<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/35933" type="text/javascript"></script> |
|
นักวิทยาศาสตร์ กับ จุดกำเนิดและจุดจบของชีวิต
ยังมีคนไข้อีกจำนวนหนึ่งทั่วโลกที่กำลังเรียกร้อง สิทธิ์ในการตาย ของตน คนไข้เหล่านี้มักจะเป็นผู้ป่วย ซึ่งเป็นโรคที่ต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัส ทั้งทางกายและใจ นอกจากนี้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายจากการรักษา จากโรคซึ่งยังไม่มีวิธีการรักษาในปัจจุบัน
post ครั้งแรก: Wed 26 March 2008, 4:04 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 19 April 2008, 2:54 pm
|
ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
หน่วยบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร
@ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/

การค้นพบใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เกี่ยวพันกับทั้งกฎหมาย ศาสนา และความเชื่อของคนในสังคม อย่างแน่นแฟ้น ที่ยกมาข้างต้น ไม่ใช่เรื่องสมมติเท่านั้น แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับแพทย์และผู้ป่วยกลุ่มหนึ่ง ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เจอกับพายุแคทรินา จนเหมือนกับถูกปล่อยตามยถากรรมอยู่นานนับสัปดาห์ และขณะนี้แพทย์คนดังกล่าวกำลังถูกตัดสินคดีในศาลว่า สมควรจะมีความผิดหรือไม่ในการทำ การุณฆาต (mercy killing) คนไข้ของตน อันที่จริงแล้ว ยังมีคนไข้อีกจำนวนหนึ่งทั่วโลกที่กำลังเรียกร้อง สิทธิ์ในการตาย ของตน คนไข้เหล่านี้มักจะเป็นผู้ป่วย ซึ่งเป็นโรคที่ต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัส ทั้งทางกายและใจ นอกจากนี้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายจากการรักษา จากโรคซึ่งยังไม่มีวิธีการรักษาในปัจจุบัน
เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งผิด (เป็นการฆ่าคนตายแบบหนึ่ง) และไม่ควรกระทำหรือไม่?
เอ็มบริโอจากการผสมเทียม ซึ่งแช่แข็งเก็บรักษาไว้ ถือเป็น ชีวิต หนึ่งได้หรือไม่?

เหตุที่เกิดคำถามดังกล่าวขึ้น เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า สเต็มเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์พิเศษชนิดหนึ่งนั้น ปัจจุบัน เรามีความรู้ที่จะสามารถสกัดออกมาจากเอ็มบริโอ และสามารถนำมาเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวน และกระตุ้นให้กลายไปเป็นเซลล์แบบต่างๆ ได้มากมาย แต่เรายังมีกลุ่มเซลล์ดังกล่าวอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยมาก เพราะประเทศต่างๆ มักจะมีข้อกำหนดการวิจัยเกี่ยวกับเอ็มบริโอไว้อย่างเข้มงวด เสมือนหนึ่งว่าเป็น บุคคล คนหนึ่ง การที่เรามีจำนวนกลุ่มของสเต็มเซลล์อย่างจำกัดนั้น สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว เราไม่อาจแน่ใจได้เลยว่า เซลล์เหล่านั้นในทางพันธุกรรม และการเจริญเติบโตแล้ว มีความเหมือนหรือแตกต่างกันมากเพียงใด และสเต็มเซลล์กลุ่มใดจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์จริงได้

เราสามารถเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวน และทำให้เปลี่ยนแปลงรูปร่าง
ไปทำหน้าที่จำเพาะได้ ทั้งในร่างกายและให้ห้องทดลอง
ประโยชน์ของสเต็มเซลล์นั้น นอกจากนำมาใช้เป็น เซลล์อะไหล่ เพื่อซ่อมแซมเซลล์ เนื่อเยื่อ หรืออวัยวะที่มีปัญหาแล้ว ยังอาจนำมาใช้ตรวจสอบยา หรือตรวจสอบสารพิษ (ช่วยลดความจำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลอง) และยังใช้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเจริญ และพัฒนาของร่างกาย ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้อีกมาก จะเห็นได้ว่า ความรู้ด้านชีวภาพของนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก้าวหน้าไปไกลมาก และยิ่งก้าวไปไกลมากเท่าใด คำตอบเรื่องการกำเนิดและการสิ้นสุดของชีวิต ก็ดูจะยิ่งตอบได้ยากเย็นมากขึ้นทุกทีๆ นี่คือสาเหตุที่มาที่ต้องมีการพูดถึงเรื่อง
ชีวจริยธรรม (bioethics) มากขึ้น เป็นเงาตามตัวไปด้วย
ท่านที่สนใจอยากรู้เรื่องชีวจริยธรรมมากยิ่งขึ้นสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์โครงการชีวจริยธรรมกับการวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ (http://www.thainhf.org/ThaiNHF/c.asp) ซึ่งมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติเป็นผู้จัดทำโครงการโดยได้รับความสนับสนุนจากไบโอเทค
ขอบคุณครับสำหรับ บทความดีๆ จะติดตามต่อไปครับ
คุณแน่มากค่ะ ดร.นำชัย อิอิ แซวเล่นนะเจ้าคะ
สนุกดีค่ะ อ่านแล้วเพลินดี
แพทย์น่าสงสารจัง
น่าจะมีกฎหมายมารอบรับนะ
เพราะผู้ป่วยน่าจะมีสิทธิ์เลือกเองว่าจะอยู่หรือตาย
อย่าให้แพทย์มารับกรรมเลย


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |