<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34977" type="text/javascript"></script> |
|
ลำดับของตัวเลข กับการค้นพบดาวเคราะห์น้อย
เรามาร่วมกันสัมผัสถึงความน่าพิศวงกับลำดับของตัวเลขง่ายๆ ที่สามารถนำไปสู่การค้นพบดาวเคราะห์น้อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ...
post ครั้งแรก: Fri 8 February 2008, 11:47 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 4 March 2008, 7:21 pm
|
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของโครงการพัฒนาอัจริยาภาพฯ (JSTP) กับวิชาการ.คอม ทีมา : โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน โดย : ทวีนันท์ เชี่ยวชาญชำนาญกิจ, เดชชาติ สามารถ 0 3 6 12 24 48 96 192 384 768 ซึ่งได้จากการเริ่มด้วย 0 และ 3 แล้วตัวเลขถัดไปได้จากการนำสองไปคูณตัวเลขข้างหน้า (หก ได้จากการนำสองไปคูณกับสาม) จากนั้นนำตัวเลขแต่ละตัวบวกด้วยสี่ ก็จะได้ลำดับใหม่คือ 4 7 10 16 28 52 100 196 388 772 จากนั้นนำตัวเลขแต่ละตัวหารด้วยสิบ ก็จะได้ 0.4 0.7 1.0 1.6 2.8 5.2 10.0 19.6 38.8 77.2 ลำดับของตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร ลองดูตารางของระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์แต่ละดวงกับดวงอาทิตย์ หน่วยเป็น ดาราศาสตร์ (หนึ่งหน่วยดาราศาสตร์ (AU) คือระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ มีค่าประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร) เทียบกับตัวเลขในลำดับที่ได้นะครับ
*ซีรีส และพลูโต ในปัจจุบันได้ถูกจัดเข้าเป็นดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet) จากตารางจะเห็นได้ว่าตัวเลขจากกฎของไทเทียส-โบเด้ กับระยะทางจริงนั้นใกล้เคียงกันมาก (ยกเว้นเนปจูนและพลูโต) โดยในยุคที่ผลงานชิ้นนี้ได้ถูกตีพิมพ์โดย โยฮัน อิเลิต โบเด้ (Johann Elert Bode) เรารู้จักดาวเคราะห์เพียงแค่ดาวพุธ จนถึงดาวเสาร์เท่านั้น ทำให้ผลงานชิ้นนี้ได้รับความสนใจพอสมควร จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1781 ก็ได้มีการค้นพบดาวยูเรนัส ซึ่งมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์สอดคล้องกับกฎของไทเทียส-โบเด้เป็นอย่างดี ทำให้กฎดังกล่าวเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ในเวลาดังกล่าว ยังไม่มีใครรู้จักแถบดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัส และเลข 2.8 ในกฎได้ถูกเว้นเอาไว้ ด้วยเหตุนี้เองนักดาราศาสตร์จึงได้ทำการค้นหาดาวเคราะห์ที่ตำแหน่งดังกล่าว และได้พบดาวที่ชื่อว่า ซีรีส แต่ก็มีขนาดเล็กมาก และในภายหลังนักดาราศาสตร์ก็ได้ค้นพบดาวเคราะห์น้อยอีกเป็นจำนวนมากในบริเวณดังกล่าว และได้ชื่อว่า แถบดาวเคราะห์น้อย โดยในปัจจุบันซีรีสได้ถูกจัดเป็นดาวเคราะห์แคระเช่นเดียวกับดาวพลูโต หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1846 ได้มีการค้นพบดาวเนปจูน ซึ่งมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่ตรงตามกฎของไทเทียส-โบเด้ ทำให้กฎนี้เป็นอันตกไป แต่ก็เป็นที่สังเกตภายหลังมีการคนพบดาวพลูโตว่าระยะห่างจากดวงอาทิตย์ของดาวพลูโตนั้นได้ไปสอดคล้องกับค่าที่ทำนายจากกฎของไทเทียส-โบเด้ แต่กลับเป็นค่าที่ทำนายระยะห่างของดาวเนปจูนแทน อย่างไรก็ตามกฎของไทเทียส-โบเด้ ก็ได้ทำให้เกิดการค้นพบดาวซีรีส และแถบดาวเคราะห์น้อยขึ้น จะเห็นได้ว่าการหาความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ กับรูปแบบทางคณิตศาสตร์ที่เรียบง่ายก็สามารถนำไปสู่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน หวังว่าสักวันเด็กตัวน้อยทำกำลังอ่านบทความนี้คงได้คิดอะไรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้เช่นกัน
เอกสารอ้างอิง |
เป็นไปได้ไงเนี๊ยะ ไม่อยากจะเชื่อเลย
นี้เป็นกฎที่ถูกล้มล้างเป็นกฎแรกที่ผมรู้จักเลย
โอ้ เพิ่งรู้ว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย
น่าสนดีครับ

ขอบคุณคร้า..พอดีตอนนี้กำลังทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องดาวเคราห์น้อย และ ดาวแปรแสงอยู่พอดี
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะฮับ เดี๋ยวจะเอาไปเพิ่มเติมในงานวิจัย บาย...

โอโฮ้! สุดยอดครับ
จากเด็กชอบอาริน
แสดงถึงการเชื่อมโยงระหว่างสาขาที่ดี


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |