบบการศึกษาของเรายังเป็นสุนัขหางด้วนท่านรัฐมนตรีท่านยอมรับอย่างนี้ที่จริงมันมีหวังว่าในอนาคตท่านจะจัดการศึกษาให้มันสมบูรณ์แบบไม่เป็นแบบสุนัขหางด้วนก็พอดีกับที่
อาตมากำลังพูดเรื่องนี้อยู่นั้นจึงขอให้พ่อแม่ทั้งหลายได้สนใจเป็นพิเศษอบรมลูกหลานของเราเองให้ได้รับการศึกษาที่ยังขาดอยู่หมายความว่าถ้ารัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการเขายังจัดให้ไม่ทันการศึกษาส่วนที่ 3 ยังขาดอยู่ยังจัดให้ไม่ทันแล้วก็พ่อแม่แหละช่วยกันจัดให้ลูกๆให้สนใจมากเป็นพิเศษเช่นช่วยกันจัดการศึกษาส่วนที่ 3 ให้กับลูกๆของเราลูกของเราได้รับการศึกษามา 2 ชนิดจากโรงเรียนก็ได้รับอีกชนิดหนึ่งจากที่บ้านโดยเราและลูกของเราก็มีการศึกษาสมบูรณ์แบบไม่เป็นเหมือนสุนัขหางด้วนมันก็จะรอดตัวไปได้พระเจ้า
พระสงฆ์ก็เหมือนกันจะช่วยในการอบรม ศึกษาสั่งสอนนี้ให้มันเต็มขึ้นมาเร็วๆสอนหลักธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์ให้มันเต็มเร็วๆชดเชยกับที่ว่ารัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการเขายังทำไม่ทันเรื่องมันมากอย่าไปโทษเขาเลยทั้งโลกมันเป็นอย่างนั้นเอามาเป็นภาระหน้าที่ของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ พระเจ้าพระสงฆ์ให้ลูกเด็กๆของเรามีความรู้เรื่องความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องนี่ก็เป็นเรื่องให้กำเนิดในทางวิญญาณด้วยเหมือนกันให้การเกิดทางวิญญาณให้มีขึ้นมาให้เจริญเติบโตจนเขาเป็นมนุษย์ที่เจริญสูงสุดทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายวิญญาณท่านว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพากันมองข้ามพูดสั้นว่ามาช่วยกันเร็วๆช่วยทำความสว่างไสวให้กับลูกเด็กๆ
ในส่วนการศึกษาที่ 3 คือส่วนพระธรรมในหลักพระศาสนาทำให้เขามีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เราก็จะได้มีมนุษย์อยู่กันในโลกอย่างโลกของมนุษย์มันไม่เดือดร้อน มันไม่ยุ่งยาก มันไม่ระส่ำระสายมิฉะนั้นแล้วเหมือนอยู่ในนรกโลกนี้จะกลายเป็นนรกเมื่อคนมันมีแต่ความเห็นแก่ตัวมีความเห็นแก่ตัวจ้องแต่จะกอบโกยประโยชน์ไม่มีธรรมะมันก็เป็นโลกนรกก็ต้องทนอยู่ในนรกโลกนี้ก็เป็นโลกที่ไม่น่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้นแต่ก็ต้องอาศัยทนอยู่ในโลกที่ไม่น่าอยู่เพราะการศึกษาไม่สมบูรณ์
ดังที่กล่าวแล้วอาตมาเห็นว่าการบรรยายในวันนี้สมควรแก่เวลาจึงขอร้องให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายสรุปเอาใจความไปพินิตพิจารณาเพื่อความเป็นพ่อแม่สมบูรณ์เป็นบุตรสมบูรณ์ในฐานะเป็นสิ่งที่ไม่มองข้ามเป็นอันขาดเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจจะพากันมองข้าม


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |