คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35064" type="text/javascript"></script>
“วาเลนไทน์” ประวัติความรักอันแสนเศร้าที่ทำให้คนทั้งโลกสุขใจ
ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากจะมีเทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ที่ส่งความสุขกันตั้งตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว ยังมีเทศกาลส่งความสุขมอบความรักรอทุกท่านในช่วงกลางเดือนอีกด้วย ท่านทราบไหมว่ากว่าจะมาเป็นเทศกาลส่งความรักอย่างที่เราๆรู้จักกันดีว่า “วันวาเล
ผู้เขียน: ศิริรัตน์ ศรีสมบัติ ชมแล้ว: 35,301 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 12 February 2008, 2:17 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 14 February 2008, 5:04 pm
อยู่ในส่วน: พักผ่อนหย่อนใจ

หน้าที่ 1 - “วาเลนไทน์” ประวัติความรักอันแสนเศร้าที่ทำให้คนทั้งโลกสุขใจ

“วาเลนไทน์” ประวัติความรักอันแสนเศร้าที่ทำให้คนทั้งโลกสุขใจ







โดย ศิริรัตน์ ศรีสมบัติ

ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากจะมีเทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ที่ส่งความสุขกันตั้งตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว ยังมีเทศกาลส่งความสุขมอบความรักรอทุกท่านในช่วงกลางเดือนอีกด้วย ท่านทราบไหมว่ากว่าจะมาเป็นเทศกาลส่งความรักอย่างที่เราๆรู้จักกันดีว่า “วันวาเลนไทน์”นั้น ประวัติความเป็นมาช่างน่าขื่นขมจนทำให้ต้องมาเผยแพร่เพื่อจะได้รำลึกถึง “นักบุญวาเลนไทน์” (Saint Valentine) ที่สร้างตำนานความรักให้กับผู้คนทั้งโลกกัน


นอกจากนั้นวันนี้ยังมี "คิวปิด หรือกามเทพ" ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันวาเลนไทน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คิวปิดเป็นบุตรของวีนัสและมาร์ส  ( ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส ) ภาพของคิวปิดที่มนุษย์โลกปัจจุบันได้รู้จักก็คือภาพเด็กน้อยที่ถือคันธนูและลูกศร มีหน้าที่ยิงศรรักให้ปักใจคน ปัจจุบันคิวปิดและธนูของเขากลายมาเป็นเครื่องหมายแห่งความรักที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และความรักของเขามีกล่าวถึงบ่อยในภาพของการยิงศรรัก ระหว่างหัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า ศรรักคิวปิด เราจึงมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและความสำคัญ ของวันนี้กัน


ตำนานของวันวาเลนไทน์ได้มีประวัติว่า “ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ซึ่งอยู่ใน สมัยกษัตริย์ Claudiusที่ 2 แห่งกรุงโรม ในสมัยนั้นกษัตริย์ Claudius ออกกฎห้าม ให้มีการแต่งงานในเมืองของพระองค์ เพราะกษัตริย์ทรงต้องการทำศึกสงครามทรง ต้องการให้ผู้ชายทุกคนไปเป็นทหาร พระองค์เชื่อว่าถ้าไม่มีการแต่งงานผู้ชายจะสน ใจกับการรบมากขึ้น
นักบุญวาเลนไทน์ขัดบทบัญญัติแห่งกฎหมายของกษัตริย์ ด้วยการเป็นบาทหลวง ในพิธีแต่งงานให้หนุ่มสาวที่ต้องการแต่งงานอย่างลับ ๆ และแล้ววันหนึ่งข่าวการทำ พิธีสมรสของนักบุญวาเลนไทน์ก็รู้ถึงหูของพระเจ้าClaudius พระองค์จึงทรงสั่งทหาร ไปจับเขาไปประหารชีวิต


ระหว่างอยู่ในคุกมีคู่แต่งงานที่ท่านเคยทำพิธีให้หลายคู่ลอบไปเยี่ยมเยียนท่าน อย่างสม่ำเสมอ และที่นั่นท่านยังได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม เธอมักมาพูดคุยกับท่าน และบอกท่านเสมอ ๆ ว่า การกระทำของท่านถูกต้องแล้ว นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ในปี 296 A.D. ในคุกแห่งนั้น เอง ก่อนตายท่านได้ฝากโน๊ตสั้น ๆ ถึงเพื่อนของท่าน และลงท้ายว่า "Love from your Valentine”


ส่วนอีกตำนานหนึ่งได้กล่าวถึงประวัติวาเลนไทน์ไว้ว่า “มีผู้นำคริสตชนคนหนึ่งชื่อ “วาเลนตินัส” เขาเป็นคนที่มีความรักและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มาก โดยทุกๆ วันเขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็นไปวางไว้ประตูหน้าบ้านของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้ ซึ่งในสมัยนั้น ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน และถือว่าใครที่นับถือศาสนาคริสต์จะมีความผิดร้ายแรงมาก พวกคริสตนชนจึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนักเพื่อบังคับให้เลิกเป็นคริสต์ ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์จะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง “วาเลนตินัส” ก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญและทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุกในข้อหาเป็นคริสตชน


ในขณะที่วาเลนตินัสถูกจับขังคุกนั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้นและด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขาพระเจ้าได้ทรงโปรดรักษาตาของคนรักของเขาให้หายเป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุมและครอบครัวของเขาหันมานับเชื่อพระเจ้าของชาวคริสต์ ต่อมาเรื่องนี้รู้ถึงจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม พระองค์ทรงกริ้วมาก ได้สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัสอย่างหนักด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น วาเลนตินัส ได้เขียนจดหมายสั้นๆ เป็นการอำลาส่งไปให้เพื่อนหญิงคนรักของเขา และลงท้ายในจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของเธอ”


รุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะและเอาศพไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์ ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนทั่วประทับใจกับความรักของเขาจึงยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันวาเลนไทน์” ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentine’s Day หรือ Valentine ‘s Day หรือ “วันแห่งความรัก” ซึ่งต่อมาได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา และเข้ามาในทวีปเอเชีย และประเทศไทยด้วย


ส่วนสาเหตุที่ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์สำหรับวาเลนไทน์นั้น มีเหตุมาจากในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า ในสมัยที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่นั้น พระโลหิตได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์และได้บังเกิดเป็นต้นกุหลาบที่มีดอกสีแดงสด จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า "กุหลาบมอสส์" นอกจากนี้ยังมีการสู้รบกันระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ คือราชวงศ์ยอร์ค ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบขาว และราชวงศ์แลงแคสเตอร์ ใช้ดอก
กุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์ และได้เรียกสงครามครั้งนี้ว่า "สงครามกุหลาบ" ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1948-2028 และในสมัยต่อมา พวกกุหลาบแดงได้มาแต่งงานกับพวกกุหลาบขาว ซึ่งในปัจจุบันกุหลาบได้ถือเป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษไป


บางตำนานนั้นได้กล่าวถึงดอกกุหลาบไว้ว่าด้วยความที่กุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว จึงทำให้ความสวยงามของดอกและกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้  เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน และล้วนกล่าวถึงความงามเป็นสื่อที่แสดงถึงความสุข ความมีไมตรีจิต ความน่ารักความสวยงาม การบูชา และการเกี้ยวพาราสี ดังนั้น กุหลาบจึงเป็นเสมือนตัวแทนแห่งความรัก และความอมตะ จนมีตำนานกล่าวขานกันต่าง ๆ นานา ตั้งแต่สมัยกรีก ตำนานเล่าว่า "คลอรีส" เทพธิดาแห่งดอกไม้ ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลายเป็นกุหลาบ และยกให้เป็นราชินีของดอกไม้ จากนั้นต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบแก่ "อีรอส" ลูกชาย ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก


โดยในประเทศไทยนั้นไม่ทราบแน่ชัดว่า มีกุหลาบมาตั้งแต่สมัยใด หากแต่มีการบันทึกของราชทูตฝรั่งเศส ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ว่าได้เห็นดอกกุหลาบอยู่ในกรุงศรีอยุธยา และอีกหลายแห่งที่ปรากฎหลักฐานว่า มีกุหลาบเข้ามาเมืองไทยแล้วก็คือ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ที่ได้กล่าวถึงความงามของดอกกุหลาบไว้ด้วย นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวเล่าขานถึงความงดงามของดอกกุหลาบไว้โดยปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์ ของพระมหาธีราชเจ้า รัชกาลที่ 6 ในเรื่อง "มัทนะพาธา" หรือ "ตำนานดอกกุหลาบ" ซึ่งได้ปรากฏชัดว่าดอกกุหลาบได้กลายเป็นดอกไม้ที่นิยมไปทั่วโลก


ซึ่งหากเราจะแปลความหมายจากสีของดอกกุหลาบแล้วนั้นจะพบว่าแต่ละสีมีความหมายที่แตกต่างกันไปดังนี้



  • กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของคิวปิดและอีรอส (คุณกามเทพไง) เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
  • กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
  • กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
  • กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข

นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้อื่นๆ ที่ถูกมาใช้แทนความหมายแห่งความรักนั้นก็คือ  



  • ดอกทิวลิบสีแดง (red tulib) ชาวตะวันตกใช้มันแทนการประกาศความรักอย่างเปิดเผย คล้าย ๆ กับดอกกุหลาบแดง
  • ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู(pink carnation) ใช้สื่อความหมายว่า “ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ” หรือ “คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ”
  • ดอกลิลลี่สีขาว (white lilly) แสดงความรักแบบบริสุทธ์ เช่นเดียวกันกับดอกกุหลาบขาว   นอกจากนั้นลิลลี่สีขาวยังแสดงถึงความรักแบบอ่อนหวานจริงใจ และเทอดทูน และมักถูกใช้แทนประโยคที่ว่า “ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้ได้รู้จัก และอยู่ใกล้คุณ “ 
  • ดอก forget-me–not มีความหมายตรงตัวคือได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน

และดอกไม้ที่เห็นได้ทั่วไปในประเทศไทยเช่น  ดอกทานตะวัน นั้น ก็ยังนิยมนำมามอบเพื่อแสดงความรักต่อกัน โดยหมายความว่าเป็นความรักแบบคลั่งไคล้ ความรักแบบบูชา



แต่สำหรับชาวตะวันตก ดอกทานตะวันจะหมายถึงความเข้มแข็งอดทน จึงสามารถใช้แทนความรักที่ต้องฝ่าฟันกว่าจะได้ความรักมา



นอกจากดอกไม้ที่นำมามอบให้กันเพื่อแสดงถึงความรักแล้วนั้น โดยประเพณีของหนุ่ม-สาวชาวอาทิตย์อุทัย หรือชาวญี่ปุ่นนั่นเองจะแตกต่างกับ ชาติอื่น ๆ คือในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ วันวาเลนไทน์ สาว ๆ จะเป็นคนให้ ช็อกโกเลต (Chocolate) รูปหัวใจขนาดเล็ก-ใหญ่ แล้วแต่ความชอบน้อย-มาก โดยตัวเองจะเป็นคนทำ๙อกโกเลตเองเพื่อมอบแก่หนุ่ม ๆ ที่เธอชอบ  ซึ่งวันนั้นหนุ่ม ๆ ยิ้มกันแก้มปริกันเป็นแถวเลย หลังจากวันนั้นอีกหนึ่งเดือนคือวันที่ 14 มีนาคมหนุ่ม ๆ ก็จะมอบดอกกุหลาบ เพื่อเป็นการขอบคุณสาวผู้ให้เป็นการตอบแทน 


ประวัติวาเลนไทน์ของแต่ละประเทศก็จะมีเรื่องราวตำนานที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งประเพณีปฏิบัติจากเดิม พอถึงวันวานเลนไทน์ก็มีช่อดอกกุหลาบมามอบให้แก่คนที่คุณรัก ต่อมา ดอกกุหลาบที่เป็นช่อก็กลายเป็นดอกกุหลาบก้านยาวซึ่งมีราคาแพงนำมามอบเป็นของขวัญแก่กัน  วาเลนไทน์ปีนี้นอกจากจะมีดอกไม้ที่สวยงามแล้ว ทางวิชาการดอทคอมขอแนะนำว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องประหยัด ทุกท่านลองส่งการ์ดที่ตนเองทำพร้อมกับของขวัญเล็กๆน้อยๆส่งอวยพรคนที่คุณรัก รับรองว่าผู้ที่ได้รับต้องดีใจมากกว่าได้รับดอกกุหลาบดอกเดียวแต่ราคาหลายพันเป็นไหนๆ




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 ก.พ. 2551 (18:47)

วาเลนไทด์ต้องเอาดอกหน้าวัวให้กัน


somean เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 18 ก.พ. 2551 (13:42)

 


 


ขอชมสักนิด


ว่าคุณ ศิริรัตน์ ศรีสมบัติ ได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคมปัจจุบันอย่างแท้จริง


เพราะสังคมสมัยนี้รู้จักคำว่า รัก  ยังไม่ดีพอ


ใครมีความรู้เรื่องรักทุกแง่ทุกมุมทุกเหลี่ยมกรุณานำเผยแผ่...


เผื่อกันอีกนะครับ


 


Jaloon เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 85 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 20 ก.พ. 2551 (21:52)
เห็นด้วย กับ คคห.2 ที่ว่าสังคมสมัยนี้รู้จักคำว่า รักยังไม่ดีพอ
เพราะผมก็เพิ่งพลาดกับความรักไปเมื่อไม่นานนี้ครับ
ติดดิน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


ศิริรัตน์ ศรีสมบัติ
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 480 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 เดือน
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 91 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

“วาเลนไทน์” ประวัติความรักอันแสนเศร้าที่ทำให้คนทั้งโลกสุขใจ [35,302]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,275]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,454]
Global Warming { English } [159,874]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.