<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35323" type="text/javascript"></script> |
|
50 วัน คว้าฝัน สู่ 'คนพลังจิต'
ตอนนี้ก็อัพออกมาแล้วนะครับ ตอนใหม่ ก็ออกมาเป็นตอนสุดท้ายของปิดเทอมใหญ่นี้ ส่วนตอนต่อๆ ไปก็อาจจะได้โพสกันเต็มที่อีกทีนึงช่วงปิดเทอมตุลานี้ แล้วก็รอติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ถ้ามีเวลาพอ ก็อาจจะได้ออกมาอีก
post ครั้งแรก: Sun 24 February 2008, 11:43 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 4 May 2008, 9:42 pm
|
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เอสตั้งต้นใหม่อีกครั้งเช่นเดิม แต่คราวนี้ ดูเหมือนว่าเอสจะคาดหวังกับมันมากเกินไป เอสตั้งเป้าไว้ที่ 'ทุติยฌาน' หรือฌานที่สอง และความคาดหวังนี้เองที่กลายเป็นความโลภ ที่บ่อนทำลายสมาธิของเอสให้หย่อนกำลังลง ความคิดของเอสฟุ้งซ่านจนตัวเขาเองไม่สามารถจะควบคุมได้ เริ่มตั้งแต่ช่วงสิบนาทีแรก ที่สถานการณ์ภายในใจของเขาเริ่มตึงเครียดขึ้น และเมื่อ 'ใจ' ไม่เป็นไปอย่าง 'ใจ' ตัวเอง ในนาทีที่ยี่สิบ สถานการณ์ยิ่งซ้ำร้ายไปกว่าเก่า เมื่อความตึงเครียดเริ่มกลายเป็นความโมโหตัวเองอย่างที่สุด ที่ใจตัวเองแท้ๆ แต่ไม่เป็นอย่างใจ เอสพยายามบังคับจิตใจให้นิ่ง แต่เมื่อยิ่งบังคับ ก็ยิ่งฟุ้งซ่านหนักไปกว่าเก่า ยิ่งกระนั้น ในนาทีที่สี่สิบ ทุกอย่างเริ่มแย่กว่าเมื่อก่อน เมื่อเอสพยายามควบคุมจิตใจด้วยร่างกาย เขาเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายให้ร่างกายนิ่ง แต่ดูเหมือนว่าเมื่อจิตใจไม่ร่วมมือแล้ว ร่างกายก็ยิ่งไม่ร่วมมือตาม มันเริ่มส่งสัญญาณเตือนเอสด้วยความเจ็บปวดและเมื่อยล้า แต่เอสไม่สนใจคำอุทธรณ์ของร่างกาย กลับเกร็งกล้ามเนื้อยิ่งไปกว่าเก่า คราวนี้ที่คำอุทธรณ์ของร่างกายเริ่มรุนแรงขึ้น เอสเริ่มหน้าเขียวขึ้นมา ขณะที่ร่างกายส่วนอื่นๆ ก็สะพรั่งไปด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยลงมา จนเสื้อผ้าของเอสก็เอาไม่อยู่ พลอยเปียกโชกไปด้วย จนหลวงลุงเห็นเอสท่าไม่ดี ซ้ำร้าย ถ้าปล่อยเอสยิ่งไปกว่านี้ อาการอาจจะหนักกว่าเก่า จึงรีบห้ามทันทีในนาทีที่หกสิบ ไม่ให้เอสทรมานทรกรรมร่างกายของตัวเองยิ่งไปกว่านี้
"หลานเอส บอกแล้วไง ถ้าฝืนก็ให้พักบ้าง ไม่ใช่ทำติดต่อกันตลอด แล้วก็อย่าไปคาดหวังมัน เป็นไงล่ะ ผลที่ได้รับ" หลวงลุงกล่าวอย่างทนไม่ได้ที่เห็นหลานแท้ๆ ของตัวเองเริ่มดื้อดึงและไม่ฟังคำสั่งของตน
"เฮ้ออออออ....เซ็งเป็ดเลยครับ...กะว่าจะเอาฌานสอง แต่เอาเข้าจริงไม่ได้แม้แต่ฌานหนึ่งเลย" เอสตอบด้วยอาการเหนื่อยอ่อน
"ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไป ว่าแต่ว่า หลวงลุงเห็นเสื้อแบบนี้บ่อยมาก ใส่มากี่วันแล้ว"
"ก็ตั้งแต่วันแรกที่เจอหลวงลุงแล้วครับ"
"พอละ ใส่มาสามวัน ก็เอาไปฝากซักที่สำนักงานที่พักก่อนไป ให้เขาซักซะ"
"ครับๆ"
ระยะทางร่วมห้ากิโลเมตรจากกุฏิของหลวงลุงไปยังที่พักของเอสเอง เอสเดินไปทั้งๆ ที่เหงื่อโชกเต็มตัว เหมือนเพิ่งเดินตกน้ำมา ทันทีที่ถึง เอสถอดเสื้อผ้าอาบน้ำก่อน ก่อนที่จะออกมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เอามาด้วยในคราวนี้ วันนี้ เอสเลือกใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นลายพราง และกางเกงขายาวในลายพรางเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเดินหอบเสื้อชุดเก่าไปฝากซักที่สำนักงานที่พัก วันนี้เจ้าหน้าที่คนเดิมไม่อยู่ แต่กลายเป็นเจ้าหน้าที่สาวขาวสวยหมวยอึ๋มอีกคนหนึ่งมาประจำการอยู่แทน
"หวัดดีครับ ฝากซักเสื้อผ้าหน่อยนะครับ" เอสทักทายเจ้าหน้าที่สาวก่อนที่จะส่งเสื้อผ้าที่จะซักไปให้
"ของคุณ คุณก็ซักเองสิคะ อย่ามาปัดความรับผิดชอบให้ฉัน เรื่องอะไรจะให้ฉันซักให้ล่ะ" เจ้าหน้าที่สาวแสดงอาการเล่นตัว เหวี่ยงกองเสื้อผ้าโครมเข้าหน้าเอสเต็มๆ ในขณะที่เอสอึ้งกับการบริการที่เทคแคร์ไม่เหมือนกับที่ใดในโลก ด้วยการบอกปัดภาระของตัวเองไปให้กับลูกค้าเสียหมด
"ประทานโทษครับคุณพนักงานคนสวย ผมไม่ได้มาเที่ยว ผมมาฝึกกรรมฐาน"
"น้ำหน้าอย่างคุณเนี่ยนะ น่าเชื่อ! ถ้าอายุซักห้าสิบหกสิบแล้วมาพูดแบบนี้ ฉันไม่ว่าอะไรแม้แต่คำเดียว แต่นี่ยังไม่ถึงสามสิบด้วยมั้งเนี่ย ท่าทางจะมาเหล่สาวแถวนี้มากกว่ามั้ง...แน้"
"จะบอกอะไรให้ ลุงผมเป็นเจ้าอาวาสที่นี่นะ ท่านบอกให้มาฝากซักที่นี่เองนะ ไม่เกี่ยวกะผมซักหน่อย"
"จริงง่ะ! เอาเถอะ ฉันซักให้ เห็นแก่หน้าท่านเจ้าอาวาส ถ้าไม่ใช่หลานท่านจริงๆ ละก็ ฉันรู้เมื่อไหร่นะ ฉันโยนที่คุณฝากซักลงโคลนหมดเลยนะ จริ๊ง! แล้วไม่รับซักใหม่ด้วย ถ้าฉันรู้นะว่าแกไม่ใช่หลานเจ้าอาวาสจริงๆ"
ผู้หญิงคนนี้แสบจริงๆ เอสคิด เขาเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนจะกลับมายังกุฏิของหลวงลุงอีกครั้งในเวลาบ่ายสามโมง
เรื่องนี้แต่งขึ้นโดยมีเค้าโครงจากของจริงๆ คือวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ณ ขณะนี้ แผ่นทองคำในเรื่อง มีอยู่จริงๆ ใต้ฐานพระประธานในอุโบสถหลังใหม่ของวัดครับ และเนื้อความ ก็ของจริง พระมหาวีระ ถาวโร มีตัวตนจริงๆ และเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงจริงๆ ครับ ในช่วงปี พ.ศ.2511-2535
ส่วนเหตุการณ์หลัง 2535 ในเรื่อง สมมติตามเค้าโครงของจริงทุกประการครับ แล้วที่สมมติให้แผ่นดินไหวและแม่น้ำเปลี่ยนทางไหล ก็ตั้งใจจะให้เหลือสถานที่ของจริง ในเวลาที่ดำเนินเรื่อง คือมหาวิหาร 100 เมตร ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นฉากของเรื่องอยู่แล้ว ณ เวลาที่ดำเนินเรื่อง เพราะฉะนั้น มันจะต้องยังอยู่
ส่วนตัวละครในการดำเนินเรื่อง (ตั้งแต่หน้าที่ 2 เป็นต้นไป) ก็สมมติขึ้นหมด สถานที่ เขตการปกครองก็สมมติ ยกเว้นที่เดียว "มหาวิหาร 100 เมตร" ที่จะเป็นของจริงเพียงอย่างเดียวตลอดการดำเนินเรื่องครับ
ป.ล.เขียนไปก็งงไป ไปอ่านตอนปฐมบทประกอบด้วยแล้วกัน
ลงแก้ใหม่ละกัน พอดีเพลงที่ลงมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย นี่ก็ยืมเพลงประจำเว็บพลังจิตมา (กว่าจะลงได้)


สนุกดีๆ
รีบอัพเร็วๆน้า
อยากอ่านต่อแล้วล่า
เก่ง จะง เลย เอส อะ
เข้า ญาณ ได้ใน เสี่ยว วิ นา ที
สุด ยอดๆๆ
อยาก ทำได้ จัง เลย จะ ได้ เก่ง มั่ง
หุหุ ตอน นี่ ทำได้ แค่ ควบคุม พลัง จิด ขั้น ต่ำ
แต่ ยังไม่ได้ ฝึก กสิณ เลย อิอิ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |