คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35535" type="text/javascript"></script>
โรคเบาหวาน กับเด็ก … อันตรายที่ป้องกันได้
เมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงกลุ่มผู้ใหญ่วันเกิน 40 ปี คนอ้วน ผู้สูงอายุ แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่เท่านั้นที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะที่โรงพยาบาลศิริราชพบเด็กอายุ 8 ขวบ เป็นโรคเบาหวานเหมือนกันผู้ใหญ่
ผู้เขียน: พญ. จีรันดา สันติประภพ ชมแล้ว: 36,560 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 7 March 2008, 2:45 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 20 March 2008, 10:25 am

หน้าที่ 1 - เด็กและวัยรุ่นเกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างไร

 ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสารหมอชาวบ้าน กับ  วิชาการ.คอม และ
นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 343 เดือน พฤศจิการยน 2550
คอลัมภ์ : โรคน่ารู้
URL :
http://www.doctor.or.th





“เบาหวาน” เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ... ป้องกันได้
กระทรวงสาธารณสุข รายงานจากการสำรวจส ภาวะสุขภาพคนไทย ครั้งที่ 3  ปี พ.ศ. 2547  ประมาณการว่า มีผู้ป่วยเบาหวาน 3.9 ล้านคน  แต่มีเพียง 1.7 ล้านคนที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ซึ่งยังไม่รวมผู้ที่มีสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานอีก 2 ล้านคน

เด็กและวัยรุ่นเกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างไร
เบาหวานที่พบในเด็กและวัยรุ่น แบ่งเป็น 2 ชนิด



  1. ชนิดที่ 1  เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน
    เบาหวานชนิดนี้พบบ่อยที่สุดในเด็กและ วัยรุ่น  เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ - อินซูลินเป็นฮอร์โมนทำหน้าที่ นำน้ำตาลเข้าไปใช้ในเซลล์ ทำให้เกิดพลังงาน ถ้าร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้  เซลล์ต่างๆ ของร่างกายจะไม่สามารถนำ น้ำตาลที่เกิดจากการกินอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต (เช่น ข้าว  แป้ง )  ไปใช้เป็นพลังงานได้   ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เกิดเป็นโรคเบาหวาน

  2. ชนิดที่ 2 เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน
    โรคเบาหวานชนิดนี้ร่างกายผลิตอินซูลินได้ แต่เซลล์ต่างๆ ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน พบบ่อยในผู้ใหญ่และเด็กวัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน - สมัยก่อนถือว่าเบาหวานชนิดนี้เป็นโรคของผู้ใหญ่และเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ครอบครัวที่มีโรคเบาหวานชนิดนี้ โอกาสที่ลูกจะเป็นเบาหวานก็มีมาก แต่มักจะเป็นในผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 40 ขึ้นไป และสัมพันธ์กับโรคอ้วน เนื่องจากภาวะอ้วนทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ปัจจุบัน เด็กเป็นโรคอ้วนกันมาก ทำให้พบโรคชนิดนี้มากขึ้นในเด็กและวัยรุ่น

ข้อมูลของโรงพยาบาลศิริราชที่พบเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2  เป็นอย่างไร
จากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2530 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2547  พบว่า
 มกราคม พ.ศ. 2530 – ธันวาคม พ.ศ. 2539
 เบาหวานชนิดที่ 1  ร้อยละ 93
 เบาหวานชนิดที่ 2  ร้อยละ 5
 มกราคม พ.ศ. 2540 – ธันวาคม พ.ศ. 2542
 เบาหวานชนิดที่ 1  ร้อยละ 72
 เบาหวานชนิดที่ 2  ร้อยละ 18
 มกราคม พ.ศ. 2540 – ธันวาคม พ.ศ. 2547
 เบาหวานชนิดที่ 1  ร้อยละ 70
 เบาหวานชนิดที่ 2  ร้อยละ 28
จากข้อมูลนี้พบว่ามีสัดสวนของผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สัมพันธ์กับเด็กเป็นโรคอ้วนมากขึ้นในประเทศไทยอย่างชัดเจน

สังเกตอย่างไรว่า ผู้ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 
อาการของผู้ป่วยเบาหวานมีมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงไม่มากอาจไม่มีอาการแต่อย่างใด แต่ตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี ในรายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะมีอาการดังต่อไปนี้



  1. ปัสสาวะบ่อย ทำให้หิวน้ำบ่อย

  2. น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ ( ปัสสาวะออกมาก สูญเสียน้ำตาลทางปัสสาวะ)

  3. บางรายอาจจะมาด้วยเป็นแผลเรื้อรัง  เพราะ ระดับน้ำตาลสูงในเลือดจะทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานกำจัดเชื้อโรคได้ไม่ดี เป็นแผลหายยาก

  4. บางรายมาด้วยเป็นเชื้อรา  ติดเชื้อรายตามผิวหนัง  เชื้อรายที่ช่องคลอด

  5. บางรายมาด้วยอาการน้ำตาลในเลือดสูงมาก จนกระทั่งร่างกายขาดน้ำรุนแรง มีภาวะช็อก มีภาวะเลือดเป็นกรดได้

อาการมีตั้งแต่รุนแรงมาก จนกระทั่งไม่มีอาการอะไรเลย  รายที่ไม่มีอาการอะไรเลย ส่วนใหญ่จะมาพบแพทย์เพราะอ้วนมาก  คุณหมอที่ดูแลหรือคุณพ่อคุณแม่กังวลเรื่องอ้วน มักจะมีประวัติในครอบครัวเป็นเบาหวาน เมื่อมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก็พบว่าเป็นเบาหวาน


ปัจจัยสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2 คือ ภาวะ อ้วน
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่มาพบแพทย์ด้วยโรคอ้วนที่ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเป็นโรคอ้วน อายุตั้งแต่ 6- 18 ปี 125 ราย น้ำหนักเฉลี่ย 80 กิโลกรัม
       พบว่ามีร้อยละ 3  เป็นเบาหวานแล้ว แต่ไม่มีอาการเลย
       ร้อยละ 21 ตรวจน้ำตาลพบว่าผิดปกติ แต่ยังไม่ถึงขึ้นเบาหวาน  ซึ่งผู้ป่วยที่เริ่มมีระดับน้ำตาลสูงผิดปกติ  แต่ยังไม่ถึงขั้นเบาหวาน มีโอกาสเป็นเบาหวานในอนาคต ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักได้ 
       พ่อแม่สามารถสังเกตลุกหลานของตันเองได้อีกวิธีหนึ่งก็คือ  ถ้าลูกเริ่มมีภาวะอ้วน  ร่วมกับสังเกตที่ต้นคอเด็ก  จะเห็นมีร้อยดำๆหนาๆ  ถูเท่าไหร่ก็ไม่ออก บางคนคิดว่าเป็นขี้ไคล
       รอบคอที่ดำเป็นปื้นหนานี้บ่งบอกว่าเริ่มมีภาวะดื้อต่ออินซูลินแล้ว  แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเบาหวานทุกราย   แต่ถ้าสังเกตพบปุ๊บจะต้องให้หมดตรวจระดับน้ำตาลดูว่าสูงผิดปกติหรือไม่  ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะไม่มีประวัติเป็นเบาหวานก็ตาม


น้ำตาลในเลือดเท่าไหร่ถือว่าปกติ (น้ำตาลปกติคือ น้อยกว่า  100 มก./ดล.)
การทดสอบน้ำตาลในเลือดมี 2 วิธีคือ



  1. เจาะเลือดตรวจน้ำตาล หลังงดน้ำ งดอาหาร ประมาณ  8  ชั่วโมง
    จะถือว่าเป็นเบาหวาน ถ้าน้ำตาลหลังงดน้ำ งดอาหาร มากกว่า หรือ เท่ากับ 126 มก./ดล. แต่ถ้าอยู่ระหว่าง 100-125  เรียกว่าเริ่มผิดปกติ

  2. ให้กินกลูโคส และ อีก2 ชั่วโมง เจาะเลือดตรวจน้ำตาล 
    หลังกินกลูโคส คนปกติน้ำตาลต้องน้อยกว่า 140 มก./ดล.  ถ้าเป็นเบาหวานคือ มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มก./ดล.  ถ้าอยู่ระหว่าง 140 จนถึง 199 ถือว่าเริ่มมีภาวะผิดปกติแล้ว

จากข้อมูลของผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่ามีผู้ป่วยเด็กประมาณร้อยละ 21 อยู่ตรงกลาง  ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ก็มีโอกาสเป็นเบาหวานในอนาคตได้ เรียกว่ากลุ่มเสี่ยงเป็นเบาหวาน ถือว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ้มที่ป้องกันได้ไม่ให้เกิดเป็นเบาหวาน ถ้าสามารถลดน้ำหนักได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควบคุมอาหาร  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ


เบาหวานในเด็ก และ ผู้ใหญ่ต่างกันหรือไม่
คำว่า “เด็กเป็นเบาหวาน” ก็เหมือนกับผู้ใหญ่เป็นเบาหวาน โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิต มีภาวะแทรกซ้อนตามมา เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เหมือนในผู้ใหญ่ เช่น



         จุดเริ่มต้นจากเบาหวาน  จะไปสู่สาเหตุของโรคเรื้อรังอื่นๆ แต่สามารถชะลอและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได  ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี
          สิ่งสำคัญมากคือ  ผู้ป่วยเบาหวาน จะต้องดูเรื่องของผลน้ำตาล ดูแลตนเองให้ระดับน้ำตาลอยู่ใกล้เคียงปกติมากที่สุด  เพื่อป้องกันและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เหล่านั้น
เบาหวานชนิดที่ 1 มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดเป็นโรคที่ยังไม่สามารถป้องกันได้
แต่เบาหวานชนิดที่ 2  เป็นโรคที่เกี่ยวกับภาวะอ้วนพฤติกรรมการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต ป้องกันได้เด็กเริ่มมีภาวะอ้วนจะต้องลดน้ำหนัก อย่าให้อ้วนมากไปกว่านี้ หรือ กลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงเริ่มมีน้ำตาลสูงผิดปกติแล้ว สามารถป้องกัน ไม่ให้เป็นโรคเบาหวานได้ ถ้าให้เด็กได้ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์ให้น้อยลง ใช้ชีวิตกลางแจ้งให้มากขึ้น กลุ่มนี้สามารถกลับมามีน้ำตาลปกติได้


อยู่กับเบาหวานอย่างไร
เบาหวานชนิดที่ 1  วิธีการรักษาคือจะต้องมีการฉีดยาอินซูลิน ผู้ป่วยจะต้องเรียนรู้วิธีการฉีดยา การออกฤทธิ์ของยาอินซูลิน  ผู้ป่วยจะต้องเรียนรู้วิธีการฉีดยา การออกฤทธิ์ของยาอินซูลิน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ฉีดยาวันละ 2-3 ครั้ง บางรายอาจจะต้องฉีด 4 ครั้งต่อวัน  เพื่อจะควบคุมให้ระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่ดีได้
         เรียนรู้โรคเบาหวาน วิธีการดูแลตนเอง จะต้องทำอย่างไรบ้าง นอกจากเรื่องการฉีดยาอินซูลินแล้ว ก็จะต้องมีการเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว เพื่อจะดูระดับน้ำตาลวันละ 3-4 ครั้ง จะได้มีการปรับยา ปรับอาหารให้เหมาะสมกับระดับน้ำตาล
         เรียนรู้เรื่องอาหาร กินอาหารที่พอเหมาะ ให้เกิดสมดุลกับความต้องการของร่างกาย
         ต้องเรียนรู้ว่า เวลาไม่สบาย กินไม่ได้ จะทำอย่างไร ถ้าน้ำตาลสูงผิดปกติ ก็มีโอกาสเสิ่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ภาวะช็อก จะต้องปฎิบัติตัวอย่างไรบ้าง
          เด็กและวัยรุ่นที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 และพ่อแม่จะต้องมีการเรียนรู้เรื่องเบาหวานเพื่อจะสามารถดูแลตนเองได้ จำเป็นต้องมีการปรับตัว เพราะต้องมีการฉีดยา เจาะเลือด ปรับลักษณะการกินและประเภทของอาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยจึงจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี


สำหรับเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะอ้วน ( พฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิตประจำวัน )  และพันธุกรรม พ่อแม่จะต้องสร้างวินัยในบ้าน นั่นคือลดการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ลดการดูโทรทัศน์ ไม่นอนดึก ฝึกนิสัย การกินที่ถูกต้อง  ไม่กินจุบจิบตลอดเวลา
        เด็กที่เป็นโรคอ้วนมักมาจากปัญหาการขาดวินัยในครอบครัว เด็กจะตื่นกี่โมงก็ได้ เด็กหาอาหารกินเอง เด็กออกไปเล่นเกมกับเพื่อน ...ครอบครัวอาจจะต้องมาใส่ใจว่าแต่ละวัน ลูกใช้ชีวิตอย่างไร ลูกกินอะไรบ้าง  ลูกออกไปซื้ออะไรบ้าง เด็กบางคนไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ บางทีอยู่กับเพื่อนก็ชวนกันกิน  ชวนกันเล่นเกม  บางคนอยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไรก็นอนกับดูโทรทัศน์ ซื้อขนมถุงกินระหว่างดูโทรทัศน์  เด็กบางคนชอบกินของมันๆ  ทอดๆชอบดื่นน้ำอันลม  น้ำผลไม้ที่มีรสหวานๆ พ่อแม่จะต้องช่วยกันดู  ช่วยกันปรับพฤติกรรมของลูกและสร้างนิสัย การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งกระตุ้นให้เด็กได้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 
        การลดน้ำหนักโดยการคุมอาหารและออกกำลังกายเพิ่มขึ้น  เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูก และ สร้างนิสัยการกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งกระตุ้นให้เด็กได้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
        การลดน้ำหนักโดยการคุมอาหารและออกกำลังกายเพิ่มขึ้น  เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนพฤติกรรม  ส่วนใหญ่คนอ้วนทีสามารถลดน้ำหนักลงได้ประมาณ ร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัวก็จะส่งผลดีต่อร่างกายแล้ว  แต่ต้องทำสม่ำเสมอและต่อเนื่อง



เบาหวานชนิดที่ 2  ป้องกันได้จากพฤติกรรม 
          ถ้าไม่ป้องกันโรคเบาหวานตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก  อนาคตจะมีคนไทยเป็นเบาหวาน ชนิดที่ 2 มากขึ้น และเริ่มเป็นตั้งแต่อายุน้อยกว่า 10 ขวบ มีข้อมูลจากการตรวจเลือดเด็กที่มารับบริการจากโรงพยาบาลศิริราชพบว่า 125 รายที่ตรวจวัดน้ำตาลมีร้อยละ 3 เป็นเบาหวานแล้ว และพบว่าผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยที่สุดก็คือ 8 ขวบ สามารถเป็นเบาหวานแบบผู้ใหญ่ได้แล้ว
          เด็กที่เริ่มเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน  เช่น ไตเสื่อม เบาหวานขึ้น  จอตา ได้ ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ตั้งแต่เด็กจะต้องอยู่กับโรคเรื้อรังนี้และภาวะแทรกซ้อนไปอีกนานา ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่แข็งแรงมีความใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือป้องกันอย่าให้เด็กเป็นเบาหวาน นั่นคือ อย่าให้ลูกอ้วนและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
          ถ้าปล่อยให้เด็กเป็นเบาหวานแล้ว  จะมานั่งเสียใจทีหลัง และ เป็นตั้งแต่อายุน้อย ค่าใช้จ่ายมากโดยเฉพาะถ้าวันหนึ่งเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาแล้ว ไม่สามารถไปแก้ไขภาวะตรงนั้นได้ 




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 มี.ค. 2551 (16:48)

ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูล


 มีความความรู้ขึ้นเยอะเลย


ANXIOUS_N เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 80 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 มี.ค. 2551 (12:57)

เป้นเรื่องน่ากลัวมากต่ออนาคตของชาติที่จะต้องเสียงบประมาณในการดูแลรักษาเด็กที่เป็นโรคเบาหวานควรจะรณรงค์ป้องกันมิให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉพาะตามโรงเรียนควรเริ่มด้วยการบังคับหรือแนะนำให้เด็กที่อ้วนกินข้าวกล้องแทนข้าวขาวโดยการจัดหาไว้ให้โดยร้านค้าในโรงเรียนหรือโรงเรียนที่มีโครงการอาหารกลางวันยิ่งน่าจะง่ยต่อการจัดการเพราะข้าวกล้องจะมีค่า Glycemic index ตำกว่าข้าวขาว และยังมีคุณค่าอื่นๆอีกมากมายแม้ที่บ้านก็ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเสียใหม่ร่วมกับการออกกำลังที่เหมาะสมจะช่วยได้มาก


 สายสนม


saisanom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 45 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 25 มี.ค. 2551 (16:25)

โอ๊ะโอ...น่ากลัวมากเลยค่ะ อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองมาอ่านบทความแบบนี้กันเยอะๆ ...จะได้รู้เท่าทันโรค และรู้เท่าทันเด็กค่ะ เพราะคิดว่าผู้ปกครองหลายๆ คนอาจคิดว่าโรคเบาหวานเนี่ยะ เป็นแต่ในผู้ใหญ่เท่านั้น อาจจะทำให้ไม่ระแวดระวังลูกหลานตัวเอง ขอบคุณนิตยสารหมอชาวบ้านมากๆ เลยที่นำข้อมูลมีประโยชน์อย่างนี้ออกมาเผยแพร่ค่ะ


loveforv เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 เม.ย. 2551 (13:07)
http://tophealthtip.com/how-the-body-rids-itself-of-wastes.html
o be one เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 54 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 29 เม.ย. 2551 (12:15)
http://tophealthtip.com/checking-on-what-you-have-learned.html


เข้าใจลูกคุณ
o be one เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 54 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


นิตยสารหมอชาวบ้าน
(http://www.doctor.or.th)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 793 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 เดือน
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 70 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

โรคเบาหวาน กับเด็ก … อันตรายที่ป้องกันได้ [36,561]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,415]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,667]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [281,173]
Global Warming { English } [117,219]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.