|
||
|
|
|
ไดโนเสาร์ บรรพบุรุษของนก จริงหรือ ???
เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (ท๊อป) (56,170 views) first post: Mon 18 February 2008 last update: Tue 4 March 2008
ไดโนเสาร์ที่เราคุ้นเคยน่ะหรือคือ บรรพบุรุษของนกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ฟังดูแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ สัตว์บกดึกดำบรรพ์ที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานเช่นนั้น จะพลิกผันมาเป็นบรรพบุรุษของนกหลายชนิดที่บินไปมาในท้องฟ้าได้อย่างไร....
|
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพฯ (JSTP) กับวิชาการ.คอม
ทีมา : จุลสารสนุกวิทย์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 15 เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2550
โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน
( Junior Science Talent Project : JSTP )
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 http://www.nstda.or.th/jstp

โดย เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (ท้อป)
ไดโนเสาร์ที่เราคุ้นเคยกันในหนังเรื่องจูราสสิคพาร์คนี่น่ะหรือคือ บรรพบุรุษของนกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ฟังดูแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ สัตว์บกดึกดำบรรพ์ที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานเช่นนั้น จะพลิกผันมาเป็นบรรพบุรุษของนกหลายชนิดที่บินไปมาในท้องฟ้าได้อย่างไร ถ้าเรื่องนี้ไม่มีข้อพิสูจน์ก็ยากที่เห็นว่าเป็นจริงได้ทีเดียว!
ถ้าอย่างนั้นไดโนเสาร์ที่ว่าสูญพันธุ์ไปแล้วแท้จริงมันไม่ได้สูญหายไปไหน หากแต่วิวัฒน์เป็นนกใช่หรือไม่? ฉันเองและอีกหลายๆ คนคงตั้งคำถามนี้ไว้ในใจ ข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้ของนักวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ อาทิ บรรพชีวินวิทยา ชีววิทยา ปักษีวิทยา ธรรมชาติวิทยา และโบราณวิทยาที่มีต่อการวิเคราะห์ฟอสซิลที่ขุดพบชวนให้น่าติดตาม เพื่อดูว่าบทสรุปสุดท้ายแท้จริงแล้ว... ไดโนเสาร์เป็นบรรพบุรุษของนกจริงหรือไม่?
เดิมนักวิทยาศาสตร์จัดนกไว้ใน Phylum Chordata และอยู่ใน Class เดียวกับสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากที่ขาและนิ้วเท้าของนกปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งซึ่งมีลักษณะไม่แตกต่างไปจากสัตว์เลื้อยคลาน แต่ต่างกันที่นกนั้นมีขน (ขนในที่นี้หมายถึงขนที่มี ลักษณะเป็นขนนกนะ ไม่ใช่ขนเหมือนขนของสัตว์บก เช่น สุนัขหรือแมว) แล้วยังมีปีกและจะงอยปาก หรือโครงสร้างของกระดูกที่คล้ายคลึงแต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวดังนั้น ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จึงจัดนกไว้ใน Class Aves และจัดสัตว์เลื้อยคลานไว้ใน Class Reptilia
เมื่อกล่าวถึงวิวัฒนาการของไดโนเสาร์สู่นก ก็จำเป็นที่จะต้องพูด J.H. Osborn ซึ่งเป็นนักชีววิทยาคนแรกที่คิดว่าทายาทของไดโนเสาร์คือ นก Osborn ได้ความคิดนี้มาจากการศึกษาฟอสซิลของซากนกดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ชื่อว่า Archaeopteryx ซึ่งถูกขุดพบที่เมือง Solnhofen ในแคว้น Bavaria ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีเมื่อปี พ.ศ. 2404 Osborn พบว่ากระดูกของ Archaeopteryx ซึ่งเป็นสัตว์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วง Jurassic Period เมื่อประมาณ 140-150 ล้านปีก่อน มีลักษณะคล้ายคลึงกับกระดูกของไดโนเสาร์มาก รูปร่างคล้ายนกกระปูด ขนาดประมาณอีกาตัวโต ขอบปีกมน หางค่อนข้างยาว มีขนปกคลุมลำตัว ขาและนิ้วเท้าเหมือนนก แต่ก็ยังมีลักษณะที่บ่งชัดว่าเหมือนกับสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ลักษณะปาก มีฟันแหลมคม หางประกอบด้วยท่อนกระดูกหลายท่อนรวมทั้งกระดูกคอที่แตกต่างจากกระดูกคอของนก ที่ปลายปีกมีนิ้วเท้าข้างละ 3 นิ้ว Osborn จึงคิดว่า Archaeopteryx น่าจะมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์สายพันธุ์ Theropod โดยปีกวิวัฒนาการมาจากขาหน้าของไดโนเสาร์
ฉันขอเริ่มเรื่องวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์สู่นกด้วยการอ้างอิงถึงการขุดพบฟอสซิลของสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในช่วง Triassic Period ประมาณ 225 ล้านปีก่อน นักวิทยาศาสตร์เรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า Psudosuchian ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่เดินด้วยขาคู่หลัง มีลักษณะแตกต่างกันและแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด แต่ในที่นี้ฉันจะขอกล่าวถึงเฉพาะชนิดที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ด้วยวิวัฒนาการที่ผ่านไปหลายร้อยล้านปีจึงทำให้รูปร่างของมันค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เหมาะกับการใช้ชีวิตบนต้นไม้ โดยการใช้ขาคู่หน้าซึ่งเล็กกว่าโหนหรือเหนี่ยวกิ่งไม้เพื่อจับแมลงหรือโยนตัวจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง จึงทำให้ขาคู่หน้าของมันยาวขึ้นรวมทั้งเล็บที่ใหญ่และแข็งแรงขึ้น แต่ขากรรไกรกลับเล็กลงเพื่อให้มีน้ำหนักเบาและมีสมดุลต่อการบิน สมองเจริญดีขึ้น และยังสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ได้แม้อุณหภูมิภายนอกจะเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้มันจึงสามารถจับแมลงที่เย็นจนแข็งและสามารถอาศัยอยู่บนต้นไม้ที่มีลมพัดแรงได้ ดังนั้น จากที่มันเคยมีเกล็ดปกคลุมร่างกาย จึงค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นขนนกเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยขนที่ขาคู่หน้าและหางจะค่อนข้างยาวเพื่อช่วยในการทรงตัวบนต้นไม้ ร่อนจากกิ่งไม้ และกลายเป็นบินได้ในที่สุด วิวัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงนี้กินเวลาหลายร้อยล้านปี กว่าสัตว์เลื้อยคลานเดินดินจะกลายมาเป็นวิหคเหินเวหาในปัจจุบัน!