<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35700" type="text/javascript"></script> |
|
Math in the movies
คณิตศาสตร์ในหนังต่างประเทศ
post ครั้งแรก: Sun 16 March 2008, 5:31 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 4:37 am
|
We all use math every day;
to predict weather, to tell time, to handle money.
Math is more than formulas or equations;
its logic, its rationality,
its using your mind to solve the biggest mysteries we know
Numb3rs เป็นซีรีส์เกี่ยวกับการสืบสวนคดีในหน่วยงานของ FBI ฉายครั้งแรกที่ช่อง CBS Paramount Network Television เมื่อวันที่ 23 เดือนมกราคม ปี 2005 ซีรีส์เรื่องนี้มีจุดเด่นตรงที่นำเอาหลักการทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการแก้ไขคดีต่างโดยมีนักคณิตศาสตร์ที่ชี่อ Charlie Eppes นำความรู้และความสามารถของตนมาช่วยพี่ชายที่ชื่อ Don Eppes ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ FBI คลี่คลายคดี
ในตอนที่ชื่อ Pilot Charlie สร้างสมการคณิตศาสตร์เพียงสมการเดียวขึ้นมาโดยใช้แนวคิดเดียวกับการทำงานของสปริงเกอร์เพื่อช่วย Don หาตัวฆาตกร ในตอนหนึ่ง Charlie กล่าวว่า "From what you know, there's no way you can predict where the killer will strike next. Just like, no matter how much you study where each drop of water hits the grass, there's no way you can predict where the next drop will land. There's too much uncertainty. But suppose you could not see the sprinkler, and all you had to go on was the pattern of where all the drops landed. Then, using math, you could work out exactly where the sprinkler must be. You can't use the pattern of drops to predict forward to the next drop, but you can use it to work backward to the source. It's the same with your killer."
ด้วยแนวคิดง่ายๆบวกกับการสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์สุดท้ายคนร้ายก็ถูกจับตัวได้ แม้ว่าในตอนแรกจะเกิดปัญหาทำให้ Don ไม่มั่นใจว่าแนวคิดในการสร้าง Hot Zone ด้วยสมการคณิตศาสตร์ของน้องชายจะถูกต้อง ฉากประทับใจฉากหนึ่งเป็นฉากที่พ่อของ Don กับ Charlie กล่าวว่า "I know the problem can't be the math, Charlie. It must be something else." ประโยคนี้ทำให้ Don ฉุกคิดและอธิบาย Charlie ว่า "If you tried to find me where I live, you would probably fail because I'm almost never there. I'm usually at work."
เห็นจะเป็นจริงอย่างที่ Don กล่าวเพราะสำหรับคนทำงานหรือคนร้ายมักไม่อยู่ที่บ้านแต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่ที่ทำงาน ด้วยเหตุนี้ Charlie กลับไปปรับแก้ไขสมการของตนและสร้าง Hot Zone เพิ่มเพื่อหาตัวคนร้ายได้สำเร็จก่อนที่คนร้ายจะลงมือฆ่าเหยื่อรายต่อไป
![]()
ดูซีรีส์ตอนนี้แล้วใครไม่เชื่อและคิดว่าคนสร้างได้เกินความเป็นจริงก็ไม่น่าแปลก แต่เห็นจะต้องบอกว่าสมการคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการคาดการณ์ที่อยู่หรือที่ทำงานของคนร้ายในซีรีส์เป็นสมการที่สร้างขึ้นโดยนักคณิตศาสตร์ชื่อ Kim Rossmo ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาในแวดวงการสืบสวนสอบสวนด้วยคดีฆาตกรรมใน
เรามาดูสูตรสำหรับการสร้าง Hot Zone กันค่ะ ลองหยิบแผนที่เมืองมาสักแผ่น จากนั้นวาดเส้นตามแนวตั้งตัดกับเส้นตามแนวขวาง เราก็จะมีตารางเล็กๆทาบอยู่บนแผนที่เมือง สี่เหลี่ยมแต่ล่ะช่องมีอักษร i ใช้แทนแถวและอักษร j ใช้แทนหลัก ความน่าจะเป็น pij ที่จะมีฆาตกรอยู่ในสี่เหลี่ยม (i,j) สามารถคำนวณได้ด้วยเทอมทางขวาของสมการ

ตำแหน่งที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งแรกแทนโดยคู่อันดับ (x1,y1) ตำแหน่งที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่สองแทนโดยคู่อันดับ (x2,y2) ตำแหน่งที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่สามแทนโดยคู่อันดับ (x3,y3) ในทำนองเดียวกัน ตำแหน่งที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่ n แทนโดยคู่อันดับ (xn,yn) โดยที่ n = 1,2,3,
,c และ c หมายถึงการก่อเหตุครั้งสุดท้าย ในการคำนวณค่า pij ให้คำนวณระยะห่างจากตำแหน่ง (xi,yj) ซึ่งเป็นตำแหน่งภายในสี่เหลี่ยม (i,j) ไปยังตำแหน่งที่เกิดเหตุฆาตกรรมทุกๆตำแหน่ง
การคำนวณหาระยะทางดังที่กล่าวเราคำนวณได้โดยใช้สูตร
d :=|xi-xn|+|yj-yn|
ความหมายของเทอมแรกในสูตรของ pij นั้นเกิดจากแนวคิดที่ว่าการฆาตกรรมที่ตำแหน่ง (xi,yj) ใดๆน่าจะลดลงถ้าหากตำแหน่ง (xi,yj) อยู่ห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุฆาตกรรมครั้งที่ n นั่นคือระยะ d มีค่ามาก ลองนึกถึงว่าถ้าตัวฆาตกรดำรงชีวิตในพื้นที่ (xi,yj) การก่อเหตุก็จะน้อยหรือแทบไม่มีภายในพื้นที่ (xi,yj) พื้นที่ที่ฆาตกรจะไม่ก่อเหตุเพื่อเก็บพื้นที่นี้เป็นสถานที่หลบภัยเราเรียกว่า buffer zone ขนาดของ buffer zone จะถูกแทนด้วยพารามิเตอร์ B ค่าพารามิเตอร์ตัวอื่นๆ ซึ่งได้แก่ φ, f, g และ k เป็นค่าที่คำนวณได้จากข้อมูลการก่อเหตุที่ผ่านมา หลังจากที่เราคำนวณค่าความน่าจะเป็น pij สำหรับทุกๆพื้นที่สี่เหลี่ยมแล้วให้เราระบายสีพื้นที่ที่มีความน่าจะเป็นสูงด้วยสีเหลือง พื้นที่ที่มีความน่าจะเป็นน้อยกว่าให้ระบายด้วยสีส้ม สีของพื้นที่สี่เหลี่ยมจะเข้มขึ้นในขณะที่ความน่าจะเป็นมีค่าลดลง พื้นที่ที่มีความน่าจะเป็นน้อยที่สุดเราจะไม่ระบายสีซึ่งน่าจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ของฆาตกร ด้วยการสร้าง Hot Zone เพื่อจำกัดพื้นที่ของฆาตกร การหาตัวคนร้ายก็จะง่ายขึ้นค่ะ ว่ากันว่าสูตรที่เราเห็นกันนี้ Rossmo เขียนบนกระดาษเช็ดปากในขณะเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นเมื่อปี 1991 ... Enjoy Your Time

แอบแปลมาจาก The numbers behind NUMB3RS: solving crime with mathematical/ Keith Devil and Gary Lorden


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |