vcharkarn
Username : Password : จำไว้ตลอด | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
facebooktwitter
งานวันนักประดิษฐ์โลก
2SeveN (56,171 views) first post: Fri 8 February 2008 last update: Tue 26 February 2008
งานแสดงพระอัจฉริยภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านงานประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก พร้อมแสดงผลงานการประดิษฐ์จากกลุ่มนักวิชาการ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่จัดร่วมกับวันนักประดิษฐ์สากล (International Inventor’s Day) ที่ประเทศไทย

หน้าที่ 1 - งานวันนักประดิษฐ์นานาชาติเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

วันนักประดิษฐ์โลก ครั้งที่ 1
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2551 - 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 10:00 น. - 19:00 น.
วันที่ 5 กุมภาพันธ์2551 เวลา10:00 น. - 15:30 น.
สถานที่จัดกิจกรรม อิมแพคเมืองทอง





 สวัสดีค่ะ เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับงาน วันนักประดิษฐ์โลก ครั้งที่ 1 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ทางวิชาการดอทคอมก็ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศ และ ผลงานต่างๆที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ










 



 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักการศึกษาของไทย ทรงห่วงใยในโภชนาการของเด็กไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไข้หวัดนก (ภาพจาก วช.)






ประธานเปิดงานวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2551 และงานวันนักประดิษฐ์นานาชาติเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับองค์กรสหพันธ์นักประดิษฐ์โลก และอีกหลายองค์กรจาก 84 ประเทศ เห็นพ้องให้ไทยเป็นเจ้าภาพ สืบเนื่องจากพระปรีชาสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีหลายด้าน องค์กรสหพันธ์นักประดิษฐ์โลกเห็นควรให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นวัน "นักประดิษฐ์โลก"



ภายหลังพิธีเปิดงาน นายไพบูลย์ ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติเพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานวิจัยสะสมตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปใน 6 สาขา ได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมเหรียญนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ได้แก่



ศ.นพ.ปรีดา มาลาสิทธิ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ รศ.ดร.ธวัชชัย ตันฑุลานิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ศ.ดร.อุทัยรัตน์ ณ นคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา รศ.ฉลอง สุนทรวาณิชย์ จุฬาฯ สาขาปรัชญา ศ.วีระพงษ์บุญโญภาส จุฬาฯ สาขานิติศาสตร์ ศ.ดร.สุวิมล ว่องวาณิช จุฬาฯ สาขาการศึกษา สำหรับรางวัลนักวิจัยดีเด่นตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา



มีนักวิจัยไทยได้รับรางวัลแล้ว 118 คน



 สมาชิกสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ (International Federation of Inventors’ Association) และสมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์ เกาหลีใต้ (KIPA) กว่า 184 ประเทศมีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมน้อมถวายพระราชสมัญญานามแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก” เพื่อเทิดพระเกียรติที่พระองค์ทรงงานด้านการประดิษฐ์ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติ



เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 16.00 น. ดร. อันดราส วีเดรส ประธานสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติได้เป็นตัวแทนในการน้อมถวายพระราชสมัญญานาม “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก” ต่อเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี โดยประเทศสมาชิก 184 ประเทศของสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติและ KIPA ได้มมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประดิษฐ์ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประชาคมโลก โดยผลงานประดิษฐ์ที่ทรงคิดค้นขึ้นมา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น โครงการฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา ไบโอดีเซล เป็นต้น
นอกจากนี้ สมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติจึงได้กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์โลกด้วย โดยในปีนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานวันนักประดิษฐ์โลกขึ้นเป็นครั้งแรกด้วย โดยประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดงานวันนักประดิษฐ์ และวันนักประดิษฐ์นานาชาติ ครั้งที่ 2 






ในวันเดียวกัน หลังจากมีพิธีถวายพระราชสมัญญานามแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผู้แทนของ KIPA ก็ได้ถวายรางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม สเปเชียล ไพรซ์ (Special Prize) ด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืชต่อเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วยเช่นกัน

สมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ หรือ IFIA เป็นองค์กรเอกชนที่ส่งเสริมด้านการประดิษฐ์ในระดับนานาชาติ โดยจัดงานนิทรรศการนานาชาติด้านการประดิษฐ์ในประเทศต่าง ๆ มีสำนักงานอยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี มีสมาชิก 84 ประเทศ
-------------------------------------------------------------- Organizer: กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เว็บไซต์ของงาน :http://iidc.nrct.go.th

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลผลงานวิจัย 13 เรื่อง แบ่งเป็นผลงานวิจัยดีเยี่ยม 4 เรื่อง อาทิ งานวิจัยโรคไข้เลือดออกและไวรัสเด็งกี่ ของ นพ.ปรีดา มาลาสิทธิ์ และคณะสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์
รางวัลผลงานวิจัยชมเชย 9 เรื่อง อาทิ งานวิจัยลำดับไมโตรคอนเดรียดีเอ็นเอทั้งหมดของปลาบึกและความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของปลาในอันดับซิลูริฟอร์ม ของ รศ.ดร.อำนวย จรด้วง และคณะ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี2517 เป็นต้นมา ทาง วช.ได้มอบรางวัลผลงานวิจัยไปแล้ว 281 เรื่อง



สำหรับรางวัลวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกปีนี้ มีระดับดีเยี่ยม 8 เรื่อง อาทิ สิทธิของคนเข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ได้สัญชาติไทย โดย ดร.วิชช์ ธีระแพทย์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับชมเชย 18 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์หลายสาขา เช่น ชีววิทยา เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมการเกษตร วิศวกรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2542 มีผลงานวิทยานิพนธ์ได้รับรางวัลแล้ว 154 เรื่อง นอกจากนี้ ยังมีผลงานประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2551 ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ จำนวน 25 รางวัล ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัลดีเยี่ยมเพียง 1 รางวัล ได้แก่ ด้านพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมคือผลงานประดิษฐ์เพลินเล่นรู้ โดยนายวริศร รักษ์พันธุ์ และคณะในสาขาเศรษฐศาสตร์ได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท
ส่วนที่เหลือเป็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นรางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท ในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม มีผลงานได้รับรางวัลชมเชย 12 ผลงาน อาทิผลงานเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำ ของดร.สุพิน แสงสุข และคณะ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร รางวัลชมเชย 5 ผลงาน อาทิ เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำแรงดันสูงขนาดเล็ก ดร.สุรัตน์วดี จิวะจินดาสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา เงิน 50,000 บาท ด้านการแพทย์และสาธารณสุข รางวัลชมเชย 5 ผลงาน เรื่อง Mesh Plug ที่ตัดเย็บขึ้นเองสำหรับการผ่าตัดรักษาไส้เลื่อน รศ.เรือโท จุมพล วิลาศรัศมีและคณะ
ผลงานวิจัย ผลงานวิทยานิพนธ์ รวมทั้งผลงานการประดิษฐ์คิดค้นต่าง ๆ นำมาจัดแสดงตามบูธต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นภายในงาน เช่น การประดิษฐ์โอ่งผ้าไทย โคมไฟญี่ปุ่น เป็นต้น มีการสัมมนาวิชาการเรื่อง แนวทางการส่งเสริมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ การให้บริการขาเทียม 84 ขาคลินิกตรวจสุขภาพพื้นฐาน เป็นต้น ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์ สาธิตผลงานการคิดค้นของเยาวชนระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา กว่า 200 ผลงาน ผลงานจากนานาชาติ 155 ผลงานจาก 27 ประเทศ 29 องค์กร เช่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา โรมาเนีย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คราวนี้เรามาดู ผลงานของ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี



หน้าที่ 2 - ขั้นตอนการทำขาเทียม

ประเทศไทยมีผู้พิการขาขาดจำนวนมาก ที่ต้องการขาเทียม  เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถประกอบอาชีพ เช่น คนปกติ  มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์ประธาน ท่านผู้มีจิตกุศลสามารถจะช่วยให้ความฝันผู้พิการขาขาดกลายเป็นจริงได้ โดยการบริจาคทรัพย์ให้มูลนิธิเพื่อนำไปทำขาเทียมให้ผู้พิการขาขาดโดย
ไม่คิดมูลค่า ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ




เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงทราบว่า รศ.นพ.เทอดชัย  ชีวะเกตุ และ นายบุญอยู่ ทิพยะ สามารถประดิษฐ์ขาเทียมราคาถูกได้จากวัสดุภายในประเทศอาทิ ขวพลาสติก  ท่ออลุมิเนียม ไม้และหนัง  ซึ่งใช้การได้ดี  มีน้ำหนักเบม  สวมสบายและราคาถูกกว่าขาเทียมที่ใช้ชิ้นส่วนจากต่างประเทศแต่ผลิตในประเทศไทย ถึง 10 เท่า จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิขาเทียมขึ้นเพื่อทำขาเทียมแก่ผู้พิการขาขาดที่ยากจน  ทุกเชื้อชาติโดยไม่คิดมูลค่า





 




ในงานนี้ ได้มีการจัดแสดงเผยแพร่ผลงานให้ผู้เข้าชมนิทรรศการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำบูธ (คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ   ช่างทำ ประจำมูลนิธิขาเทียม ) ก็อัธยาศัยดี ให้ข้อมูลอย่างละเอียด กับผู้ที่สนใจ  ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  วิชาการดอทคอมจึงได้ไปขอสัมพาษณ์ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด ตั้งแต่เริ่มจนถึงสมบูรณ์มาฝากค่ะ










วิชาการดอทคอม ช่วยสาธิตวิธีการทำขาเทียมตั้งแต่ขั้นตอนแรกให้ดูเลยได้มั้ยค่ะ
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ  :   ในอดีตเราใช้ปูนปลาสเตอร์ ใช้เฝือกหล่อแบบจากเตาถ่าน มันจะทำให้สิ้นเปลืองวัสดุ   แต่ปัจจุบัน เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ,วัสดุ และความแม่นยำ จึงทำแบบใหม่  เพรา จะไม่ขยายตัว เพราะมันเป็นเฝือก เวลาเทปูนลงในเบ้าเฝือก จะยิ่งขยาย  เวลาจะเอามาทำต้องมาแต่งมาวัดให้พอดีขา  ทีนี้ ทำแบบหุ่นทราย <จะได้เป็นหุ่นทราย ใช้ปั๊มลม ดูดทราย เป็นรูปขาจิงๆ
อันดับแรกบริเวณที่เป็นสันกระดูก  จะแปะเทปกาว ไว้เพราะถ้าไม่แปะมันจะไปกดโดนสันกระดูก   ทำให้เจ็บได้  คุณหมอเทอดิชัย เป็นคนคิด (เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม)

 





 จะคัดแบบละเอียด เพราะ
ถ้าเม็ดใหญ่จะบาดถุง  จะสวมลงไปในขาคนไข้ไม่ได้





 





 





 









พอยัดเข้าไป ก็จะมีตัวใช้การ แว็คคัม โดยมีหัวจุก สำหรับดูดอากาศออก  แล้วนำยางรัดให้แน่น กัดลมเข้า




วิชาการดอทคอม :
ใช้เวลาในการทำขาเทียมแต่ละข้างนานมั้ยค่ะ
คุณ ไชยศรี 
ยศประเสริฐ  :
ระยะเวลาในการทำ จะให้ 3-4 ชม 
ถ้าแบบเดิมจะใช้เวลาเป็นวัน































 





 





 





แล้วเราก็จะเอาทรายที่เราคัดมาแล้วเทใส่ให้จนเต็ม





 





 





 





 





หน้าที่ 3 - ขั้นตอนการทำขาเทียม 2


วิชาการดอทคอม : ใส่ทรายเพื่ออะไรค่ะ
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ  :
เพื่อเอาไปขึ้นรูปคับ  แล้วเราก้อจะต่อข้อต่อที่หัวด้านบน 
อีกที   เราต้องเดินเครื่องตลอดเวลา ถ้าไฟดับ มันจะไม่เปงรูป  
จากนั้นก็ถอดข้อต่อตัวนอก  โดยข้างบนจะดูดตัวในไว้
แล้วก็จะได้หุ่นตอขา
เหมือนขาคนไข้ เมื่อได้แล้วก็จะนำไปขึ้นรูป  ใช้ค้อนทุบส่วนที่เกิน
นำไปขึ้นเบ้าอ่อน   แล้วก้อจะมาตั้งแนว อะรายเม้น 
ดูว่าจะต่อกะขาคนไข้ยังงัย   วัดดูความสูงของคนไข้  ให้พอดี 
ให้เค้าสวมเข้าไป 







 





 


แล้วก็จะได้หุ่นตอขา เหมือนขาคนไข้ เมื่อได้แล้วก้อจะนำไปขึ้นรูป 

ใช้ค้อนทุบส่วนที่เกิน  นำไปขึ้นเบ้าอ่อน   แล้วจะมาตั้งแนว
alignment
ดูว่าจะต่อกับขาคนไข้ยังไง   วัดดูความสูงของคนไข้ 
ให้พอดี



 


แล้วจะนำไปแช่ตู้อบ  40 นาที   เสร็จแล้ว นำมาแว็คคัม  อีกที 
เป็นอันเสร็จอันนั้นเอาไว้ทดสอบว่ามีคุณภาพ คงทน กะคนไข้  ใส่แล้วไม่เจ็บ 
 
วิชาการดอทคอม : อายุการใช้งานของขาเทียมนี้นานมั้ยค่ะ
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ  :   ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน 
ในแต่ละอาชีพ  อาจใช้ได้นาน 10-20 ปี


วิชาการดอทคอม : แล้วฝากระป๋องที่รับบริจาค เอามาทำอะไรบ้างค่ะ
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ  :   ก็จะเอามาหลอด ทำเป็นแกนขาเทียม 
จริงๆแล้วไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่เป็นอลูมิเนียม เรารับบริจาคหมด 
แม้แต่หม้อหุงข้าวที่แตก  แผงทีวีที่เสีย เรานำมาใช้ได้หมด

วิชาการดอทคอม : ในการใช้งานต้องระวังอะไรมั้ยค่ะ
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ  :   ดูว่ามีโรคประจำตัวมั้ย เค้าประสบอุบัติเหตุ  เป็นโรคเบาหวาน  โรคเรื้อน พร้อมที่จะใส่มั้ย  ตรวจตอขา 
ถ้าไม่พร้อมก็จะให้ออกกำลังกาย  ไปทำกายภาพบำบัด  ให้ตอขายืดให้ตรง
ถ้าเส้นยึดจะทำลำบาก  ดูความแข็งแรง  ดูว่าต้องตัดระดับไหน
เหนือตะโพก  เหนือเข่า ใต้เข่า ข้อตะโพก  ข้อเท้า  
แล้วแต่ตอขาคนไข้ว่า จะยาว จะสั้น  ถ้าอายุยิ่งมากความแข็งแรงก็จะน้อยลง 

วิชาการดอทคอม :  แล้วถ้าสนใจจะทำขาเทียมต้องติดต่อที่ไหนค่ะ
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ  :  ทำได้ตามโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ   แต่ต้องมีบัตรคนพิการครับ

วิชาการดอทคอม : ในการขาทำขาเทียมจะดูยังไง
ว่าอย่างไหนดีที่สุด
คุณ ไชยศรี  ยศประเสริฐ 
:
  ให้คำตอบยาก ขาเทียมที่ดีคือ ใส่แล้วสบาย ไม่เจ็บ
ไม่ว่าจะมีราคาแพงแค่ไหน แต่ถ้าใส่แล้ว เดินไม่สะดวก
ก็ไม่มีประโยชน์ครับ





และนี่คือขั้นตอนการทำอย่างละเอียดค่ะ ทีนี้เรามาดูผลงานของน้องๆ จากมหาวิทยาลัยหอการค้ากันต่อเลย ผลงานการประดิษฐ์หุ่นยนต์กู้ภัย โดยเป็นการรวมตัวกันของน้องๆ 8-9 คน  ได้รางวัลมากมาย เช่น  รางวัลที่ 2 จากการแข่งขัน Thailand  rescue robot  chamของประเทศไทย  และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ของโลก จาก World RoboCup 2007, USA




วิชาการดอทคอม :  ช่วยเล่าที่มาของโครงการนี้ให้ฟังได้มั้ยค่ะ
น้องๆจากหอการค้า  :  หลักๆเป็นงานวิจัยจากรุ่นพี่
ที่เริ่มเอาไว้  ตั้งแต่  4 ปีที่แล้วครับ  เมื่อก่อนการทำหุ่นยนต์กู้ภัยจะใช้ระบบ analog  ใช้วิทยุบังคับ แต่ปัจจุบันเราใช้สัญญาณ WiFi



วิชาการดอทคอม :  แล้วตอนนี้ได้นำไปใช้ในชีวิตจริงบ้างยังค่ะ
น้องๆจากหอการค้า  :  ตอนนี้ที่ กองทัพอากาศได้ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย   ทางกองทัพได้ส่งไป  เซ็นเซอร์ สแกน มาให้เพื่อติดตั้ง ยังอยู่ในระยะเวลาการดำเนินงาน



วิชาการดอทคอม :  พอจะอธิบายการทำงานให้ฟังได้มั้ยค่ะ
น้องๆจากหอการค้า  :  หุ่นยนต์ตัวนี้จะประกอบไปด้วย ไมโครโฟน   เซนเซอร์อุณหภูมิ  เซนเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์  ไฟฉาย  จะใช้ล้อ สายพานในการขับเคลื่อน  มีแขนกล 6 แขน หากเข้าไปในที่แคบๆจะสามารถยืดเข้าไปได้  ประมาณ 100 เมตร   แล้ว จะส่งผลการมองเห็นผ่านระบบ ไวเลต กลับมาที่คอมของเรา
ทั้งหมด      ทั้งการเคลื่อนไหว เสียง ระยะห่างในการส่งสัญญาณจากคอมพิวเตอร์   100 เมตร ในที่โล่ง  เราออกแบบชุดนี้มาเพื่อพร้อมใช้งาน  สามารถเก็บไฟได้ 2 ชม. โดยไม่ต้องชาร์จเลย    โดยในตัวนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน
คือตัวหุ่นยนต์  และ กล่อง  เราสามารถยก 2 ตัวนี้ไปในที่ ที่ไม่มีไฟฟ้าได้   
ตัวหุ่นยนต์กับกล่องบังคับสามารถอยู่ห่างจากกันได้ 100 เมตร






หน้าที่ 4 - ไฮโดรเจลจากเซริซิน โดยการฉายรังสีแกรมมา

การเตรียมไฮโดรเจลจากเซริซิน  โดยการฉายรังสีแกมมา เพื่อใช้เป็นวัสดุปิดรักษาบาดแผล
(Preparation of Hydrogel from Sericin By Gamma Irradiation for Use as a Wound Dressing)




ผู้จัดทำ:   นางสาวฐิติรัตน์  ศุภศิลป์ ,นายณัฐพล  ราตรีประสาทสุข, นายธนธรณ์ ขอทวีวัฒนา


 ที่มาและความสำคัญ


เส้นไหมดิบประกอบด้วยเซริซิน (Seriein) และ ไฟโบรอิน (Fibroin)  โดยไฟโบรอิน คือ โปรตีนส่วนที่เป็นเส้นใยที่มีอยุ๋ 2 เส้น  ติดกันด้วยเซริซิน  ซึ่งเป็นโปรตีนกาวไหม (สาระและรัตนวรรณ,2546)  และ ยืดเส้นไหมให้เกาะกันเป็นรังได้  โดยปกติส่วนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมมากที่สุด คือ ส่วนที่เป็นเส้นใยไหม โดยใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้าเป็นส่วนใหญ่  ส่วนเซริซินจะถูกกำจัดออกไปโดยการต้มน้ำในด่าง ( สิรีรัตน์,2548)  เป็นของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรม  จากรายงานวิจัยพบว่าโปรตีนทั้ง 2 ชนิดนี้  มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นวันสดุชีวภาพทางการแพทย์ได้ เช่น การยอมให้ออกซิเจนแพร่ผ่าน  ความไม่เป็นพิษต่อเซลล์ (Minoura, 1995)


นอกจากนั้นมีการนำฟิโบรอินมาผลิตเป็นวัสดุปิดแผลไฮโดรเจลแล้ว  แต่อย่างไรก็ตาม  ขั้นตอนในการสกัดไฟโบรอิน มีความยุ่งยาก  ใช้ระยะเวลาในการเตรียมนาน  ต่างกับการสกัดเซริซิน จึงน่าจะเป็นแนวทางที่ดีกว่าการใช้ไฟโบรอิน

วิชาการดอทคอม :    ช่วยอธิบายถึงลักษณะ ของ ไฮโดรเจล จากเซริซิน  ให้ฟังได้มั้ยค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์) :   งั้นจะขอแนะนำไฮโดรเจลก่อนอย่างแรกเลยละกัน  ลักษณะของไฮโดรเจลจะเป็นอย่างนี้นะค่ะ   เริ่มแรก เรานำสารละลายโพลิเมอร์ มาฉายรังสีแกมมา  เพื่อให้พันธะเกิดการเชื่อมขวางกัน มันก็จะเป็นเจลที่มีโครงสร้างสามมิติอย่างนี้ค่ะ


ส่วนเซริซิน  จะสกัดมาจากเศษรังไหม  ที่เค้าไม่ใช้แล้ว อย่างในรูปนะค่ะ เพราะถ้ารังไหมถูกตัดบางส่วนออกไปแล้ว เค้าจะนำไปทอผ้าต่อไม่ได้แล้ว  โดยปกติในรังไหมจะมีโปรตีนอยู่ สองชนิด คือ  ไฟโบรอิน กับ เซริซิน  ไฟโบรอิน จะเป็นโปรตีนเส้นใย ที่เค้าไว้ใช้ทอผ้า  ส่วนเซริซิน จะเป็นโปรตีนกาวไหม  ซึ่งจะถูกกำจัดทิ้งไป  ทีนี้เคยไปอ่านงานวิจัยมีคนพบว่า นำไฟโบรอิน ผสมโพลิเมอร์ออกมา  ทำเป็นไฟโบรอินไฮโดรเจลออกมาแล้ว แต่ในขั้นตอน การสกัดไฟโบรอิน เพื่อให้เป็นสารละลายออกมาทำได้ยาก คือเดิมไฟโบรอินจะไปโปรตีนเส้นใย  แล้วเราก็ต้องนำมาละลาย ในแคลเซียมคลอไรด์ แล้วต้องนำไปผ่านการไดอะไลซิส   เพื่อทำให้ไฟโบรอินบริสุทธิ์ ซึ่งนานมากๆ คือต้องทำเป็นวัน  ทำได้น้อย และแผ่นที่ใช้กรองราคาแพงมาก จึงคิดว่ามันไม่คุ้มค่า  ในการนำมาใช้ เลยคิดว่าเซริซินสกัดได้ง่ายมากๆ ก็คือเราจะต้องที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียสภายใต้ความดัน  แล้วก็เอามากรอง  เพิ่มความเข้มข้น ในเครื่อง stir-cell ก็จะได้สารละลายเซริซินในลักษณะของเหลวใส อย่างที่เห็นอย่างนี้อ่ะ


วิชาการดอทคอม :    แล้วต้องใช้เวลาในการทำนานมั้ยค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์) :    ไม่นานค่ะ อย่างการสกัดเซริซินใช้เวลาประมาณ 1 ชม. แล้วก็ใช้เวลากรองอีกประมาณครึ่งชม.  เสร็จแล้วก็นำมาเพิ่มความเข้มข้น ใช้เวลาตามความเข้มข้นที่ต้องการ ถ้ายิ่งเข้มข้นมากก็ใช้เวลานานหน่อย  เสร็จแล้วก็จะเอาสาระลายเซริซิน ที่ได้มาผสมกับโพลิเมอร์ เป็นขั้นตอนการเตรียมเซริซินไฮโดรเจล  เมื่อมาผสมกันแล้วเราก็มาฉายรังสีแกมมา  ในการทดลองของเราใช้รังสีแกมมาที่ 20  40  60  80 กิโลเกรย์ (หน่วยของรังสี)  พอเราฉายรังสีเสร็จ ก็จะได้เซริซินไฮโดรเจล  แล้วเราก็นำมาทดสอบคุณสมบัติการบวมน้ำ  พันธะที่ไม่ละลายน้ำ และการยืดของเจล เป็นการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ


จะพบว่าเมื่อเราใส่เซริซินลงไป  เจลจะมีการบวมน้ำได้มากขึ้น  และ มีความสามารถในการยืดของเจลมากขึ้น  เพราะการที่เราใส่เซริซินลงไป มันจะไปบล็อกไม่ให้พันธะหนาแน่นมากเกินไป เซลล์ก็เลยยืดได้มากขึ้น  และเซริซินมันมีหมู่ที่มีขั้วที่ชอบน้ำอยู่มากทำให้มันดูดน้ำได้มากขึ้น


วิชาการดอทคอม : แล้วมันนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์) : ใช้ปิดแผล แทนผ้าก๊อต  เช่นพวกแผลโดนน้ำร้อนลวก  จะมีหนองเยอะ เนื่องจากความชื้น เสี่ยงต่อการเน่าของแผลได้  แต่ถ้าใช้ไฮโดรเจลมันก็สามารถปิดแผลได้ จากงานวิจัยผลว่า ไฮโดรเจลจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นเป็นสองเท่า  ที่สำคัญผ้าก๊อตมันจะติดแผล  เวลาลอกออกคนไข้อาจจะเจ็บได้  แต่ไฮโดรเจลสามารถดึงออกได้ง่ายกว่า


สรุปจากผลการทดลองของเรา สรุปได้ว่า 
พอลิเมอร์ที่เหมาะสมที่สุดในการเตรียมไฮโดรเจลคือ 10 % ของPVA. (โพลิไวนิวแอลกอฮอล์  ใส่เซริซินไป 5 %   ฉายรังสีแกมมา ที่ 60  กิโลเกรย์ เนื่องจาก ถ้ารังสีแกมมา 20  กิโลเกรย์  คือ รังสีน้อยเกินไป ก็จะไม่เป็นเจล  หาก  80 กิโลเกรย์  ปริมาณรังสีมากเกินไป  เจลก็จะเปราะ


วิชาการดอทคอม :    แล้วมีการนำไปใช้งานจริงบ้างยังค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์) : ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ  ในอนาคตคิดว่าจะนำไปต่อยอดต่อ คือนำไปทดลองใช้กับสัตว์ทดลอง และคนไข้จริง ๆ ต่อไปค่ะ


วิชาการดอทคอม :     ใช้เวลาทำนานมั้ยค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์):  ไม่นานมากค่ะ   ส่วนใหญ่ใช้เวลาในช่วงปิดเทอม


วิชาการดอทคอม :    ช่วยเล่าที่มาของโครงการให้ฟังได้มั้ยค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์) :    เราสนใจไหม ทีแรกว่าอยากทำเกี่ยวกับเส้นใยไหม  ทีแรกว่าจะปรับปรุงเกี่ยวกับคุณภาพของเส้นใยไหม  แต่พอเราไปอ่านงานวิจัย ในอินเตอร์เนต   แล้วเจอว่าเค้าเอาไฟโบรอินมาผสม เพื่อทำเป็นไฮโดรเจล  เลยคิดว่าเซริซินน่าจะทำได้เช่นเดียวกัน  เพราะเป็นโปรตีนไหมเหมือนกัน อีกทั้งยังสกัดได้ง่ายกว่าด้วย


วิชาการดอทคอม :     แล้วเคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้างค่ะ
นักเรียนผู้ทำโครงงาน(โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์) : ได้รับรางวัล Young Scientist Competition ของปี 2008  เป็นการประกวดระดับประเทศที่เพิ่งจัดที่ พารากอน ได้รางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 3 ประเภททีม






และนี่คือผลงานบางส่วนในงานวันนักประดิษฐ์โลกที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานีค่ะ  ใครที่ไปมาแล้ว ประทับใจกับสิ่งประดิษฐ์ไหน  อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะค่ะ
     



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 19 ก.พ. 2551 (16:25)
คุณแน่มาก
teejee50 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 80 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 2 12 พ.ค. 2551 (22:45)


ตอนนี้ได้ข่าวว่าทางเครื่องสำอาง BSC Cosmetology เขาก็มีโครงการ "น้ำใจจาก BSC เพื่อขาเทียม" รับบริจาคจานแป้งอลูมิเนียมที่ไม่ใช้แล้วเพื่อนำไปเป็นส่วนประกอบในการทำขาเทียม ใครสนใจก็สามารถร่วมบริจาคได้ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง BSC Cosmetology ทั่วประเทศนะคะ

อลูมิเนียม อาทิ ฝาเปิดกระป๋องเครื่องดื่มต่างๆ จานแป้ง จานอายแชโดว์ จานบลัสออน ฝาตลับแป้งอลูมิเนียม ฝาจุกน้ำดื่มที่ผลิตมาจากอลูมิเนียม กระป๋องน้ำอัดลม กระป๋องเบียร์ หม้อ กะทะอลูมิเนียมเก่าๆและขยะอลูมิเนียมอื่นๆที่ผลิตจากอลูมิเนียม ยกเว้น กระป๋องกาแฟ และกระป๋องนมสดต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของเหล็ก จะไม่สามารถนำมาใช้ได้ อลูมิเนียมดังกล่าวข้างต้น จะนำมาหลอมผลิตเป็นวัสดุ อุปกรณ์และชิ้นส่วนในการทำขาเทียม ท่านสามารถส่งมาได้ที่

"
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี"
199
ม. 4 ต. ดอนแก้ว อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ 50180

"
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี"

อาคารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ข้างโรงพยาบาลหัวเฉียว)
693
ถ. บำรุงเมือง แขวงพลับพลาชัย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100


siriporn_pra เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว




thong_vcharkarn
(ทอง)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 44,299 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 239 ครั้ง
ได้รับดาว 234 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : star@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-9620127
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in0.8927 seconds !