<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35071" type="text/javascript"></script> |
|
bittorrent เทคโนโลยีก้าวล้ำที่มาพร้อมกับการละเมิดลิขสิทธิ์
การแลกเปลี่ยนไฟล์สักไฟล์จากระบบอินเตอร์เนตจะทำได้โดยการ นำไฟล์ไปฝากไว้ในเว็บฝากไฟล์ก่อนที่จะให้ผู้ซึ่งต้องการไปดาวน์โหลดมาใช้งาน หรืออาจจะเป็นการอัพไฟล์ลงใน server แล้วใช้ โปรแกรม FTP ดาวน์โหลดออกมา .........
post ครั้งแรก: Tue 12 February 2008, 6:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 18 February 2008, 5:22 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
ประวัติและความเป็นมาของเทคโนโลยี bittorrent
ในอดีตนั้นเมื่อเราต้องการแลกเปลี่ยนไฟล์สักไฟล์จากระบบอินเตอร์เนตจะทำได้โดยการ นำไฟล์ไปฝากไว้ในเว็บฝากไฟล์ก่อนที่จะให้ผู้ซึ่งต้องการไปดาวน์โหลดมาใช้งาน หรืออาจจะเป็นการอัพไฟล์ลงใน server แล้วใช้ โปรแกรม FTP ดาวน์โหลดออกมา การดาวน์โหลดแบบนี้เป็นการดาวน์โหลดที่ผู้ใช้งานจะต้องทำการดาวน์โหลดโดยผ่าน server ดังนั้นการจะดาวน์โหลดไฟล์ที่มีขนาดใหญ่สักไฟล์จึงเป็นเรื่องยากและมีภาระหนักแก่ server ที่ต้องแบ่ง Bandwidth ให้กับการดาวน์โหลดไฟล์ มิหนำซ้ำหากเกิดอุบัติเหตุบนอินเตอร์เนตเช่นโหลดไปใกล้เสร็จอินเตอร์เนตเจ้ากรรมดันสะดุดหยุดลงแล้วละก็เป็นได้โหลดใหม่กันตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว หรือหากไฟล์ที่ดาวน์โหลดนั้นเป็นที่ต้องการ มีคนมาร่วมดาวน์โหลดเป็นจำนวนมาก server ทำงานหนักมากก็อาจจะล่มเอาได้แบบดื้อๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า วิธีแก้การดาวน์โหลดไฟล์แบบเก่าผู้อัพโหลดจึงอาจจะใช้วิธีการซอยย่อยไฟล์ของตัวเองให้มีขนาดเล็กลงโดยแบ่งเป็นหลายๆไฟล์แทน หรืออาจจะใช้วิธีให้เลือกโหลดจาก server หลายๆตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ server หนึ่ง server ใดจะต้องทำงานหนักเกินไป
ดังนั้นจึงมีหลายค่ายพยายามพัฒนาโปรแกรมที่ใช้ช่วยเหลือในการดาวน์โหลดออกมา เช่น Get Right, Download Accelerator , FlashGet โปรแกรมเหล่านี้ใช้หลักการแบ่งไฟล์ออกเป็นส่วนเล็กๆ แล้วให้ดาวน์โหลดพร้อมๆกันทำให้สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่วิธีการนี้กลับเป็นการเพิ่มภาระให้แก่เซิฟเวอร์มากกว่าการดาวน์โหลดแบบเก่าเพราะเมื่อแบ่งไฟล์ออกเป็นส่วนเล็กๆแล้ว server จะเข้าใจว่ามีคนเข้ามาโหลดไฟล์นั้นหลายคน เช่น โปรแกรมช่วยดาวน์โหลดแบ่งไฟล์ออกเป็น 7 ส่วน server ก็จะมองว่าในขณะนั้นมีคนเข้ามาโหลดไฟล์ 7 คน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการใช้ server ที่หนักขึ้น
และแล้วก็สิ้นยุคการดาวน์โหลดไฟล์ทางอินเตอร์เนตแบบเก่าเมื่อมีการแชร์ไฟล์ผ่านระบบอินเตอร์โดยใช้เทคโนโลยีแบบ peer-to-peer (P2P) หรือการติดต่อแชร์ไฟล์โดยผู้ใช้สามารถติดต่อแลกเปลี่ยนไฟล์กันได้โดยตรง ไม่มีการเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ server แบบการแชร์ไฟล์แบบเก่าๆ ดังนั้นทำให้ปัญหาในเรื่องการใช้งาน Bandwidth ของserverลดลงได้ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแบบ P2P คือ Napster โปรแกรม Napster ถูกสร้างขึ้นและเปิดให้ผู้ใช้บริการอินเตอร์เนตแลกเปลี่ยนไฟล์ MP3 กันได้โดยตรง Napster ขึ้นมาเฉิดฉายอยู่ได้ไม่นานก็ต้องมีการหยุดระงับให้บริการเพราะถูกฟ้องร้องจากบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ในประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์จนต้องปิดตัวไปในที่สุด แต่กระนั้นแนวความคิดของ Napster ได้รับการสืบทอดต่อมา มีอีกหลายโปรแกรมที่ถูกพัฒนาซึ่งยังยึดหลักการทำงานแบบ Napster อยู่ เช่น eMule, Kazaa, Gnutella

การรับส่งไฟล์แบบ P2P
จนกระทั่งปี 2002 แฮกเกอร์ นาม Bram Cohen ได้พัฒนาโปรแกรมแชร์ไฟล์ที่ชื่อ bittorrent ออกมา โดยยังคงยึดหลักการทำงานแบบ P2P Bram Cohen มองเห็นจุดอ่อนของการแชร์ไฟล์แบบ P2P แบบเก่า การแชร์ไฟล์แบบ P2P แบบเก่า จะมีการรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายเป็นสองทางโดยแยกกันอย่างเด่นชัดคือ ช่องสัญญาณขาขึ้น(อัพโหลด)กับขาลง(ดาวน์โหลด)และโดยปรกติผู้ใช้อินเตอร์เนตมักจะใช้งานมักใช้ช่องสัญญาณดาวน์โหลดจนเต็มในขณะที่ช่องสัญญาณอัพโหลดยังเหลือว่างอีกเยอะ
ในการทำงานของระบบ P2P แบบเก่า จะเป็นการติดต่อกันโดยตรงระหว่างผู้อัพโหลดไฟล์และผู้ดาวน์โหลดไฟล์ทำให้การทำงานทำได้ในความเร็วต่ำยิ่งถ้ามีคนต้องการไฟล์นั้นมากมีผู้มาแย่งกันดาวน์โหลดก็จะทำให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปได้อย่างช้ามาก ส่วนการทำงานของโปรแกรม bittorrent นั้น ผู้ใช้งานจะสามารถดาวน์โหลดและอัพโหลดได้ในเวลาเดียวกัน การทำงานของโปรแกรม bittorrent จะแบ่งไฟล์ออกเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ และสร้างไฟล์จำลองที่เรียกว่าtorrent ขึ้นมาไฟล์ torrent จะไม่ใช่ไฟล์ตัวจริงเพียงแต่เก็บข้อมูลและรายละเอียดต่างๆของไฟล์ไว้เท่านั้นเช่น รายชื่อไฟล์ตัวจริง, ข้อมูลชิ้นส่วนของไฟล์ตัวจริงเป็นต้น torrent เป็นตัวไฟล์ที่ใช้เชื่อมต่อไปยังไฟล์ตัวจริงที่เก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้งานเท่านั้น ดังนั้น server จึงไม่ต้องรับภาระหนักในการแบ่งปันไฟล์ต่างๆ จุดเด่นของ torrent อีกประการหนึ่งคือ ชิ้นส่วนเล็กๆของไฟล์ที่ถูกจัดแบ่งนั้นจะถูกส่งออกไปให้ผู้ดาวนโหลดแต่ละคนและผู้ดาวน์โหลดที่รับชิ้นส่วนไฟล์ไปก็สามารถส่งต่อให้ผู้ซึ่งกำลังดาวน์โหลดไฟล์ด้วยกันได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดเสร็จก่อนแบบการดาวน์โหลดแบบ P2P แบบเก่า ในการรับส่งไฟล์ระหว่างผู้ใช้ด้วยกันนี้จะมี Tracker เป็นตัวเชื่อม Tracker จะทำหน้าที่ เพียงแค่การจัดการระบบการสื่อสารระหว่างผู้ใช้กันเอง bittorrent ในการรับส่งไฟล์โดยการใช้โปรแกรม จะแบ่งผู้ใช้งานออกเป็น Seeders และ Leechers
bittorent ในเมืองไทย
เทคโนโลยี bittorrent กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ใช้อินเตอร์เนตความเร็วสูงจากทั่วทุกมุมโลกไม่เว้นแม้แต่ในเมืองไทย ปัจจุบันคาดการณ์กันว่ามีเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอินเตอร์เนตหรือที่เรียกว่าเว็บบิตในเมืองไทยไม่น้อยกว่า 30 แห่ง หรืออาจจะมีมากกว่านี้อีกหลายเท่า แต่มีเว็บไซต์ที่ไปลงทะเบียนกับ ทรูฮิตหรือในชื่อเต็มว่า สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ เพียงจำนวนน้อยนิดเหตุผลหลักๆที่เว็บไซต์เหล่านี้ไม่ลงทะเบียนกับทรูฮิตเพราะคอนเทนต์ซึ่งเป็นจุดขายของเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะเป็นคอนเทนต์ที่ล่อแหลมเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ในโลกของเว็บบิตมักจะอุดมไปด้วย ภาพยนต์ลิขสิทธิ์ใหม่ๆทั้งไทยและเทศ เพลงอัลบัมล่าสุดของนักร้องค่ายดัง รวมไปถึงคลิปหลุดหรือจงใจให้หลุดของบรรดาดารา นักร้อง นักเรียน นักศึกษา ดังนั้นการเผยตัวของเว็บไซต์เหล่านี้จึงเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการถูกสั่งปิดเอาได้ง่ายๆ คอนเทนต์ของเว็บบิตจะถูกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้าของเว็บไซต์ มีทั้ง DVD VCD ภาพยนต์ชุด เพลงไทย เพลงสากล โปรแกรม และที่สำคัญเกือบทุกเว็บไซต์จะมีหมวดลับเฉพาะ เท่านี้ก็มากพอต่อความต้องการของบรรดาสมาชิกแล้ว เรียกว่าอยากได้อะไรเข้าไปในเว็บไซต์เหล่านี้สิ่งที่เคยเป็นเรื่องลับๆอาจจะไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไปก็ได้ การจะเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นการบอกกันแบบปากต่อปากดังนั้นการจะเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้ได้จึงไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่อยากเกินไป

คอนเทนต์ต่างๆที่อัดแน่นอยู่ในเว็บbittorrent
โดยปรกติเมื่อมีเว็บบิตเปิดใหม่ขึ้นมาสักเว็บไซต์หนึ่งก็จะเปิดรับสมาชิกโดยสามารถทำการสมัครฟรีได้เลย และเมื่อเว็บไซต์ได้จำนวนสมาชิกมากพอตามความต้องการแล้วโดยส่วนใหญ่ก็จะปิดรับสมาชิกเพิ่มเติม แต่การสมัครสมาชิกในรอบหลังจะสามารถทำการสมัครได้โดย การสมัครสมาชิกโดยตรงกับเว็บไซต์โดยต้องเสียค่าบริการ ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของเว็บนั้นเอง กับอีกวิธีหนึ่งคือ สมาชิกที่เป็นสมาชิกที่ดีจะมีบัตรเชิญหรือที่รียกว่า invite เอาไว้เชิญชวนเพื่อนมาสมัครสมาชิกได้ แต่หากผู้ที่ถูกเชิญก่อปัญหาหรือกระทำการที่ผิดต่อกฎของเว็บไซต์ก็อาจจะโดนแบนและผู้ให้บัตรเชิญก็อาจจะโดนหางเลขไปด้วยก็ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีที่เว็บบิตใช้ในการกลั่นกรองสมาชิกเพื่อความอยู่รอดของตนเอง

การสมัครสมาชิกที่จำเป็นต้องใช้ invite
ระบบเรโช(Ratio) คืออัตราส่วนระหว่างการอัพโหลดไฟล์ต่อการดาวน์โหลดไฟล์ ก็เป็นอีกระบบหนึ่งที่บรรดาเหล่าเว็บบิตต่างๆนำออกมาใช้เพื่อให้มีการแชร์ไฟล์ในมวลหมู่สมาชิก เพราะหากปล่อยให้มีแต่คนดาวน์โหลดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปล่อยคืนบางก็อาจจะหาคนที่ทำตัวเป็น seeder ไม่ได้เลยก็ได้ และอาจจะทำให้เว็บไซต์แห่งนั้นต้องปิดตัวไปเพราะไม่มีคอนเทนต์ใหม่ๆนั้นเอง
เว็บ bittorrent กับการละเมิดลิขสิทธิ์
เว็บ bittorrent เป็นที่แพร่หลายในหมู่นักท่องเนตเมืองไทยมาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ประเด็นหนึ่งที่เรามองข้ามไปคือการละเมิดลิขสิทธ์นั้นเอง ถ้าจะว่าไปแล้วการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน เหตุผลประการเดียวแต่ก็มีน้ำหนักเพียงพอต่อการละเมิดลิขสิทธิ์คือ ราคา ภาพยนต์ เพลง หรือโปรแกรมต่างๆที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องนั้นราคาห่างกับแผ่นก๊อปต่างๆหลายเท่านักทั้งทีคุณภาพไม่ได้ห่างกันสักเท่าไหร่ ดังนั้นแน่นนอนว่าในฐานะผู้ใช้หลายๆคนจึงนิยมของก๊อปโดยละเลยที่จะมองถึงประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ให้เกิดอาการแสลงใจ
ในทุกวันนี้การปราบปรามจับแผ่นก๊อปต่างๆก็ยังมีออกมาประปราย แต่เราก็ยังสามารถหาซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านั้นได้จากทุกมุมเมืองของกรุงเทพมหานคร แต่การมาของเทคโนโลยีบิตทอเรนจ์ไม่ใช่แค่ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงต้องสะอึกเท่านั้นแต่บรรดาพ่อค้าแผ่นก๊อปก็ต้องพบกับภาวะซบเซาไปด้วย ยอดขายไม่ลื่นไหลอย่างแต่ก่อนเพราะผู้ใช้ส่วนหนึ่งหันไปเลือกโหลดจากเว็บไซต์แทนเพราะยังไงก็เรียกว่าของก๊อปเหมือนๆกัน จะเสียเงินเสียทองและเดินทางออกจากบ้านทำให้เมื่อยทำไม ในเมื่อสามารถโหลดทุกอย่างได้จากที่บ้าน

หมวดหมู่ต่างๆที่ครอบคลุมทุกความต้องการของชาวเนต
เว็บ bittorrent ไม่ใช่แค่ช่องทางในการละเมิดงานอันมีลิขสิทธิ์เท่านั้น bittorrent ยังเป็นแหล่งละเมิดความเป็นส่วนตัว ของใครๆอีกหลายคน มีคลิปลับส่วนตัวของบรรดาวัยรุ่นหมุนเวียนอยู่ในเว็บบิตมากมาย ในขณะที่ยังไม่มีมาตรการป้องกันการละเมิดอย่างชัดเจน แถมพอเกิดขึ้นแล้วก็จับมือใครดมลำบาก ทางแก้ทางเดียวที่ดูจะเหมาะสมในขณะนี้คือก่อนจะถ่ายอะไรที่เป็นส่วนตัวคิดหน้าคิดหลังสักหน่อยอาจจะไม่ต้องมานั่งกุมขมับจนถึงขั้นพึงยาแก้ปวดในภายหลัง
เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ในเมืองไทยโดยผ่านเว็บ bittorrent ดูเหมือนยังไม่มีมาตรการป้องกันอย่างชัดเจนการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ของค่ายหนังค่ายเพลงจะเป็นไปในทางของการขอความร่วมมือเสียมากกว่า โดยการแจ้งไปยังเจ้าของเว็บไซต์ ซึ่งก็จะได้รับความร่วมมือเป้นอย่างดีส่วนเรื่องไหนไม่มีผู้ท้วงติงมาก็ยังมีการแลกเปลี่ยนไฟล์กันอย่างสบายอุรา ในมุมของผู้ใช้บริการอินเตอร์เนตแบบความเร็วสูงเองส่วนใหญ่ก็มักจะนำมาใช้ในการโหลดบิตเพราะความรู้สึกว่าคุ้มการการที่ต้องจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน
ในมุมของผู้ในบริการอินเตอร์เนตประเภทความเร็วสูง ก็เป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครั้นจะบล็อกเว็บไซต์ที่ให้บริการ bittorrent เลย ก็มีคำถามตามมาว่าจะเหลือผู้ใช้บริการอยู่ในมือสักเท่าไหร่ แถมการใช้งานโดยการโหลดบิตก็ยังเป็นการใช้งานที่ก่อภาระหนักให้แก่ผู้ให้บริการ เพราะผู้ใช้บิตแต่ละคนจะโหลดยาวแบบไม่มีวันหยุดกันเลยทีเดียว และเมื่อเว็บ bittorent ส่วนใหญ่ให้บริการในต่างประเทศ ก้ทำให้ท่อเชื่อมต่อข้อมูลจากต่างประเทศเต็มอยู่ตลอดเวลา ISP บางรายจึงแยกค่าบริการระว่างในประเทศและต่างประเทศออกจากกันอย่างชัดเจน
อนาคตของ bittorrent ในประเทศไทยนั้นยากต่อการคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆยังไม่ได้รับการแก้ไข และยังคงส่งผลกระทบในระยะยาวเชื่อว่าเมื่อถึงวันนั้นค่ายเพลงค่ายหนังอาจจะต้องหันมาเข้มงวดกับเว็บ bittorrent มากขึ้น และหากยับยั้งไม่ได้ก็อาจจะส่งผลให้ค่ายเพลงค่ายหนังต่างๆหันมาทำความร่วมมือกับเว็บ bittorrent อย่างในต่างประเทศก็เป็นได้ ดังที่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการร่วมมือกันระหว่างเว็บให้บริการ bittorrent กับเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่เป็นระยะๆ เช่น
สมาคมผู้แต่งเพลงแคนาดารวมตัวกันเก็บค่าธรรมเนียมการแชร์เพลง โดยผู้ที่ต้องการแชร์ไฟล์เพลงต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้นคนละ 5 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนไฟล์เพลงกันได้อย่างถูกกฎหมาย
หรือการที่ Bram Cohen ผู้พัฒนาโปรแกรม bittorrent ยอมรับข้อตกลงกับค่ายเพลง ค่ายหนังอันเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างๆว่า กำลังจะร่วมมือกันเพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพลง หรือหนังผ่านเว็บ bittorrent
สิ่งเหล่านี้อาจจะสะท้อนถึงอนาคตของ bittorrent ในเมืองไทยได้ไม่มากก็น้อย แต่เชื่อเถอะการแก้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ในเมืองไทยอาจจะทำไม่ได้ง่ายๆสังเกตได้จากการขายแผ่นก๊อปที่น่าจะหมดไปจากเมืองไทยหลายปีดีดักแล้ว
เพิ่งถึงบางอ้อ การทำงานของ Bittorrent เป็นแบบนี้นี่เองทั้งๆที่ก็โหลดบ้างเหมือนกัน
ขอบคุณคุณผู้เขียนมากค่ะที่ให้ความกระจ่าง
เดี๋ยวนี้คนเรานิยมความสะดวกสบายกันมากขึ้นจริงๆ โหลดง่ายๆ สบาย ไม่เหนื่อยต้องออกไปหาซื้อแผ่นข้างนอก โดยลืมเรื่องอื่นๆไปเลย เช่นค่าไฟ
บางครั้งก็พูดยากนะเรื่องลิขสิทธิ์ บางครั้งค่ายเพลงทำออกมาชุดหนึ่งมีเพลงที่เราฟังว่าเพราะเพลงเดียวก็เสียดายเงินที่จะซื้อนะคะ แต่ถ้าของเขาดีจริงคงยอมซื้อของแท้อยู่แล้วล่ะค่ะ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |