คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35933" type="text/javascript"></script>
นักวิทยาศาสตร์ กับ จุดกำเนิดและจุดจบของชีวิต
ยังมีคนไข้อีกจำนวนหนึ่งทั่วโลกที่กำลังเรียกร้อง “สิทธิ์ในการตาย” ของตน คนไข้เหล่านี้มักจะเป็นผู้ป่วย ซึ่งเป็นโรคที่ต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัส ทั้งทางกายและใจ นอกจากนี้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายจากการรักษา จากโรคซึ่งยังไม่มีวิธีการรักษาในปัจจุบัน
ผู้เขียน: ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ชมแล้ว: 40,671 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 March 2008, 4:04 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 19 April 2008, 2:54 pm

หน้าที่ 1 - ใครคือผู้มีสิทธิ์กำหนดความเป็นความตาย


 ดร.นำชัย    ชีววิวรรธน์
หน่วยบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร
@ll Biotech และ วิชาการ.คอม

http://www.biotec.or.th/Guru/ 





 
วันนี้ ผมมีคำถามมาฝากครับ
คำถามแรก – คุณคิดว่าการที่นักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์ คิดค้นวิธีช่วยเหลือชีวิตคนนั้น ดีหรือไม่ และสมควรทำหรือไม่
คำถามที่สอง – การฆ่าคนนั้นผิดหรือไม่ มีข้อยกเว้นให้ทำได้บ้างหรือไม่ และ
คำถามสุดท้าย – เพื่อช่วยเหลือชีวิตคนกลุ่มหนึ่ง หากนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์ จำเป็นต้องทำลายคน หรือสิ่งที่อาจจะพัฒนากลายเป็นคน เป็นเรื่องผิดหรือไม่

สำหรับคำถามแรก คงจะตอบกันไม่ยากนัก และคงจะได้คำตอบเป็นเอกฉันท์ว่า การช่วยเหลือผู้คนย่อมเป็นเรื่องดี ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำก็ตาม ส่วนคำถามที่สอง ก็จะเห็นได้ว่าเริ่มจะยากมากขึ้น แน่นอนว่า หากปกติแล้ว คุณไปฆ่าคนอื่นก็ย่อมต้องถือเป็นเรื่องผิดอย่างแน่นอน แต่จะเห็นได้ว่าในบางกรณี แม้แต่ในทางกฎหมายก็อาจจะเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันได้และอาจถือว่าไม่มีความผิดก็เป็นได้ ยกตัวอย่าง ในกรณีของการป้องกันตัว แล้วพลาดไปทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เช่น ทำให้ผู้ที่บุกรุกเข้ามาในบ้านในยามค่ำคืน พร้อมกับอาวุธปืนครบมือเสียชีวิต หรือการที่คุณได้รับมอบหมายให้เป็นเพชฌฆาตที่มีหน้าที่สังหารนักโทษประหาร เป็นต้น

แต่หากสมมติเหตุการณ์ว่า มีแพทย์พร้อมคนไข้จำนวนหนึ่งที่ติดอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งโดนพายุหนักและน้ำท่วม จนการคมนาคมและการสื่อสารถูกตัดขาด โดยสิ้นเชิงจากโลกภายนอกเป็นเวลาหลายวัน เมื่อเสบียงอาหารและยาร่อยหรอลงเรื่อยๆ หรือหมดไปแล้วบางส่วน คนไข้หลายคนที่ป่วยหนัก เริ่ม “ร้องขอ” ให้แพทย์ช่วยจบชีวิตของตนเสีย ซึ่งในทางหนึ่งอาจช่วยให้ตนเองพ้นทุกข์ที่หนักหนาสาหัสไปได้ และในอีกทางหนึ่ง ยังเป็นการประหยัดอาหารและน้ำสำหรับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไข้ด้วยกัน หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ตกอยู่ในภาวะคับขันเดียวกันนั้นได้

หากคุณเป็นแพทย์ที่ต้องรับผิดชอบ และตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว คุณจะตัดสินใจอย่างไร
 




การค้นพบใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เกี่ยวพันกับทั้งกฎหมาย ศาสนา และความเชื่อของคนในสังคม อย่างแน่นแฟ้น ที่ยกมาข้างต้น ไม่ใช่เรื่องสมมติเท่านั้น แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับแพทย์และผู้ป่วยกลุ่มหนึ่ง ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เจอกับพายุแคทรินา จนเหมือนกับถูกปล่อยตามยถากรรมอยู่นานนับสัปดาห์ และขณะนี้แพทย์คนดังกล่าวกำลังถูกตัดสินคดีในศาลว่า สมควรจะมีความผิดหรือไม่ในการทำ การุณฆาต (mercy killing) คนไข้ของตน  อันที่จริงแล้ว ยังมีคนไข้อีกจำนวนหนึ่งทั่วโลกที่กำลังเรียกร้อง “สิทธิ์ในการตาย” ของตน คนไข้เหล่านี้มักจะเป็นผู้ป่วย ซึ่งเป็นโรคที่ต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัส ทั้งทางกายและใจ นอกจากนี้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายจากการรักษา จากโรคซึ่งยังไม่มีวิธีการรักษาในปัจจุบัน

กลับมาที่คำถามสุดท้าย หากนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์ ต้องการช่วยเหลือชีวิตคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในการช่วยเหลือดังกล่าวนั้น จำเป็นต้องทำลาย “ตัวอ่อน” หรือ “เอ็มบริโอ (embryo)” ซึ่งก็คือ ไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว ซึ่งมีศักยภาพสามารถพัฒนา กลายเป็นคนต่อไปได้ หากนำไปฝังลงมดลูกต่อไป

เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งผิด (เป็นการฆ่าคนตายแบบหนึ่ง) และไม่ควรกระทำหรือไม่?
เอ็มบริโอจากการผสมเทียม ซึ่งแช่แข็งเก็บรักษาไว้ ถือเป็น “ชีวิต” หนึ่งได้หรือไม่?




   
เหตุที่เกิดคำถามดังกล่าวขึ้น เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า สเต็มเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์พิเศษชนิดหนึ่งนั้น ปัจจุบัน เรามีความรู้ที่จะสามารถสกัดออกมาจากเอ็มบริโอ และสามารถนำมาเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวน และกระตุ้นให้กลายไปเป็นเซลล์แบบต่างๆ ได้มากมาย แต่เรายังมีกลุ่มเซลล์ดังกล่าวอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยมาก เพราะประเทศต่างๆ มักจะมีข้อกำหนดการวิจัยเกี่ยวกับเอ็มบริโอไว้อย่างเข้มงวด เสมือนหนึ่งว่าเป็น “บุคคล” คนหนึ่ง การที่เรามีจำนวนกลุ่มของสเต็มเซลล์อย่างจำกัดนั้น สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว เราไม่อาจแน่ใจได้เลยว่า เซลล์เหล่านั้นในทางพันธุกรรม และการเจริญเติบโตแล้ว มีความเหมือนหรือแตกต่างกันมากเพียงใด และสเต็มเซลล์กลุ่มใดจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์จริงได้  



เราสามารถเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวน และทำให้เปลี่ยนแปลงรูปร่าง
ไปทำหน้าที่จำเพาะได้ ทั้งในร่างกายและให้ห้องทดลอง




 ประโยชน์ของสเต็มเซลล์นั้น นอกจากนำมาใช้เป็น “เซลล์อะไหล่” เพื่อซ่อมแซมเซลล์ เนื่อเยื่อ หรืออวัยวะที่มีปัญหาแล้ว ยังอาจนำมาใช้ตรวจสอบยา หรือตรวจสอบสารพิษ (ช่วยลดความจำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลอง) และยังใช้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเจริญ และพัฒนาของร่างกาย ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้อีกมาก   จะเห็นได้ว่า ความรู้ด้านชีวภาพของนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก้าวหน้าไปไกลมาก และยิ่งก้าวไปไกลมากเท่าใด คำตอบเรื่องการกำเนิดและการสิ้นสุดของชีวิต ก็ดูจะยิ่งตอบได้ยากเย็นมากขึ้นทุกทีๆ นี่คือสาเหตุที่มาที่ต้องมีการพูดถึงเรื่อง
“ชีวจริยธรรม (bioethics)” มากขึ้น เป็นเงาตามตัวไปด้วย

 ท่านที่สนใจอยากรู้เรื่องชีวจริยธรรมมากยิ่งขึ้นสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์โครงการชีวจริยธรรมกับการวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ (http://www.thainhf.org/ThaiNHF/c.asp) ซึ่งมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติเป็นผู้จัดทำโครงการโดยได้รับความสนับสนุนจากไบโอเทค



อ่านถึงตรงนี้... คุณล่ะคิดว่า เอ็มบริโอเป็น “คน” (แล้ว) หรือไม่??




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 21 เม.ย. 2551 (14:03)

ขอบคุณครับสำหรับ บทความดีๆ จะติดตามต่อไปครับ


436981 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 21 เม.ย. 2551 (20:35)
stem cell ไม่จำเป็นต้องได้จากตัวอ่อนเสมอไป เราสามารถพบ stem cell ได้ใน ไขกระดูก (Bone marrow) ของเราด้วย ซึ่งไขกระดูกก็คือบริเวณแกนกลางของกระดูกนั่นเอง ข้อดีจากการใช้ stem cell จากไขกระดูก คือ ไม่มีปัญหาด้านจริยธรรมว่าจะทำลายหรือไม่ทำลายตัวอ่อน  แต่ข้อด้อยคือ  stem cell จากไขกระดูกนี้จะพัฒนาไปสู่เซลล์เป้าหมายต่ำกว่า
santimt101 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 เม.ย. 2551 (21:49)

คุณแน่มากค่ะ ดร.นำชัย อิอิ แซวเล่นนะเจ้าคะ


สนุกดีค่ะ อ่านแล้วเพลินดี


hopun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 135 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 166 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 25 เม.ย. 2551 (07:59)

แพทย์น่าสงสารจัง


น่าจะมีกฎหมายมารอบรับนะ


เพราะผู้ป่วยน่าจะมีสิทธิ์เลือกเองว่าจะอยู่หรือตาย


อย่าให้แพทย์มารับกรรมเลย


 


 


Freedom_Heart เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,742 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 219 ครั้ง
ได้รับดาว 89 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

นักวิทยาศาสตร์ กับ จุดกำเนิดและจุดจบของชีวิต [40,672]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [534,109]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,283]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [378,723]
Global Warming { English } [142,909]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.