คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36145" type="text/javascript"></script>
*** ลำนำหกพิภพ : คีตาวารี ***
เรื่องนี้เป็นแฟนตาซีไทยแนวผจญภัย ลึกลับ (ฯลฯ) ฝากเล่มที่พิมพ์ไปแล้วด้วยนะครับ
ผู้เขียน: เชษฐา ชมแล้ว: 10,933 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 7 April 2008, 3:35 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 19 June 2008, 5:31 am
สารบัญ

หน้าที่ 2 - ห้องของพันธุรัต
“เจ้าจะเที่ยวเล่นที่ใดในวังก็ได้ เว้นแต่ห้องนี้ซึ่งมีความไม่น่าดูของแม่อยู่ หากเจ้ายังรักแม่ก็จงอย่าเปิดดูเลย”

นางพันธุรัตกล่าวแก่พระสังข์


... ... ...

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่อ้อพบกับปุย วาดเกิดเจ็บท้อง หมึกจึงพาวาดไปหาหมอตำแย เหลือแต่เด็กสาวอยู่เฝ้าบ้านกับลูกลิง เวลาสายนางจะทำความสะอาดห้องจึงถืออุปกรณ์ไปหาเจ้าลิงน้อยที่ห้องครัว พบว่ายังคงนอนอุตุอยู่

อ้อเห็นปุยหลับสนิทเหมือนเด็กเล็กๆก็ถอนหายใจมองเจ้าลิงด้วยความรัก ที่ผ่านมานางไม่เคยมีเพื่อนสนิทรุ่นราวคราวเดียวกันเลยเพราะวาดหวงนางนัก และนางต้องใช้เวลาส่วนมากอยู่ดูแลพ่อผู้พิการ อ้อจึงดีใจมากที่ได้ปุยเป็นน้องชายคนแรก

เวลานั้นนางปลุกเท่าใดปุยก็ไม่ตื่นเสียที ที่สุดอ้อจึงจำต้องลากปุยออกมากองไว้บนระเบียง
เด็กสาวรวบผมที่ยาวถึงกลางหลังมาม้วนเป็นจุกไว้เพื่อความสะดวก นำผ้าขี้ริ้วจุ่มน้ำแล้วบิดจนหมาด เข้าถูห้องอย่างเพลิดเพลิน

อ้อมองดูเครื่องครัว เครื่องเทศต่างๆในห้อง แม้แม่วาดจะเป็นคนดุบ้าง แต่อ้อก็รักและภูมิใจในตัวแม่ของนางมาก เด็กสาวทราบว่านอกจากวาดจะเป็นหมอรักษาโรคทั่วไปคนเดียวในหมู่บ้านและมีฝีมือทางร้อยมาลัยแล้ว ยังเป็นแม่ครัวที่เก่งกาจหาตัวจับยากอีกด้วย

อาหารที่แม่ทำนั้นผิดแปลกจากอาหารของคนอื่นๆ ...จะว่าอย่างไรดี มันหอมหวานกว่า ประณีตกว่า แม่เป็นคนแรกที่รู้จักการแกะสลักผลไม้ และนำมันมาสอนแก่คนอื่นๆ นางย่อมสอนวิชาต่างๆเหล่านี้แก่อ้อเหมือนกัน แต่เด็กสาวร่ำเรียนไม่เข้าใจนัก ยังห่างไกลกับแม่หลายขุม คิดถึงตรงนี้อ้อก็แลบลิ้นเคาะหัวตนเองเบาๆทีหนึ่ง

ขณะที่อ้อกำลังทำงานบ้านอย่างขยันขันแข็ง อยู่ๆก็มีของชิ้นหนึ่งลอยเข้ามาจากทางหน้าต่าง พอดีตกใกล้ศีรษะอ้อ เด็กสาวตกใจผงะ เผลอเอามือยันกับกระดานแผ่นหนึ่งจนกระดานเลื่อนไปเล็กน้อย ครั้นตั้งสติดูของที่ถูกขว้างมาจึงพบว่าเป็นพุ่มดอกไม้ป่ากลิ่นหอม

พร้อมกันนั้นนางได้ยินเสียงร้องเรียกดังจากนอกบ้านว่า “อ้อ ลงมาหน่อยได้ไหม นี่ข้าเอง”

อ้อจำได้ว่านั่นคือเสียงของ โทน เด็กหนุ่มข้างบ้านที่อายุมากกว่านางสี่ปี นางงุนงงอยู่สักครู่ โทนก็ส่งเสียงเรียกมาอีกว่า “ได้ยินไหมอ้อ ข้ามีธุระกับเจ้าน่ะ”

อ้อจึงร้องว่า “เดี๋ยวจ้ะ เดี๋ยวจ้ะ” และลุกขึ้นจะเดินออกจากห้อง ขณะนั้นนางสังเกตว่ากระดานที่นางเอามือยันนั้นมีแผ่นใบลานพับกับตลับเล็กๆอยู่ด้านใต้

แผ่นใบลานเช่นนี้เป็นของที่ชาวบ้านอย่างอ้อไม่ใคร่มีกัน และในชีวิตของนางเคยเห็นหนังสือใบลานเพียงตอนที่นักบวชในวัดถือออกมาสวดมนต์เท่านั้น เด็กสาวรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าใต้ห้องครัวของนางมีสมบัติเช่นนี้ นางถูพื้นห้องมานานหลายปีกลับไม่เคยพบมาก่อน

ใจหนึ่งอ้อคิดว่านี่เป็นของส่วนตัวของแม่หรือพ่อจึงคิดจะปิดกระดานนั้นกลับตามเดิม แต่อีกใจหนึ่งนางก็เกิดความสงสัยขึ้นมาจับจิต

“ทำไมถึงมีของเช่นนี้ในบ้านเรานะ ขอแค่มองสักนิดก็ยังดี” อ้อคิด

นางจึงหยิบใบลานออกมากางดู พบว่ามันเป็นภาพผืนใหญ่ผืนหนึ่ง มีสีสันสวยงามเหมือนภาพในผนังโบสถ์แต่มีฝีมือปราณีตกว่ามาก

มันเป็นรูปต้นไม้ใหญ่หลายต้น ต้นตรงกลางที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีปราสาทอยู่บนยอดไม้ ในปราสาทมีชายสองคนแต่งกายเหมือนเทพเทวดา แต่คนซ้ายนั้นมีปีกใหญ่งอกออกมาจากกลางหลัง ส่วนคนขวานั้นแต่งขาวทั้งตัว สวมชฎาเป็นรูปงู ทั้งสองกำลังนั่งมองแผ่นกระดานที่วางอยู่ตรงกลาง เหมือนกำลังเล่นหมากรุกกัน แต่ตัวหมากนั้นมิใช่หมากรุก

อ้อไม่เข้าใจความหมายของภาพนี้แม้แต่น้อย ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่ก็มีเสียงของโทนดังมาอีก
“อ้อจ๋า ลงมาเถิด ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย” เด็กสาวสะดุ้งจึงรีบสอดภาพนั้นกลับแล้วปิดกระดานให้เหมือนเดิม พอนางออกมาข้างนอกก็ไม่เห็นปุยอยู่ แปลว่าเจ้าลิงน้อยตื่นนอนแล้วหลบไปเล่นที่ใดแล้ว นางถอนหายใจโล่งอก เพราะไม่ต้องเอาไปซ่อน

เด็กสาวจึงลงจากบันไดไปหาโทน
นายโทนเป็นวัยรุ่นตัวสูงเก้งก้าง พอเห็นหน้าอ้อก็หัวเราะเหะหะ อ้อจึงถามว่า “พี่โทนมีธุระอะไรกับฉันหรือจ๊ะ”

โทนชะงักหน่อยหนึ่งค่อยลูบศีรษะ หัวเราะร่วน “เออ ก็ไม่มีอะไรหรอก... เอ่อ... เจ้าคงเคยได้ยินเรื่องที่ระยะนี้มีคนเห็นผีกองกอยปรากฏตัวอยู่บ่อยๆในแถบบ้านเราแล้วสินะจ๊ะ”

อ้อได้ฟังเรื่องนี้มาก่อน แต่นางพอคาดออกว่า “ผีกองกอย” ที่คนเห็นคงจะไม่พ้นปุยซึ่งเคยไปกระโดดโลดเต้นอยู่แถวนั้นดังที่นางเคยพบ เมื่อเป็นเช่นนี้อ้อจึงแสร้งพาซื่อกล่าวว่า “จ้ะ ฉันพอได้ยินมาบ้าง แต่ผีกองกอยนี่มีจริงหรือ” นางแอบแลบลิ้นคราหนึ่ง เมื่อคิดว่าผีกองกอยไม่มี ที่มีคือลูกลิงขนฟู

โทนยิ้มอย่างภูมิใจ “แก่บ้านปรึกษากับพวกนายพรานใหญ่แล้ว เขาอนุญาตให้พวกเรากลุ่มหนุ่มติดตามนายพรานใหญ่ไปสืบหาสาเหตุของเรื่องนี้ มันเป็นภารกิจที่อันตรายและมีเกียรติทีเดียว...” เขายืดอกกล่าว

“ได้ยินว่าพวกพี่จะออกไปกันพรุ่งนี้แล้วนี่จ๊ะ” เด็กสาวว่า

“อ้าวเจ้ารู้ด้วยเหรอ” โทนเลิกคิ้วสงสัย “เออ หรือว่าก่อนนี้อ้ายมาก อ้ายมั่น อ้ายสม หรือ อ้ายช้อยมาบอกเจ้าแล้ว”

อ้อผงกศีรษะ โทนนิ่งอึ้งสักครู่ก็หน้าแดง ก้มหัวลงพูดตะกุกตะกัก “เอ่อ... เอ่อ... ก็ไหนๆวันนี้ข้าก็จะออกไปล่าผีกองกอยตัวนั้นแล้ว ...ถ้ามันมีจริง มันก็น่าจะอันตรายมากๆ ข้าอาจจะเจ็บหรืออาจจะไม่ได้กลับมาอีกก็ได้ ก็เลย... ก็เลย...”

ครั้นเห็นอ้อยังยิ้มนิ่งอยู่ ชายหนุ่มก็พยายามส่งสายตาเชื่อม เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าร้องออก “เอ้อ อ้อ!”

“อะไรหรือจ๊ะ”

“ถ้า... ถ้าข้าสามารถกลับมาครั้งนี้ อ้อจะรับความรักของข้าได้ไหม!”

“ฉันก็รักพี่เหมือนพี่ชายอยู่แล้วนี่จ๊ะ” อ้อกล่าวยิ้มแย้ม เหมือนเป็นเรื่องปกติ

โทนอ้าปากค้างพักหนึ่ง ค่อยนึกว่าวันก่อนเห็นอ้ายมาก อ้ายมั่น อ้ายสม และ อ้ายช้อยที่ร่วมในคณะพรานหนุ่มกับเขาพากันทำท่าช้ำใจเหมือนถูกใครหักอกมา หรือพวกมันต่างพากันมาสารภาพรักกับอ้อก่อนเขาและถูกปฏิเสธทั้งสิ้น?
ชายหนุ่มคิดได้ดังนั้นแทนที่จะเสียกำลังใจกลับเกิดมานะว่าเขานี่แหละจะทำเรื่องที่คนอื่นทำไม่สำเร็จให้สำเร็จจงได้!

“...แหม อ้อ เราก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว เจ้าก็น่าจะรู้ว่าข้ามีไมตรีแบบ...” โทนค่อยๆพูดอย่างจริงจัง

หากก่อนเขาจะกล่าวต่อกลับมีก้อนหินขว้างมาถูกศีรษะก้อนหนึ่งทำให้ต้องหยุดชะงัก โทนหันขวับไปดูว่ามีใครมาขัดจังหวะ แต่กลับไม่พบคนแถวนั้นเลย

เขาถูศีรษะไปมา บังคับใจไม่ให้คิดมาก จึงรีบกล่าวแก่อ้อด้วยเสียงหวานจ๋อยว่า “อ้อจ๋า ไหนๆพี่จะไปแล้ว ก่อนไปพี่ขอบางสิ่งบางอย่างจากอ้อได้ไหมจ๊ะ” ชายหนุ่มพยายามส่งสายตาเชื่อมเต็มกำลัง

อ้อเห็นท่าไม่ดีจึงกล่าวว่า “พี่โทนจ๊ะ ถ้าไม่มีอะไรอีกฉันขอตัวนะจ๊ะ” นางจะหนีขึ้นบ้านแต่โทนจับแขนนางไว้
“จะหนีพี่ไปไหนจ๊ะ พี่ขอหอมแก้มน้องก่อนได้ไหม” เขาทำสายตาจริงจังจนเด็กสาวนึกกลัว

“แหะๆ พี่โทนจ๋า อย่าล้อฉันเล่นเลย” อ้อกล่าว

“ใครว่าล้อเล่น พี่ไม่เคยล้อเล่นมาก่อน” โทนกล่าวจึงทำปากจู๋เข้าหาอ้อเป็นท่าทางตลกมาก จนนางไม่รู้จะขำหรือจะกลัวดี แต่พอนึกได้ว่าถ้าปล่อยไว้อาจมีอันตราย จึงหันหน้าเข้าบ้านร้องว่า “ปุยช่วยพี่ด้วย!”

ขณะโทนกำลังสงสัยว่าอ้อเรียกหาใคร ก็ปรากฏเงาสีขาวม้วนลงมาต้องมือโทนที่จับแขนอ้ออยู่จนเจ็บต้องสะบัดมือออก

จากนั้นเงาขาวดังกล่าวก็ม้วนเป็นวงอยู่รอบตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนโทนมองไม่ทันมันคืออะไร เขาเกิดกลัวชักพร้าที่เหน็บอยู่ข้างกายออกมา ร้องว่า “เฮ้ย เอ็งดีก็แสดงตัวให้เห็นชัดๆซีวะ!”

ปรากฏว่าเงาสีขาวนั้นยังคงพัวพันชายหนุ่มมิให้ขยับเขยื้อนโดยง่าย ที่หูของเขายังมีเสียงกระซิบดัง “ก๋อยๆ” ติดต่อกันไม่หยุด

พอฟังเสียงนี้ความเข้าใจง่ายๆของโทนก็เชื่อมโยงมันเข้ากับเสียงของผีกองกอย เขาตกใจกลัวจนตัวสั่น ฟันพร้ามั่วๆไปสี่ห้าครั้งหาโดนเงาสีขาวไม่ เงานั้นยังคงส่งเสียดัง “ก๋อยๆ” หมุนเวียนไปมา จนโทนหน้ามืดตาลาย

สุดท้ายอ้อเกิดสงสารจึงร้องว่า “คุณปุยพอเถิดจ๊ะ” บัดนั้นเงาสีขาวก็เคลื่อนไหวช้าลง และม้วนสูงขึ้นในระดับสายตาของโทน

ชายหนุ่มเห็นชัดเจนว่ามีขาลิงข้างหนึ่งผ่านหน้าเขาไป เขาตื่นตระหนกสุดขีดจะออกวิ่งจ้ำอ้าวหนีจากบ้านของอ้อก็ต้องพบว่าโจงกระเบนของตนเองนั้นถูกถอดแต่เมื่อใดไม่ทราบลงมากองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว

โทนหันไปมองเห็นอ้อกำลังปิดตาเขินอยู่แปลว่าได้เห็นความสั้นยาวของเขาแล้ว ก็อับอายเป็นกำลัง จึงจะเก็บโจงกระเบนขึ้นสวม

บัดนั้นกลับมีเสียงกระซิบข้างหูเขาอีกว่า “ก๋อยๆ” ชายหนุ่มตกใจขนหัวลุก ไม่สนสิ่งใดอีกก็วิ่งโทงเทงเตลิดไปทั้งอย่างนั้น

ครั้นเสร็จภารกิจ เจ้าลิงน้อยก็ปรากฏตัวออกมากุมท้องหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊ากอย่างสนุกสนาน อ้อรู้สึกขอบคุณที่น้องชายช่วยตนเองไว้ แต่เนื่องจากแกล้งเกินไปจึงต้องสั่งสอนเสียบ้าง นางเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆของลิงน้อยขึ้นมา “นี่แน่ะ ไปแกล้งพี่โทนเขา”

ปุยร้องเจ็บ จึงว่า “แต่ข้าทำเพราะพี่ร้องให้ช่วยเองนะ”

“ก็ไม่เห็นต้องทำให้เขาอายนี่ แล้วตอนนี้เขาคงเข้าใจว่าบ้านเราเลี้ยงผีกองกอยไว้แล้วด้วย” อ้อเอามือเท้าสะเอวส่งเสียงดุ

ลิงน้อยได้ฟังดังนั้นก็หูตกหางตก กล่าวว่า “ขอโทษจ้ะ” พลางทำตาละห้อยอย่างสำนึกผิดจริงๆ

เด็กสาวใจอ่อนจึงว่า “เอาเถอะ อย่างไรก็ขอบคุณมากนะจ๊ะที่ช่วยพี่ เดี๋ยวจะเลี้ยงกล้วยอีกนะจ๊ะ” นางขยิบตาให้ ลิงน้อยดีใจยิ้มแก้มพอง

จากนั้นปุยพูดขึ้น “ว่าแต่ท่าทางพี่อ้อนี่มีคนมาเกี้ยวหลายคนเลยนะ”

อ้อฟังดังนั้นก็อายเอามือบังหน้า “นั่นสิพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็รู้สึกไม่ดีเลยที่ปฏิเสธเขาไปหมด”

“พี่จะมีความรักแล้วละซี กิ๊วก๊าว” ปุยร้อง อ้อหัวเราะก็หยิกแก้มฝ่ายตรงข้ามอีก

ทั้งสองพูดหยอกล้อกันพักหนึ่งเด็กสาวจึงกล่าวว่า “เดี๋ยวพี่ขอไปทำความสะอาดบ้านให้เสร็จก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเรามากินกล้วยกัน”

ปุยทำสายตาเจ้าเล่ห์กล่าวว่า “ฮิฮิ พี่เห็นแผ่นใบลานนั้นแล้วละซี”

อ้อสะดุ้ง “เจ้าแอบดูอยู่หรือ?”

“ยิ่งกว่านั้นอีก เมื่อคืนข้าแอบปีนเข้าห้องเก็บยาของแม่วาด แล้วพบว่ามีใบลานกับตลับซ่อนอยู่บนไม้คาน เลยย้ายเอามาไว้ใต้แผ่นกระดานที่นอน นึกไม่ถึงว่าพี่จะมาเจอเร็วอย่างนี้” ปุยยืดอกพูดไปเรื่อยๆอย่างภาคภูมิใจ โดยไม่ทันสังเกตว่ายิ่งพูด อ้อก็ยิ่งมีสีหน้าบิดเบี้ยวมากขึ้นทุกที

และก่อนที่ลิงน้อยจะรู้ตัวเขาก็ถูกเด็กสาวดึงหางขึ้นมาจับตีก้นดังเพียะๆหลายครั้ง
“นี่แน่ะๆ เขาสั่งห้ามหนักหนาแล้วว่าอย่าเข้าไปก็ยังเข้าไป” เด็กสาวร้องดุ

“โอ้ยๆ พอเถอะจ๊ะ ข้าสำนึกผิดแล้ว” ปุยร้องโหยหวน แต่อ้อก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายโกรธ เจ้าลิงน้อยจึงเปลี่ยนกลวิธีไปกล่าวว่า “นี่พี่สงสัยเรื่องความหมายของรูปในใบลานใช่ไหม ข้าคิดว่าข้ารู้ความหมายของรูปพวกนั้นนะ”

“เอ๊ะ เจ้ารู้หรือ” อ้ออุทาน “จริงสินะ เจ้ามาจากป่าหิมพานต์ คงรู้อะไรๆมากกว่าพี่ ...ไหนลองเล่ามาซี”

ปุยกอดอกกระหยิ่ม “ช่าย แต่ก่อนเล่า ข้าขอกินกล้วยก่อน”
ไม่ทันขาดคำอ้อก็ดึงหางเขาทำท่าจะตีก้นต่ออีก ลิงน้อยต้องร้องว่า “ยอมแล้วจ้าๆ ยอมเล่าดีๆแล้วจ้า”

จากนั้นอ้อจึงยอมปล่อยเจ้าลิงซึ่งกุมก้นเจ็บปวดมานั่งเล่าเรื่อง ปุยเริ่มเอ่ยว่า “เท่าที่ข้าเห็นภาพนั้นน่าจะเป็นภาพของครุฑกับนาคนะ”

“ครุฑ กับนาค?” อ้อทวนคำด้วยความสนใจ “มันคืออะไรหรือจ๊ะ?”

“ข้าก็ไม่เคยเห็นตัวจริงๆของครุฑกับนาคหรอก แต่ได้ยินว่าครุฑเป็นครึ่งคนครึ่งนก” ปุยชี้มือทางตนเอง “แม่ข้าเคยเล่าว่าในป่าหิมพานต์มีสัตว์ครึ่งคนมากมาย ...เช่นข้าที่เป็นครึ่งคนครึ่งลิง... สำหรับครุฑนั้นอาศัยอยู่ในวิมานฉิมพลียอดต้นงิ้วในป่าหิมพานต์ ครุฑมีทั้งร่างที่เป็นคนและร่างที่เป็นอมนุษย์ตัวเป็นคนมีปีก มีหัวและท่อนล่างเป็นนก เขาเล่าว่าเมื่อใดกลายร่างเป็นอมนุษย์ครุฑจะตัวใหญ่เท่าภูเขา กระพือปีกคราหนึ่งสามารถสร้างพายุทลายทั้งเมืองได้ มีอำนาจเหนือกว่าสัตว์ใดๆน่ะจ้ะ”

เจ้าลิงน้อยผายมือกว้างประกอบคำอธิบายจึงกล่าวต่อว่า “ส่วนนาคเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง แม่เล่าให้ฟังว่ามันมีสองประเภท ประเภทหนึ่งเรียกว่าถลชนาค (ถน-ละ-ชะ-นาก) หน้าเหมือนคนทุกประการ แต่มีฤทธิ์เดชสูง อีกประเภทเรียกว่า ชลชนาค (ชน-ละ-ชะ-นาก) หน้าเหมือนงูใหญ่มีหงอนบนหัว ขณะที่ครุฑมีเพียงตัวเดียว นาคกลับมีจำนวนหลายหมื่นหลายแสน อาศัยอยู่รวมกันเป็นเมืองใหญ่ใต้ทะเลสาปทางเหนือ” ปุยหลับตาโครงหัวไปมา “ครุฑกับนาคนี้ไม่ชอบกัน ครุฑมักจับนาคกินเสมอ แต่รูปในใบลานเหมือนครุฑร่างคนกับถลชนาคมาเล่นเดินหมากกัน เป็นเรื่องที่แปลกออก”

อ้อฟังไปเรื่อยๆอย่างเคลิบเคลิ้ม “ที่แท้โลกนี้มีเรื่องประหลาดมากมาย”

“จริงๆข้าก็ฟังมาอีกต่อเหมือนกัน อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ได้” ปุยกล่าว

“ว่าแต่ทำไมครุฑถึงเกลียดนาคถึงกับต้องจับกินกันด้วยล่ะจ๊ะ” อ้อถาม

ลิงน้อยอธิบายว่า “ฟังว่าพวกนาคเคยจับแม่ของครุฑมาเป็นทาส ครุฑเลยผูกพยาบาท แต่ที่เหลือข้าก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะจ้ะ ...แต่พี่ไม่สงสัยหรือว่าเรื่องครุฑกับนาคนี้ยังเป็นตำนานแม้แต่กับชาวหิมพานต์อย่างข้า แล้วเหตุใดแม่พี่ซึ่งอยู่ใต้สุดของทวีปมนุษย์ถึงมีรูปอย่างนั้นในครอบครองได้?”

อ้อกอดอกครุ่นคิดก็เห็นจริงตามคำของปุยทุกประการ ที่ผ่านมานางย่อมพอระแคะระคายว่าพ่อแม่นางมีความเป็นมาไม่ธรรมดา แต่นางเพียงคาดเดาว่าทั้งสองคงจะเป็นคนจากเมืองใหญ่จึงมีวิชาแปลกๆติดตัว อย่างไรก็ตามเมื่อแม่ทำท่าคล้ายรู้จักกับเผ่าพันธุ์ของปุย และมีรูปของครุฑกับนาคในครอบครองมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องเทพนิยายไปเสียแล้ว

ปุยเห็นอ้อคล้ายคล้อยตามตนก็รีบกล่าวเสริมอย่างกระตือรือร้นว่า “นอกจากใบลานแผ่นนั้นแล้วยังมีตลับใบเล็กไม่ได้เปิด ข้าว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เรามาเปิดดูกันเถอะ เผื่อจะทราบต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้มากขึ้น”

อ้อฟังดังนั้นก็ได้สติ จึงขมวดคิ้วเท้าสะเอว “นี่ เราแอบดูของเขาแค่นี้นับว่าแย่พอแล้วนะ ข้าว่าเจ้าเอาไปเก็บที่เดิมดีกว่า ก่อนที่แม่จะรู้”

ปุยทำหูลู่ “แหม พี่นี่ไม่สนุกเลย” จากนั้นลิงกรอกตารอบหนึ่งก็กระโจนผลอยขึ้นไปบนบ้าน ร้องว่า “พี่ไม่เปิด ข้าเปิดดูเองคนเดียวก็ได้!”

อ้อตกใจแต่จะห้ามแต่นางย่อมวิ่งตามเจ้าลิงน้อยไม่ทัน พอขึ้นไปได้ก็พบกับแผ่นกระดานห้องครัวเปิดอยู่ ปุยได้หยิบตลับขึ้นมาแล้ว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะปุย!” อ้อร้อง แต่ปุยไม่ยอมฟังคำนาง เขาเปิดตลับออกอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่ถูกเปิด ไม้ทำตลับก็แตกออกเป็นชิ้นๆไม่เห็นทางจะประกอบกลับอย่างเดิมได้อีก
ภายในตลับเป็นอัญมณีเล็กๆมีสีแดงเหมือนเลือดมนุษย์ แต่เปล่งประกายแวววาวได้ ตอนแรกอ้อตะลึงงันกับความสวยงามของมันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นนางค่อยสังเกตว่าใบหน้าของปุยที่ถืออัญมณีอยู่นั้นกลับซีดลงถนัด

“พี่อ้อ... พี่อ้อ... ข้ารู้สึกแปลกๆ... ข้า...” ปุยครางอย่างอ่อนแรงคล้ายว่าพลังชีวิตแทบทั้งหมดของเขาสูญหายในชั่วเวลาสั้นๆ
อ้อตกใจรีบเข้าประคองน้องชายไว้ร้องว่า “เป็นอะไรน่ะปุย เป็นอะไร”

“พี่... ข้าเจ็บเหลือเกิน” ปุยครวญครางอีก แล้วปล่อยอัญมณีนั้นหลุดตกพื้น อ้อรีบหยิบอัญมณีนั้นขว้างออกไปนอกบ้านอย่างไม่ใยดี แต่อาการของปุยกลับเพียบหนักขึ้นอีก หน้าของเขาหมองคล้ำ หายใจอ่อน หัวใจเต้นช้าลง เหมือนว่าอาจสิ้นชีวิตได้ทุกขณะ

เด็กสาวทั้งงุนงง ทั้งตื่นตระหนก นางนึกได้ว่าห้องของแม่มียา จึงตั้งสติคว้ามีดทำครัวออกไปฟันกลอนประตูแล้วทะลวงเข้าห้องเก็บยานั้น

อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เข้ามาในห้องดังกล่าว สิ่งที่เด็กสาวเห็นคือไหเก็บยามากมาย นางเลือกไม่ถูกว่าจะใช้อันใด ละล้าละลังอยู่สักพัก ครั้นได้ยินเสียงครวญครางของปุยดังมาก็ใจสั่น จึงเลือกหยิบสมุนไพรลดไข้ที่จำได้ว่าแม่เคยใช้ให้นางป้อนคนป่วยออกมา

พอกลับไปถึงห้องครัว อ้อได้เห็นปุยนอนคุดคู้ ตัวเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมด เป็นโรคที่นางไม่พบเห็นมาก่อน

“พี่จ๋า ...ช่วยข้าด้วย” ปุยคราง

อ้อแข็งใจยิ้ม กล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงพี่มียามาแล้ว จะช่วยเจ้า” นางรีบใส่สมุนไพรลงในครก ตำจนแหลกเป็นน้ำแล้วตักมาจะป้อนให้แก่ปุย

“เจ้าต้องหายแน่ แค่เจ็บนิดเดียว เป็นผู้ชายต้องอดทนนะจ๊ะ” เด็กสาวกล่าวทั้งที่มือสั่น

แต่พอปุยอ้าปากเพื่อรับประทานยานั้นจริงๆ อ้อเองกลับลังเลที่จะป้อนเขาเพราะไม่ทราบว่าเป็นยาที่ถูกต้องหรือไม่

ใจหนึ่งนางคิดว่าต้องวิ่งไปเรียกแม่ที่อยู่กับหมอตำแย แต่อีกใจหนึ่งก็เกรงไม่ทันการ เมื่อเห็นปุยครวญคราง เด็กสาวก็มือไม้สั่นไม่ทราบทำอย่างไรดี

“พี่... ทำไมพี่ไม่ป้อนยาให้ข้า...” ปุยร้องด้วยเสียงแหบแห้ง อ้อได้ยินดังนั้นก็น้ำตาไหลนองด้วยความสงสาร เด็กสาวกอดน้องชายของตนเอาไว้แน่น “ทำใจดีๆไว้นะจ้ะ พี่จะหาทางช่วยเจ้าให้ได้” นางปลอบกล่อมปุยอยู่เช่นนั้น ทั้งที่ตนเองทำสิ่งใดไม่ถูกเลย

... ... ...

ไม่ไกลจากบ้านของอ้อนัก หมึกกำลังพาวาดกลับมาจากสำนักของหมอตำแย หมอตำแยบอกว่าวาดยังไม่ถึงกำหนดคลอด แต่ใกล้แล้ว ให้ดูแลรักษาตัวให้ดี

ขณะนั้นหมึกเห็นว่าวาดมีสีหน้าซีดลงก็เป็นห่วงดูแลเป็นพิเศษ เขาเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง รู้สึกผิดสังเกตที่คนในบ้านหลังทุกคนนั้นมีสีหน้าซีดเซียวเช่นเดียวกับวาด

จากนั้นหมึกเกิดจับความรู้สึกหนึ่งขึ้นได้ มันเป็นความรู้สึกที่เขามิได้ประสบมานานแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างเหนียวแน่น
“มีบางอย่างเกิดขึ้นในบ้านของเรา” หมึกกล่าวโดยไม่รู้ตัว วาดได้ยินเขาพูดจาฉะฉานเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีก็ตกใจ

“หมึก เจ้าว่าอะไรนะ” หญิงกลางคนคราง

“มีบางอย่างเกิดขึ้นในบ้านของเรา!” หมึกกล่าวย้ำอีก คราวนี้น้ำเสียงของเขาแปรเป็นหนักแน่นรุนแรง สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังทางกลับบ้าน

“บางอย่างหรือ?” วาดครุ่นคิด จับความรู้สึกว่าตัวเองคล้ายเจ็บไข้ขึ้นมาเฉยๆ มองไปบ้านข้างๆก็เห็นคนมีอาการเจ็บไข้อย่างผิดปกติเช่นกัน “หรือว่า... หรือว่า...”

นางหันไปมองหมึกด้วยความหวาดกลัว ปรากฏว่าตอนนี้สามีนางเปลี่ยนบุคลิกไปเหมือนอีกคนหนึ่ง ดวงตาที่เคยไร้เดียงสาอ่อนโยน กลับเกิดเมฆหมอกแห่งความเกลียดชังและความดุร้ายขึ้นมาบดบัง กลายเป็นประกายตาอันเหี้ยมโหดยิ่งกว่าดวงตาใดๆที่วาดรู้จัก

หญิงกลางคนเห็นดังนั้นก็หน้าถอดสี เอื้อมมือไปจับแขนหมึกไว้เหมือนพยายามเหนี่ยวรั้งของที่สำคัญที่สุดในชีวิตซึ่งอาจหลุดลอยไปง่ายๆ

ทว่าหมึกสะบัดมือนั้นทิ้งโดยไม่ใยดี เขาออกวิ่งไปยังบ้านอย่างรวดเร็วประดุจลูกเกาทัณฑ์พุ่ง หญิงกลางคนพยายามไล่ตาม แต่นางเจ็บท้องทรมานอยู่จึงตามได้ช้าอย่างยิ่ง

เป็นเวลาเนิ่นนานที่วาดรวบรวมกำลังทั้งหมดวิ่งมาถึงบ้านจนได้ ภาพที่นางเห็นคืออ้ออุ้มปุยที่กลายเป็นสีแดงก่ำทั้งตัวออกมานั่งร้องไห้อยู่ข้างหน้าเรือน เบื้องหน้าเด็กสาวพอดีใกล้กับอัญมณีสีเลือดที่นางเองพึ่งขว้างออกมา ส่วนหมึกยืนหันหลังให้วาด
เขามองอ้อ และมองอัญมณีนั้น อารมณ์ของเขาตอนนี้สงบนิ่งยิ่งนัก

ครั้นวาดเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดอารมณ์ซับซ้อน นางกลั้นน้ำตาไว้มิได้ ต้องร้องไห้ฟูมฟายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “โธ่... โธ่” นางครวญครางซ้ำไปมา

ในที่สุดหมึกก็กล่าวเรียบๆว่า “ข้าไม่ควรจะจำได้เลย” เขาทวนคำ “ไม่ควร... ไม่ควรจริงๆ”

“ใช่ไม่ควรจริงๆ” วาดครวญครางสะอึกสะอื้น

อ้อฟังพ่อกับแม่ของนางพูดกันไปมาไม่เข้าใจ แต่นางเป็นห่วงถึงสวัสดิภาพของปุยนัก จึงพยายามกล่าวว่า “พ่อจ๊ะ แม่จ๊ะ ปุยจะแย่อยู่แล้ว ช่วยปุยด้วยเถิด”

ทั้งหมึกกับวาดคล้ายไม่สนใจนางเลย วาดรีบร้องต่อหมึกว่า “ทำตามสัญญาที่ให้กับข้าเถิด ปล่อยอ้อไปเถิด!”

พอหมึกได้ยินก็ขมวดคิ้วเคร่งเครียด หันมาถลึงตามองวาดด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท จนวาดสะดุ้งกลัว จากนั้นชายฉกรรจ์ก็หันมามองอ้อ เขาค่อยๆเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนลง และโดยไม่กล่าวสิ่งใดหมึกได้โบกมือโดยแรงคราหนึ่ง

การโบกมือครั้งนี้ทำให้เกิดพายุรุนแรงพัดถล่มบ้านของอ้อและบริเวณโดยรอบพังพินาศในชั่วพริบตา

วินาทีนั้นเองเด็กสาวก็สิ้นสติไป


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 เม.ย. 2551 (22:46)
สวัสดีครับ ใครมาอ่านแล้วชอบ ช่วยคอมเมนต์หน่อยนะครับ ^__^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 เม.ย. 2551 (10:12) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ
รีบๆมาอัพเร็วๆนะคะติดตามอยู่เสมอค่ะ
87379

lบนซ์lOJค่ๅ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 เม.ย. 2551 (20:35)
ขอบคุณคุณ lบนซ์lOJค่ๅ ที่มาให้กำลังใจนะครับ ^___^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 พ.ค. 2551 (09:19)
90388

มาอัพต่อน๊าสู้ๆค่า


 


 


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 38 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 พ.ค. 2551 (09:22)
90390

อัพต่อน๊าเปงกำลังจัยให้ค่าแล้วไปเม้นให้กันด้วยนะ


 


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 38 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 พ.ค. 2551 (09:49)
90405

การดำเนินเรื่องเยอะและนานมากเลยคนอ่านเข้าจัยอยากน๊า


น๊าจะทำให้สั้นลงหน่อยตัวก็ตัวใหญ่ขึ้นหน่อยนะคะ


ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง(ระวังตัวไว้น๊าmoonak)



 


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 38 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 6 พ.ค. 2551 (19:25)
ขอบคุณครับคุณ mooNak
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 พ.ค. 2551 (22:37)
90821

ไปเม้นให้กานบ้างก็ดีน๊าค่า


จะเปงพระคุณอย่างสูง


เรียกแน็กเฉยๆก็ด้ายน๊าค่า


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 38 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 พ.ค. 2551 (03:10)
นิยายรักมันไม่ใช่แนวผมอ่าครับ แน็ก ไม่รู้จะเมนท์ยังไง
ขอโทษทีนะครับ
^^>
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 11 พ.ค. 2551 (10:20) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ
นายอ้ะอัพช้าจังเยยเพิ่งกับมาจากกรุงเทพนะนายอัพเพิ่มแค่ตอนเดียวเองง่ะ

lบนซ์lOJค่ๅ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 11 พ.ค. 2551 (17:35)
สปีดคือประมาณอาทิตย์ละตอนครับ เร็วกว่านั้นข้าพเจ้าไม่ไหว T__T

อ่านแล้วคิดอย่างไรบ้างมาบอกกันบ้างนะครับ ^__^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 12 พ.ค. 2551 (11:18)

สนุกดีค่ะ


เราชอบนะ นิยายแนวเนี่ย


ชอบๆ จะติดตามอ่านนะค่ะ


jennylo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 177 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 12 พ.ค. 2551 (13:25)
ขอบคุณมากจ้าคุณ jennylo
ดีใจจังมีคนอ่านเพิ่ม

^____________^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เชษฐา
(เชษฐา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 410 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 เดือน
แบ่งปันความรู้ 7 ครั้ง
ได้รับดาว 69 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

*** ลำนำหกพิภพ : คีตาวารี *** [10,934]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,915]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,002]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,228]
Global Warming { English } [142,133]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.