<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35212" type="text/javascript"></script> |
|
คณะวิทยาศาสตร์ นานาสาระเรื่องคณะวิทย์
"หน้าที่ของคณะวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยฝึกนักวิทยาศาสตร์ที่ดีให้ช่วยสังคมได้ มากกว่าการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตเกียรตินิยม" -ศ.ดร.พาณี เชี่ยววานิช คณะวิทย์ ม.เชียงใหม่
post ครั้งแรก: Mon 18 February 2008, 9:10 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 6 April 2008, 3:45 pm
อยู่ในส่วน: เรียนต่อ, ครูอาจารย์, วิทยาศาสตร์, วิทย์ทั่วไป, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, คณิตศาสตร์, ดาราศาสตร์, คอมพิวเตอร์, เรียนต่อ, ธรณีวิทยา
|
คณะวิทยาศาสตร์ http://se-ed.net/peerakitk/store/fsci01.pdf
คิดให้ดีก่อนเลือก คณะวิทยาศาสตร์ http://se-ed.net/peerakitk/store/fsci02.pdf
นอกจากนี้ เผื่อสำหรับผู้สนใจ ไฟล์หนังสือ "นักอยากวิจัย สำหรับเด็กไทยที่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์" ฉบับเหมือนที่ตีพิมพ์ครั้งแรก http://www.onec.go.th/publication/47081/index_47081.htm ส่วนฉบับของพีรกิตติ์ที่สมบูรณ์กว่า (เพราะพิมพ์ไม่ผิด) อยู่ที่นี่ครับ http://se-ed.net/peerakitk/main/komson/pk001.pdf
บางเวลาอาจจะเปิดไม่ได้เพราะเวบไซต์อาจจะหยุดบ้างนะครับ
บุคคลทั่วไปสามารถโพสข้อความได้ที่นี่อีกแห่งครับ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=137252
เวลาของชีวิตที่เลือกใช้ให้อยู่ในวงการของวิทยาศาสตร์ของไทย มาช่วงเวลาหนึ่ง สำหรับเราถ้าถามว่า วิทยาศาสตร์คืออะไร คำตอบของคำถามนี้มีคนตอบไว้มากมาย แต่จากมุมเล็กๆตรงนี้ วิทยาศาสตร์คือคำตอบของปัญหาที่มีเหตุผลในตัวมันเองและสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้ (ถ้าไม่ make lab อิอิ) เพราะฉะนั้นวิทยาศาสตร์คือศาสตร์ของความเป็นจริง เรียนแล้วหลังจากนั้นทำอะไรอันนี้น่าคิด ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลที่จะเลือกอาชีพ สำหรับเรา จบแล้วอยากเป็นspeciallist researcher คือเรียนแล้ว รู้ลึก รู้จริง ถ่ายทอดได้ เงินคือส่วนประกอบของชีวิต แต่เงินไม่ใช่เจ้าชีวิต ดังนั้นควรรู้ว่าอะไรที่จะทิ้งไว้ให้กับโลกก่อนที่ชีวิตจะดับสูญ สิ่งนั้นต้องยังอยู่และสิ่งนั้นคือตัวแทนเราที่ตอบแทนสังคมและครอบครัว ว่าครั้งหนึ่งในขณะที่มีชีวิต คนอย่างเราก็สร้างประโยชน์ได้เหมือนกัน ดังที่กล่าวคนส่วนใหญ่เลือกคณะวิทย์เป็นทางผ่าน ในทางกลับกันโดยส่วนตัวเราสามารถเลือกคณะที่คะแนนสูงกว่าได้แต่หนึ่งในความภูมิใจเล็กๆอยากให้ทุกคนรู้ว่า เราเลือกเรียนวิทยาศาสตร์นะ
และพอได้เข้ามาเรียนชีวิตก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ได้ฝึกคิด ฝึกทักษะ ได้ทำในสิ่งที่คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนในสาขานี้ไม่มีโอกาสพบเจอ ได้อยู่ในโลกที่เป็นจุดนัดพบกันระหว่างจินตนาการกับความรู้ ได้วิ่งไล่ไขว่คว้าหาความฝัน โดยมีอาจารย์ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นพี่หลายคนคอยให้กำลังใจและแรงบันดาลใจ ต่อมาโลกใบน้อยๆที่ถูกเตรียมทักษะมาอย่างดีได้ขยายอาณาเขตกว้างมากขึ้น และแล้วยุววิทย์ก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่นอกจากความรู้ในตำรา คือการปรับตัวเข้าสังคมและพัฒนาเพื่อก้าวผ่านขีดจำกัดของวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคมและสติปัญญา เรื่องราวมากมายทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ถูกเปลี่ยนเป็นประสบการณ์อันมีค่าให้ชีวิตตัวเองเป็นรางวัลของคำว่าอดทน ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ ถึงความร้อนที่หลอมเหล็กให้เป็นเหล็กกล้า ถึงความเจ็บเพื่อก้าวผ่านกระบวนการเจียระไนย สุดท้ายก็เข้าใจว่าฝันของตัวเองช่างแสนไกล มันสูงและหนาวเกินใครจะเข้าใจ เมื่อผ่านงานในระดับประเทศ สิ่งที่คิดค้น สิ่งที่ค้นคว้า คือองค์ความรู้ที่ต้องแข่งขันในระดับนานาชาติ เวทีประลองไม่เล็กเลย อืม...ชีวิต..วิ่งเร็วไปรึเปล่าไม่รู้...แต่ไต่ขึ้นเขามาแล้วจะให้ลงไปง่ายๆได้อย่างไร ลงไปก็ตายแต่ถ้าขึ้นก็ยังมีโอกาสรอด เนี่ยหล่ะนะ..ชีวิตที่จะประสบความสำเร็จไม่ง่ายเลย แต่มันก็อยู่ที่เราเลือกอยู่ดี ว่าเลือกที่จะเป็นหนึ่งเดียว หรือเลือกที่จะถูกกลืน...ขอบคุณบทความของpostนี้ ที่ทำให้แรงบันดาลใจที่สูญหายกลับคืน ขอบคุณวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้ ที่ทำให้เราได้พบและแบ่งปันความรู้ผ่านทางโลกของไซเบอร์โดยที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อย่างไรก็ตามเราต่างก็ตระหนักกันอยู่ดีแล้วว่า สิ่งที่ทำให้เราพบกันคือความชอบและความสนใจที่เหมือนกัน...


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |