<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35925" type="text/javascript"></script> |
|
เมื่อ แบคทีเรีย = โรงงานยา
การค้นพบดังกล่าวสำคัญยิ่ง จนทำให้เฟลมิงได้รับรางวัลโนเบลในเวลาต่อมา เนื่องจากเพนิซิลลินช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และช่วยรักษาชีวิตคนจำนวนมากมายเหลือคณานับ เนื่องจากผู้ป่วยในสมัยก่อนจำนวนไม่น้อย
post ครั้งแรก: Wed 26 March 2008, 1:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 19 April 2008, 10:40 am
|
ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
หน่วยบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/
เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2548) มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ ได้จัดอันดับ สิบเทคโนโลยีอนาคตสำหรับประเทศไทย ปรากฏว่า มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจปรากฏเป็นตัวเลือกจำนวนเกือบ 20 เทคโนโลยีด้วยกัน และหนึ่งในจำนวนนั้นที่ได้คะแนนความสำคัญและความเป็นไปได้สูง และได้รับการโหวตจากนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญชาวไทยในสาขาต่างๆ จนติดกลุ่ม 10 อันดับแรกด้วย ก็คือ ...
เทคโนโลยีการใช้จุลินทรีย์เป็นโรงงานชีวโมกุลต่างๆ รวมทั้ง ยารักษาโรค!
เทคโนโลยีดังกล่าวมีความน่าอัศจรรย์ และเป็นความหวังได้เพียงใด? เหตุใดนักวิทยาศาสตร์ไทยจึงให้ความสำคัญว่า จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญกับประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้? มาดูกันดีกว่าครับ
จุลินทรีย์บางชนิด ผลิตยาได้ตามธรรมชาติ
นักวิทยาศาสตร์ทราบกันมานานแล้วว่า จุลินทรีย์ (สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว) จำนวนมากสามารถผลิตสารที่มีประโยชน์ ตัวอย่างหนึ่งที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ การที่อเล็กซานเดอร์ เฟลมิงค้นพบสารเพนิซิลลิน (penicillin) จากรา Penicillium notatum ในปี พ.ศ. 2471 เพนิซิลลินมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้หรือเรียกว่า มันทำหน้าที่เป็นสารปฏิชีวนะ (antibiotics)
การค้นพบดังกล่าวสำคัญยิ่ง จนทำให้เฟลมิงได้รับรางวัลโนเบลในเวลาต่อมา เนื่องจากเพนิซิลลินช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และช่วยรักษาชีวิตคนจำนวนมากมายเหลือคณานับ เนื่องจากผู้ป่วยในสมัยก่อนจำนวนไม่น้อย เสียชีวิตจากการติดเชื้อฉวยโอกาสที่เป็นแบคทีเรีย ซึ่งสามารถป้องกันความสูญเสียดังกล่าวได้จากการกินยาปฏิชีวนะ แบบเดียวกับที่ในสมัยนี้ คุณหมอมักจะสั่งสารปฏิชีวนะให้กับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ติดเชื้อแบคทีเรีย
จากนั้นเป็นต้นมา การค้นหาหรือสร้างสารปฏิชีวนะใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม ถือเป็นความท้าทายที่นักวิทยาศาสตร์หลายๆ คนทุ่มเทแรงกายแรงใจกันทั้งชีวิตเลยทีเดียว

อเล็กซานเดอร์ เฟลมิงและราเพนิซิลเลียมในจานเลี้ยงที่มีแบคทีเรียอยู่ด้วย
เมื่อสังเคราะห์ยาได้ในจุลินทรีย์
สำหรับนักวิทยาศาสตร์สายชีวภาพนั้น E. coli ซึ่งเป็นแบคทีเรียจากลำไส้ของคนเรา นับเป็นจุลินทรีย์ที่รู้จักกันดี และใช้ในการศึกษากันอย่างกว้างขวางมากที่สุด ราว 30 ปีก่อน เมื่อพันธุวิศวกรรมเริ่มเกิดขึ้นใหม่ๆ นั้น การทดลองส่วนใหญ่ก็ใช้ E. coli เหล่านี้นี่เอง เนื่องจากพวกมันมีวงจรชีวิตที่สั้นมาก สามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว
ในที่สุด ก็มีการใช้ความรู้ด้านพันธุวิศวกรรมสร้าง E. coli สายพันธุ์พิเศษที่สามารถผลิตสารชีวโมเลกุลของมนุษย์ได้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 (โดยบริษัท Genentech) สิ่งที่ E. coli สายพันธุ์พิเศษเหล่านี้ ทำตัวเป็นโรงงานผลิตขึ้นก็คือ ฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
ปัจจุบัน สารชีวโมเลกุลที่จุลินทรีย์ผลิตได้ มีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะเป็นสารปฏิชีวนะ, วิตามิน, ยา (รวมทั้งโปรตีนที่เป็นฮอร์โมน), ชีวโมเลกุลที่มีความสำคัญในทางอุตสาหกรรม เช่น เอนไซม์ต่างๆ, กรดอะมิโน รวมทั้งสารชีวโมเลกุลอื่นๆ ที่ไม่เคยพบตามธรรมชาติมาก่อน
สารเหล่านี้มีประโยชน์และมีมูลค่าตลาดสูงมาก ดังตัวอย่างสรุปใน ตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ตัวอย่างกลุ่มของสารชีวโมเลกุลที่ได้จากจุลินทรีย์
สาร |
ตัวอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ |
มูลค่าหรือปริมาตร* |
อาหาร, วิตามิน และ อาหารเสริมต่างๆ |
กรดอะมิโน, สารโปรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์ |
US$ 86 พันล้าน |
ยาและผลิตภัณฑ์การแพทย์อื่น |
ยา, วัคซีน, ฮอร์โมน, แอนติบอดี และสารปฏิชีวนะ |
US$ 32 พันล้าน** |
เอนไซม์ |
เอนไซม์ในปฏิกิริยาการหมัก, การย่อยสลาย และอุตสาหกรรมเส้นใย และการแพทย์ |
US$ 1.6 พันล้าน |
ชีวมวลและชีวพลังงาน |
เอทานอล, เมทานอล และสารเพิ่มพลังงานอื่นๆ |
2,000 พันล้านแกลลอน |
ผลิตภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายง่าย |
พลาสติกชีวภาพ |
135 ล้านตัน |
ปุ๋ยชีวภาพ และยาฆ่าแมลงชีวภาพ |
เชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ เช่น BT (Bacillus thuringiensis) |
US$ 380 million |

จุลินทรีย์สามารถผลิตสารได้อย่างหลากหลาย
European Federation of Pharmaceutical Industries and Associations (2547) ระบุว่า จนถึงปี 2546 มียาที่ผลิตด้วยกระบวนการทางพันธุวิศวกรรมแล้วรวม 95 ชนิด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในจำนวนนี้ เฉพาะปี 2545 ก็มียาใหม่รวม 18 ชนิดจากทั้งหมด 51 ชนิดที่วางขายในสหรัฐฯและยุโรปที่ใช้จุลินทรีย์เป็นโรงงานผลิต นอกจากนี้แล้ว The Pharmaceutical Research and Manufacturers of America (PhRMA) สำรวจพบว่า มียาหรือสารออกฤทธิ์ที่ผลิตด้วยเทคนิคด้านเทคโนโลยีชีวภาพรวมแล้วมากถึง 371 ชนิดที่กำลังทดสอบในระยะก่อนคลีนิกและคลีนิก โดยสารเหล่านี้ครอบคลุมโรคต่างๆ ถึงมากกว่า 200 โรค รวมทั้ง AIDS และโรคมะเร็ง
ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ IMS Health Incorporated ระบุว่า มีผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 119 ชนิดที่วางขายกันอยู่ทั่วโลก โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีมูลค่าสูงมากเช่น Erypo/Procrit ซึ่งมียอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2545 มีมูลค่าเกือบ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีเดียว
มองกันในแง่ของมูลค่าแล้ว แทบกล่าวได้ว่าแบคทีเรียพวกนี้กำลังผลิต ทองคำ ให้เจ้าของอยู่เลยทีเดียว!
เห็นข้อมูลกันครบถ้วนแบบนี้ ก็คงไม่แปลกใจกันแล้วนะครับว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจึงให้ความสนใจ และคิดว่า เทคโนโลยีการใช้จุลินทรีย์ในการผลิตสารชีวโมเลกุล จะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่คนไทยควรเอาใจใส่และสนับสนุนกันอย่างจริงจัง
อัพบ่อยๆล่ะครับ
แล้วพิษของสัตว์ล่ะคะ แล้วของทารันทูล่า แล้วสัตว์ทะเลที่มี นำมาทำยาได้รึเปล่า แต่ของงูก็แค่นำมาทำเป็นเซรุ่มนี่คะ รึยังไง ถ้าไม่นับงู ????

ยุคแห่งความเป็นอยู่ที่ดีเกิดขึ้นแล้ว!!


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |