vcharkarn
Username : Password : จำไว้ตลอด | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
facebooktwitter
สัตว์ทดลองหน้าที่ที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดแทนมนุษย์
วิรุฬหกกลับ (100,110 views) first post: Thu 3 April 2008 last update: Tue 2 August 2011
ในยุคปัจจุบันนั้นถือได้ว่าสัตว์ทดลองได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์ไปแล้ว !! ที่นี่ท่านเคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมถึงต้องเป็นหนูตะเภา..เป็นสัตว์อื่นได้อีกหรือไม่.. และผู้ทำการทดลองจะต้องมีจรรยาบรรรการในการใช้สัตว์ทดลองนั้นอย่างไรบ้าง..

หน้าที่ 1 - ทำไมต้องเป็น หนูตะเภา

วิรุฬหกกลับ





              สัตว์ทดลองกับวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันมีความสนิทชิดเชื้อกันจนแทบจะแยกไม่ออก สัตว์ทดลองได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นกองหน้าผู้บุกเบิกวิทยาการความรู้ใหม่ๆพร้อมนักวิทยาศาสตร์ ยอมสละชีพก่อนการทดลองต่างๆจนประสบความสำเร็จ นักวิทยาศาสตร์ยกให้สัตว์ทดลองเป็นอาจารย์ใหญ่ของตน

             ตามหลักฐานที่มีปรากฏพบว่าได้มีการนำหนูมาใช้ในการทดลองตั้งแต่ปีพ.ศ. 2164 โดย  2 นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียนคือ Theophilus Muller และ Johannes Faber ได้ทดลองโดยผ่าตัดหนูเพื่อทำการศึกษาถึงอวัยวะ ภายใน

             หลังจากนั้นได้มีการนำหนูมาใช้ในการทดลองบ่อยขึ้น เช่นการนำหนูมาเลี้ยงในห้องทดลอง เพื่อศึกษาอิทธิพลของการขาดอาหารและออกซิเจนต่อคุณภาพชีวิตของหนู  หรือการนำไข่ของพยาธิตัวตืดมาให้หนูกิน หลังจากนั้นพบว่าหนูเป็นมะเร็งตับภายในเวลา 6 เดือน   คุณประโยชน์ที่ได้จากการทดลองจากหนูเกิดขึ้นอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นศึกษาสาเหตุ และการรักษาโรคความดัน,การปลูกถ่ายอวัยวะ โรคเยื่อสมองอักเสบ โรคผิวหนัง โรคกระเพาะ โรคตับ และโรคไขกระดูก

            สำหรับในประเทศไทยจากบันทึกของนายแพทย์เมืองทอง แขมมณีที่จัดพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2514 ซึ่งเขียนเล่าไว้ว่า มีการใช้สัตว์ทดลองครั้งแรกที่โรงพยาบาลศิริราช ในปี พ.ศ. 2432 แต่กว่าจะเริ่มมีการใช้อย่างจริงที่สถานเสาวภาเวลาก็ลุล่วงมาจนถึงปี พ.ศ.2460 นับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ยุคบุกเบิกของงานสัตว์ทดลองในประเทศไทย(อ้างจาก สุวรรณเกียรติ สว่างคุณ :ประวัติศาสตร์งานสัตว์ทดลองอันยาวนานกับผลงานในปัจจุบันของงานสัตว์ทดลองในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)



ภาพจาก http://www.ubi.chiangmai.ac.th


               จากหลักฐานดังกล่าวแสดงว่าสัตว์ทดลองเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานทดลองของนักวิทยาศาสตร์ไทยมาเกือบ 120 ปีมาแล้ว แต่กระนั้นการตื่นตัวเกี่ยวกับสัตว์ทดลองในไทยเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้วนี้เอง โดยในปี พ.ศ.2514 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่องศูนย์เลี้ยงสัตว์ทดลองระหว่าง 3 มหาวิทยาลัยขึ้นและมอบหมายให้ มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้ดำเนินการโดยใช้สถานที่ที่วิทยาเขตศาลายาเป็นที่ก่อตั้ง ศูนย์เลี้ยงสัตว์ทดลอง โดย มหาวิทยาลัยมหิดลได้ดำเนินการตามขั้นตอนจนได้รับความเห็นชอบจากคณะ กรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้จัดตั้งโครงการศูนย์สัตว์ทดลองในปีพ.ศ.2517 และได้รับความเห็นชอบจากทบวง มหาวิทยาลัย ให้เป็น สำนักสัตว์ทดลองแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นส่วนราชการที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยมหิดล


หน่วยงานนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักเกี่ยวกับสัตว์ทดลองของโดยมีหน้าที่

           1.ผลิตสัตว์ทดลองที่มีคุณภาพ ให้ เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเกี่ยวกับการวิจัย การทดสอบ การผลิตชีววัสดุ และการสอน ด้านชีวการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
            2.รับผิดชอบในมาตรฐานการ จัดการ ในการเลี้ยงและการปฏิบัติต่อสัตว์ทั้ง ในส่วนการเพาะขยายพันธุ์และการวิจัย ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ สากลในการเลี้ยงและการใช้สัตว์ทดลอง

ในส่วนภูมิภาคเองก็มีการจัดตั้งศูนย์สัตว์ทดลองเฉพาะที่ขึ้นเช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะรับผิดชอบเพาะเลี้ยงและจัดหาสัตว์ทดลองที่มีคุณภาพให้แก่งานวิจัยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในภาคเหนือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในภาคใต้




หนูตะเภา
รูปจาก http://www.nlac.mahidol.ac.th 


ทำไมต้องเป็น หนูตะเภา


             จริงๆ แล้วนิยามของสัตว์ทดลองไม่ได้จำกัดอยู่แค่กระต่ายหรือหนูตะเภาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงสัตว์ทุกประเภทที่นำมาใช้ในการทดลอง ไม่ว่าจะเป็น ช้างม้า วัว ควาย หรือลิงซิมเปียนซี
             เหตุผลสำคัญที่หนูกลายเป็นสัตว์ทดลองอันดับต้นๆ เพราะหนูเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสไว  ในสมัยก่อนชาวเรือมักจะใช้หนูเป็นสัญญาณเตือนภัย เพราะหนูจะสละเรือก่อนเรือล่มเสมอ นอกจากนี้แล้วประสาทสัมผัสของหนูถือว่าไวกว่ามนุษย์หลายเท่านักก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวหนูจะวิ่งกันพล่าน ความเหมือนของหนูกับมนุษย์อีกอย่างคือหนูมีจำนวนยีนพอๆ กับมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าวิวัฒนาการของมนุษย์กับหนูแยกกันเมื่อประมาณ 80 ล้านปี ก่อนหน้านี้   นักวิทยาศาสตร์รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาถือกันว่าสัตว์ทดลองเป็นอาจารย์ใหญ่หากไม่มีพวกเขาเหล่านั้นวิทยาการของมนุษย์อาจจะล้าหลังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรก็เป็นได้ เพราะการนำยา หรือนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้กับมนุษย์โดยตรงออกจะดูเป็นการสุ่มเสี่ยงถึงผลกระทบที่อาจจะตามมา
 
           เมื่อมีการนำสัตว์มาทดลองมากขึ้นคำถามของสังคมที่ตามมาคือการกระทำเหล่านี้เป็นการทรมานสัตว์หรือไม่เพราะเมื่อนำสัตว์มาทดลองแล้วเกิดผลกระทบโรคร้ายเหล่านั้นย่อมเกิดแก่สัตว์ทดลองโดยตรง เป็นชีวิตที่โดนบังคับให้สละด้วยความไม่เต็มใจ เมื่อจะก่อให้เกิดประโยชน์ในสังคมมากมายเพียงใดก็ตาม ในแง่ของทางพุทธศาสนาการกระทำที่ทำให้ชีวิตของสัตว์อื่นล่วงไปก็ย่อมเป็นบาปข้อปาณาติบาต นักวิทยาศาสตร์หรือผู้ทดลองเองก็ตระหนักเห็นถึงโทษภัยในข้อนี้อยู่ดังนั้นจึงพยายามใช้สัตว์ทดลองเท่าที่จำเป็น 
ความเคลื่อนไหวเรื่องสัตว์ทดลองในต่างประเทศถูกหยิบยกมาประเด็นมาช้านานในปี พ.ศ. 2419 ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศแรกที่ออกกฎหมายเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ และได้มีปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวในปี พ.ศ.2529 ประเทศอังกฤษถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการควบคุมการนำสัตว์มาใช้ทดลองเข็มงวดมากที่สุดประเทศหนึ่ง

             ในปี 2528 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สภาองค์กรระหว่างว่าด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Council for International Organization of  Medical  Science หรือ CIOMS)ได้จัดให้มีการประชุมระหว่างผู้ใช้สัตว์ทดลอง และกลุ่มผู้คัดค้านทั่วโลก  ในการประชุมคราวนั้นได้ผลสรุปเป็นแนวทางในการปฏิบัติในการใช้สัตว์เพื่อในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์  ซึ่งมีหลายประเทศได้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติจนกลายเป็นรูปธรรม เช่น สหรัฐอเมิรกา ออสเตรเลีย แคนาดา
           ส่วนในประเทศไทย มีการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการใช้สัตว์ทดลองมาระยะหนึ่งแต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ในปัจจุบันมีเพียงจรรยาบรรณในการใช้สัตว์ทดลองของสภาวิจัยสภาวิจัยแห่งชาติซึ่งถือว่าเป็นสภาบันหลักเกี่ยวกับงานวิจัยของไทยเท่านั้นที่ออกมาเพื่อวางแนวทางของการใช้สัตว์ทดลองมาใช้งานอย่างเหมาะสม ซึ่งพอจะสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ (อ้างจากจรรยาบรรณการใช้สัตว์ สภาวิจัยแห่งชาติ)


จรรยาบรรณการใช้สัตว์

            1    ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์  ผู้ใช้สัตว์ต้องใช้สัตว์เฉพาะกรณีที่ได้พิจารณาถี่ถ้วนแล้วว่าเป็นประโยชน์และจำเป็นสูงสุดต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์และสัตว์ และ/หรือความกล่าวหน้าทางวิชาการและได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีวิธีการอื่นที่เหมาะสมกว่า
           2    ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักถึงความแม่นยำของผลงานโดยใช้สัตว์จำนวนน้อยที่สุด  ผู้ใช้สัตว์จะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติทางพันธุกรรมของสัตว์ที่นำมาใช้  ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการใช้สัตว์ เพื่อให้เกิดจำนวนการใช้สัตว์น้อยที่สุด  และได้รับผลงานที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด
           3    การใช้สัตว์ป่าต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและนโยบายการอนุรักษ์สัตว์ป่า  การนำสัตว์ป่ามาใช้ ควรกระทำเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการศึกษาวิจัย โดยไม่สามารถใช้สัตว์อื่นทดแทนได้ และการใช้สัตว์ป่านั้นจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและนโยบายการอนุรักษ์สัตว์ป่า
           4    ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักว่าสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์  ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักว่า  สัตว์มีความเจ็บปวดและมีความตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม  เช่นเดียวกับมนุษย์  จึงต้องปฏิบัติต่อสัตว์ด้วยความระมัดระวังทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การขนส่ง  การใช้วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงสัตว์ การจัดการสภาพแวดล้อมของสถานที่เลี้ยง เทคนิคในการเลี้ยง และการปฏิบัติต่อสัตว์ โดยไม่ให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวดความเครียดหรือความทุกทรมาน
           5 ผู้ใช้สัตว์ต้องบันทึกข้อมูลการปฏิบัติต่อสัตว์ไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วน ผู้ใช้สัตว์ต้องปฏิบัติต่อสัตว์ตรงตามวิธีการที่เสนอไว้ในโครงการ  และต้องจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด ครบถ้วนพร้อมจะเปิดเผยชี้แจงได้ทุกโอกาส



รูปจาก http://www.evolution.in.th


                ถือเป็นหลัก 5 ข้อสำคัญที่นักวิจัยต้องคำนึงถึงเสมอเมื่อมีการนำสัตว์มาใช้ทดลอง แม้จรรยาบรรณดังกล่าวจะเป็นเพียงแนวทางในการปฏิบัติไม่มีสภาพบังคับอย่างกฎหมายทั่วไปแต่หากได้รับความร่วมมือร่วมใจจากนักวิจัยดีแล้วเชื่อแน่ว่าย่อมเกิดผลดีต้องการนำสัตว์มาใช้ทดลอง


               แน่นอนว่ายังไงสัตว์ทดลองยังคงมีความจำเป็นในวงการวิทยาศาสตร์ นอกจากจะสามารถหาวิธีการทดแทนมาใช้โดยไม่ต้องนำสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทดลอง และน่ายินดีที่ไม่นานมานี้มีข่าวปรากฎออกมาว่า Jonathan Dordick แห่งสถาบัน Rensselaer Polytechnicได้คิดค้น ชิพสี่เหลี่ยมเล็กๆ นำมาใช้ทดลองแทนการใช้สัตว์ทดลอง โดยในชิพดังกล่าวจะบรรจุเซลล์และเอนไซม์ของมนุษย์ลงไป แม้ชิพตัวนี้ยังใช้การได้ไม่ดีนักแต่ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการผลิตวิทยาการเพื่อนำมาใช้ทดลองแทนการนำสัตว์มาใช้ทดลองโดยตรง


(สามารถอ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ http://www.vcharkarn.com/vcafe/136639 )


               สัตว์ทดลองอาจจะเป็นเพียงชีวิตเล็กๆซึ่งถูกหลงลืม บางชนิดถูกจัดให้เป็นสัตว์น่ารังเกียจ แต่สิ่งที่ได้จากการนำสัตว์มาทดลองกลับมีค่ามหาศาล ช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาวิทยาการต่างๆ ช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากโรคร้าย คงไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่าความสำเร็จเหล่านั้นเป็นความสำเร็จที่ได้มาโดยการโยนความเจ็บปวดเข้าใส่สัตว์ทดลองดังนั้นน่าจะถึงเวลาแล้วสำหรับการมองว่าชีวิตของสัตว์ทดลองเป็นชีวิตที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดแทนมนุษย์



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง



จำนวน 10 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 26 เม.ย. 2551 (14:45)

การเสียสละที่ยิ่งใหญ่



น่าซาบซึ้งมากๆ



หนึ่งชีวิตน้อยๆ....



ช่วยชีวิตคนทั่วโลกได้เป้นล้าน



 



 


Freedom_Heart เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 3 26 เม.ย. 2551 (17:46)
น่าสงสารนะคะ

แต่ทว่าก็เพื่อมนุษย์เรา ก็คงต้องทำกันต่อไป
PromPak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 4 26 เม.ย. 2551 (21:59)

ขอบคุณสำหรับชีวิตที่ให้ได้ทดลองนะค้า



 


champ123 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 5 28 เม.ย. 2551 (17:56)

ครับ นี่แหละคือโลกแห่งความจริง ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ


RETRORIAN เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 6 29 เม.ย. 2551 (10:16)
ทุกชีวิตมีค่า เขาทั้งหลายยอมสละชีวิต เพื่อชีวิต นี้แหละผู้ยิ่งใหญ่
dazza24 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 141 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 7 29 เม.ย. 2551 (10:54)

ขอบคุณนะครับสำหรับความรู้



และการสูญเสียเพื่อการทดลองต่างที่ซึ่งนำมาสู่ยารักษาโรคและอื่นๆ



 


pattavee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน15 ครั้ง - ดาว 117 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 9 30 เม.ย. 2551 (00:10)

อ่า.... มีองค์กรนึง ที่ต่างประเทศครับ ชื่อ PETAมั้ง



ถ้าจำไม่ผิด ต่อท้านการทดลองกับสัตว์ และการทารุณสัตว์  แต่กรรมการในองค์กร กับเคยใช้ยาที่ทดลองกับหนู เธอ อ้างว่าเป็นการเสียสละ  เพื่อที่เธอจะมาต่อสู้ห้กับสัตว์ต่อไป ฮ่าๆ  ฟังๆดูก็แปลกดีครับ เห็นแก่ตัวดี



 



เอามาเล่าสู่กันฟัง  ส่วนตัวผมคิดว่านี้คือการเสียสละ


tonglaos เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 10 2 พ.ค. 2551 (17:28)
89929
น่าสงสางจางเลย ขอบพระคุณที่ทำให้โลกมนุษย์มีวิทยาการก้าวหน้าน้า..
bussy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน9 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 11 2 พ.ค. 2551 (20:49)
น่าสงสาร น่ารักขนาดนี้ ทำไม่ลง
masterpc เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 12 25 มิ.ย. 2551 (22:55)

มันจำเป็นหนิเนอะ!


บุช เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว




วิรุฬหกกลับ
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 22,603 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 3 ครั้ง
ได้รับดาว 151 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : star@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-9620127
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in11.105 seconds !