<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35323" type="text/javascript"></script> |
|
50 วัน คว้าฝัน สู่ 'คนพลังจิต'
ตอนนี้ก็อัพออกมาแล้วนะครับ ตอนใหม่ ก็ออกมาเป็นตอนสุดท้ายของปิดเทอมใหญ่นี้ ส่วนตอนต่อๆ ไปก็อาจจะได้โพสกันเต็มที่อีกทีนึงช่วงปิดเทอมตุลานี้ แล้วก็รอติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ถ้ามีเวลาพอ ก็อาจจะได้ออกมาอีก
post ครั้งแรก: Sun 24 February 2008, 11:43 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 4 May 2008, 9:42 pm
|
รุ่งสางของวันพุธ หลังจากที่เอสตื่นแล้วและทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง วันนี้ สิ่งแรกที่เขาต้องทำทันทีคือการไปรายงานตัวกับหลวงลุง เตรียมออกวิ่งรอบเขตวัด หลังจากที่เขาผัดไปตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งหลวงลุงก็มารอเขาอยู่แล้วที่ด้านหน้าของเขตวัดตั้งแต่เช้ามืด
"หลานเอส! ตามที่บอกกันไว้เมื่อวาน วิ่งรอบเขตวัด สองรอบ!" แล้วหลวงลุงก็เริ่มออกคำสั่งกับเอสทันที
"ถามก่อนนะครับหลวงลุง หนึ่งรอบนี่กี่กิโลเมตรอะครับ" เอสถามตามวิสัยของคนขี้สงสัย
"ประมาณสามกิโลเมตรกว่าๆ นะ หลานเอสไหวมั้ย ถ้ามากไปเอารอบเดียวก็พอ"
"แค่หนึ่งรอบสนามฟุตบอล สี่ร้อยเมตร ก็จวนจะแย่แล้วอะครับ ถึงหลวงลุงจะให้หนึ่งรอบเขตวัดก็เถอะ แต่สามกิโลเมตรกว่าๆ นี่ผมจะบ้าตายซะให้ได้เลย ขอแค่ครึ่งรอบไม่ได้หรอครับ"
"เอาเถอะๆ ให้ขนาดนี้ก็ลดลงมาไม่รู้จะเท่าไหร่ละ ตกลงรอบเดียวนะหลานเอส"
"ครับ! รอบเดียวก็รอบเดียว"
"ก็ได้! ตามใจ! แต่ว่าห้ามวิ่งลัดทางละกัน วิ่งลัดไม่นับนะ บอกไว้ก่อน"
เอสเริ่มออกวิ่งจากตรงนั้นไป ลัดเลาะตามแนวรั้วที่ปันเขตระหว่างเขตวัดกับเขตอื่นๆ ในป่า เขาออกแรงวิ่งเต็มกำลังฝีเท้าในสี่ร้อยเมตรแรกด้วยแรงฮึดสู้อย่างเต็มที่ แต่ทว่าพอเอสผ่านสี่ร้อยเมตรแรกไปแล้วเท่านั้นเอง เอสก็เริ่มเหนื่อยขึ้นมาบ้าง แต่เขาก็ทนวิ่งสลับกับการเดินผ่อนคลายกำลังขาบ้างเป็นบางจังหวะ ถึงแม้ว่ากำลังใจของเขาจะมีอยู่บ้างก็ดี แต่ในที่สุด เอสก็เริ่มยอมแพ้กำลังขาที่ลดลงจนหมดแรงวิ่ง แต่เขาก็ยังทนเดินต่อไป ขณะที่ระยะทางยังเหลืออยู่ถึงสองกิโลเมตรก็ตาม แล้วตอนนี้ที่กำลังใจของเอสก็หมดลงบ้างตามกำลังขา
นี่แค่หนึ่งกิโล ทำไมมันยาวจังนะ เอสคิด มันสั้นกว่านี้ไม่ได้เรอะ... เออ! จริงสิ! เราก็ทำให้มันลดลงแบบตอนที่เดินไปส่งพอลล่า ใช่แล้ว!
เอสรวบรวมกำลังสมาธิถึงขั้นฌานที่สี่ในชั่วพริบตา ก่อนที่จะใช้มันทำให้ระยะทางตรงหน้าเขาลดลงเหลือเพียงสองเมตร แล้วเขาก็วิ่งเหยาะๆ เพียงไม่กี่ก้าวตรงไปข้างหน้า วื๊ด! บรรยากาศรอบตัวของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมาหยุดตรงหน้าของหลวงลุงที่มายืนรอคอยเขาอยู่นั่นเอง
"หลวงลุงครับ วิ่งครบหนึ่งรอบแล้วครับ" เอสพูดไปหอบไปขณะที่เขาเพิ่งวิ่งมาถึงไม่นาน
"อืมๆ... หลานเอสไปทานข้าว พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ เสร็จแล้วค่อยมา" แล้วหลวงลุงก็ปล่อยให้เอสไปทานข้าวเช้าได้ตามปกติ
...
เวลาล่วงเลยมาถึงยามสายๆ ในกุฏิของหลวงลุง ที่เอสอยู่กับหลวงลุง หลวงลุงกำลังจะเริ่มสอนอะไรอีกบางอย่างให้กับเอส แน่นอนว่าจะต้องเป็นกสิณตัวที่สามอย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งก็แน่นอนว่าเอสรู้ดี แต่เขาก็ยังไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้ กสิณตัวแรก ธาตุดิน... กสิณตัวที่สอง ธาตุน้ำ... อย่างน้อยตัวต่อไปนี่ ไม่ธาตุลมก็ธาตุไฟแน่ๆ เขาคิดคาดคะเนเอาตามใจ แล้วมันก็เป็นจริงตามนั้นซะด้วย เมื่อหลวงลุงเริ่มอารัมภบทออกมา...
"หลานเอส วันนี้เราจะฝึกว่าด้วยวาโยกสิณ 'วาโย' แปลว่าลม..."
ว่าแล้ว! จริงๆ ซะด้วย แล้วมันก็เป็นไปตามที่เอสคาด ธาตุลม
"...วาโยกสิณ ก็คือกสิณลม ซึ่งมันก็คือการเพ่งลม เช่นเดียวกันกับกสิณที่หลานเอสเคยผ่านมาแล้วทั้งสองตัวนั่นแหละ การฝึกโดยทั่วไปก็จะเหมือนๆ กันทุกตัว แต่มันแตกต่างกันเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างเท่านั้นเอง"
"ดินไปแล้ว น้ำไปแล้ว ลมไปแล้ว แล้วต่อไปก็จะเป็นไฟใช่มั้ยครับหลวงลุง" เอสเริ่มพิสูจน์ข้อความคาดการณ์ของตัวเขาเองด้วยการถาม
"ใช่ละ! ต่อไปก็จะเป็น 'เตโชกสิณ' กสิณไฟ แต่เราจะยังไม่พูดถึงหรอกนะ หลานเอส ที่เราจะฝึกกันวันนี้ก็คือ 'วาโยกสิณ' กสิณลม ให้ตรงนี้เสร็จก่อน แล้วกสิณอื่นๆ ก็ว่ากันวันหลังก็ได้ เอ้า! หลานเอสตามหลวงลุงไปนะ ไม่ได้ฝึกที่นี่"
เอสเดินตามหลวงลุงออกไปจากกุฏิหลังเล็กของหลวงลุง ลัดเลาะผ่านราวป่าของเทือกเขาตะนาวศรี จนทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่ริมฝั่งของลำห้วยแห่งหนึ่งในราวป่าที่เย็นสบายและลมโกรก จนหลวงลุงเห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกวาโยกสิณของเอส ทั้งเอสและหลวงลุง ต่างพากันสัมผัสบรรยากาศที่ชุ่มฉ่ำของธรรมชาติสักครู่ ก่อนที่หลวงลุงจะเริ่มเข้าเรื่องต่อ
"หลานเอสดูยอดไม้นั่นสิ" หลวงลุงว่าแล้วก็ชี้ขึ้นไปทางยอดไม้นั้น เอสหันไปมองตามอย่างสงสัย ยอดไม้มีอะไรหรอ
"มันมีอะไรหรอครับ หลวงลุง" เอสถามอย่างสงสัยใคร่รู้ตามเคย
"หลานเอสดูมันเวลาต้องลม" หลวงลุงตอบอย่างจริงจัง "นี่แหละ ภาพของวาโยกสิณที่เราจะต้องใช้ ต้องสังเกตมันเวลาที่ถูกลมว่ามันเป็นยังไง นั่นแหละที่เราเน้น คำภาวนาใช้ 'วาโยกสิณัง' ที่เหลือทุกอย่างก็เหมือนที่เคยฝึกน่ะแหละ ไม่มีอะไรยาก หลานเอสผ่านมาแล้ว หวังว่าคงยังจำได้นะว่ายังไงบ้าง คงไม่ต้องให้พูดซ้ำสองอีก"
"ครับ!" เอสตอบ ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ... กำหนดลมหายใจถึงฌานที่สี่ ก่อนที่จะถอยกำลังสมาธิลงมาขั้นอุปจารสมาธิ แล้วเริ่มลงมือฝึกวาโยกสิณ คราวนี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เอสก็ถึงจุดสูงสุดของวาโยกสิณแล้ว
"หลวงลุงครับ จากภาพยอดไม้ที่โดนลม นานๆ เข้ายอดไม้ก็หายไป แล้วภาพลมก็เห็นชัดมากขึ้นๆ กลายเป็นเหมือนควัน แล้วตอนจบก็กลายเป็นแผ่นแก้วใสเป็นประกายเหมือนเดิม ผมว่ากสิณไหนๆ ลงเอยก็แบบเดียวกันแหละครับ หรือว่าไม่ใช่ครับ หลวงลุง" เอสรีบรายงานผลเช่นเคย
"ใช่แล้ว หลานเอสเข้าใจถูก นั่นแหละ จุดสูงสุดของทุกกสิณ ก็เหมือนกันหมดน่ะแหละ... อ้อ! ได้แล้วอย่าลืมทำให้คล่องด้วยนะ" ส่วนหลวงลุงก็เน้นย้ำถึงความคล่องเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
...
หลังจากที่เอสทานข้าวกลางวันเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เขาทำต่อไปก็ไม่ได้เป็นอย่างอื่นนอกจากซ้อม...ซ้อม...และซ้อมเช่นเดิม เอสซ้อมด้วยการเข้าออกฌานที่สี่ในวาโยกสิณอย่างรวดเร็วที่สุด เช่นเดียวกับที่เขาซ้อมกับกสิณอื่นๆ เพื่อใช้งานโดยเฉพาะ แต่คราวนี้ ดูเหมือนจะเร็วกว่ากสิณตัวอื่นๆ ด้วยซ้ำ สองกสิณที่ผ่านมา...ปฐวีกสิณและอาโปกสิณ เขาต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าความคล่องจะได้ที่และอยู่ตัว แต่คราวนี้ แค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น ความคล่องก็เริ่มอยู่ในขั้นดีเยี่ยมพอที่เขาจะใช้งานได้แล้ว...
"หลวงลุงครับ คือว่าตอนนี้ ที่ฝึกๆ ไปวันนี้น่ะ ตอนนี้มันก็คล่องแล้ว จะให้ผมทำยังไงต่อ" แล้วเพราะความเคยชิน เอสก็รายงานอีก
"เอ้า! หลานเอส ออกไปวิ่งรอบเขตวัด คราวนี้ ห้ารอบ! ห้ามต่อรองด้วย!" คราวนี้หลวงลุงออกคำสั่งมหาโหดอย่างไร้ความปรานีแบบที่สั่งกันตอนเช้าอีกครั้ง ไม่ทราบสายสนกลเหตุอันใดว่าหลวงลุงคิดจะทำอะไรกะเอสกันแน่
"รอบนึงก็จะไม่ไหวแล้วครับ...หลวงลุงครับ...เกิดคิดอะไรขึ้นมาละครับถึงสั่งห้ารอบ" แน่นอนที่เอสจะต้องไม่พอใจคำบัญชาของหลวงลุง ถึงแม้ว่าจะห้ามต่อรองก็ดี
"ไม่มีอะไรหรอก...สั่งไปเท่านั้นแหละ"
"อ้าว! หลวงลุง ไม่มีอะไรแล้วจะสั่งไปทำไมละครับ เมื่อเช้าก็ไปแล้วรอบนึง"
"ลองใช้วาโยกสิณช่วยสิ หลานเอส...เดี๋ยวก็รู้! ว่าอะไรเป็นอะไร"
เอสลงจากกุฏิหลวงลุงไปวิ่งตามคำสั่ง คำพูดที่หลวงลุงทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะบอกใบ้อะไรเขาบางอย่าง ทำให้เขาต้องคิด เรื่องนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวกับพลังของวาโยกสิณแน่ๆ ถึงหลวงลุงไม่ได้บอกตรงๆ ก็ตามเถอะ ว่าแล้วเอสก็ทดลองใช้พลังของมันดู เข้าฌานที่สี่ในวาโยกสิณก่อนที่จะถอยกำลังออกมา เขานึกในใจ จะช่วยวิ่งยังไงก็ช่วยมาเหอะ ก่อนที่จะทวนซ้ำอีกรอบ
และแล้ว มันก็แสดงผลของมันออกมาในทันที...
เอสลองออกวิ่งเบาๆ ก่อน แต่เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น เขาเองก็ต้องอัศจรรย์ใจเมื่อตัวของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนพายุ ขนาดแค่วิ่งเบาๆ ไม่เท่าไหร่นะ เขาคิด ก่อนที่จะออกวิ่งเต็มฝีเท้า คราวนี้เขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเต็มกำลัง ใช้เวลาเพียงห้านาทีเขาก็วิ่งจนครบรอบแล้ว เอสวิ่งอีกสี่รอบที่เหลือเต็มกำลังฝีเท้าสุดแรงเหนี่ยว มันเป็นการวิ่งที่ว่องไวไม่ต่างกับบิน โดยที่เขาใช้เวลาไปเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เขาก็เดินกลับกุฏิหลวงลุงแล้ว
"ว่าไง หลานเอส วิ่งมาห้ารอบเหนื่อยมั้ย" หลวงลุงถามเอสก่อนทันที
"แปลกใจเหมือนกันครับ ไม่เมื่อย ไม่เหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียวครับ แล้วครึ่งชั่วโมงก็วิ่งไปแล้วด้วยตั้งสิบห้ากิโล ผมเองก็ไม่อยากเชื่อนะว่าผมจะทำได้ขนาดนี้" เอสตอบหลวงลุงอย่างที่ไม่เชื่อตัวเองว่าเขาจะทำได้ขนาดนี้
"แล้วถ้าให้แค่สองรอบนี่ไหวมั้ยล่ะ"
"โอ๊ย...หลวงลุง อย่าว่าแต่สองรอบเลยครับ ถ้าใช้วาโยกสิณเข้ามาช่วยนี่ สองร้อยรอบก็ยังไหวเลยครับ"
"รู้แล้วยังล่ะ ว่าอานุภาพของวาโยกสิณนี่เป็นยังไง... เดี๋ยวค่อยอธิบายกันวันหลังแล้วกัน มันไม่ได้มีเรื่องนี้แค่เรื่องเดียวนะ ยังมีอีกเยอะ"
"ครับๆ" เอสตอบหลวงลุง ขณะที่ตอนนี้ เขามีประสาทสัมผัสเพียงพอที่จะรู้สึกได้ถึงการทดสอบที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก นี่ไม่ใช่ยกสุดท้าย แต่จะมีการทดสอบตัวเขาอีกเรื่อยๆ ตราบใดที่เขายังอยู่ที่นี่...ที่ป่าเทือกเขาตะนาวศรีอันลี้ลับและมีอะไรอีกมากมายที่ซ่อนเร้นอยู่ รอให้เขาค้นหา
เรื่องนี้แต่งขึ้นโดยมีเค้าโครงจากของจริงๆ คือวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ณ ขณะนี้ แผ่นทองคำในเรื่อง มีอยู่จริงๆ ใต้ฐานพระประธานในอุโบสถหลังใหม่ของวัดครับ และเนื้อความ ก็ของจริง พระมหาวีระ ถาวโร มีตัวตนจริงๆ และเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงจริงๆ ครับ ในช่วงปี พ.ศ.2511-2535
ส่วนเหตุการณ์หลัง 2535 ในเรื่อง สมมติตามเค้าโครงของจริงทุกประการครับ แล้วที่สมมติให้แผ่นดินไหวและแม่น้ำเปลี่ยนทางไหล ก็ตั้งใจจะให้เหลือสถานที่ของจริง ในเวลาที่ดำเนินเรื่อง คือมหาวิหาร 100 เมตร ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นฉากของเรื่องอยู่แล้ว ณ เวลาที่ดำเนินเรื่อง เพราะฉะนั้น มันจะต้องยังอยู่
ส่วนตัวละครในการดำเนินเรื่อง (ตั้งแต่หน้าที่ 2 เป็นต้นไป) ก็สมมติขึ้นหมด สถานที่ เขตการปกครองก็สมมติ ยกเว้นที่เดียว "มหาวิหาร 100 เมตร" ที่จะเป็นของจริงเพียงอย่างเดียวตลอดการดำเนินเรื่องครับ
ป.ล.เขียนไปก็งงไป ไปอ่านตอนปฐมบทประกอบด้วยแล้วกัน
ลงแก้ใหม่ละกัน พอดีเพลงที่ลงมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย นี่ก็ยืมเพลงประจำเว็บพลังจิตมา (กว่าจะลงได้)


สนุกดีๆ
รีบอัพเร็วๆน้า
อยากอ่านต่อแล้วล่า
เก่ง จะง เลย เอส อะ
เข้า ญาณ ได้ใน เสี่ยว วิ นา ที
สุด ยอดๆๆ
อยาก ทำได้ จัง เลย จะ ได้ เก่ง มั่ง
หุหุ ตอน นี่ ทำได้ แค่ ควบคุม พลัง จิด ขั้น ต่ำ
แต่ ยังไม่ได้ ฝึก กสิณ เลย อิอิ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |