คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/359" type="text/javascript"></script>
พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์
พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์ในสมัยรัชการที่ 6
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 19,168 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 9 April 2007, 1:05 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 9 April 2007, 1:05 pm
อยู่ในส่วน: ประวัติศาสตร์

หน้าที่ 1 - พระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่





พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีเจ้าฟ้าพระราชอนุชาอันประสูติร่วมพระบรมราชชนนีเดียวกันอีก ๔ พระองค์


อันดับแรกคือ


๑ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงสำเร็จการศึกษานายร้อยทหารบกจากประเทศรัสเซีย


๒ สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ทรงศึกษาจากประเทศอังกฤษ


๓ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย ทรงสำเร็จ Bachelor of Arts จาก Cambridge ๊University


๔ สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมาธิราช ทรงศึกษาวิชาทหารบกจากประเทศอังกฤษ


ทั้งนี้ไม่รวมพระเชษฐาและพระอนุชาที่ประสูติจากพระมเหสีเทวีพระองค์อื่นในรัชกาลที่ ๕ อีกหลายพระองค์


ในเมื่อทรงเป็นพระอนุชาพระองค์ท้ายที่สุด จึงไม่มีผู้ใดคิดว่าจะเสด็จขึ้นครองราชย์ รวมทั้งพระองค์เองด้วย


สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเห็นความสามารถในการศึกษาพระธรรมวินัยได้ดี จึงทรงชักชวนให้อยู่ในสมณเพศตลอดไป แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามพระราชประสงค์ เพราะทรงมีพระสุขภาพพลานามัยไม่แข็งแรงนัก


ใน ๑๕ ปีของรัชสมัย (๒๔๕๓-๒๔๖๘) เกิดเหตุน่าเศร้าสลดอย่างไม่นึกฝันหลายครั้ง


พระราชอนุชา ๓ พระองค์ สิ้นพระชนม์ตามๆกันไปทั้งที่พระชนมายุยังไม่มากด้วยกันทั้งนั้น อย่างเช่นเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกฯ สิ้นพระชนม์เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๓ พระชนม์เพียง ๓๗ พรรษา


ต่อมาอีก ๓ ปี เจ้าฟ้ากรมขุนเพชรบูรณ์ฯ ก็สิ้นพระชนม์ พระชันษาเพียง ๓๒ ปี


ปีต่อมา ๒๔๖๗ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมาฯ ก็ประชวรสิ้นพระชนม์ไปอีกพระองค์หนึ่ง พระชนม์แค่ ๓๕ พรรษา


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงมีพระราชโอรส มีแต่พระราชธิดาซึ่งประสูติก่อนหน้าวันสวรรคตเพียงวันเดียว คือสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ


ในพระราชหัตถเลขานิติกรรม ทรงระบุไว้ว่า หากทรงมีพระราชโอรสก็ขอให้ได้สืบราชสมบัติต่อไป โดยให้เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยฯเป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงบรรลุนิติภาวะ แต่ถ้าไม่มีพระราชโอรส ก็มีพระราชประสงค์ให้เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยฯทรงสืบสันตติวงศ์


ในตอนแรก เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยฯ ทรงปฏิเสธตำแหน่งนี้ ว่าไม่เคยแก่ราชการเพียงพอ เจ้านายพระองค์อื่นที่อาวุโสพอจะรับราชสมบัติได้ก็ยังมี แต่ที่ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ ถวายราชสมบัติ


โดยเฉพาะสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งเป็นพระโอรสอันประสูติจากสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ทรงรับรองแข็งแรงว่าจะภวายความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ


จึงทรงยินยอมรับเชิญขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน


ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว


จากหนังสือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว





ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ


เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ ทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา






ไม่มีหนังสือเล่มนั้น ไม่งั้นจะลอกมาให้อ่านกันค่ะ


ในรัชสมัยสมเด็จพระปกเกล้าฯ มีกฎหมายพระราชบัญญัติสำคัญอยู่ฉบับหนึ่ง ที่พลิกผันโครงสร้างครอบครัวของไทย แต่โบราณ คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะผัวเมีย พ.ศ. ๒๔๗๓


สังคมไทยโบราณ เป็นแบบ polygamy คือมีคู่สมรสได้พร้อมๆกันหลายคน (นับเฉพาะฝ่ายชาย) เมียหลวงเมียน้อย นับเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมาย


กฎหมายตราสามดวงในรัชกาลที่ ๑ อิงหลักการจากสมัยอยุธยารับรองเมียน้อยว่ามีศักดินากึ่งหนึ่งของเมียหลวง แปลว่าถูกต้องตามกฎหมายทุกคน


ธรรมเนียมครอบครัวแบบนี้ฝังรากกันมาหลายร้อยปี จะเปลี่ยนให้เป็นผัวเดียวเมียเดียว ไม่ใช่เรื่องง่าย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯจึงทรงริเริ่มแบบละมุนละม่อม ให้มีการจดทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่าทะเบียนรับรองบุตร เพื่อปลูกฝังค่านิยมแบบใหม่ แทนธรรมเนียมดั้งเดิม


จนกระทั่งมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ว่าด้วยครอบครัว ยอมรับหลักการเรื่องการมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงคนเดียว ใช้ถือมาถึงปัจจุบัน


พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์พระองค์แรก และพระองค์เดียว


ที่มีพระบรมราชินีเพียงพระองค์เดียว ไม่มีเจ้าจอมพระสนมใดๆทั้งสิ้น


เจ้านายสำคัญในรัชกาลที่ ๖ พระองค์หนึ่งคือเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงมีพระชนม์มากกว่าเจ้าฟ้าประชาธิปก


เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต


เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตเพิ่งเสด็จกลับจากสิงคโปร์ ทรงจับไข้ในเรือมาตลอดทาง แต่ก็เสด็จมาเข้าร่วมประชุมกับพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี


เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของเจ้าฟ้าประชาธิปก ทรงกอดพระศอและจับพระกรพระราชอนุชา ดำเนินกลับไปกลับมาหลายเที่ยว เพื่อทำความเข้าพระทัย รับสั่งว่า


"ทูลกระหม่อมเอียดน้อย เธอทำได้ รับเถิดแล้วฉันจะช่วยทุกอย่าง"


เมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกทรงยอมรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ในที่สุด เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์กทรุดพระองค์ลงกราบ เช่นเดียวกับพระบรมวงศานุวงศ์


ต่อจากนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับลงบนพระเก้าอี้ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯก็ถวายบังคมอีก ๓ ครั้ง กราบบังคมทูลว่า


" จะทรงใช้สอยในราชการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็จะสนองพระเดชพระคุณในราชการสิ่งนั้นทุกอย่าง แต่ขอพระราชทานเลิกคิดว่าจะเป็น 'ขบถ' เสียที เพราะได้รับหน้าที่นี้มา ๑๕ ปีแล้ว เบื่อเต็มที"


พระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวล มีพระราชดำรัสว่าอนุญาตให้เลิกได้


ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีข่าวลือมาตลอดรัชกาลที่ ๖ ว่า เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ จะก่อการขบถ ทั้งที่ไม่เคยมีเหตุการณ์ขึ้นมาจริงๆสักครั้ง


พระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ ทรงรับราชการมาด้วยดีตลอดจนถึงพ.ศ. ๒๔๗๕


เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็ต้องเสด็จออกไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย


จนสิ้นพระชนม์ ไม่ได้เสด็จกลับมาประเทศไทยอีก


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 เม.ย. 2550 (16:50)
ประวัติศาสตร์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเหมือนกันนะครับ เมื่อก่อนผมไม่ชอบเลย แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าจะสนใจมากขึ้น คงจะเริ่มแกแล้วมั้ง หุหุ
jameskrab เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 25 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 147 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 เม.ย. 2550 (20:19)
เรียน คุณเทาชมพูและ Vteam
คำว่า รัชการที่6 ใน"พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์ในสมัยรัชการที่ 6" น่าจะเป็น "รัชกาล" ที่ใช้ "ล" สะกด นะครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 111 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 เม.ย. 2550 (09:01)
อย่างนี้ แปลว่ามีต่อใช่ไหมคะ
อยากอ่านต่อจัง
Karine!! เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 202 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 เม.ย. 2550 (22:11)
เข้ามาอ่าน พร้อมแนะนำตัวในฐานะสมาชิกใหม่ และขอสมัครเป็นแฟนประจำ อจ.เทาชมพูค่ะ
คนรักของเก่า เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 12 ส.ค. 2550 (08:43)
ได้รับความรู้เพิ่มเติมดีมากค่ะ ชอบอ่านเรื่องทำนองนี้ค่ะ หวังว่าจะมีมาให้อ่านอีกนะคะ
nit_n เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,274 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 177 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์ [19,169]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [534,115]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,283]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [378,735]
Global Warming { English } [142,923]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.