การเก็บรักษาเซลลต้นกําเนิดโดยการแช่แข็ง
สันติ ฆ้องวง (44,239 views)
first post: Thu 3 April 2008
last update: Thu 3 April 2008
เมื่อทําการเก็บเซลลตนกําเนิดเรียบร้อยแล้ว หากไมทําการฉีดเซลล
กลับคืนใหกับผู้ป่วยในทันที ก็จะนิยมนําเซลลต้นกําเนิดแชแข็งเก็บไวก่อน วิธีการเก็บรักษาเซลล
ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็งนี้เรียกว่า C
หน้าที่ 1 - Cryoprotective agents
สันติ ฆ้องวง
ปัจจุบันเซลลต้นกําเนิด นับเป็นความหวังใหมทางการแพทยที่ใชในการรักษาโรค ซึ่งเกิดจากภาวะความเสื่อมแห่งวัยและการบาดเจ็บ ในอวัยวะต่างๆ โดยการปลูกถ่ายเซลลต้นกําเนิดเข้าไป แล้วสรางเซลลและเนื้อเยื่อใหม ทดแทนเซลลและเนื้อเยื่อเดิมที่เสื่อมสภาพไป
ในช่วงสิบกว่าปที่ผ่าน มีสาขาวิชาทางการแพทยเกิดขึ้นใหมที่เรียกว่า Regenerativemedicine ซึ่งเป็นสาขาที่นําเอาความรูและเทคโนโลยีของเซลลต้นกําเนิดขึ้นมาใช โดยเซลลต้นกําเนิดที่นํามาใชประโยชนกันอย่างแพรหลายในปัจจุบัน เป็นเซลลต้นกําเนิดที่ไดมาจากเนื้อเยื้อที่โตเต็มวัย (Adult stem cell) ไดแก เซลลต้นกําเนิดจากไขกระดูก เซลลตนกําเนิดจากเลือดสายสะดือทารก และเซลลต้นกําเนิดจากกระแสโลหิตซึ่งไดจากการฉีดยาที่ชื่อว่า G-CSF กระตุ้นใหไขกระดูกสร้างเซลลต้นกําเนิดออกมาในปริมาณมากและไหลเวียนเข้าสูกระแสโลหิต จากนั้นจึงใชเครื่อง Apheresis ทําการเก็บเซลลต้นกําเนิดจาก กระแสโลหิตออกมา
โดยปกติแล้ว เมื่อทําการเก็บเซลลต้นกําเนิดเรียบร้อยแล้ว หากไมทําการฉีดเซลลกลับคืนใหกับผูป่วยในทันที ก็จะนิยมนําเซลลต้นกําเนิดแชแข็งเก็บไวก่อน วิธีการเก็บรักษาเซลลต้นกําเนิดโดยการแช่แข็งนี้เรียกว่า Cryopreservation ซึ่งก่อนที่จะนําไปแช่แข็ง ต้องผ่านกระบวนการเติมสาร Cryoprotective agent ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ลดอุณหภูมิลงโดยใชเครื่องControlled rate freezer เพื่อป้องกันการเกิดเป็นผลึกน้ำแข็งขึ้นภายในเซลล เมื่อทําการลดอุณหภูมิของเซลลตนกําเนิดไดตามอุณหภูมิที่ตองการแล้วจึงย้ายเซลลต้นกําเนิดไปเก็บไวใน ถังไนโตรเจนเหลวต่อไป
หลักการของ Cryopreservation กระบวนการ Cryopreservation เปนเทคนิคที่ใชในการเก็บรักษาเซลลหรือเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต ทั้งเซลลของมนุษย สัตว พืชและเชื้อจุลินทรียตางๆ ภายใตสภาวะอุณหภูมิที่เย็นจัด (Ultra low temperature) เพื่อที่จะสามารถทําการเก็บรักษาเซลลหรือเนื้อเยื่อใหไดเป็นระยะ เวลานาน (Long term preservation) หลักการของเทคนิคนี้ คือ การทําใหน้ำภายในเซลลเปลี่ยน สถานะไปเปนของเหลวหนืด ไมผ่านขั้นตอนการเปนผลึกน้ำแข็ง ซึ่งผลึกน้ำแข็งดังกลาวนี้จะมีผล ทําให Viability ของเซลลลดลง โดยใชสารCryoprotective agent เป็นตัวช่วยป้องกันไมให เกิดผลึกน้ำแข็งขึ้นภายในเซลล เมื่อทําการลดอุณหภูมิของเซลลต่ำลงไปจนถึงจุดวิกฤต (Critical point) คือ -135 องศาเซลเซียส เซลลก็จะกลายเปนของแข็งมีลักษณะเหมือนแกว วิธีการ ทําใหเซลลแข็งเป็นแก้วนี้เรียกว่า Vitrification และสามารถเก็บรักษาเซลลไดนานถึง 20 ป แต่โดยหลักการแล้ว หากเซลลถูกแช่แข็งจนผ่านจุดวิกฤตหรือต่ำกว่า -135 องศาเซลเซียสไปแลวเซลลเหล่านั้นก็จะสามารถมีชีวิตอยูไดตลอดไปตราบใดที่เรามีไนโตรเจนเหลวรักษาอุณหภูมิของเซลลไวต่ำกว่า critical point ได้อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันยังไมมีงานวิจัยชิ้นใดที่ระบุชัดเจนว่าสามารถเก็บเซลลไดนานสูงสุดเทาไร ขอมูลสวนใหญระบุไวคือ เก็บไดประมาณ 20 ป ในกระบวนการแช่แข็งเซลลตนกําเนิด เพื่อเก็บรักษาเซลลไวเปนระยะเวลานาน และใหมีคุณภาพดีนั้นจะต้องมีข้อที่ควรคํานึงถึงหลายประการดังนี้
Cryoprotective agents
Cryoprotective agents นั้นเป็นสารที่ช่วยในการป้องกันเซลลใหมีชีวิตรอด อันเนื่องมาจากการแชเซลลในอุณหภูมิที่เย็นจัด เป็นระยะเวลานานโดยสารดังกล่าว มีคุณสมบัติในการป้องกันเซลลดังนี้ - ช่วยลดความเข้มข้นของเกลือภายในเซลลไมใหสูงเกินไป
- ลดปัญหาการเกิดเซลล์หดตัว ในช่วงการลดอุณหภูมิลง - ลดการแตกตัวของสารละลาย ที่เกิดจากการแข็งตัวในช่วงที่ลดอุณหภูมิลง - ลดการเกิดผลึกน้ำแข็งขึ้นภายในเซลลสารเคมีที่นิยมนํามาใชเป็น Cryoprotective agent เช่น DMSO, polyvinylpyrrolidone, Dextrans,Glycols และ glycerol เป็นต้น
แตในปัจจุบันไดมีผู้ทําการคิดค้นนํา Cryoprotective agent หลายชนิดมาผสมกันเป็น Cryoprotective agent ตัวใหมซึ่งใหผลในการรักษาคุณภาพและความมีชีวิตของเซลลดีกวาการใช Cryoprotective agent เพียงตัวเดียว เช่น DMSO/Dextrans เป็นต้น เราสามารถแบ่ง Cryoprotective agent ออกเป็นสองประเภทตามคุณสมบัติการทํางาน ได้แก
- Intracellular cryoprotectants สารประเภทนี้เป็นสารที่มีมวลโมเลกุลต่ำ จะสามารถแทรกซึมผาน cell membrane เข้าไป เพื่อช่วยปกป้องส่วนประกอบภายในเซลล ไม่ใหถูกทําลายจากอุณหภูมิที่เย็นจัด ตัวอย่างสาร Cryoprotective agentประเภทนี้ เช่น Glycerol และ DMSO เป็นต้น - Extracellular cryoprotectants เป็นสารที่มีมวลโมเลกุลสูง ไมสามารถแทรกซึมผ่าน cell membrane เข้าไปภายในเซลล์ได้ แต่จะช่วยป้องกันเซลลจากภายนอกเมื่อเซลลถูกลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วลดการเกิดผลึกน้ำแข็ง ช่วยในการเกิดVitrification จากภายนอกเซลล หรือที่เรียกวา extracellular glass formation ตัวอยางสาร Cryoprotective agent ประเภทนี้ เช่น Hydroxy ethyl starch(HES) และPolyvinylpyrrolidone เป็นต้น
ดังนั้นก่อนที่จะทําการแช่แข็งเซลล ควรเลือกใช Cryoprotective agent ใหเหมาะสมกับชนิดและปริมาณของเซลลด้วย
Controlled Rate Freezer
หลังจากที่เราทําการเติมสาร Cryoprotective agent เรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนของการแชแข็งเซลลต้นกําเนิด โดยการใชเครื่อง Controlled Rate Freezer ซึ่งเครื่องมือนี้จะค่อยๆ ทําการลดอุณหภูมิลงทีละ 1 องศาเซลเซียสตอนาที ไปจนถึงอุณหภูมิสุดทายตามโปรแกรมที่เราตั้งไวกอนที่จะนําเซลลต้นกําเนิด ลงในเครื่อง Controlled Rate Freezer เพื่อทําการลดอุณหภูมินั้น ควรเก็บเซลลไวที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียสตลอดเวลา จนกว่าจะทําการตั้งค่าและโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง Controlled RateFreezer เสร็จ เนื่องจาก DMSO เปนสารที่มีความรอน หากไมทําใหเย็นจะมีผลกับ Viability ของเซลล
ในช่วงต้นของโปรแกรมการลดอุณหภูมิ โดยเครื่อง Controlled Rate Freezer นั้น จะมีชวงหนึ่งที่เซลลตนกําเนิดจะปลดปลอยความร้อน ภายในเซลลออกมา ซึ่งเราตองตั้งโปรแกรมเครื่องControlled Rate Freezer ใหทําการเพิ่มอุณหภูมิใหสูงกลับขึ้นไปอีกเล็กน้อย เพื่อลดปญหาเซลลตาย เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วปะทะกับความรอนที่เซลลปลดปล่อยออกมา จุดที่ทําการเพิ่มอุณหภูมิใหสูงกลับไปขึ้นไปอีกนั้นเรียกว่า Nucleation point หลังจากนั้น เครื่องControlled Rate Freezer จึงจะทําการลดอุณหภูมิลงทีละ 1 องศาเซลเซียสตอไปจนถึงอุณหภูมิสุดทายตามที่ตั้งโปรแกรมไว ดังแสดงในภาพ
เมื่อเครื่อง Controlled Rate Freezer ทําการลดอุณหภูมิเซลลตนกําเนิดเสร็จเรียบรอยแลว จึงทําการยายเซลลตนกําเนิดจากเครื่อง Controlled Rate Freezer ลงเก็บในถังไนโตรเจนเหลว เพื่อทําการเก็บเซลลในระยะยาวตอไปในกรณีที่ไมมีเครื่อง Controlled Rate Freezerใช เราสามารถใชวิธีการอื่นในการลดอุณหภูมิ ของเซลลตนกําเนิดได ดังนี้
- นํา Freezing bag หรือ Cryovial ที่บรรจุเซลลตนกําเนิดใสลงในกล่องโฟมที่มีความหนาประมาณ 1 นิ้ว แล้วนํากล่องโฟมไปแชเย็นที่ตูเย็น -80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 คืน (Overnight) จากนั้นจึงย้ายเซลลต้นกําเนิดลงถังไนโตรเจนเหลว - นํา Freezing bag หรือ Cryovial ที่บรรจุเซลลตนกําเนิดใสลงในกล่องโฟมที่บรรจุ Isopropanol แล้วนํากล่องโฟมไปแช่เย็นที่ -80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8-12 ชั่วโมงกอนนําไปเก็บในถังไนโตรเจนเหลว เป็นต้น วิธีการดังกล่าวนี้ สามารถใชแทนได หากไมมีเครื่อง Controlled Rate Freezer หรือเครื่องไมสามารถใชงานได แต Viability และคุณภาพของเซลลนั้น อาจจะน้อยลงไปบ้าง ทั้งนี้สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมไดจากงานวิจัยที่ตีพิมพทั่วไป
Developing Freezing Protocol
ในกระบวนเก็บเซลลต้นกําเนิด โดยการแชแข็งที่อุณหภูมิเย็นจัดนั้น นอกจากตองคํานึงถึงปัจจัยตางๆ ที่กล่าวมาแล้ว วิธีการหรือโปรแกรมที่จะใชสําหรับเครื่อง Controlled Rate freezer ก็เปนเรื่องสําคัญ ควรเลือกใชโปรแกรมที่เหมาะสมกับชนิดและปริมาณของเซลลด้วย ตัวอย่างโปรแกรมสําหรับเครื่อง controlled rate freezer มี ดังนี้
PROGRAM #1
Commonly used for 2.0 ml sample size , resulting in a 1C rate from nucleation to -40C ( - 40F) and a 10C per minute cooling rate to a -90C (-130F) end temperature
Step 1 Wait at 4C (39.2F) Step 2 1C per minute to -4C (24.8C) Sample Step 3 25C per minute to -40C (-40F) Step 4 10C per minute to -12C (10.4F) Step 5 1C per minute to -40C (-40F) Step 6 10C per minute to -90C (-130F) Step 7 END
PROGRAM #2
Commonly used for very small (96 well) sample size, resulting in a 1C rate from nucleation to -40C (-40F) and a 10C per minute cooling rate to a -90C (-130F) end temperature
Step 1 Wait at 4C (39.2F) Step 2 1C per minute to -40C (-40F) Sample Step 3 10C per minuter to -90C (-130F) Step 4 End
PROGRAM #4
Commonly used for hemopoietic stem cells that are 65-100ml in size, resulting in a 1C rate from nucleation to -45C (-49F) and a 10C per minute cooling rate to a -90C (-130F) end temperature
Step 1 Wait at 20C (68F) Step 2 1C per minute to -6C (21.2F) Sample Step 3 25C per minute to -50C (-5.8F) Step 4 10C per minute to -14C (6.8F) Step 5 1C per minute to -45C (-49F) Step 6 10C per minute to -90C (-130F) Step 7 End
PROGRAM #5
Commonly used for skin packets , resulting in a 1C rate from nucleation to -35C (31F) and a 10C per minute coolin rate to a -90C (-130F) end temperature
Step 1 Wait at 4C (39.2F) Step 2 1C per minute to -4C (24.8F) Sample Step 3 20C per minute to -50C (-5.8F) Step 4 10C per minute to -14C (6.8F) Step 5 1C per minute to -45C (-49F) Step 6 10C per minute to -90C (-130F) Step 7 End
Conclusion จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้น เป็นเพียงส่วนสําคัญส่วนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใหเห็นภาพรวมของการแชแข็งเซลลต้นกําเนิด หากในทางปฏิบัติจริงแล้ว ต้องคํานึงถึงปัจจัยตางๆ มากมาย เพื่อใหเซลลตนกําเนิดที่เก็บรักษาไวมีคุณภาพดีที่สุด ทั้งเรื่องถังไนโตรเจนเหลวที่ใชเก็บเซลล การเก็บเซลลในไนโตรเจนเหลวโดยตรง (Liquid phase)ซึ่งจะทําใหเก็บเซลลที่อุณหภูมิไดถึง -196 องศาเซลเซียส แตอาจจะมีปญหาเรื่อง Contamination หรือ เก็บในไอเย็นของไนโตรเจนเหลว (Vaporphase) ซึ่งมีอุณหภูมิอยูที่ประมาณ -150 ถึง -170 องศาเซลเซียส แตจะไมมีปัญหาเรื่องContamination นอกจากนี้ อุปกรณและเครื่องมือต่างๆ ที่ใชป้องกันอันตราย จากไนโตรเจนเหลวก็เป็นสิ่งสําคัญที่ขาดไมไดเช่นกัน เช่น ถุงมือป้องกันความเย็น แว่นตา และชุดสวมป้องกันไนโตรเจนเหลว เป็นต้น และที่ขาดไม่ไดก็คืออุปกรณที่ใชวัดปริมาณออกซิเจน (Oxygen Detector) ในห้องปฏิบัติการ ที่มีถังไนโตรเจนเหลวและเครื่อง Controlled Rate Freezer ตั้งอยู เพื่อไม่ใหผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายในกรณีที่ไนโตรเจนเหลวเกิดการรั่วไหล กลายเป็นก๊าซไนโตรเจน แทนที่ปริมาณออกซิเจนในอากาศ ซึ่งหากปริมาณออกซิเจนต่ำเกินไปผูปฏิบัติงานก็จะหมดสติหรือถึงแกชีวิตไดทั้งหมดที่กลาวมานี้เป็นหลักสําคัญ ที่ผู้ปฏิบัติงานควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อใหเซลล์ต้นกําเนิดที่จะเก็บรักษาไว้มีคุณภาพดี และผู้ปฏิบัติงานปลอดภัยด้วย
References :
Brockbank K.G.M., Covaut J. and Taylor M. Cryopreservation Guide. ThermoScientific. 2007. Bromeyer Hal E. Umbilical Cord Blood Banking Cord Blood: Biology, Immunology, Banking and Transplantation 2004: 219-257.
Miracele Medicine Co., Ltd. Ratchakru Medical Center 3rd floor Soi Ratchakru Paholyothin Rd., Phayathai, Bangkok. Thailand, 10400
* หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 17 เม.ย. 2551 (15:29) อื้ม..ซับซ้อน เก็บเอาไปอ่านต่อดีกว่า ^^