<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35323" type="text/javascript"></script> |
|
50 วัน คว้าฝัน สู่ 'คนพลังจิต'
ตอนนี้ก็อัพออกมาแล้วนะครับ ตอนใหม่ ก็ออกมาเป็นตอนสุดท้ายของปิดเทอมใหญ่นี้ ส่วนตอนต่อๆ ไปก็อาจจะได้โพสกันเต็มที่อีกทีนึงช่วงปิดเทอมตุลานี้ แล้วก็รอติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ถ้ามีเวลาพอ ก็อาจจะได้ออกมาอีก
post ครั้งแรก: Sun 24 February 2008, 11:43 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 4 May 2008, 9:42 pm
|
พ.ศ.2866 เป็นเวลาผ่านมาร่วมสองสามร้อยปีที่วัฒนธรรมพื้นบ้านแต่โบราณถูกกลมกลืนกับวัฒนธรรมจากตะวันตกอย่างลงตัว ณ ดินแดนรูปขวานทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย นับแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ยี่สิบห้า ที่วัฒนธรรมจากอารยประเทศเข้ามาแทรกแซงและซึมสอดเข้ามาในวิถีชีวิตของประชาชนบนดินแดนแห่งนี้... ราชอาณาจักรไทย
...วัฒนธรรมตะวันตก เป็นดังคลื่นสึนามิทางวัฒนธรรมที่ซัดเข้ามาอย่างรวดเร็วตามกระแสโลก และทำลายวัฒนธรรมเดิมที่เคยมีอยู่ทุกที่ไป ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ยี่สิบห้า สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ประชาชนถูกผู้มีอำนาจ "บังคับ" ให้ทำลายความเป็นไทยเดิมแท้แต่โบราณ และสร้าง "รัฐนิยม" ที่แทรกซึมอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาไม่น้อย จนความเป็น "ไทยเดิม" หายไปไม่น้อย ด้วยความหวังของผู้นำที่จะให้ไทยเป็น "อารยะ" แต่ความหวังนั้นก็กลับกลายเป็นศูนย์โดยสิ้นเชิง เมื่อไทยไม่ได้เป็น "อารยะ" โดยแท้จริง ซ้ำประชาชนไทยในพุทธศตวรรษที่ยี่สิบหกยังเริ่มลืม และทิ้งความเป็นไทยที่เคยมี และหันมาใช้ "ความเป็นตะวันตก" กันแทบทุกหย่อมหญ้า แม้แต่ในชนบทที่ห่างไกล "ความเป็นตะวันตก" ก็เข้าไปถึง แต่ "ความเป็นตะวันตก" ก็ไม่สามารถจะครองความเป็นไทยทั้งหมดได้...
...กลางพุทธศตวรรษที่ยี่สิบหก เกิดการสวนกลับของกระแสวัฒนธรรมตะวันตกในประชาชนไทยขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เมื่อคนไทยหันกลับมานิยมความเป็นไทยเดิมที่เคยมีอีกครั้ง การตื่นตัวที่เกิดขึ้นนี้ถูกสะท้อนโดยเหล่าปัญญาชนในแผ่นดิน เมื่อการศึกษาหันเข้ามาหาบริบทของความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น วิทยาการที่มีต้นกำเนิดเดิมมาจากชาติตะวันตก ถูกปรับใช้ขึ้นมาจนเป็นวิทยาการที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยโดยแท้จริง ศาสตร์ต่างๆ ที่ถูกลืมในอดีต ถูกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยอนุชนรุ่นหลัง แต่ศาสตร์เหล่านั้นก็ใช่ว่าจะอิงความเป็นไทยไปทั้งหมดไม่ กลับยังสามารถปรับเข้ากับวิทยาการของโลกปัจจุบันได้อย่างกลมกลืนและเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มกลับเข้ามาในวิถีของความเป็นไทย "อารยะ" ที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่เคยอยากให้เป็นเมื่อนานมาแล้ว...
...แต่สิ่งหนึ่งที่หลับใหลอยู่ในความเปลี่ยนแปลงที่ผันผวนของวัฒนธรรม และยังดำรงคงอยู่ท่ามกลางกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา นั่นคือ "พระพุทธศาสนา" ที่ยังดำรงอยู่ในสถานะของศาสนาประจำชาติ กาลเวลาผ่านไปทำให้พระพุทธศาสนาถูกชำระล้างส่วนที่เป็น "เนื้องอก" ให้หมดสิ้นไป เหลือแต่เพียง "เนื้อแท้" ที่ดำรงคงอยู่ เป็นสัจธรรมที่ไม่ถูกทำลาย ทำให้พระพุทธศาสนากลับมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอันบริสุทธิ์ของประชาชนชาวไทยอีกครั้ง มีการศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างกว้างขวางในหลายศาสตร์สาขา จนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก และพระพุทธศาสนานั่นเอง ที่เข้ามาเป็นหลักการดำเนินชีวิตของหน่วยบุคคล ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ สร้างการบริหารประเทศ ให้มีคุณธรรมและจริยธรรม ลบล้างภาพอดีตในช่วงศตวรรษแรกของประชาธิปไตย ที่เต็มไปด้วยความอาสัตย์ ความทุจริต และเห็นแก่ประโยชน์ตนของนักการเมือง ให้กลายเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ ในการเข้ามาร่วมมือ และสร้าง "ธรรมาธิปไตย" ให้บังเกิดขึ้นควบคู่กัน ทำให้ประเทศเจริญรุดหน้าไปโดยรวดเร็ว ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานรัฐและเอกชน...
...และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเพชรแท้ของพระพุทธศาสนา ที่ยังอยู่คู่อารยธรรมโลกมาสองพันกว่าปี นั่นคือ "สมถกรรมฐาน" และ "วิปัสสนากรรมฐาน" การปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธศาสนาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ ที่สามารถสร้างความสามารถพิเศษทางจิตให้เกิดขึ้นและสามารถบรรลุธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาได้ ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง แต่กลับไม่เป็นที่กว้างขวางในวงสังคมเช่นเดียวกับด้านอื่นๆ ของพระพุทธศาสนา การถ่ายทอดหลักวิชาทั้งสองอยู่ในวงแคบเท่านั้น และน้อยคนที่จะได้ศึกษาโดยล้ำลึก ทำให้ยากที่จะหาหลักวิชาพบและนำมาเผยแพร่ได้...
...และนี่คือจุดเริ่มต้นของ "50 วัน คว้าฝัน สู่ 'คนพลังจิต'"...
เรื่องนี้แต่งขึ้นโดยมีเค้าโครงจากของจริงๆ คือวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ณ ขณะนี้ แผ่นทองคำในเรื่อง มีอยู่จริงๆ ใต้ฐานพระประธานในอุโบสถหลังใหม่ของวัดครับ และเนื้อความ ก็ของจริง พระมหาวีระ ถาวโร มีตัวตนจริงๆ และเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงจริงๆ ครับ ในช่วงปี พ.ศ.2511-2535
ส่วนเหตุการณ์หลัง 2535 ในเรื่อง สมมติตามเค้าโครงของจริงทุกประการครับ แล้วที่สมมติให้แผ่นดินไหวและแม่น้ำเปลี่ยนทางไหล ก็ตั้งใจจะให้เหลือสถานที่ของจริง ในเวลาที่ดำเนินเรื่อง คือมหาวิหาร 100 เมตร ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นฉากของเรื่องอยู่แล้ว ณ เวลาที่ดำเนินเรื่อง เพราะฉะนั้น มันจะต้องยังอยู่
ส่วนตัวละครในการดำเนินเรื่อง (ตั้งแต่หน้าที่ 2 เป็นต้นไป) ก็สมมติขึ้นหมด สถานที่ เขตการปกครองก็สมมติ ยกเว้นที่เดียว "มหาวิหาร 100 เมตร" ที่จะเป็นของจริงเพียงอย่างเดียวตลอดการดำเนินเรื่องครับ
ป.ล.เขียนไปก็งงไป ไปอ่านตอนปฐมบทประกอบด้วยแล้วกัน
ลงแก้ใหม่ละกัน พอดีเพลงที่ลงมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย นี่ก็ยืมเพลงประจำเว็บพลังจิตมา (กว่าจะลงได้)


สนุกดีๆ
รีบอัพเร็วๆน้า
อยากอ่านต่อแล้วล่า


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |