คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36112" type="text/javascript"></script>
โครงการผลิตผักคุณภาพ เพื่อส่งออก และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกผักปลอดสารพิษ
สิ่งสำคัญคือ ถ้าสามารถผลิตผักคุณภาพสูงในพื้นที่เล็กๆ แต่มีคุณภาพสูงลดต้นทุนการผลิต กำจัดเรื่องสารพิษ และหยุดการถางป่าได้ เราก็จะทำ
ผู้เขียน: ปอแมนเอ็ก ชมแล้ว: 39,077 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 4 April 2008, 4:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 9 April 2008, 4:37 pm

หน้าที่ 1 - ขั้นตอนการเตรียมโรงเรือนเพื่อปลูกพืช

ปอแมนเอ็ก








               “ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ”
ประโยคที่แสดงถึงความอุดมสมบรูณ์ของผืนแผ่นดินไทยที่แต่ไรมาเราเป็นประเทศเกษตรกรรม และการปลูกพืชคือสิ่งที่สร้างรายได้หลักๆแก่เกษตรกรจนถึงสมัยปัจจุบัน  พืชเศรษฐกิจหลักที่ว่านั้นคงหลีกหนีไม่พ้น พืชตระกูล ผัก ในภาคเหนือที่ผ่านมา เกษตรกรได้ประสบปัญหาต่างๆ เช่น ผลผลิตไม่มีคุณภาพ ปัญหาของการบริหารทรัพยากรที่ใช้ในการปลูกพืช ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดเนื่องจากการบริหารจัดการต่างๆของเกษตรกรเอง ทั้งยังขาดความรู้ความเข้าใจเทคนิควิธีในการผลิต

จุดเริ่มของโครงการผลิตผักคุณภาพ เพื่อส่งออก และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกผักปลอดสารพิษในโรงตาข่ายกันแมลงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา และจังหวัดนครปฐม โดย รศ.ดร.จริยา วิสิทธิ์พานิช ดร. ชูชาติ  สันธทรัพย์ และ ดร. พัชรินทร์ ครุฑเมือง  นักวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่  เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาการผลิตผักคุณภาพ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และ ลำพูน ซึงได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สกว. ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 โดยมีวัตถุประสงค์คือการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนตาข่ายกันแมลงตามพื้นที่เป้าหมาย และ สร้างเกษตรกรผู้นำและขยายเครือข่ายการผลิตผักปลอดภัย โดยมีความเชื่อมโยงกับตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ


“ ระยะแรกเราทำบนพื้นที่สูง ไปทำที่ บ้านแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ”  รศ.ดร.จริยา วิสิทธิ์พานิช พูด  “เราไปเริ่มทำที่แม่โถ ก็เพราะว่า มันเป็นพื้นที่ที่ปลูกกะหล่ำเยอะมาก  แล้วก็มีการใช้สารเคมีค่อนข้างเยอะ เราก็มาดูว่าถ้าเราปลูกผักในโรงเรือน มันก็จะช่วยลดการใช้สารเคมี  และเกษตรกรก็จะมีรายได้สม่ำเสมอตลอดปี”


“คือเรามาคิดว่าถ้าเราปลูกผักโดยใช้พื้นที่น้อย และผลิตผักที่ปลอดภัย ไม่ต้องถางป่าเพิ่มเติม บวกกับทางโครงการหลวงก็มีโครงการที่จะผลิตผักที่มีคุณภาพ ถ้าได้คุณภาพดีทางโครงการก็มีตลาดที่จะส่งออกผลิตผลพวกนี้อยู่ด้วย”  รศ.ดร. จริยา  อธิบายเพิ่มเติม


            โครงการมีการติดตามและประเมินผลการผลิตผักในโรงเรือนของกลุ่มเกษตร  สำรวจพื้นที่การเกษตรสำหรับการผลิตผักในโรงเรือนรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกร และผู้ประกอบการเพื่อคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย  ทั้งยังประสานงานฝ่ายการตลาดที่รับซื้อผักปลอดสารพิษเพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณผลผลิตและข้อมูลการจัดการการตลาด เพื่อเลือกชนิดของพืช ที่ตลาดต้องการในแต่ล่ะฤดูกาล แล้วทำการผลิตผักที่เหมาะสมในแต่ล่ะช่วงฤดูการผลิต โดยมีการจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย ซึ่งอาศัยการวิเคราะห์ดินและพืช เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดอัตราการใช้ปุ๋ย และมีการปรับโครงสร้างดิน และเพิ่มอินทรียวัตถุโดยใช้ปุ๋ยหมัก นำวิธีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานมาใช้  ควบคุมศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ และ ปลอดภัย


 
ขั้นตอนการเตรียมโรงเรือนเพื่อปลูกพืช


 
ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก



              “เทคโนโลยีที่เราเอาเข้าไป มันก็เป็นผลงานวิจัยของนักวิจัยที่เขาได้ของทุนสนับสนุนจาก สกว. เราก็เอาเรื่องปุ๋ย เช่นปุ๋ยหมัก ของทาง อาจารย์ ดร.สมพร  เข้าไปใช้  แล้วก็มีการวางระบบน้ำ มีการให้ปุ๋ยระบบน้ำ อันนี้เรารับเทคโนโลยีมาจาก ดร.อิทธิสุนทร ที่ลาดกระบัง  ในโรงเรือนก็มีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เช่น มีการเลี้ยงแมลงตัวห้ำเป็นการใช้แมลงจัดการแมลง เราทำกะบะเพาะแมลงภายในโรงเรือน การใช้กับดักกาวเหนียว”



 



การทำปุ๋ยหมักจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย และสารเคมี


 



Tensiometer เครื่องวัดความชื้นในดิน สามารถจัดตารางการให้น้ำแก่พืช ให้เหมาะสมกับความต้องการน้ำของพืช 
(โครงการ รศ.ดร.อิทธิสุนทร นันทกิจ)



 
แบบสำรวจการระบาดของศัตรูพืช


 
การใช้กับดักกาวเหนียว


 



กะบะเพาะเลี้ยงแมลงวันตัวห้ำซีโนเซียในโรงเรือน กำจัดแมลงโดยแมลง (โครงการ ดร.อัมพร  วิโนทัย)


 



ชุดตรวจวัด คุณภาพของดิน


 




การเพาะเมล็ดลงในกะบะเพาะ


 



ไม้จิ้มเมล็ด เทคโนโลยีจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการหลวง


 


 
ย้ายต้นกล้า  มาปลูกแบบประณีต



 



        ปั๊มดูดแบบ ventury



 
การให้ปุ๋ยพร้อมกับระบบน้ำหยด



            “ทุกวันนี้ที่แม่โถ  ก็กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเกษตรกร อาจจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่และเกษตรกรมีการทำงานที่ดี  ซึ่งเป็นที่ที่เราเอาโครงการไปลงที่แรก”
“สิ่งที่พิเศษที่สุดคือ เรามีกระบวนการเรียนรู้วิธีการปลูกพืชแบบโรงเรือน เช่น เราจะไม่ใช้สารฆ่าแมลง และ การปรับพื้นที่โดยใช้ปุ๋ยหมัก เรามีวิธีการให้ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ เป็นการประหยัด เราให้ปุ๋ยระบบน้ำ เรารู้ว่าพืชอยากกินอะไร เราก็ให้สิ่งนั้น”


             “สิ่งสำคัญคือ ถ้าสามารถผลิตผักคุณภาพสูงในพื้นที่เล็กๆ แต่มีคุณภาพสูงลดต้นทุนการผลิต  กำจัดเรื่องสารพิษ และหยุดการถางป่าได้ เราก็จะทำ”


เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมของเกษตรกร  รศ.ดร. จริยา  อธิบายต่อว่า
“เจ้าของคือตัวเกษตรกร  โรงเรือนเป็นของเขาเอง เขาดูแล เขาปลูกของเขาเอง เรามีหน้าที่รวมพวกเขา หรือจัดอบรม ให้คำแนะนำต่างๆ ก็มีที่เกษตรกรสร้างองค์ความรู้ของเขาขึ้นมาเอง เวลามีอบรมเราก็เชิญนักวิจัยที่เขาทำในแต่ล่ะส่วนมาให้ความรู้ คือเราเอางานทุกอันมาใช้จริงในพื้นที่ นักวิชาการเป็นเพียงตัวช่วย พอผลผลิตออกมาเขาก็วิ่งหาตลาดเอง”


“มันไม่ใช่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว ในโรงเรือนไม่สามารถปลูกเชิงเดียวได้ เพราะจะเกิดปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ เราจะมีการสลับพืชที่ปลูกเพื่อกันการสะสมของโรค และ ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อนำประโยชน์ของดินมาใช้ให้ได้มากที่สุด”


 




 



หน้าตาผักปลอดสารผลผลิตของโครงการ


            “ปัญหาของโครงการอยู่ที่คนปฏิบัติ ถ้าเกษตรไม่ทำตามที่เราแนะนำ ผลิตมันก็ไม่มีคุณภาพ ไม่ทำตามที่เราแนะนำ มีโรคมีแมลงระบาดก็ไม่แจ้งเรา เขาอาจจะไปสนใจกับอย่างอื่น อีกอย่างคือพวกเจ้าหน้าที่ ถ้าเขาไม่ตามงาน ไม่ใส่ใจเกษตรกรมันก็เกิดปัญหา คือมันอยู่ที่ตัวบุคคล ระบบการบริหารจัดการโครงการเราไม่มีปัญหาเลย”

“ข้อเสียของโครงการคือมันลงทุนสูง เกษตรกรบางรายเขาไม่มีทุน เพราะว่าตัวโรงเรือนมันต้องใช้การลงทุนเริ่มแรกที่สูง เกษตรกรบางรายก็ไม่มีความรู้เขาต้องได้รับกระบวนการเรียนรู้ อีกเรื่องคือ ไม่มีตลาด แต่ตอนนี้เกษตรกรบางรายก็มีการวางแผนแล้วว่าปลูกอย่างไรไม่ให้ผลผลิตชนกับตลาด” (ปฎิทินผักดูจากรูปตัวอย่างท้ายบท)


“มันตอบสนองได้กับคนหลายกลุ่ม ผู้บริโภคเขารู้ว่าผักนี้ปลอดสารพิษ เขาก็มั่นใจ  ตัวเกษตรกรเองก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น หมายถึงว่าเขาลดรายจ่ายอื่นๆได้  สุขภาพเขาเองก็ดีเพราะว่าไม่ต้องพ่นยาฆ่าแมลง การลงทุนมันอาจจะสูงในตอนเริ่มต้น แต่ผลที่ได้มันคุ้มค่า ภายในระยะเวลาหนึ่งปีผลผลิตก็สามารถคืนกำไรให้เกษตรกรได้แล้ว”




รศ.ดร. จริยา พูดถึงทิศทางในอนาคตของโครงการว่า

              “ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ล่ะพื้นที่มีสภาพแวดล้อม มีลักษณะภัยธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน พืชที่ปลูกก็แตกต่างกัน แต่ล่ะที่ก็จะมีบริบทของการพัฒนาองค์ความรู้แตกต่างกัน ตัวองค์ความรู้มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ มันก็ต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆในพื้นที่ของมัน อย่างตอนนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องลงไปทำอะไรมากมาย ตอนนี้เราปล่อยให้เกษตรกรเป็นผู้กระจายองค์ความรู้ เป็นความรู้แบบปากต่อปาก เขาเรียนรู้กันเอง  เราคิดว่าตอนนี้เราอยู่ตัวกับตรงนี้แล้ว บนดอยตอนนี้เขาเก่งกันแล้ว เว้นแต่ว่าจะมีปัญหาใหม่ๆ มีโจทย์วิจัยใหม่ๆให้เรา”

“นักศึกษาสายเลือดใหม่ๆ เราก็ส่งไปดูงานโครงการไปดูว่าเป็นยังไง ไปเรียนรู้กับตัวเกษตรกรกับชาวบ้าน ไปเก็บตัวอย่าง อย่างตอนนี้ปิดเทอมเราก็ส่งเขาไปฝึกงานไปเรียนรู้ เขาจะได้เป็นกำลังให้เราต่อไป”


 


 



รศ.ดร.จริยา วิสิทธิ์พานิช  นักวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 เม.ย. 2551 (15:11)
อ่านเล่น ฆ่าเวลา ... อยากบอกว่า เน้น!รูปจริงๆ
vmd เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 720 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


porman_xx
(ปอแมนเอ็กซ์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 421 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 เดือน
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 70 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

โครงการผลิตผักคุณภาพ เพื่อส่งออก และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกผักปลอดสารพิษ [39,078]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [534,109]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,283]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [378,719]
Global Warming { English } [142,906]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.