<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35323" type="text/javascript"></script> |
|
50 วัน คว้าฝัน สู่ 'คนพลังจิต'
ตอนนี้ก็อัพออกมาแล้วนะครับ ตอนใหม่ ก็ออกมาเป็นตอนสุดท้ายของปิดเทอมใหญ่นี้ ส่วนตอนต่อๆ ไปก็อาจจะได้โพสกันเต็มที่อีกทีนึงช่วงปิดเทอมตุลานี้ แล้วก็รอติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ถ้ามีเวลาพอ ก็อาจจะได้ออกมาอีก
post ครั้งแรก: Sun 24 February 2008, 11:43 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 4 May 2008, 9:42 pm
|
คืนนี้เป็นค่ำคืนที่เงียบที่สุด เท่าที่เอสเคยพบมา จากหลายๆ ครั้งที่เอสอยู่ในกระท่อมตัวคนเดียวแล้วสังเกตถึงความเงียบที่อยู่รอบด้านเขา มันไม่ได้เงียบกริบเสมอไป บ้างเขาก็ได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยก้องป่ามาแต่ไกล บ้างเขาก็ได้ยินแม้แต่เสียงใบไม้ร่วง บ้างเขาก็ได้ยินเสียงที่ร่างกายของตัวเขาเองสร้างขึ้นมาโดยมิได้ตั้งใจด้วย แต่วันนี้ทุกอย่างเงียบจริงๆ ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ หรือเสียงอื่นๆ ภายในกระท่อมที่พักของเขา การที่เขารักษาสมาธิในระดับของฌานสมาบัติ ยิ่งทำให้เอสตัดความสนใจจากเสียงรอบด้าน บรรยากาศที่เอสรู้สึกจึงมีแต่ความเงียบสงัด วันนี้เงียบจริงๆ เอสคิด
คืนนี้เอสปิดไฟนอนประมาณห้าทุ่ม จากสภาพร่างกายที่ไม่เหนื่อยเท่าไหร่นักตลอดวันนี้ เอสนอนหลับพักผ่อนในสมาธิ ให้ร่างกายทุกๆ ส่วนได้ผ่อนคลายเต็มที่จากการทำงานร่วมสิบกว่าชั่วโมงระหว่างวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะสมองที่ทำงานอย่างแทบไม่มีการหยุดพักผ่อน คืนนี้ เอสปล่อยให้มันได้ผ่อนคลายเพื่อที่มันจะได้ทำงานให้ตัวเขาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
...
เอสกำลังมองเห็นตัวเขานอนอยู่บนเตียง ปราศจากความรู้สึกใดๆ เอสรู้สึกงงงวยกับสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างมาก ตัวเขามีสองคน หรือนั่นเป็นตัวเขาเอง ส่วนตัวของเขาในขณะนี้เป็นเพียงวิญญาณ? เป็นวิญญาณที่ไม่เหมือนร่างเดิม แต่กลับคล่องแคล่วว่องไว และเรืองรองยิ่งกว่าร่างเก่า เอสกำลังมองร่างของตัวเองที่นอนอยู่ ขณะที่เขามองร่างใหม่ของเขาเองอย่างแปลกใจ
และแล้ว รอบๆ ตัวของเขาก็เปลี่ยนไป จากกระท่อมน้อยที่พักของเขา ก็เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง เขาไม่ได้ยืนอยู่ในกระท่อมที่พักของเขาอีกต่อไป แต่กลับเป็นสถานที่อันมหัศจรรย์แห่งหนึ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทุกๆ อย่างในสถานที่แห่งนี้ ดูเหมือนความฝันไปหมด พื้นดินที่เป็นทรายทองคำเหลืองอร่าม ฟากฟ้าที่เป็นสีฟ้าใสปลอดโปร่ง ไม้ต้นไม้ดอกที่สวยงามหลากสี ลำธารที่ใสระยิบระยับประดุจแก้ว และผู้คนที่สนุกสนานรื่นเริงอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างดูแปลกตาสำหรับเอส จนเอสต้องพิศวงกับสิ่งที่เขารับรู้อยู่ในขณะนี้
ที่นี่ที่ไหน เราตายหรือยัง เราฝันไปหรือเปล่า เอสเริ่มสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองในขณะนี้ ดูเหมือนผู้คนรอบด้านของเขาจะไม่สนใจที่จะตอบปัญหาของเขาเลยสักนิด
"เจ้ากำลังยืนอยู่บนสวรรค์ เจ้าไม่ได้ฝันไปหรอก ตัวของเจ้าก็ไม่ได้ตายด้วย" เสียงๆ หนึ่งจากด้านหลังของเอส ทำให้เอสต้องเหลียวไปมอง และตัวของเขาถึงกับก้มลงกราบโดยอัตโนมัติของร่างกาย นั่นคือภิกษุชรารูปเดียวกันกับที่เขาเห็นในความฝันแทบทุกวัน แต่คราวนี้ กลับมาอย่างเป็นมิตรกับเขา ความรู้สึกของตัวเขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของภิกษุชรารูปนั้น
"ท่านพ่อ!" เอสอุทานขึ้นมาด้วยความรู้สึกจากส่วนลึกของจิตใจ ภิกษุชรายื่นมือลงมาอย่างอ่อนโยน ค่อยๆ ดึงร่างของเอสขึ้นมาอยู่ในท่ายืน ในขณะที่มือหนึ่งกำลังชี้ไปยังทางซ้ายมือของเขา และใบหน้าของภิกษุชราที่ยิ้มน้อยๆ และพยักเป็นทีให้เอสหันไปมองทางนั้น
ในสายตาอันเป็นทิพย์ของเอส สิ่งที่เขาเห็นคือแสงสว่างอันเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ เอสพยายามมองผ่านกำแพงแสงสว่างนั้นเข้าไป สิ่งที่เขาเห็นคือมหาเจดีย์อันสูงตระหง่านค้ำฟ้า โดดเด่นเป็นสง่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในอาณาบริเวณนั้น ด้วยความใสสว่างอันแพรวพราว ระยิบระยับ งดงามติดตาเอส จนเอสมองไม่คลาดสายตา
"สิ่งที่เจ้าเห็นอยู่ตรงหน้า นั่นคือมหาจุฬามณีเจดีย์สถาน อันเป็นที่สักการแห่งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เจ้าจงตามพ่อเข้าไปเถิด เข้าไปสักการะมหาเจดีย์อันควรแก่การบูชาเถิด" ภิกษุชราเดินออกนำเอสตามเส้นทาง เข้าสู่องค์มหาเจดีย์ เอสกำลังจะลุกขึ้นเดิน แต่ก็แปลกใจที่ร่างของเขาลอยเรี่ยๆ ตามภิกษุชรานั้นไปทันที เอสได้เห็นความสวยงามของมหาเจดีย์อย่างถนัดตายิ่งขึ้น ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ เสียงทิพยดนตรีที่สะท้อนออกมาจากที่นั้นไพเราะ อ่อนหวาน อย่างที่เขาเองก็ไม่เคยได้ยินในโลกมนุษย์ ยิ่งได้ยินมากเท่าใด ยิ่งบันดาลใจให้เกิดความสงบมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเสริมศรัทธาของเอสให้แรงกล้ายิ่งขึ้น
ทั้งเอสและภิกษุชรามาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของกำแพงรั้วทองคำที่วาววับเป็นประกาย สะท้อนแสงจากมหาเจดีย์ ดูงดงามยิ่งนัก เอสและภิกษุชราเดินผ่านกำแพงรั้วเข้าไป และสิ่งที่เอสเห็น ก็ทำให้เอสแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง...
ภาพของมหาชนที่มาชุมนุมกันด้วยอาการแห่งการสักการะอย่างสงบเสงี่ยม มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในเครื่องแต่งกายอันงดงามและรัศมีที่สว่างไสวทั้งชายและหญิง อีกส่วนหนึ่งที่มีรูปลักษณะเช่นเดียวกับกลุ่มแรก แต่เครื่องแต่งกายและรัศมีนั้นเรืองรองสวยงามยิ่งกว่า และไม่ปรากฏสตรีในกลุ่มบุคคลนั้น และอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในสภาวะของพระภิกษุ อันประกอบไปด้วยรัศมีเกินอื่นใดในมหาสมาคมนั้น แต่ก็ยังสู้ความสง่างามของมหาบุรุษผู้หนึ่ง ณ ใจกลางแห่งมหาสมาคมนั้นมิได้ มหาบุรุษผู้นั้นประกอบด้วยวรลักษณ์อันสง่างามหาที่เปรียบมิได้ เปี่ยมด้วยเมตตา และปัญญาธิคุณอันมหาศาลล้นพ้นประมาณ ภายใต้ผ้ากาสาวพัสตร์สีเหลืองทองอร่ามตา อีกทั้งยังประกอบไปด้วยฉัพพรรณรังสีอันงดงาม เหนือกว่าผู้ใดในมหาสมาคมนั้น ทุกผู้ทุกนามในสถานที่นั้นล้วนอยู่ในอาการประนมหัตถ์ สดับตรับฟังพระธรรมเทศนาแห่งพระมหาบุรุษนั้นโดยดุษณี
เอสก้มลงกราบสักการะพระมหาเจดีย์ และพระมหาบุรุษนั้น ก่อนที่จะนั่งลง ณ ที่สมควรแห่งฐานะตน
"ดูก่อน อนันต์ ผู้ทรงจตุตถสมาบัติในอานาปานัสสติกรรมฐาน จงฟังเรา ตถาคต" เสียงแห่งมหาบุรุษอันไพเราะนุ่มลึกเข้ามาในโสตประสาทของเอส เอสประนมมือขึ้น สดับตรับฟังธรรมแห่งพระมหาบุรุษโดยดุษณีเฉกเช่นเดียวกันกับเทวดาทั้งหลายในมหาสมาคม
"จงดูร่างกายของเจ้า" พักตร์แห่งมหาบุรุษปรากฏรอยแย้มสรวล หัตถ์นั้นชี้ลง ณ ผืนปฐพีตรงหน้า เอสได้เห็นภาพของร่างกายของเขาที่เขาทิ้งไว้ในโลกมนุษย์ "ที่เจ้าเคยหลงว่าไม่มีความเสื่อม มีแต่ความเจริญขึ้นถ่ายเดียวนั้น ที่แท้ ล้วนประกอบไปด้วยสิ่งโสโครก ดำรงอยู่ด้วยสิ่งโสโครก และมีความเสื่อมเป็นปกติ แม้ร่างกายของผู้อื่น ก็โสโครกเช่นเดียวกับเจ้า... ดูก่อน อนันต์ จงอย่าหลงในร่างกายของตนและผู้อื่น จงปฏิบัติเพื่อการมีร่างกายนี้เป็นที่สุด"
"ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์จะปฏิบัติเช่นไรเพื่อการหลุดพ้นจากร่างกาย" เอสทูลถามพระมหาบุรุษนั้น
"จงรักษาศีลปฏิบัติให้บริสุทธิ์ตามสมควรแก่ธรรม จงรักษาฌานสมาบัติที่ได้แล้วมิให้เสื่อมไป พึงรักษาความดีที่มีอยู่ และพึงแสวงหาความดีอันเป็นที่สุด... เจ้าจะสำเร็จปรารถนาแน่นอน แม้อย่างน้อยสุด ก็คือสิ่งที่เจ้าปรารถนาเป็นมูลฐาน เจ้าจะสำเร็จในไม่ช้าไม่นานนี้... ดูก่อน อนันต์ ถึงเวลาอันสมควรแล้ว เจ้าจงกลับไปเถิด เรา ตถาคต เราคือสัมมาสัมพุทธะ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ เจ้าจงกลับไปเถิด..." สิ้นวจนะแห่งมหาบุรุษ เอสซึ่งไม่เฉลียวใจแต่ต้น เพิ่งมานึกขึ้นได้ในคราวนี้เอง ว่ามหาบุรุษผู้นั้น มิใช่ผู้ใดอื่นไกล แต่คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาต่อสัตว์โลกนั่นเอง! เอสก้มลงกราบแทบบาทมูลแห่งองค์พระผู้มีพระภาค ก่อนที่เอสตั้งใจจะกลับเข้าสู่ร่างเดิมของตัวเองที่ทิ้งไว้บนโลกมนุษย์
...
รุ่งสางของวันพุธ ความรู้สึกของเอสกลับคืนมาที่ร่างกายของเขาอีกครั้ง เอสลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะทบทวนสิ่งที่เขาสัมผัสตลอดคืนที่ผ่านมา เขาแน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป ทุกอย่างที่เขาสัมผัส เขายังจำได้อย่างครบถ้วน พุทธดำรัสยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง และเอสได้น้อมรับด้วยดี จงอย่าหลงในร่างกายของตนและผู้อื่น... จงปฏิบัติเพื่อการมีร่างกายนี้เป็นที่สุด... จงรักษาศีลปฏิบัติให้บริสุทธิ์ตามสมควรแก่ธรรม... จงรักษาฌานสมาบัติที่ได้แล้วมิให้เสื่อมไป...
เอสรู้สึกสดชื่นเบิกบานด้วยแรงปีติที่เกิดขึ้น ความง่วงหมดสิ้นไป และแสงสว่างของวันใหม่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เอสออกไปยืดเส้นยืดสายนอกที่พัก จากที่อุดอู้มานานแสนนานหลายชั่วโมง พอดีกับที่พอลล่าที่ตั้งใจจะมาปลุกเอสกำลังเดินมาถึงด้านหน้า
"เอส...อ้าว ตื่นแล้วหรอ ไปกินข้าวเช้ากันเถอะ" พอลล่าไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบชวนเอสไปทานอาหารเช้าทันที
"เดี๋ยวๆ พอลล่า นี่เพิ่งตื่น เดี๋ยวก่อนนะ ขอตัวไปทำภารกิจส่วนตัวก่อนละกัน พอลล่ารอสักครู่ เดี๋ยวไปด้วย" เอสรีบไปทำภารกิจส่วนตัวในห้องน้ำ ก่อนที่จะเดินไปกับพอลล่าด้วยกัน
เรื่องนี้แต่งขึ้นโดยมีเค้าโครงจากของจริงๆ คือวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ณ ขณะนี้ แผ่นทองคำในเรื่อง มีอยู่จริงๆ ใต้ฐานพระประธานในอุโบสถหลังใหม่ของวัดครับ และเนื้อความ ก็ของจริง พระมหาวีระ ถาวโร มีตัวตนจริงๆ และเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงจริงๆ ครับ ในช่วงปี พ.ศ.2511-2535
ส่วนเหตุการณ์หลัง 2535 ในเรื่อง สมมติตามเค้าโครงของจริงทุกประการครับ แล้วที่สมมติให้แผ่นดินไหวและแม่น้ำเปลี่ยนทางไหล ก็ตั้งใจจะให้เหลือสถานที่ของจริง ในเวลาที่ดำเนินเรื่อง คือมหาวิหาร 100 เมตร ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นฉากของเรื่องอยู่แล้ว ณ เวลาที่ดำเนินเรื่อง เพราะฉะนั้น มันจะต้องยังอยู่
ส่วนตัวละครในการดำเนินเรื่อง (ตั้งแต่หน้าที่ 2 เป็นต้นไป) ก็สมมติขึ้นหมด สถานที่ เขตการปกครองก็สมมติ ยกเว้นที่เดียว "มหาวิหาร 100 เมตร" ที่จะเป็นของจริงเพียงอย่างเดียวตลอดการดำเนินเรื่องครับ
ป.ล.เขียนไปก็งงไป ไปอ่านตอนปฐมบทประกอบด้วยแล้วกัน
ลงแก้ใหม่ละกัน พอดีเพลงที่ลงมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย นี่ก็ยืมเพลงประจำเว็บพลังจิตมา (กว่าจะลงได้)


สนุกดีๆ
รีบอัพเร็วๆน้า
อยากอ่านต่อแล้วล่า
เก่ง จะง เลย เอส อะ
เข้า ญาณ ได้ใน เสี่ยว วิ นา ที
สุด ยอดๆๆ
อยาก ทำได้ จัง เลย จะ ได้ เก่ง มั่ง
หุหุ ตอน นี่ ทำได้ แค่ ควบคุม พลัง จิด ขั้น ต่ำ
แต่ ยังไม่ได้ ฝึก กสิณ เลย อิอิ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |