ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
ไดโนเสาร์ บรรพบุรุษของนก จริงหรือ ???
เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (ท๊อป) (56,170 views) first post: Mon 18 February 2008 last update: Tue 4 March 2008
ไดโนเสาร์ที่เราคุ้นเคยน่ะหรือคือ บรรพบุรุษของนกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ฟังดูแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ สัตว์บกดึกดำบรรพ์ที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานเช่นนั้น จะพลิกผันมาเป็นบรรพบุรุษของนกหลายชนิดที่บินไปมาในท้องฟ้าได้อย่างไร....

หน้าที่ 1 - ไดโนเสาร์เป็นบรรพบุรุษของนกจริงหรือไม่?

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพฯ (JSTP) กับวิชาการ.คอม


ทีมา : จุลสารสนุกวิทย์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 15 เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2550


โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน
( Junior Science Talent Project : JSTP )


สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
http://www.nstda.or.th/jstp







โดย เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (ท้อป) 


ไดโนเสาร์ที่เราคุ้นเคยกันในหนังเรื่องจูราสสิคพาร์คนี่น่ะหรือคือ บรรพบุรุษของนกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ฟังดูแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ สัตว์บกดึกดำบรรพ์ที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานเช่นนั้น จะพลิกผันมาเป็นบรรพบุรุษของนกหลายชนิดที่บินไปมาในท้องฟ้าได้อย่างไร ถ้าเรื่องนี้ไม่มีข้อพิสูจน์ก็ยากที่เห็นว่าเป็นจริงได้ทีเดียว!


“ถ้าอย่างนั้นไดโนเสาร์ที่ว่าสูญพันธุ์ไปแล้วแท้จริงมันไม่ได้สูญหายไปไหน หากแต่วิวัฒน์เป็นนกใช่หรือไม่?” ฉันเองและอีกหลายๆ คนคงตั้งคำถามนี้ไว้ในใจ ข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้ของนักวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ อาทิ บรรพชีวินวิทยา ชีววิทยา ปักษีวิทยา ธรรมชาติวิทยา และโบราณวิทยาที่มีต่อการวิเคราะห์ฟอสซิลที่ขุดพบชวนให้น่าติดตาม เพื่อดูว่าบทสรุปสุดท้ายแท้จริงแล้ว... ไดโนเสาร์เป็นบรรพบุรุษของนกจริงหรือไม่?


เดิมนักวิทยาศาสตร์จัดนกไว้ใน Phylum Chordata และอยู่ใน Class เดียวกับสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากที่ขาและนิ้วเท้าของนกปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งซึ่งมีลักษณะไม่แตกต่างไปจากสัตว์เลื้อยคลาน แต่ต่างกันที่นกนั้นมีขน (ขนในที่นี้หมายถึงขนที่มี ลักษณะเป็นขนนกนะ ไม่ใช่ขนเหมือนขนของสัตว์บก เช่น สุนัขหรือแมว) แล้วยังมีปีกและจะงอยปาก หรือโครงสร้างของกระดูกที่คล้ายคลึงแต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวดังนั้น ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จึงจัดนกไว้ใน Class Aves และจัดสัตว์เลื้อยคลานไว้ใน Class Reptilia


เมื่อกล่าวถึงวิวัฒนาการของไดโนเสาร์สู่นก ก็จำเป็นที่จะต้องพูด J.H. Osborn ซึ่งเป็นนักชีววิทยาคนแรกที่คิดว่าทายาทของไดโนเสาร์คือ นก Osborn ได้ความคิดนี้มาจากการศึกษาฟอสซิลของซากนกดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ชื่อว่า Archaeopteryx ซึ่งถูกขุดพบที่เมือง Solnhofen ในแคว้น Bavaria ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีเมื่อปี พ.ศ. 2404 Osborn พบว่ากระดูกของ Archaeopteryx ซึ่งเป็นสัตว์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วง Jurassic Period เมื่อประมาณ 140-150 ล้านปีก่อน มีลักษณะคล้ายคลึงกับกระดูกของไดโนเสาร์มาก รูปร่างคล้ายนกกระปูด ขนาดประมาณอีกาตัวโต ขอบปีกมน หางค่อนข้างยาว มีขนปกคลุมลำตัว ขาและนิ้วเท้าเหมือนนก แต่ก็ยังมีลักษณะที่บ่งชัดว่าเหมือนกับสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ลักษณะปาก มีฟันแหลมคม หางประกอบด้วยท่อนกระดูกหลายท่อนรวมทั้งกระดูกคอที่แตกต่างจากกระดูกคอของนก ที่ปลายปีกมีนิ้วเท้าข้างละ 3 นิ้ว Osborn จึงคิดว่า Archaeopteryx น่าจะมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์สายพันธุ์ Theropod โดยปีกวิวัฒนาการมาจากขาหน้าของไดโนเสาร์


ฉันขอเริ่มเรื่องวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์สู่นกด้วยการอ้างอิงถึงการขุดพบฟอสซิลของสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในช่วง Triassic Period ประมาณ 225 ล้านปีก่อน นักวิทยาศาสตร์เรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า Psudosuchian ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่เดินด้วยขาคู่หลัง มีลักษณะแตกต่างกันและแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด แต่ในที่นี้ฉันจะขอกล่าวถึงเฉพาะชนิดที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ด้วยวิวัฒนาการที่ผ่านไปหลายร้อยล้านปีจึงทำให้รูปร่างของมันค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เหมาะกับการใช้ชีวิตบนต้นไม้ โดยการใช้ขาคู่หน้าซึ่งเล็กกว่าโหนหรือเหนี่ยวกิ่งไม้เพื่อจับแมลงหรือโยนตัวจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง จึงทำให้ขาคู่หน้าของมันยาวขึ้นรวมทั้งเล็บที่ใหญ่และแข็งแรงขึ้น แต่ขากรรไกรกลับเล็กลงเพื่อให้มีน้ำหนักเบาและมีสมดุลต่อการบิน สมองเจริญดีขึ้น และยังสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ได้แม้อุณหภูมิภายนอกจะเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้มันจึงสามารถจับแมลงที่เย็นจนแข็งและสามารถอาศัยอยู่บนต้นไม้ที่มีลมพัดแรงได้ ดังนั้น จากที่มันเคยมีเกล็ดปกคลุมร่างกาย จึงค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นขนนกเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยขนที่ขาคู่หน้าและหางจะค่อนข้างยาวเพื่อช่วยในการทรงตัวบนต้นไม้ ร่อนจากกิ่งไม้ และกลายเป็นบินได้ในที่สุด วิวัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงนี้กินเวลาหลายร้อยล้านปี กว่าสัตว์เลื้อยคลานเดินดินจะกลายมาเป็นวิหคเหินเวหาในปัจจุบัน!



 



 



 



 



หน้าที่ 2 - วิวัฒนาการของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะบ่งบอกถึงความคล้ายคลึงกับนก


จากบทความของ ดร.เยาวลักษณ์ ชัยมณี กรมทรัพยากรธรณี ที่ลงพิมพ์ในนิตยสารสารคดี เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้กล่าวถึงวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะบ่งบอกถึงความคล้ายคลึงกับนก โดยอ้างอิงการค้นพบฟอสซิลของไดโนเสาร์กินเนื้อหลายชนิดของศาสตราจารย์ Ji แห่งสถาบันธรณีวิทยาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เมืองเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี พ.ศ. 2544 ไดโนเสาร์ดังกล่าวมีขนหรือโครงสร้างที่คล้ายขนห่อหุ้มลำตัว แต่ยังบินไม่ได้ในชั้นหินชุดยี่เซียนในช่วงตอนปลาย Jurassic Period อายุประมาณ 125-147 ล้านปีก่อน ชั้นหินชุดยี่เซียนนี้เกิดจากการทับถมของตะกอนในทะเลสาปสลับกับชั้นเถ้าถ่านของภูเขาไฟ ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษคือมีเนื้อละเอียดทำให้ช่วยเก็บรักษาร่องรอยของเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่มของสัตว์ไว้ได้ จึงทำให้ฟอสซิลหลายชนิดทั้งสัตว์บก สัตว์ปีก และสัตว์น้ำที่พบในชั้นหินชุดนี้ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ แม้แต่ลำไส้ของสัตว์ก็ยังสามารถถูกเก็บรักษาไว้ได้ด้วย ฉันว่านับเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆ ที่นักวิทยาศาสตร์สามารถขุดพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตในชั้นหินชุดนี้ ฉันมั่นใจว่ามนุษย์ปัจจุบันอย่างพวกเราต้องได้ประโยชน์อะไรอีกมากมายจากร่องรอยของวิวัฒนาการในอดีตของสิ่งมีชีวิตต่อโลกใบนี้


จากฟอสซิลที่ขุดพบบ่งบอกว่าเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีสิ่งที่ “คล้ายขน” ปกคลุมร่างกาย ที่เรียกเช่นนี้เพราะลักษณะยังไม่ใช่ขนแท้จริง เพียงแต่เป็นลักษณะที่เรียกว่า “ก่อนขนนก (proto-feather)” คือเป็นเส้นประสานกันเหมือนร่างแหบริเวณส่วนหัว คอ หลัง และหาง นับเป็นไดโนเสาร์ชนิดแรกที่มีขน นักวิทยาศาสตร์ได้ให้ชื่อไดโนเสาร์ชนิดนี้ว่า Sinosauropteryx และในหินชุดเดียวกันนี้ยังพบฟอสซิลไดโนเสาร์อีก 2 ชนิดคือ Caudipteryx และ Protoarchaeopteryx อยู่ในกลุ่มโดรมีโอซอร์ ซึ่งมีขนห่อหุ้มลำตัวที่มีลักษณะเหมือนขนนก โดย Caudipteryx มีขนเล็กๆ อยู่บริเวณนิ้วมือและขนพู่คล้ายพัดบริเวณปลายหาง ส่วน Protoarchaeopteryx มีลักษณะขนที่พัฒนาเหมือนขนนกมากขึ้นในตำแหน่งเดียวกับ Caudipteryx นอกจากนี้ ยังขุดพบฟอสซิล Sinornithosaurus ซึ่งเป็นไดโนเสารใ์นกลุ่มโดรมีโีอซอร์ อีกเช่นกัน ลักษณะที่พบคือมีขนกระจายตามลำตัว ลักษณะทั้งหมดที่กล่าวมาแสดงถึงความสัมพันธ์อย่างแน่ชัดของวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์ที่มีขนแต่ยังบินไม่ได้ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของนก จึงสามารถพูดได้ว่า “ขนนก” มีมาก่อน “กำเนิดนก” โดยในระยะแรกขนนกอาจพัฒนาขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพื่อการบิน เช่น เพื่อให้ความอบอุ่นร่างกาย เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม เพื่อท้าทายคู่ต่อสู้ หรือเพื่อป้องกันการโจมตีของศัตรู




ตัวอย่างของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายนกไม่ใช่มีเท่าที่กล่าวมานี้เท่านั้นนะ ยังมีการขุดพบไดโนเสาร์อีกหลายสายพันธุ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายนกเช่นกัน ฉันขอยกตัวอย่างที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของไดโนเสาร์ที่คล้ายนกอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะ คือ เมื่อปี พ.ศ. 2548 สองปีที่ผ่านมานี่เอง ซิงซี๋ว์ ซึ่งเป็นนักบรรพชีวินวิทยาจากบัณฑิตยสถานด้านวิทยาศาสตร์ในปักกิ่งได้ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์กินเนื้อตระกูล Oviraptorosauria ในแอ่งเอ้อเหลียนในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (ซึ่งเป็นบริเวณที่อุดมไปด้วยฟอสซิล)



นับเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Gigantoraptor erlianensis มีลักษณะคล้ายนกขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ตายเมื่ออายุ 11 ปี โดยดูจากวงปีของกระดูกขา มีอายุอยู่ในช่วงปลาย Cretaceous Period ประมาณ 65-100 ล้านปีก่อน ลักษณะที่พบ คือมีจะงอยปาก มีฟันและมีขนกระจายทั่วตัว หนัก 1,400 กิโลกรัม สูง 5 เมตร มีขนาดใกล้เคียงกับ Tyrannosaurus และหนักกว่าไดโนเสาร์ชนิดคล้ายคลึงกันถึง 35 เท่า ฉันว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนะที่มนุษย์ในปัจจุบันอย่างพวกเราได้ขุดพบฟอสซิล ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของวิวัฒนาการไดโนเสาร์สู่นก จึงทำให้พวกเราได้มีโอกาสศึกษาและทราบถึงการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านั้น ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนดินแต่ในที่สุดกลับไปใช้ชีวิตอยู่บนท้องฟ้า!




ข้างต้นได้กล่าวไปแล้วถึงลักษณะของไดโนเสาร์ที่คล้ายนก คราวนี้ฉันจะขอกล่าวถึงนกที่มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์บ้าง เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงลักษณะร่วมของสัตว์ทั้งสองประเภท นกตัวที่ว่านี้โบราณกว่านกที่ชื่อ Archaeopteryx lithographica นกตัวนี้มีชื่อว่า Protoavis texensis เคยมีชีวิตในตอนปลายของ Triassic Period ประมาณ 225-210 ล้านปีก่อน ขุดพบที่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวยาวประมาณ 35 เซนติเมตร มีฟันแหลมคม มีขนปกคลุมลำตัว คาดว่าเป็นสัตว์หากินกลางคืน (Paul, 2002; Witmer, 2002) ตาโตคล้ายตาของนกฮูกและอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของกะโหลกที่มีขนาดเล็กแต่เรียวยาวและแข็งแรง คอมีลักษณะเป็นรูปตัว S มีนิ้วที่ปลายปีกข้างละ 3 นิ้ว และเมื่อพิจารณาโครงสร้างของเล็บแล้วทำให้ทราบว่ามันสามารถปีนต้นไม้ได้ นับว่า Protoavis texensis เป็นฟอสซิลของนกดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา (Chatterjee, 1999)



ขอย้อนกลับไปถึง Archaeopteryx นกดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะร่วมระหว่างไดโนเสาร์กับนกซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี Dr. Angella Milner ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์โบราณชาวอังกฤษ แห่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ร่วมกับคณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส วิทยาเขตออสติน ได้ทำการวิเคราะห์ลักษณะสมองของสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อพิสูจน์ว่ามันสามารถบินได้จริงหรือไม่ โดยการตัดส่วนโพรงสมองยาวประมาณ 2 เซนติเมตรออกจากฟอสซิลที่ค้นพบในประเทศเยอรมนี แล้วใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพจำลองสมองแบบสามมิติ และพบว่ารูปทรงของสมองและความสามารถในการรับประสาทสัมผัสรวมทั้งหูส่วนในที่เชื่อมต่อกันอย่างสมดุล ล้วนมีลักษณะใกล้เคียงกับสมองของสัตว์ที่พัฒนาเป็นนกอย่างเต็มที่ Dr. Milner จึงสรุปแน่ชัดว่า Archaeopteryx นกดึกดำบรรพ์ ที่พัฒนามาจากไดโนเสาร์นี้สามารถบินได้จริง




 



หน้าที่ 3 - ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลือดอุ่นหรือเลือดเย็น?

ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ และฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจจึงขอหยิบขึ้นมากล่าวถึงด้วยคือ ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลือดอุ่นหรือเลือดเย็น? จากการที่ไดโนเสาร์สามารถอพยพไปในที่ต่างๆ ที่มีภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมแตกต่างกันและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็นสัตว์เลือดอุ่น เพราะการอพยพต้องใช้พลังงานสูงซึ่งจะกระทำได้ดีเฉพาะสัตว์เลือดอุ่นเท่านั้น ซึ่งข้อสันนิษฐานที่ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันคือ ไดโนเสาร์ไม่ได้เป็นสัตว์เลือดเย็นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นสัตว์เลือดเย็นที่เตรียมจะวิวัฒนาการเป็นสัตว์เลือดอุ่นจึงทำให้มันสามารถปรับตัวได้ในทุกสภาวะ นั่นสินะ...ไม่อย่างนั้น มันคงไม่สามารถปรับตัวให้คงทนต่อสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ถึง 150 ล้านปี!


กรอบข้างล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ของนักวิทยาศาสตร์ที่มีต่อวิวัฒนาการของไดโนเสาร์สู่นก ฉันเห็นว่าน่าสนใจจึงได้หยิบยกมาให้อ่านกัน



โดย Alan Feduccia นักชีววิทยาชาวอเมริกัน
ภาควิชาชีววิทยา, North Carolina University, สหรัฐอเมริกา
: กระดูกเพดานปากยาวขึ้น
: กระดูกสะโพก 3 ส่วนเชื่อมกัน
: ข้อต่อระหว่างหัวไหล่และแขนชี้ไปด้านหลัง
: หัวไหล่ยาวขึ้นประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวกระดูกแขนท่อนบน
: ข้อต่อกระดูกนิ้วชี้มี 2-3 ท่อน
: เบ้าสะโพกของท่อนขาส่วนบนมีขนาดใหญ่
: กระดูกท่อนขาล่างมีขนาดแตกต่างกัน


 


 


 


 




โดย Alan Feduccia นักชีววิทยาชาวอเมริกัน
ภาควิชาชีววิทยา, North Carolina University, สหรัฐอเมริกา
: กระดูกเพดานปากยาวขึ้น
: กระดูกสะโพก 3 ส่วนเชื่อมกัน
: ข้อต่อระหว่างหัวไหล่และแขนชี้ไปด้านหลัง
: หัวไหล่ยาวขึ้นประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวกระดูกแขนท่อนบน
: ข้อต่อกระดูกนิ้วชี้มี 2-3 ท่อน
: เบ้าสะโพกของท่อนขาส่วนบนมีขนาดใหญ่
: กระดูกท่อนขาล่างมีขนาดแตกต่างกัน


และจากการที่ฉันได้ค้นคว้าข้อมูลของไดโนเสาร์กลายเป็นนกจากตำราวิชาการและหนังสือที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้ทราบว่ามีไดโนเสาร์หลายสายพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายนกและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นนก เช่น Velociraptor mongoliensis, Compsognathus longipes, Chonchraptor gravilis, Archaeornithomimus asiaticus, Troodon formosus เป็นต้น ฉันจึงได้ลองนำลักษณะบางส่วนทั้งทางกายภาพและโครงสร้างของสัตว์ทั้งสองประเภทนี้มาเปรียบเทียบดู ปรากฏว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ



  • ลำตัวพัฒนาจากเกล็ดเป็นขนนกโดยเริ่มจากลักษณะขนที่เป็นร่างแหกลายเป็นเหมือนขนนกปัจจุบันปากพัฒนาเป็นจะงอยโดยเริ่มจากมีฟันแหลมคมกลายเป็นไม่มีฟัน
  • ภายในกะโหลกพัฒนาจากทึบกลายเป็นมีโพรง
  • ลักษณะหัวกะโหลกพัฒนาจากแบนกลายเป็นโหนก
  • โครงกระดูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงและจากตันเป็นกลวงเพื่อให้มีน้ำหนักเบา ลำตัวเล็กลงและเพรียวขึ้น
  • กระดูกสะโพกทั้ง 3 ส่วนพัฒนาเชื่อมติดกันและชี้ไปด้านหลังเหมือนสะโพกนก
  • กระดูกส่วนอกพัฒนาเชื่อมติดกันและมีสันสูงตรงกลาง
  • ขาหน้าพัฒนายืดออกกลายเป็นปีกเพื่อร่อนระหว่างกิ่งไม้จนสามารถบินได้
  • นิ้วเท้าที่แผ่พัฒนางองุ้มเหมือนเท้านกและเล็บมีความแหลมคมเหมาะกับการเกาะกิ่งไม้
  • นิ้วเท้ามี 3 นิ้วเช่นกัน และนิ้วเท้าที่ปลายปีกพัฒนาหดหายไป
  • นกยุคแรกจะยังบินไม่คล่องแคล่วและกินเนื้อเป็นอาหาร ต่อมาการบินพัฒนามากขึ้นและเริ่มกินเมล็ดเพืช

นอกจากนี้ ฉันยังมีภาพการเปลี่ยนแปลงของลักษณะโครงสร้าง เช่น ขาหน้าไปสู่ปีก สะโพก กระดูก อก และนิ้วของสัตว์ทั้งสองประเภทมาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพของวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์ไปเป็นนกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น



วิวัฒนาการของไดโนเสาร์สู่นกเป็นตัวอย่างหนึ่งของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แม้ทุกสภาพชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของยีนส์อยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่หากสภาพแวดล้อม เช่น ภูมิอากาศ อาหาร พื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่นั้นมีการเปลี่ยนแปลง สิ่งมีชีวิตก็จำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ก็ยิ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น ไดโนเสาร์ปรับตัวให้มีขนและบินได้เพื่อจับแมลงเป็นอาหารอาจเนื่องจากอาหารเดิมของมันหมดไป และเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย แล้วมนุษย์ล่ะ...หากอาหารของมนุษย์ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ไก่ หมู เหล่านี้หมดไป ผนวกกับการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป (ก็มนุษย์เองนั่นแหละที่เป็นผู้ทำให้มันเป็นไป)



มนุษย์อาจต้องปรับตัวโดยการหันมากินอาหารหรือดำรงชีวิตในลักษณะที่ต่างไปจากเดิม แล้วมนุษย์จะมีสภาพร่างกายที่แตกต่างไปจากที่เป็นอยู่แค่ไหน... ใครจะรู้!



หน้าที่ 4 - ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลอ้างอิง



  1. ขอขอบพระคุณ ดร.วราวุธ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซากดึกดำบรรพ์และพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธณี ที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ตำราวิชาการไดโนเสาร์เพื่อการศึกษาค้นคว้า
  2. ขอขอบพระคุณ ดร.เยาวลักษณ์ ชัยมณี นักธรณีวิทยาระดับ 8 สำนักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ที่กรุณาให้ความรู้และตรวจทานความถูกต้องของเนื้อหา
  3. Alan Feduccia, The Origin and Evolution of Birds, second edition, Yale University Press, New Haven and
    London, 1999
  4. Philip J. Currie, The Flying Dinosaurs, Red Deer College Press, 1990
  5. Gregory S. Paul, The Scientific American Book of Dinosaurs, Byron Preiss Visual Publications, 2000
  6. คุณากร วิณิชย์วิรุฬห์, National Geographic ฉบับภาษาไทย “โฉมหน้าใหม่ไดโนเสาร์”, โรงพิมพ์ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2548
  7. http://www.sarakadee.com/feature/2001/07/new_dinosaur.htm
  8. http://www.bloggang.com/viewdairy.php
  9. http:/203.172.174.251/~it4939010021/bird_31.html
  10. http:web.ku.ac.th/schoolnet/snet4/july8/dinobrd.htm
  11. www.dmr.go.th
  12. http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php
  13. http://www.school.net.th/library/snet4/dinosaur/jack.htm
  14. http://www.creationinthecrossfire.org/Articles/RiseofBirds.html
  15. http://en.wikipedia.org/wiki/Protoavis
  16. http://bsu.edu//web/00cyfisher/Protoavis.htm
  17. http://en.wikipedia.org/wiki/Sinosoropteryx
  18. http://en.wikipedia.org/wiki/Protoarchaeopteryx
  19. http://en.wikipedia.org/wiki/Caudipteryx
  20. http://www.ircs.upenn.edu/cogsci2000/caudipteryx.html
  21. http://www.app.pan.pl/acta50/app50-101.pdf
  22. http://cas.bellarmine.edu/tietjen/Evolution/Feathers/feathered_dinosaurs.htm


*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




จำนวน 9 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ก.พ. 2551 (14:42)

สวัสดีครับ



ผม 006 นะครับ คือ ผมอยากทราบว่า ไดโนเสาร์ครองโลกยุดสุดท้ายเมื่อใดครับ



 


006 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 33 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 118 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 19 ก.พ. 2551 (22:08)
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นยุคครีเตเชียสนะครับ แต่ไดโนเสาร์นี่ครองโลกสูงสุดในยุคจูแรสสิคครับ
kimjunwon เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 ก.พ. 2551 (16:10)
78104
โอ้ สนุกมากคับ ได้ความรู้เพิ่มจากของเดิมเพียบเลย
chadi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 29 ก.พ. 2551 (18:03)
เป็นเรื่องดีมากครับ ผมก็ชอบศึกษาเรื่องไดดนเบิร์ดอยุ่เหมือนกัน
pater06 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 มี.ค. 2551 (15:33)
นกไม่ได้วิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์แน่นอน
AVES (Basal Birds) มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ปลายยุคจูแรสสิค แบ่งออกเป็น สองสายวิวัฒนาการ สายแรกวิวัฒนาการไปเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีกระดูกสันอก (Keel Sternum) เช่น Archaeopteryx เป็นต้น แล้วสูญพันธุ์ไป
อีกสายหนึ่งวิวัฒนาการไปเป็นสายพันธุ์ที่มีกระดูกหน้าอก(Keel Sternum) ซึ่งคล้ายกับนกในปัจจุบัน ตัวแรกที่กำเนิด น่าจะเป็น Liaoningornis ในจีน ซึ่งอยู่ในยุคปลายจูแรสสิคเหมือนกัน แล้วก็มีตัวอื่นๆตามมาเช่น Yanornis ,Yixianornis , Patagopteryx , Vorona , และ Gargantuavis เป็นต้น จะเห็นได้ว่าต้นตระกูลนกน่ะเริ่มตั้งแต่ยุคปลายจูแรสสิค หรือ ก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำไป ดังนั้น ไดโนเสาร์ที่มีขนคล้ายนก เช่นพวก Therizinosauroidea ,Dromaeosauroidea ,Tyrannosauroidea ,Ornimimosauroidea ฯลฯ น่ะเป็นไดโนเสาร์ที่กำเนิดทีหลังทั้งนั้น จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการของนกแต่อย่างใด
เรื่องราวเหล่านี้ เขา Up-Date ความรู้กันแล้ว นักธรณีวิทยา บางทีไม่รู้ด้วยซ้ำไป
Dr.Mom@Jack เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 20 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 5 มี.ค. 2551 (21:14)

 นกมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็กคับ โดยมีการค้นพบฟอสซิล ที่มีลักษณะเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงจาก ไดโนเสาร์สู่นก ทว่าในวงการโบราณชีววิทยาทุกวันนี้ ก็ยังคงมีการถกเถียงกันเกี่ยวกับกำเนิดของนก ว่าแท้จริงแล้วมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับไดโนเสาร์หรือไม่



อย่างไรก็ตามในระยะหลัง ความเชื่อที่ว่านกมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์ หรือมีความเชื่อมโยงกับไดโนเสาร์ เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดใหม่ที่มีขน ("ขน" ในที่นี้ หมายถึง ขนนก (feather) ไม่ใช่ขนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)  ห่อหุ้มลำตัว ขนนก คือลักษณะเฉพาะตัวของนกปัจจุบัน วิวัฒนาการของขนนก เชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของการบิน การค้นพบครั้งนี้จึงยืนยันได้ว่า ขนนกที่แท้จริงเกิดขึ้นในไดโนเสาร์ที่ยังบินไม่ได้ ซึ่งเป็นญาติของนก และเกิดก่อนที่จะมีนกและมีการบิน 



 


morkheng เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 21 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 71 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 พ.ย. 2551 (17:15)
119111

{#emotions_dlg.s2} ไดโนเสาร์ ที่เป็น บรรพบุรุษ ของนกตัวแรกของโลก คือ อาร์เคออฟเทอริกซ์ Archaeopteryx เป็นสัตว์ในช่วงปลายยุค จูแรสสิก ลำตัวเหมือนกิ้งก่า แต่มีปีกเหมือนนก และมีขนที่หาง ขนาดตัวประมาณ 1 เมตร กินสัตว์เล็กๆ เป็นอาหาร...





Channy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 14 เม.ย. 2552 (22:32)

Archaeopteryx นั้นอาจเป็นบรรพบุรุษของนกแต่ Archaeopteryx และนกอาจเป็นลูกหลานของไดโนเสาร์ก้อได้เพราะ Archaeopteryx มันมีชีวิตอยู่ช่วงเดียวกับไดโนเสาร์ซึ่งมองได้ 2 ประเด็น
1.Archaeopteryxและไดโนเสาร์ไม่มีสายเลือดหรือ Archaeopteryx ไม่ได้เป็นการวิวัฒนาการของไดโนเสาร์แต่อย่างใด
2.Archaeopteryxเป็นการวิวัฒนาการของไดโนเสาร์รุ่นแรกๆก้อได้ครับ...


ketar เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 14 เม.ย. 2552 (22:37)

ถ้ามีข้อสงสัยก้อโพสไว้นะครับ


ketar เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


จุลสารสนุกวิทย์
(http://www.nstda.or.th/jstp)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 3,064 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 116 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
    ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in0.9308 seconds !