เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35749" type="text/javascript"></script>
พระราชพิธีเพลิงศพ
พระราชประเพณี พิธีพระศพตามแต่ที่มีปรากฏอยู่ในเมืองไทย ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี โดยพยายามยึดเอาตามแบบอย่างราชประเพณีของกรุงศรีอยุธยา
ผู้เขียน: วิรุฬหกกลับ ชมแล้ว: 41,172 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 18 March 2008, 5:38 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 March 2008, 10:21 am
อยู่ในส่วน: คณิตศาสตร์

หน้าที่ 3 - พิธีพระศพตามธรรมเนียมปัจจุบัน

จนกระทั่งปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้เปลี่ยนแปลงการจากเชิญพระศพลงในพระโกศเป็นเชิญลงในพระหีบศพแทนตั้งแต่คราวที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต  สำหรับพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้เชิญพระศพลงหีบพระศพเช่นกัน



เมื่อมีพระราชวงศ์สิ้นพระชนม์ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะตั้งพระศพไว้ในพระราชวังที่ประทับ นอกจากสถานที่ไม่อำนวยก็จะนำพระศพมาตั้ง ณ วังกลาง สำหรับพระบรมศพในชั้นพระเจ้าแผ่นดินจะตั้งพระศพไว้ที่พระที่นั่งดุสิตมหาประสาท แต่หากมีพระบรมราชโองการให้พระศพของพระบรมวงศ์ตั้งแต่ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไปหรือพระบรมญาติ ให้มาตั้งในพระที่นั่งดุสิตมหาประสาทก็ได้เช่นกัน ในกรณีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้ตั้งพระโกศในพระราชวังดุสิตมหาประสาท  โดยทางพระราชวังมีกำหนดการณ์การทำบุญไว้ทุกข์เป็นเวลา 100 วันในแต่ละวันจะมีการ สวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยามทุกๆ 3 ชั่วโมง ดังนี้ 


 


กำหนดการประจำวันตลอด 100 วัน หรือตามกำหนดไว้ทุกข์


 


เวลา  ๐1.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม  และประโคมย่ำยาม


เวลา  ๐7.๐๐ น.  พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมรับพระราชทานฉันเช้า


เวลา  ๐9.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม  และประโคมย่ำยาม


เวลา  11.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมฉันเพล


เวลา  12.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม  และประโคมย่ำยาม


เวลา  15.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม


เวลา  18.๐๐ น.   ประโคมย่ำยาม


เวลา  19.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม


เวลา  21.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม  และประโคมย่ำยาม


เวลา  24.๐๐ น.   พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม  และประโคมย่ำยาม


 


หลังจากการบำเพ็ญกุศลพระศพตามกำหนดการณ์แล้วจะเป็นพิธีการพระราชทานเพลิงพระศพ  พระราชพิธีในส่วนนี้เรียกว่า งานออกพระเมรุ การสร้างพระเมรุจะสร้างขึ้นโดยอิงคติความเชื่อระบอบเทวนิยม ซึ่งรับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ว่า พระมหากษัตริย์และเหล่าประยูรญาติทรงเป็นสมมติเทพ  สถิตอยู่บนเขาพระสุเมรุ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ดังนั้นการตั้งพระศพบนเมรุ จึงเปรียบได้กับการส่งเสด็จวิญญาณกับสู่เขาพระสุเมรุดั่งเดิม 


 


ในการเคลื่อนย้ายพระศพนั้นจะใช้ราชรถในการเคลื่อนย้ายราชรถที่มีความสำคัญใช้ในพระราชพิธีที่สำคัญคือ


“พระมหาพิชัยราชรถ” เป็นราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ และพระบรมราชวงศ์ชั้นสูง ส่วน “เวชยันตราชรถ” เป็นราชรถสำหรับเชิญพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า ในพระราชพิธีอัญเชิญพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทาน “พระมหาพิชัยราชรถ” เป็นราชรถเชิญพระศพไปยังพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง ส่วนพระเมรุที่ใช้ในการประกอบพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ “น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น” ศิลปินแห่งชาติ และอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ ส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างคือเศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพตามธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามพระราชอิสริยยศ


 


ฉัตร 9 ชั้น  ใช้สำหรับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ฉัตร 7 ชั้น ใช้สำหรับ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี 


ฉัตร 5 ชั้น ใช้สำหรับ  สมเด็จเจ้าฟ้า


 


สำหรับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงดำรงพระราชอิสริยยศอยู่ในชั้นเจ้าฟ้า ใช้ฉัตรประกอบพิธีพระศพ แต่ด้วยทรงมีอุปการคุณแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสร้างคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระบรมราชโองการพระราชทานฉัตร 7 ชั้นเพื่อให้เป็นการสมพระเกียรติ   งานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเป็นงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ สมกับคุณประโยชน์ที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำมาโดยตลอด


 




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 มี.ค. 2551 (15:53)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ยิ่ง ทั้งนี้ผมได้นำข้อมูลเรื่องพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จฯ ไปใส่ไว้ในเว็บบอร์ดอื่นเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไปและได้ลงcreditของผู้เขียนคือวิรุฬหกกลับ และวิชาการ.com ไว้เรียบร้อยแล้ว    ขอบคุณมากๆครับ


ballard เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 26 มี.ค. 2551 (08:14)
ได้ความรู้มากเลยคับ ขอบคุณที่ได้ลงให้อ่านครับ
primrose007 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


วิรุฬหกกลับ
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,176 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 เดือน
แบ่งปันความรู้ 2 ครั้ง
ได้รับดาว 71 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   0-2201-5735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.