วิชาการ.คอม - กาสิโนกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (อบายมุขที่ถูกกฎหมาย) (หลักความน่าจะเป็นในธุรกิจบ่อนกาสิโน) (การเสพติดแบบมีเหตุผล) (มุมมองสองด้าน) (บทสรุปกาสิโน กับ GDP) วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35503" type="text/javascript"></script>
กาสิโนกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
บทความนี้จะกล่าวถึงแนวคิดของรัฐบาลในการจัดตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย ว่ามีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร
ผู้เขียน: ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ ชมแล้ว: 41,303 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 5 March 2008, 10:49 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 6 March 2008, 11:19 am

หน้าที่ 1 - อบายมุขที่ถูกกฎหมาย

บังเอิญช่วงนี้มีข่าวดังเกี่ยวกับการตั้งกาสิโน หรือบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทย ของท่านนายกฯ สมัคร ซึ่งบ่อนการพนันในเมืองไทย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งในปัจจุบันบ่อนการพนันถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง บทความนี้จะกล่าวถึงกาสิโนว่าสัมพันธ์อย่างไรกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของประเทศ


 


จริงๆ แล้วอบายมุขทุกประเภทที่ได้รับการทำให้ถูกกฎหมาย (ปัจจุบันเศรษฐกิจนอกระบบที่ผิดกฎหมายมีมูลค่าประมาณร้อยละ 8 – 13 ของ GDP ของประเทศไทย) มีที่มาที่ไปจากการที่รัฐต้องการหารายได้เพื่อนำไปพัฒนาประเทศนอกจากการเก็บภาษีจากประชาชน ซึ่งถือว่าอบายมุขถูกกฎหมายเป็นภาษีทางอ้อมรูปแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น หวย (ลองอ่านดูจากบทความเก่าของผมนะครับ หวย ภาษีคนจน http://www.vcharkarn.com/varticle/437) ซึ่งหวยนี่เป็นภาษีทางอ้อมของคนจนขนานแท้ เพราะว่าจ่ายเงินเข้ารัฐในอัตราเดียวกับคนรวย เนื่องจากคนรวยและคนจน ซื้อหวยในราคาเท่ากัน หลักการใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนในการพัฒนาประเทศแบบง่ายๆ ก็คือการลงทุนในการพัฒนาประเทศในด้านใด จะต้องสร้างประโยชน์กับประชาชนผู้เสียภาษีนั้นให้มากที่สุด มิฉะนั้น จะไม่เกิดแรงจูงใจในการจ่ายภาษี เช่น


 


1.      การสร้างรถไฟฟ้า หากนำเงินภาษีของคนทั้งประเทศมาอุดหนุนแบบ 15 บาทตลอดสาย ก็จะไม่เหมาะสม เนื่องจากคนต่างจังหวัดก็จะบอกว่าที่จ่ายภาษีไป เอาไปให้คนกรุงเทพฯ ใช้ ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะเก็บค่าโดยสารในอัตราที่สะท้อนต้นทุนจริงๆ หรือเอาเงินที่เก็บเพิ่มสำหรับผู้ใช้เบนซิน 95 จากกองทุนน้ำมัน


2.      การเอาเงินภาษีของประเทศไปพัฒนาจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งแบบมีถนนห้าเลนเข้าจังหวัด เนื่องจากบังเอิญผู้แทนจังหวัดนั้น ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พอดี แบบนี้ก็จะไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการจ่ายภาษี เช่นกัน


3.      การเอาเงินภาษีของประชาชนไปรักษาผู้ป่วยที่สูบบุหรี่จัดๆ จนปอดทะลุ คนจ่ายภาษีก็จะโวยวายว่า เอาเงินผู้จ่ายภาษีไปใช้ผิดประเภท ก็ในเมื่อคนอยากสูบบุหรี่ อยากจะสูบเอง ไม่มีใครบังคับ แบบนี้ก็ต้องเก็บภาษีสรรพสามิตของบุหรี่ให้มากขึ้น หรือที่เรียกว่า ภาษีบาป หรือ Sin Tax เพื่อไปรักษาคนสูบบุหรี่



หน้าที่ 2 - หลักความน่าจะเป็นในธุรกิจบ่อนกาสิโน

ซึ่งจริงๆ แล้ว ในแต่ละประเทศยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก ที่อาจจะไม่สะท้อนสัดส่วนการจ่ายภาษีของคนบางกลุ่ม เช่น กลุ่มคนด้อยโอกาสทางการศึกษา กลุ่มคนพิการที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ หรือแม้แต่ที่เราพูดกันถึงเรื่องสื่อสาธารณะ ที่ไม่ต้องการโฆษณา ไม่ต้องง้ออิทธิพลของโฆษณา เพื่อตั้งหน้าตั้งตาการทำรายการดีๆ ที่มีประโยชน์กับประชาชน (บ้านเราจึงมีแต่รายการละครน้ำเน่าหลังข่าว เนื่องจากถ้าไม่ทำรายการน้ำเน่า ก็จะไม่มีโฆษณาเข้า) ดังนั้นจึงต้องอาศัยกลไกของภาษีทางอ้อมในการหารายได้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี ตัวอย่างที่ผ่านมาก็เช่น การนำเงินหวยบนดินไปให้ทุนการศึกษา เป็นต้น


 


กาสิโน หรือบ่อนการพนันถูกกฎหมายก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งการหารายได้มีหลายรูปแบบ เช่น รัฐเป็นเจ้ามือ คือตั้งบ่อนกาสิโนเอง หรือให้สัมปทานกับเอกชนโดยการแบ่งรายได้เข้ารัฐ เป็นต้น อย่างไรก็ตามผมกำลังจะบอกว่ากาสิโนทั้งหลายมีกฎกติกาที่ไม่ใช่เกมที่ยุติธรรม หรือไม่ใช่         Zero Sum Game คือ เงินของคนที่ได้จากการพนัน กับเงินของคนที่เสียการพนันไม่เท่ากันพอดี นึกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเรานั่งเล่นไพ่กันสี่คน ในกติกาที่ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เงินของคนที่เสียรวมกัน จะไปเท่ากับเงินของคนที่ได้รวมกันพอดี แต่กติกาของบ่อนกาสิโนคือการออกกฎระเบียบที่ทำให้ทุกฝ่าย มีโอกาสน้อยกว่าในการชนะเจ้ามือ (ซึ่งเจ้ามือก็คือบ่อนกาสิโนนั่นเอง) เช่น


 


-          รูเล็ตจ่าย 35 เท่า ทั้งๆ ที่ความน่าจะเป็นที่จะแทงถูกมี 1 ใน 36 หรือน้อยกว่านั้นในบางบ่อนกาสิโน เช่น ที่มาเลเซีย


-          ไพ่แบล็คแจ๊ค หรือไม่ 21 ถ้าลูกค้าตายก่อนเจ้ามือ เสียเงินเลย โดยไม่ต้องดูว่าเจ้ามือจะตายหรือไม่


-          อื่นๆ (ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองนะครับ บังเอิญผมก็ไม่ใช่เซียนพนัน)


 


ส่วนที่เจ้ามือได้เปรียบลูกค้าในเรื่องของความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์ เรียกว่าค่าต๋ง หรือค่าบริหารจัดการ สถานที่ บุคลากร ฯลฯ เพราะมิฉะนั้นแล้วหากปล่อยให้ลูกค้ามีโอกาสเท่ากับเจ้ามือ โดยความน่าจะเป็นเจ้ามืออาจจะไม่มีเงินหมุนเวียนไปดำเนินการเรื่องค่าบริหารจัดการก็เป็นได้ (นอกจากโกง)นได้็  ทีนี้ก็แปลกันง่ายๆ ว่าการเปิดกาสิโนนั้น มีความน่าจะเป็นที่จะมีผลกำไรสูง ถ้าจำนวนลูกค้าเข้าไปเล่นมีมากพอ และปริมาณเงินที่หมุนเวียนมีมากเพียงพอ บ่อนกาสิโนไหนยิ่งแน่นยิ่งรวย ตามหลักความน่าจะเป็นที่เจ้ามือได้เปรียบลูกค้าผู้เล่นครับ



หน้าที่ 3 - การเสพติดแบบมีเหตุผล

ทีนี้เรากลับมาดูแนวคิดของการเปิดกาสิโนในบ้านเราบ้าง แนวคิดที่ผมได้ยินได้รับทราบก็คือในแต่ละปีมีคนไทยเอาเงินไปทิ้งที่ต่างประเทศกับกาสิโนปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาท (แต่ผมคิดว่าน่าจะมากกว่านั้น เพราะผมเคยไปเที่ยวปราสาทหินนครวัด โดยเดินทางผ่านด่านอรัญประเทศ ข้ามไปปอยเปต เห็นแถวคนไทยยาวเหยียด เพื่อไปเล่นพนันฝั่งเขมร และเคยเห็นคนไทยบางคนเล่นการพนันตาหนึ่ง หลายแสนบาท ในสมัยที่ผมทำงานพิเศษหาเงินสมัยเรียนหนังสือ) รวมไปถึงในบ้านเรามีบ่อนเถื่อนมากมาย ดังนั้นแนวคิดทำบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย จึงเป็นแนวคิดที่เหมือนกับการเอาหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน แต่ไม่ได้แปลว่าจะเป็นการเปิดบ่อนเสรี หรือหวยเสรี แต่เป็นการที่รัฐบาลเป็นเจ้ามือเอง ส่วนเจ้าของบ่อนเถื่อนหรือเจ้ามือหวยเถื่อนก็ต้องปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจ เช่น เจ้ามือหวยเถื่อนก็ต้องเปิดร้านรับแทงหวยบนดิน


 

ทีนี้เรามาดูผลลัพธ์ที่ผ่านมาของหวยบนดินกันก่อนจะไปวิเคราะห์เรื่องกาสิโนนะครับ ก่อนที่รัฐบาลขิงแก่เกียร์ว่างเข้ามา หวยบนดินมีขายกันเกลื่อนกลาด รัฐบาลมีรายได้จากหวยบนดินงวดละประมาณ 3 พันล้านบาท ปีหนึ่งมี 24 งวด ก็ลองคูณดูนะครับว่ารายได้ปีละประมาณเท่าไหร่ และรายได้นี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากในทางเศรษฐศาสตร์ การเล่นหวยนับเป็นการเสพติดชนิดหนึ่งที่เป็นการเสพติดชนิดมีเหตุผล (Rational Addiction) แปลง่ายๆว่าคนเล่นหวยทุกงวดยังไงก็ยังเล่น และอาจจะมีคนเล่นมากขึ้นถ้าไม่มีการสกัดกั้น ขณะเดียวกันผลจากการจำหน่ายหวยบนดินทำให้เกิดกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มที่เคยเล่นหวยใต้ดินมาก่อน ซึ่งกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่นี้ก็คือ เด็กนักเรียน นักศึกษาทั้งในระดับมัธยมและอุดมศึกษา ทั้งนี้ก็เพราะว่าหวยบนดินหาซื้อได้ง่าย  ราคาถูก  โดยใช้เงินเพียงเล็กน้อยก็สามารถซื้อได้ และมีรางวัลล่อใจที่สูงดึงดูดคนทุกเพศ ทุกวัยได้ นอกจากนี้ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เช่น ปี 2538 มีเงินหมุนเวียนในระบบหวยใต้ดินปีละ 4-5 แสนล้านบาท เนื่องจากคนต้องการความหวังมากขึ้น

หน้าที่ 4 - มุมมองสองด้าน

ข้อความต่อไปนี้ขออนุญาติอ้างจากบทวิจัยของคุณหนึ่งฤทัย ชัยวงศ์ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนี้


 


“เครือข่ายองค์กรด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว สังคม ศาสนา ได้ศึกษาวิจัยถึงผลกระทบของหวยบนดินที่มีต่อเด็กและเยาวชน พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เด็กและเยาวชนในปี 2549 โดยระบุว่าวัยรุ่นในระดับมัธยมและอุดมศึกษามีการเล่นหวยบนดินสูงถึงร้อยละ 20 คิดเป็นเยาวชน 1.5 ล้านคน โดยมีการเล่นหวยบนดินเฉลี่ยเดือนละ 200 บาท คิดเป็นเม็ดเงินถึง 3,600 ล้านบาทต่อปี เมื่อแบ่งระดับการศึกษาพบว่าเด็กประถมเล่นหวย 6% มัธยมศึกษาตอนต้น 12% มัธยมศึกษาตอนปลาย 17% อาชีวศึกษา 25% และระดับอุดมศึกษา 27% ทั้งที่ก่อนหน้าที่จะมีหวยบนดินมีเยาวชนเล่นหวยประมาณร้อยละ 5 เมื่อมีหวยบนดิน เป็นการกระตุ้นให้เด็กติดการพนันเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าหรือเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน การที่มีเด็กติดการพนันเพิ่มเพราะราคาหวยบนดินนั้นถูกมาก ใช้เงินเพียง 20 บาทก็สามารถซื้อได้ และยังมีรางวัลล่อใจที่สูงเย้ายวนใจเกินกว่าที่เยาวชนจะหักห้ามใจได้”


 


ตัวอย่างข้างต้นคือ ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นๆ ของผลกระทบจากหวย ซึ่งแปลว่าเราอาจจะแลกรายได้เข้ารัฐปีละแปดหมื่นล้านบาทที่นำไปช่วยเหลือสังคม และให้นักการเมืองเอาเงินไปใช้แบบไม่ผ่านระบบเงินในงบประมาณ กับการปลูกฝังวิธีคิดที่ผิดให้กับเด็ก และเยาวชนจำนวนมาก และจะมีผลกับการดำรงชีวิตของคนเหล่านั้นในระยะยาว อันนี้ขออนุญาติไม่สรุปนะครับว่าคุ้มค่าหรือไม่ คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละท่านนะครับ แต่จะให้ดีก็ต้องมีมาตรการควบคุมนะครับ คือต้องเน้นปลูกฝังว่าการเล่นหวยคือการบริจาคเงินรูปแบบหนึ่ง หากถูกรางวัลก็คือผลพลอยได้ ไม่ใช่มุ่งเน้นการเล่นหวยเป็นอาชีพหลัก


 


ทีนี้กลับมามองที่บ่อนกาสิโนในหัวข้อของเราบ้าง การที่รัฐมีบ่อนกาสิโนเป็นของตัวเองมีมุมมองที่เป็นบวกมุมมองแรกเป็นการมองการพนันในด้านบวก ผู้ที่ยืนกับความคิดแบบนี้มองการพนันว่าเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่เป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจ เพราะการพนันจะนำมาซึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น


 


-          การท่องเที่ยว อาหาร เครื่องดื่ม การก่อสร้าง ฯลฯ


-          การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในธุรกิจโรงแรม ห้องพัก อาหาร และสถานบันเทิง


-          ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) เพิ่มขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายในการบริโภคในอุตสาหกรรมการพนันที่เพิ่มมากขึ้น


-          นอกจากนี้รัฐบาลยังสามารถใช้สถานกาสิโนเป็นเครื่องมือในการรักษาเงินตราของประเทศที่รั่วไหลออกไปยังสถานกาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 30 แห่ง และที่รั่วไหลไปยังสถานกาสิโนที่มาเก๊า อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา อีกเป็นจำนวนไม่ใช่น้อยในแต่ละปี


-          ยิ่งกว่านั้น รัฐบาลยังจะมีรายได้จากค่าสัมปทานและภาษี ซึ่งภาษีที่จะเกิดขึ้นมีทั้งภาษีทางตรง ซึ่งคิดจากผลกำไรของผู้ประกอบการ และภาษีทางอ้อม ซึ่งมีทั้งภาษีรายได้ ภาษีทรัพย์สิน ภาษีต่อหัวของพนักงาน ภาษีท้องถิ่นอื่นๆ และค่าธรรมเนียมการพนัน


 


อย่างไรก็ตามการมีบ่อนกาสิโนก็ย่อมมีผลในแง่ลบ จริงๆ แล้วผมจะเรียนว่าการเล่นการพนันของคนไทยนับว่าเข้าขั้นอันตราย บางคนไม่มีอาชีพอื่นใดนอกจากอาชีพนักการพนัน วิธีคิดของคนตะวันตกในการเล่นการพนันในบ่อนกาสิโนคือการผ่อนคลาย การพักผ่อน ถ้าโชคดีได้เงินก็ว่ากันไป แต่สำหรับคนไทยหลายคน การเล่นพนันในกาสิโน คือการหารายได้แบบจริงจัง ซึ่งมุมมองสองมุมนี้ย่อมมีความแตกต่างกัน ซึ่งอย่างที่เห็นๆ กันในสังคมว่าครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ติดการพนันมีผลกระทบอย่างไรกับสังคม ซึ่งผมคงไม่ต้องอธิบายกันอีก



หน้าที่ 5 - บทสรุปกาสิโน กับ GDP

การที่รัฐบาลบอกว่าจะจำกัดคนมาเล่นการพนันให้เป็นสมาชิก ต้องมีรายได้เท่าโน้นเท่านี้ ซึ่งแปลว่าต้อง Tracking จากระบบการเสียภาษี แต่นักการพนันจำนวนมากที่เอาเงินไปทิ้งที่ต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี รวมไปถึงคนเข้าบ่อนกาสิโนเถื่อนด้วย ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะเข้ามาเล่นที่บ่อนกาสิโนของรัฐไม่ได้ ก็ต้องเข้าสูตรเดิมคือไปต่างประเทศ หรือไม่ก็บ่อนเถื่อนยังคงมีต่อไป แต่ข้อจำกัดนี้ไม่ได้รวมไปถึงคนต่างชาติ ซึ่งใครจะมาเล่นก็ได้ ก็เป็นการหารายได้เข้าประเทศอย่างหนึ่ง แต่ผมจะบอกว่าระวังจะซ้ำรอยกับเมืองพัทยา ที่ทุกวันนี้มีฝรั่งมาเฟียรัสเซียเต็มไปหมด บ่อนกาสิโนก็อาจจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์มาเฟียต่างชาติอีกแหล่งหนึ่งก็ได้ครับ




 




ทีนี้ถามว่าการมีบ่อนกาสิโน เป็นการเพิ่ม GDP ของประเทศแบบมหาศาลหรือไม่ คำตอบก็คือไม่เพิ่มซักเท่าไหร่ครับ (เป็นหลักเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่หลักหลายเท่า) เพราะว่า GDP ของประเทศปัจจุบัน ได้นับรวมในฝั่งการบริโภคประจำวันของประชาชนไปแล้ว เจ้ามือบ่อนเถื่อนก็ไม่ได้เอาเงินที่ได้ไปฝังตุ่มไว้ แต่ก็เอามาใช้จ่าย ซึ่งก็นับเป็นส่วนหนึ่งของ GDP ไปตั้งนานแล้ว แต่การมีบ่อนกาสิโน ก็จะเพิ่ม GDP ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่มของการบริการ การขยายตัวของการก่อสร้าง การจ้างงาน แต่จะไม่เพิ่มเป็นหลายเท่า เหมือนที่นักการเมืองหลายคนพูดไว้ครับ




 




จะว่ากันไปวงจรการถกกันเรื่องกาสิโนนี่มันเหมือนงูกินหาง รัฐบอกว่าถึงไม่ทำบ่อนก็มีบ่อนเถื่อนอยู่แล้ว เป็นช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับผลประโยชน์อีก ทำไมไม่เอามาทำให้ถูกกฎหมาย แต่พอเสนอไอเดียก็มีคนด่าอีก จะเอาอย่างไรกัน จริงๆ แล้วผมคิดว่าประเด็นมันไม่ใช่ว่ามีบ่อนเถื่อนแล้วทำบ่อนเถื่อนให้ถูกกฎหมายนะครับ ประเด็นคือมีบ่อนเถื่อนแล้วทำไมเจ้าหน้าที่รัฐไม่จัดการดำเนินการ ปล่อยให้มีบ่อนเถื่อนกันได้อย่างไร ส่วนการที่จะมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายมันคงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐจะหาเงินเข้าประเทศอย่างไร และจะมีกลไกการควบคุมผลกระทบอย่างไรมากกว่า และในระยะยาวรัฐจะปลูกฝังวิธีคิดที่ถูกต้องกับประชาชนอย่างไรว่าการพนันไม่ควรจะเป็นหนึ่งในวงจรชีวิตประจำวัน คืออย่าคิดแต่ว่าการพนันกับคนไทย แยกกันไม่ออก เลยปล่อยไปตามยถากรรม




 




ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ หรือ GDP เป็นตัวชี้วัดความกินดีอยู่ดีของประชาชน แต่ถ้าประเทศมี GDP ที่เพิ่มขึ้นจากการพนัน แต่แลกด้วยต้นทุนที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิต และวิธีคิดที่แย่ลง เราอาจจะต้องนิยามตัวชี้วัดของ GDP กันใหม่นะครับ


 


=======================================



 


เกี่ยวกับผู้เขียน



 


ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ เป็นนักวิชาการอิสระ และผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจระหว่างประเทศ ดร. วรัญญู จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ (ทศ. 106) ปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วศ. 34) ปริญญาเอกสาขา Computational Mechanics จาก Imperial College มหาวิทยาลัยลอนดอน ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษในหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เช่น หลักสูตร MBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศยาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร และหลักสูตรปริญญาโท สาขาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นต้น



 



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 มี.ค. 2551 (17:10)

ปกติไม่ค่อยเห็นใครจ่ายเงินซื้อหวยเข้ารัฐ แต่จ่ายให้กับพวกแม่...แถวบ้าน ซึ่งราคาก็พอๆกัน เพราะส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า รำคาญรัฐบาลที่เดี๋ยวทำเดี๋ยวเลิก ความแน่นอนของรัฐบาลไม่มี สู้อุตหนุนแถวบ้านดีกว่า ถึงเปลี่ยนรัฐบาลเป็นอะไรๆ ก็เล่นได้อยู่ดี แถมเท่าที่ดูอัตราการเล่นจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ  ปกติหวยบนดินแค่ 20 บาท เหมือนซื้อขนมหลายๆ ห่อเอาไปชิงโชค คุณตาที่บ้านยังบอกเลยว่า อยู่บ้านไม่มีไรทำ ซื้อหวยคลายเครียดดีกว่า


แล้วเรื่องมาเฟียที่พัทยาขอแย้ง เพราะคิดว่าที่ไหนๆ ก็มีพวกมาเฟีย


เกิดและโตที่พัทยา คนพัทยาใช้ชีวิตแบบสงบ ผสมหลากหลายวัฒนธรรม


ยกเว้นพวกที่เข้ามาจากต่างถิ่นต้องการประกอบอาชีพ อาจจะหลงมัวเมากับวัฒนธรรมของพัทยา จึงกลายเป็นปัญหาต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งคนพวกนี้ก็เป็นปัญหาของคนพัทยาเหมือนกัน


pupu_8 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 มี.ค. 2551 (18:40)

บังเอิญผมทำงานที่พัทยาครับ


เรื่องมาเฟียที่ไหนก็มีนะครับ แต่ที่พัทยาจะมีพวกมาเฟียรัสเซียเยอะมาก ไม่รู้ตำรวจไปอยู่ที่ไหนกันหมด ไล่ยิงกันวุ่นวาย จนวันนี้พทยาเป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ ไม่น่าเที่ยวสำหรับคนไทย


vincent70 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 มี.ค. 2551 (09:01)

มันก็แค่เปิดช่องทางทำมาหากินให้นักการเมืองและญาติพี่น้องเท่านั้นแหละครับ


 


บ้านใดเมืองใด  ใช้อบายมุขเป็นเครื่องมือสร้างความเจริญ


บ้านั้นเมืองนั้น  คงหนีไม่พ้นต้องกอดคอล่มจมไปพร้อม ๆ กับวัตถุ


ปากก็บอกปาว ๆ ว่า  ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นวาระแห่งชาติ  แต่กลับสนับสนุนให้ประชาชนเข้าบ่อน(ได้ง่ายขึ้น)  อำนวยความสะดวกให้    ไม่ทราบท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคาสิโนนะครับ  แต่ผมคิดว่า   ในนั้น  จะมีซักกี่คนที่คิดดีได้  คงมีแต่คนโลภโมโทสัน  มัวเมา  คิดคด  หาช่องโกงกิน  ถ้าระดับน้อย ๆ  ก็เรียกว่า รู้จักเล่น  ถ้าระดับมาก ๆ  ก็เรียกว่าโง่เอง  ไม่รู้จักเล่น


แต่ความจริง ก็คือความจริง  ต้องยอมรับว่า  คาสิโน  เป็นแหล่งเพาะความคิดเห็นผิดเหล่านั้น


 


จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น  คิดว่าท่าน  คงจะลืมไปแล้ว  ว่าบ้านเราเป็นเมืองพุทธ  เรายกย่องพระพุทธศาสนาว่าประเสริฐ  เป็นหนทางแห่งความเจริญจริง  แต่กลับกระทำตนตรงกันข้าม  หันหลังให้และเดินห่างออกไปขึ้นทุกวัน  ความคิดดี ๆ ที่ควรปลูกฝัง  ก็ฝังมันไปซะ  เด็กรุ่นใหม่ ๆ ก็ถูกสอนว่า  ทำยังไงถึงจะโกงเป็น   ทำยังไงถึงจะรู้ช่องกฏหมาย  ทำยังไงถึงจะได้รับอภิสิทธิ สะดวกกว่าคนอื่น


ผู้ใหญ่ออกมาด่าเด็กอยู่ทุกวัน  แต่ไม่หันมองตน   มะม่วงไม่หวานโทษน้ำตาลในต้น  พันธุ์ไม่ดี ดินไม่ดี  รู้อยู่  แต่ไม่เคยคิดที่จะรับรู้  ปล่อยให้มันเป็นไปก็แล้วกัน


ผมเองยังหนุ่มยังแน่น  อยู่ได้อย่างเก่งก็อีก 60 ปี  ไม่แน่อาจจะทันอยู่ดูความล่มสลายของสังคมไทยก็ได้  ใครจะไปรู้


ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 197 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 มี.ค. 2551 (09:53)

แล้วก็ไม่ใช่พูดแต่ว่า  คนเล่นมันเยอะ  บ่อนเถื่อนมันก็มาก  ทำให้ถูกกฏหมายซะ  เงินจะได้ใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน  ไม่เข้าท่า..   


คิดใหม่เถิดครับ  อะไรที่มันเป็นสิ่งที่ผิด  ถึงจะมีคนทำเยอะแค่ไหนมันก็ยังเป็นสิ่งที่ผิด  อาหารบูดเน่า  เอาไปแต่งรส  แต่งกลิ่นให้น่ารับประทานขนาดไหน  กินเข้าไปก็ท้องเสีย  นี่เราท่านรู้ดีว่ามันไม่ดี  ก็ปราบปรามสิครับ  เอาจริงเอาจังเสียที


อ้าว  ถ้าอย่างนั้นคนก็พากันไปเล่นบ่อนเสรีประเทศเพื่อนบ้านหมดสิ  ผมเองไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายเท่าไหร่  แต่ถ้ารัฐจะทำก็น่าจะทำได้  ออกกฏหมาย  พระราชบัญญัติก็ได้  เรื่องการนำเงินตรา(สด)ออกนอกประเทศ  ทำให้มันยาก ๆ หน่อย  เข้มงวดนิดนึง  เท่านี้  รายใหม่ก็ไม่เพิ่มขึ้น  รายเก่าก็เบื่อ  เซ็ง  ก็เลิก ๆ กันไปบ้าง  อย่างนี้คงจะรักษาประโยชน์ของชาติได้มากกว่านะครับ


ทรัพยากรใดในโลกหล้า ก็ไม่สูงค่าเท่าทรัพยากรบุคคล  (ถ้าท่านหวังดีต่อประเทศชาติจริง อย่างที่กล่าวอ้าง)  ปรับมุมมองท่านเสียใหม่เถอะ  หันมาพัฒนากำลังสำคัญของชาติ  ที่อีก 15 ปี 20 ปี  จะมายืนแทนท่าน  เพื่อทำประโยชน์ให้บ้านเมือง  คงดีกว่าท่านพัฒนาแต่ทรัพยากรวัตถุ  ให้มันกลืนกินบุคคลอยู่ทุกวันนี้


ตุเช่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 197 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 มี.ค. 2551 (20:51)

แค่แนวนโยบายที่เสนอก้อส่อ ถึง จิตใจ ของผู้นำแล้ว


ปัญหาทีประเทศ เผชิญ อยู่มีมากมาย การแก้ปัญหาเรื่องการพนันนั้น


มันเป็นการฉวยโอกาสมากกว่า การแก้ปัญหาซะอีก


ควรปลูกฝังมโนธรรมใน เยาวชนมากกว่า มานั่งแก้ปัญหา พวกผีพนัน (ขยะสังคม)


คิดแล้วหดหู่ ถึงอนาคต ชาติจริงๆๆๆ


 


 


muayo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 มี.ค. 2551 (21:53)

เห็นด้วยกับความคิดเห็น5 เป็นอย่างสูง


คุณไม่ควรคิดแค่ GDP บ้าบอคอแตกอะไรของคุณ


แต่คุณควรที่จะคิดถึง วัฒนธรรม ของสังคมไทย ที่ไม่ตอบสนองด้วย


หลักการ บ่อนเสรี  สอดคล้องกับ หลักเศรษฐกิจพอเพียงแล้วหรือ ?


 


GNP vs GNH


Nick_vespa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 มี.ค. 2551 (23:34)

เรื่องเปิดบ่อนกาสิโนนี่ผมว่าเป็นเรื่องไม่มีอะไรเสียหาย จริงๆ แล้วคนไทยก็เล่นการพนันอยู่แล้ว ถึงไม่เข้าบ่อนก็พนันกันทุกเรื่อง จนกลายเป็น DNA ไปแล้ว


อย่าง คห. 4 ถ้าอ้างหลักเศรษฐกิจพอเพียง คุณก็ไปสั่งปิดโรงแรมห้าดาวสิครับ ว่าห้ามมีห้องพักหรูๆ หรือไปสั่งปิดร้านอาหารแพงๆ สิครับ ว่าขายแพงทำไม ผมว่ามันคนละเรื่องกัน


การเปิดบ่อนกาสิโน ก็เพื่อป้องกันการไหลออกของเงินของคนไทยที่ไปเล่นการพนันที่ต่างประเทศ แล้วก็ดูดเงินเข้าประเทศ ผมไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน กะแค่เปิดบ่อนการพนันแบบถูกกฎหมาย แค่นี้ ทำเป็นจะเป็นจะตายเลยเหรอ


ที่อาจารย์เขียนมาผมเห็นด้วยทุกประการนะครับ แต่ในมุมของผม ผมเชียร์การเปิดบ่อนกาสิโน แล้วเราไปหามาตรการควบคุมกันทีหลังไม่ให้ลามไปเป็นปัญหาสังคมก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ การดับไฟแต่ต้นลม มันอาจจะเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปก็ได้นะครับ


 


vincent70 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 มี.ค. 2551 (08:33)

เห็นด้วยกับคำว่า


ทรัพยากรใดในโลกหล้า ก็ไม่สูงค่าเท่าทรัพยากรบุคคล


คห.7 อ่านซะนะ


flukezzi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 71 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 20 มี.ค. 2551 (00:17)
ไม่น่าเชื่อตัวเลขเยาวชนไทยที่ซื้อหวยจะสูงขนาดนี้ น่าเป็นห่วงมากเพราะอนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับพวกเขา
noppatoy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 26 มี.ค. 2551 (17:07)

ส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยจริงๆ ค่ะ กับการเปิดกาซิโน ก้อรู้ว่ามีข้อดี (อันนี้ไปเถียงเค้าไม่ได้) แต่ข้อเสีย ถ้าคนที่เห็นความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์อย่างที่ คห.8 ว่า เราคงไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องนี้


แต่ว่า เป็นคนไทยตัวเล็ก  ๆ  ไม่รู้จะช่วยประเทศเราได้ยังไงนะคะ ได้แต่ดูคนแย่ ๆ ที่มีอิทธิพลมาก ดึงคนไทยเราลงไปเรื่อย ๆ


ขอแถมหน่อยนะคะ พวกโรงแรมห้าดาว ก้อไม่เห็นจะขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงนี่คะ คนมีเงินจะใช้ เค้าจะใช้ก้อไม่ผิด นั่นคือว่าเค้าพอเพียงในระดับของเค้า เพียงแค่ว่าไม่ใช้เงินมากจนทำให้ตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อนต่างหาก


 


eika เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 1 ก.ย. 2551 (16:01)

คห.7 คุณไปว่าเค้า คุณนั่นแหละไม่เข้าใจระบบเศรษฐกิจพอเพียง คำว่าพอเพียงไม่ได้หมายความว่าให้ทำตัวจนๆ ต้องไปทำไรทำนา ห้ามพักโรงแรมห้าดาว ห้ามใช้ของหรู

แต่หลักพอเพียงคือการให้รู้จักมองตัวเอง ว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหน โดยสิ่งที่เราทำไปนั้นไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน  ดังนั้นคำถามที่ว่าการพักโรงแรมห้าดาวหรือการใช้ของหรูหราฟุ่มเฟือยนั้น ก็ต้องใช้สองอย่างนี้พิจารณาว่ามีใครเดือดร้อนหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ทำไป ไม่มีใครว่า แต่ถ้ามี เช่น พ่อแม่เดือดร้อนหาเงินตัวเป็นเกลียวให้ลูกเอามาถลุง จนไม่มีเวลาให้ลูก หรือต้องไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นเค้ามา แบบนี้มันก็ไม่เหมาะ

ในเรื่องการตั้งบ่อนกาสิโน หากจะมองในแง่ศิลธรรมแล้ว ก็ต้องบอกว่ามันผิดเห็นๆ

ถ้าจะมองในแง่เศรษฐกิจก็พอกล้อมแกล้มไปได้ว่า มันก็มีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนหวยบนดิน

และถ้าจะมองในแง่ความเป็นจริงของสังคมไทย จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อมีแล้ว มันจะเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง  มันจะไม่กลายเป็นแหล่งสร้างอิทธิพลของบุคคลบางกลุ่ม  ไม่เป็นแหล่งฟอกเงินผิดกฏหมาย หรือเป็นที่มั่วสุมของกลุ่มอาชญากรรมต่าง จนเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย 

ระบบควบคุมของไทยดีพอหรือยัง  มีการใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัดหรือเปล่า หลักการที่เขียนขึ้นมาอย่างสวยหรู สามารถทำได้จริงหรือเปล่า  ไม่ต้องมองไปที่ไหนเลยตัวอย่าง ก็ ตำรวจไทยนี่ละ  ถ้ามีการให้คะแนนคุณจะให้คะแนนตำรวจไทยเท่าไร  ยิ่งถ้ามองไปที่ระบบการเมืองไทยด้วยแล้วยิ่งแย่กันไปใหญ่

เอาเป็นว่าถ้าการเมืองไทยสามารถสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นเมื่อไร ตำรวจไทยสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้มากกว่านี้  เรื่องบ่อนกาสิโนค่อยเอามาพูดกันว่าจะสร้างดีหรือไม่ ตอนนี้ก็ได้แค่ถกเถียงกันไปเล็กๆน้อยก่อน


KII เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


Dr Yu
(ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,844 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 106 ครั้ง
ได้รับดาว 209 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.