<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35323" type="text/javascript"></script> |
|
50 วัน คว้าฝัน สู่ 'คนพลังจิต'
ตอนนี้ก็อัพออกมาแล้วนะครับ ตอนใหม่ ก็ออกมาเป็นตอนสุดท้ายของปิดเทอมใหญ่นี้ ส่วนตอนต่อๆ ไปก็อาจจะได้โพสกันเต็มที่อีกทีนึงช่วงปิดเทอมตุลานี้ แล้วก็รอติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ถ้ามีเวลาพอ ก็อาจจะได้ออกมาอีก
post ครั้งแรก: Sun 24 February 2008, 11:43 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 4 May 2008, 9:42 pm
|
บ่ายสามโมงของวันอังคาร เอสเดินเข้ามาในกุฏิหลังน้อยของหลวงลุง เข้ามาไม่ทันไร หลวงลุงก็ทักเอสขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
"ว่าไงล่ะ หลานเอส ไปเจอสาวแถวนี้มาล่ะสิท่า"
"แกเล่นตัวอย่างมากครับ ฝากแกซักแล้ว เล่นไม่ยอมซักให้ ดีนะที่แกยังเห็นแก่หลวงลุง ไม่งั้นคงเขวี้ยงเสื้อผมทิ้งไม่รู้ไปที่ไหนแล้วอะครับ" เอสรายงานหลวงลุง
"ท่าทางจะชอบหลานเอสนะ เห็นแกมาด้อมๆ มองๆ แถวนี้นานละ ถามว่ามองใคร แกก็เงียบแล้วก็เดินหนี ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละ หลานเอส ปล่อยเขาเถอะ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องคนอื่นเขา เอาเรื่องเราก่อนดีกว่า จริงมั้ย"
"ก็จริงครับ แต่ยังไงผมไม่กล้ารับแกเป็นแฟนแน่ ประการหนึ่ง ผมมีแฟนแล้ว ไม่กล้ารับกิ๊กเพิ่มแน่นอนครับ"
"ดีแล้วๆ หลานเอสทำต่อไปนะ วางใจสบายๆ คิดซะว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรจริงจัง ทำมันไปเรื่อยจะได้ผลอย่างไร เราก็ไม่รู้เหมือนกัน จริงมั้ย"
เอสเริ่มตั้งต้นรวบรวมสมาธิต่อไป แนวคิดที่ว่า "โลกนี้ไม่มีอะไรจริงจัง" ของหลวงลุง ทำให้คราวนี้เอสปล่อยวางอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ไม่ซีเรียสกับผลที่ได้เหมือนคราวก่อน และผลที่ได้ก็เกินความคาดหมายของเอส
ในนาทีที่สอง สมาธิเริ่มรวมตัว กำลังจิตของเอสเริ่มนิ่งขึ้นในขั้นฌานที่หนึ่ง ความรู้สึกของเอสเริ่มเพลิดเพลินกับมัน ถึงแม้ว่าอาการทางร่างกายของเอสจะมีทั้งอาการขนลุก ร่างกายโยกโคลง และน้ำตาไหลอย่างที่ควบคุมไม่ได้ แต่เอสก็ไม่ได้วอกแวกไปกับมันเลย จนเวลาผ่านไปอีกครึ่งนาที สมาธิของเอสก็อยู่ตัวจนไม่ต้องอาศัยถ้อยคำใดๆ ชักนำให้จิตเป็นสมาธิแล้ว อาการทางร่างกายยังมีอยู่บ้าง ส่วนลมหายใจก็เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ อย่างที่เอสรู้สึกได้ เอสรู้ตัวทันทีว่ากำลังอยู่ในฌานที่สอง ปล่อยให้จิตดำเนินการไปตามลำดับของมันเอง
เวลาผ่านไปอีกสามนาที เอสสัมผัสได้ถึงสมาธิของเขาที่ดิ่งลงจนใกล้ที่สุด ร่างกายของเขาเริ่มมีอาการตึงแน่นมากขึ้นจนตัวเขาเองไม่สามารถขยับได้ ความรู้สึกทางลมหายใจเริ่มรวยริน จนเอสแทบไม่รู้สึกถึงมัน จนในเวลาอีกชั่วครู่นั้นเอง ลมหายใจของเขาหยุดและขาดห้วงลงในขณะนั้นเอง เอสรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังหลับ มันเป็นอารมณ์ที่เงียบสงัดจริงๆ เอสคิด เอสพักผ่อนในห้วงอารมณ์นั้นร่วมครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะถอนกำลังสมาธิกลับมาสู่สภาวะปกติ
"หลวงลุงครับ เมื่อกี๊ผมนั่งหลับครับ จะว่าอะไรมั้ยครับ" เอสรายงานทันทีที่เขาตื่น
"ถ้าคนหลับจริง มันจะไม่รู้ตัวตลอดนะ หลานเอสรู้สึกถึงลมหายใจมั้ยล่ะ" หลวงลุงถามเอสต่อ
"ไม่มีครับ แล้วก็...ความรู้สึกทางร่างกายนี่ก็ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ"
"ตรงนั้นเป็นฌานที่สี่ รู้ไว้ซะ"
"มีฌานที่สี่อีกแล้วหรอครับ มันคืออะไรอะครับ"
"ถ้าจำไม่ผิด หลวงลุงอธิบายไปเมื่อตอนเที่ยงๆ ไปแล้วเรื่องฌานหนึ่งกะฌานสอง ต่อไปก็ 'ตติยฌาน' 'ตติย' แปลว่าที่สาม ก็คือฌานที่สาม ตัว 'ปีติ' ที่เป็นอาการแปลกๆ ทางร่างกายก็จะหายไป ร่างกายมันก็จะตึงแน่นแบบนี้แหละ แล้วก็ต่อไป 'จตุตถฌาน' 'จตุตถ' ก็หมายถึงที่สี่ ก็คือฌานที่สี่ พอถึงตรงนี้ อารมณ์ 'สุข' ก็จะหายไป กลายเป็น 'อุเบกขา' วางเฉยต่ออาการทางร่างกายสิ้นเชิง ลมหายใจก็จะไม่ปรากฏอย่างที่เป็นเมื่อสักครู่นะ เข้าใจแล้วยัง"
"เข้าใจแล้วครับ หลวงลุงรู้สึกเหมือนผมมั้ย เหมือนมีใครแอบมองเราอยู่" เอสทำเสียงเบาลงทันใด ทันทีที่รู้ตัวว่ามีคนกำลังแอบมองอยู่จากด้านนอก
"นั่นไง เห็นหัวโผล่มาทางหน้าต่างนั่นน่ะ" หลวงลุงเบาเสียงลงเช่นกัน ชี้นิ้วไปทางหน้าต่าง เห็นผมสีบลอนด์ยาวที่โผล่พ้นขอบหน้าต่างออกมา เหมือนเจ้าของเส้นผมจะรู้ตัวแล้ว รีบก้มหัวลงทันที "หลานเอสไปฝึกเข้า ฝึกถอย ฌานที่สี่กับอุปจารสมาธิให้คล่องด้วย ต่อจากนี้ไปก็จะใช้สองตัวนี้เยอะมาก มันจำเป็นอยู่มากเหมือนกัน ไปเถอะ วันนี้พอแค่นี้ ไปฝึกด้วยนะ" หลวงลุงกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะให้เอสออกไปจากกุฏิ และเอสก็พบว่า เจ้าหน้าที่สาวคนนั้นมารอเขาอยู่ข้างหน้ากุฏิอยู่แล้ว
"ขอโทษนะ ที่ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวเธอมากไป ฉันเชื่อละว่าเธอเป็นหลานเจ้าอาวาสจริงๆ เธอชื่อไรอะ อยากรู้จัก" เจ้าหน้าที่สาวพูดกับเอสอย่างออดอ้อน
"เรียกผมว่าเอสละกัน" เอสตอบเจ้าหน้าที่สาวอย่างเรียบเฉย
"เอ่อ...อ่า...ฉันชื่อ...พอลล่า เรียกฉันว่าพอลล่าละกัน เอสพักอยู่ตรงไหนล่ะ"
"ห้องเบอร์สามสิบ"
"พอลล่าอยู่สำนักงานที่พักตลอดนะ มีอะไรขาดตกบกพร่องก็บอกกันได้ เดี๋ยวพาเดินไปทางลัด ทุกเส้นทางทั่วป่าฉันรู้ดีหมดหละ"
เอสเดินไปกับพอลล่า ในระยะทางไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร เอสก็ถึงที่พักของเขา เอสบอกลาพอลล่าก่อนที่จะเข้าไปพักผ่อนให้สบายใจในกระท่อมที่พักส่วนตัวของเขาเอง
เรื่องนี้แต่งขึ้นโดยมีเค้าโครงจากของจริงๆ คือวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ณ ขณะนี้ แผ่นทองคำในเรื่อง มีอยู่จริงๆ ใต้ฐานพระประธานในอุโบสถหลังใหม่ของวัดครับ และเนื้อความ ก็ของจริง พระมหาวีระ ถาวโร มีตัวตนจริงๆ และเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงจริงๆ ครับ ในช่วงปี พ.ศ.2511-2535
ส่วนเหตุการณ์หลัง 2535 ในเรื่อง สมมติตามเค้าโครงของจริงทุกประการครับ แล้วที่สมมติให้แผ่นดินไหวและแม่น้ำเปลี่ยนทางไหล ก็ตั้งใจจะให้เหลือสถานที่ของจริง ในเวลาที่ดำเนินเรื่อง คือมหาวิหาร 100 เมตร ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นฉากของเรื่องอยู่แล้ว ณ เวลาที่ดำเนินเรื่อง เพราะฉะนั้น มันจะต้องยังอยู่
ส่วนตัวละครในการดำเนินเรื่อง (ตั้งแต่หน้าที่ 2 เป็นต้นไป) ก็สมมติขึ้นหมด สถานที่ เขตการปกครองก็สมมติ ยกเว้นที่เดียว "มหาวิหาร 100 เมตร" ที่จะเป็นของจริงเพียงอย่างเดียวตลอดการดำเนินเรื่องครับ
ป.ล.เขียนไปก็งงไป ไปอ่านตอนปฐมบทประกอบด้วยแล้วกัน
ลงแก้ใหม่ละกัน พอดีเพลงที่ลงมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย นี่ก็ยืมเพลงประจำเว็บพลังจิตมา (กว่าจะลงได้)


สนุกดีๆ
รีบอัพเร็วๆน้า
อยากอ่านต่อแล้วล่า
เก่ง จะง เลย เอส อะ
เข้า ญาณ ได้ใน เสี่ยว วิ นา ที
สุด ยอดๆๆ
อยาก ทำได้ จัง เลย จะ ได้ เก่ง มั่ง
หุหุ ตอน นี่ ทำได้ แค่ ควบคุม พลัง จิด ขั้น ต่ำ
แต่ ยังไม่ได้ ฝึก กสิณ เลย อิอิ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |