คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36145" type="text/javascript"></script>
*** ลำนำหกพิภพ : คีตาวารี ***
เรื่องนี้เป็นแฟนตาซีไทยแนวผจญภัย ลึกลับ (ฯลฯ) ฝากเล่มที่พิมพ์ไปแล้วด้วยนะครับ
ผู้เขียน: เชษฐา ชมแล้ว: 11,137 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 7 April 2008, 3:35 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 19 June 2008, 5:31 am
สารบัญ

หน้าที่ 6 - พิชัยลงกา
ตอนที่ ๔ พิชัยลงกา

“เพิ่งทราบว่าพระราชาเป็นยักษ์”

โทนกล่าว


... ... ...

“อยู่ๆก็มีพายุใหญ่พัดบ้านพังหนึ่งหลังหรือ” ชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้กล่าว “มันขัดกันอยู่นะ พายุใหญ่ แต่ความเสียหายมีแค่บ้านหลังเดียว”

“ก่อนหน้านั้นเล็กน้อยคนในหมู่บ้านหลายคนก็มีอาการวิงเวียน มีไข้ขึ้นสูงพร้อมๆกันขอรับ” ชายอีกคนที่นั่งพับเพียบประนมมืออยู่บนพื้นพูด

“เป็นเวทมนต์?” ชายนั่งเก้าอี้หันไปถามชายที่ยืนอยู่ข้างๆเขา

“เรื่องพายุอาจเป็นเวทมนต์” ชายที่ยืนอยู่ผงกศีรษะ “และค่อนข้างแน่ชัดว่าต้นตอของอาการเจ็บป่วยคืออัญมณีนี้ครับ” เขายื่นอัญมณีสีแดงเลือดที่ใส่ไว้ในครอบแก้วให้ชายนั่งเก้าอี้ดู

“อ้อ นี่คือ...”

“ใช่ขอรับ นี่คือ ‘นาคสวาท’ เป็นมรกตวิเศษของเมืองนาค มันมีพิษร้ายแรงมาก ชิ้นนี้พิษยังเบาแล้ว หากเป็นนาคสวาทชั้นสูง คนทั้งหมู่บ้านคงล้มตายตั้งแต่แรก” ชายที่ยืนอยู่กล่าว

“ปัญหาคือมันไปปรากฏอยู่ในหมู่บ้านชายทะเลเล็กๆได้อย่างไร” ชายนั่งเก้าอี้กล่าวแก่ตนเอง “เรื่องนี้น่าจะมีความลึกลับ ...เออ แล้วเจ้าพอทราบต้นตอหรือเปล่า”

“คาดว่าต้นตอมาจากบ้านของนายหมึกกับนางวาดที่ถูกพัดหายไปขอรับ แต่หลังจากเกิดพายุใหญ่นายหมึกกับนางวาดก็หายสาปสูญ ลูกสาวของบ้านนั้นชื่ออ้อเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับอันตรายจากพิษของอัญมณีเลย และเมื่อให้นางถืออัญมณีนี้ไว้ ก็ดูเหมือนว่าพิษที่กระจายออกมาจะเบาลง” ชายนั่งพับเพียบว่า

ขาดคำนั้นทั้งชายที่นั่งบนเก้าอี้กับชายที่ยืนต่างตกใจ

ชายนั่งเก้าอี้รีบถามด้วยความตื่นเต้นว่า “เจ้าแน่ใจหรือว่านางไม่ได้รับอันตรายจากมรกตนาคสวาทจริง!”

ชายนั่งพับเพียบสะดุ้งเพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะตื่นตระหนกเช่นนี้ จึงกล่าวเสียงสั่นว่า “ใช่ขอรับ... นอกจากนั้นเรายังจับได้ว่านางเลี้ยงผีกองกอยเอาไว้ ตอนที่อัญมณีหลุดออกมา ผีกองกอยยังติดพิษด้วย”

“ผีกองกอย?” ชายนั่งเก้าอี้เลิกคิ้ว ชายที่ยืนอยู่กระซิบเขาว่า “นั่นคือกบิลเผือกบุตรพระพายที่เราส่งตัวไปให้ดาวดึงส์แล้วครับ ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นผีกองกอย”

ชายนั่งพับเพียบเล่าต่อว่า “พวกข้าโกรธที่อัญมณีแพร่โรคระบาดนี้มาจากบ้านของเด็กสาวชื่ออ้อ แต่เพราะนางเป็นคนเดียวที่ถืออัญมณีไว้แล้วพิษจางลง เราจึงมิได้ลงโทษรุนแรง เพียงจับนางไปขังในที่ห่างไกลหมู่บ้าน และเมื่อคณะหมอของท่านมาถึงเราก็ได้มอบตัวนางแก่คณะหมอแล้วขอรับ”

ชายนั่งเก้าอี้ลูบคางครุ่นคิด “แล้วเจ้าอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับนางมานาน ครอบครัวของเด็กสาวชื่ออ้อนี้มีสิ่งใดผิดสังเกตบ้างไหม”

“มีมากขอรับ” ชายนั่งพับเพียบผงกศีรษะ “ครอบครัวนี้แปลกประหลาด นายหมึกผู้ผัวนั้นเป็นคนตัวใหญ่บึกบึนแต่เป็นความจำเสื่อม นางวาดผู้เมียกับกับอ้อที่เป็นลูกนั้นกลับงดงามหยดย้อยผิดจากคนแถบนี้ พวกนางมีฝีมือพิกล นางวาดสามารถร้อยมาลัยดอกไม้ที่ไม่เน่าเปื่อยในหนึ่งสัปดาห์ สามารถรักษาโรคที่ไม่มีใครรักษาหาย ส่วนอ้อก็เลี้ยงผีกองกอยไว้ใช้ได้ ครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาหมู่บ้านเราเมื่อยี่สิบปีก่อน ก่อนหน้านั้นมีประวัติอย่างใดไม่ยอมบอกเล่าเลย” เขาเล่าไปจนจบ

ชายนั่งเก้าอี้ฟังแล้วก็หันหน้ามองกับชายที่ยืน ทั้งสองผงกศีรษะแก่กัน ชายนั่งเก้าอี้จึงเรียกบริวารถือถาดใส่สมบัติออกมา แล้วหยิบถุงทองโยนให้ชายที่นั่งพับเพียบถุงหนึ่ง
“ขอบใจมากนะ เรื่องที่ถามมีแค่นี้แหละ” ชายนั่งเก้าอี้ยิ้ม

ชายนั่งพับเพียบเห็นทองก็ตาโตลนลาน รีบคว้าไว้ และก้มกราบชายนั่งเก้าอี้หลายครั้ง “ขอบพระคุณท่านมาก ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ” เขาพร่ำพูด

“ฮาฮา นี่ยังเป็นเรื่องเล็กน้อย เจ้าชื่อโทนใช่ไหม จงไปบอกเพื่อนพ้องของเจ้าเถิดว่าบัดนี้พระเจ้าอยู่หัวที่อยุธยายกดินแดนมัชวารีให้อยู่ในการปกครองของเราแล้ว เราเมตตาราษฎร คนที่ทำงานแก่เราจะได้รับผลตอบแทนมากมาย” ชายนั่งเก้าอี้กล่าว

ชายนั่งพับเพียบซึ่งคือโทนมองฝ่ายตรงข้ามด้วยความซาบซึ้ง “ก่อนข้าจะออกไป ขอกล่าวอะไรแก่ท่านได้ไหมขอรับ”

“ว่ามาซี”

“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าพวกข้าราชการจะเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่เพิ่งทราบว่าพระราชาเป็นยักษ์ ซ้ำยังปราณีต่อพวกข้าเหลือเกิน ข้าและบอกเพื่อนๆจะรับใช้ท่านอย่างซื่อสัตย์ขอรับ” โทนก้มลงกราบอีกครั้ง

ที่แท้ชายที่นั่งเก้าอี้นั้นมิใช่มนุษย์
เขาเป็นคนร่างสันทัด ตาโต ปากกว้าง สักรอบปากเป็นลายรดน้ำ ใส่เครื่องทรงอย่างราชนิกูล สวมมงกุฏน้ำเต้าเฟืองยอดสะบัด ลักษณะโอ่อ่าภูมิฐาน คือพญายักษ์ลัสเตียนเจ้ากรุงลงกานั่นเอง

สำหรับชายที่ยืนอยู่ข้างหลังลัสเตียน เป็นชายชราคล้ายอายุสักเจ็ดสิบปี แต่ยังคึกคักแข็งแรง ผมสีดอกเลาทั้งศีรษะ ไว้หนวดเครายาวถึงเอว สวมชฎาและชุดหนังพยัคฆ์ ถือไม้เท้าหัวอสูร เขาคือพระฤๅษีโคบุตร ราชครูของเมืองลงกา

สถานที่ดังกล่าวคือกระโจมหลวงของท้าวลัสเตียนที่แปรราชฐานมาตรวจสอบคดีพิสดารของหมู่บ้านชายทะเล ภายในกระโจมย่อมมีองครักษ์และเสนายักษ์มารมากมายยืนเรียงรายกัน ทุกคนล้วนสวมเกราะถือกระบอง สักหน้าลาย ลักษณะองอาจดุดัน เป็นคณะบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดที่ลงกามี

ตอนแรกโทนเข้ามาเห็นเหล่าอสูรก็หวาดกลัวจนพูดไม่ออก แต่ท้าวลัสเตียนได้ปลอบจนเขาหายตระหนก จึงค่อยๆสอบสวนไปตามแบบแผน บัดนี้โทนคลานออกจากกระโจมด้วยใจชุ่มชื้นเพราะอยู่ๆก็ได้รับรางวัลมาโดยไม่คาดหมาย ฤๅษีโคบุตรยังกล่าวแก่ท้าวลัสเตียนว่า “พวกนี้แค่มาให้การง่ายๆ ท่านให้ทองมันทุกคนจะดีหรือ”

ท้าวลัสเตียนหัวเราะ “พระอาจารย์อย่ากังวลเลย สิ่งที่เราทำคือให้มีข่าวในหมู่มนุษย์ว่าพวกอสูรเป็นคนใจกว้าง ต่อไปพวกเขาย่อมจงรักภักดีต่อเรามากขึ้น ...ว่าไปแล้วก็น่าเห็นใจ เพราะสำหรับชาวบ้านชนบทก่อนนี้พวกเรายังเป็นแต่เทพนิยายสำหรับเขา และมักจะเป็นฝ่ายร้ายเสียด้วยซี เมื่อเขามาอยู่ในปกครองเรา ก็จำต้องเปลี่ยนความเชื่อเสียใหม่”
กษัตริย์มารนิ่งสักพัก จึงเอ่ยต่อ “อืม พระอาจารย์มีความเห็นอย่างใดกับคดีปริศนานี้บ้าง”

“ข้าคิดว่าคงเกี่ยวพันกับพวกนาค” โคบุตรตอบพลางยื่นใบลานให้ฝ่ายตรงข้าม “”นี่คือใบลานที่พบในบริเวณบ้านของนางวาดนายหมึก”

ท้าวลัสเตียนรับแผ่นใบลานมากางดูก็พบว่ามีภาพวาดอันประณีตจนต้องเอ่ยปากชม “ภาพสวย! ฝีมือดีจริงๆ ศิลปินในวังเรายังไม่แน่ว่าจะเทียบได้” เขาพิจารณาสักครู่ “ว่าแต่นี่มันรูปอะไร? ครุฑเล่นสกากับนาคหรือ” เขาคิดว่าปกติครุฑกับนาคเป็นอริกัน ที่วาดให้มาเล่นสกากันนั้นคาดเดาเหตุผลไม่ออกทีเดียว

“ทั้งมรกตนาคสวาท และภาพใบลานศิลปะชั้นสูง ไม่ใช่ของที่ควรมีในหมู่บ้านชายทะเลเล็กๆ แต่ถ้าอยู่ในเมืองนาควารินของพวกนาคก็ไม่แปลกเลย” โคบุตรพูด

ท้าวลัสเตียนลูบคางครุ่นคิด “อืม พระอาจารย์ได้เห็นแม่สาวชื่ออ้อนั่นหรือยัง”

“ยังไม่เห็น ...แต่” พระฤๅษีทำท่ามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง ท้าวลัสเตียนจึงโบกมือให้บริวารอื่นๆออกจากกระโจม

“พระอาจารย์ว่าอย่างไร” ท้าวลัสเตียนเอ่ยเมื่อเหลือกันแต่สองคน

โคบุตรจึงว่า “ท่านเอะใจหรือไม่ เรื่องนางจับนาคสวาทแล้วไม่มีอันตราย”

“อืม...” กษัตริย์แห่งลงกาผงกศีรษะ “ข้าก็เอะใจอยู่ หรือนางมีเวทมนต์”

“ถึงมีเวทมนต์ก็ไม่พ้นอันตรายนั่นแหละ” โคบุตรร้อง “มรกตนาคสวาทเป็นของวิเศษของพวกนาค เป็นอันตรายแม้กับพวกนาคเอง ผู้ที่สัมผัสมันได้โดยไม่เป็นอันตรายมีแต่นาคชั้นสูงซึ่งมีสายเลือดเข้มข้น”

“สายเลือดเข้มข้น?”

“ใช่ครับ อย่างที่ทราบกันว่า พระยาอนันตนาคราชผู้เป็นต้นวงศ์นาคเป็นผู้เดียวที่มีเลือดนาคบริสุทธิ์ นับจากเขาแล้วพวกนาคลูกหลานได้ผสมกับเผ่ามนุษย์จนเลือดเจือจาง พลอยทำให้ฤทธิ์เดชน้อยลง อายุสั้นลงเรื่อยๆ อาจกล่าวว่านาครุ่นท้ายๆแทบเหมือนกับมนุษย์ธรรมดา”

“อืม ได้ยินว่าพวกนาคแบ่งวรรณะตามสายเลือด ยิ่งมีเลือดนาคเข้มข้นก็จะยิ่งมีตำแหน่งในสังคมสูงใช่หรือไม่?” ท้าวลัสเตียมถาม

โคบุตรผงกศีรษะ “แต่เท่าที่ข้าทราบมา นาคที่มีเลือดเข้มข้นจนถือมรกตนาคสวาทได้โดยไม่มีอันตราย มีอยู่เพียงคนเดียว”

“ใครหรือ?”

“คือพระยาอนันตนาคราชเอง!” พระฤๅษีร้องอย่างตื่นเต้น

ท้าวลัสเตียนฟังดังนั้นก็เบิกตากว้าง เพราะเข้าใจความหมายของโคบุตรแล้ว เขาแสยะยิ้ม “เออ เรื่องปริศนาของคดีพิสดารนี้จะเป็นอย่างใดก็ตาม แต่สุดท้ายเราอาจพบของวิเศษเข้าแล้วก็ได้นะ” ทั้งสองจึงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

... ... ...

อ้อนั้นหลังจากที่ถูกพายุสลบไป ฟื้นขึ้นมาก็พบพวกชาวบ้านมาจับกุมตน โดยโทนกล่าวโทษว่าอ้อเลี้ยงผีกองกอยและเป็นผู้ทำให้ชาวบ้านติดโรคประหลาด นางสุดที่จะแก้ไขได้ เพราะไม่ทราบต้นสายปลายเหตุเช่นกัน จึงถูกพวกชาวบ้านคุมขังไว้ เด็กสาวนึกน้อยใจว่าคนเหล่านี้ต่างรู้จักนางมาแต่เด็ก แต่กลับหวาดระแวงว่านางมีเจตนาร้ายอย่างง่ายดาย

ต่อมาเมื่อหมอจากเมืองลงกามาถึง พวกชาวบ้านก็มอบนางแก่คณะหมอ อ้อจึงได้รู้ว่าที่แท้หมู่บ้านของนางนั้นอยู่ในปริมณฑลของประเทศอสูร เมื่อนับรวมกับการได้พบกับปุย และได้เห็นพ่อของตนใช้เวทมนต์แล้ว มันก็เปลี่ยนแปลงความเข้าใจต่อโลกของนางทั้งหมด

อ้อโชคดีที่พวกหมอซึ่งควบคุมตัวนางมีจิตใจดี พวกนั้นชวนนางพูดคุย และเล่าเรื่องราวต่างๆในโลกให้ฟัง เด็กสาวจึงได้เรียนรู้ว่ายักษ์นี้มีหลายจำพวก พวกที่ใหญ่ที่สุดคือยักษ์ในอสูรกายภูมิใต้เขาสุเมรุ พวกนี้เป็นยักษ์ร้ายมักทำสงครามกับเทพเสมอ ต่อมามียักษ์บางส่วนเบื่อหน่ายอสูรกายภูมิก็อพยพออกมาตั้งรกรากข้างนอก สายหนึ่งคือสายของท้าวสหมลิวันไปตั้งเป็นเมืองบาดาลอยู่ใต้ดิน อีกสายคือสายของท้าวลัสเตียน ที่มาตั้งรกรากอยู่บนเกาะลงกา สองพวกหลังนี้เป็นยักษ์ดีที่รับใช้ฝ่ายเทพ

เมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านี้พระเจ้าวิธุราชซึ่งเป็นกษัตริย์ของเหล่ามนุษย์อันมีเมืองอยุธยาเป็นเมืองหลวง ได้ทำสัญญายกตำบลมัชวารีปากแม่น้ำให้อยู่ในขัณฑสีมาของกรุงลงกา เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่กรุงลงกายอมอ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้น

เมื่ออ้อไม่เข้าใจคำว่า “เมืองขึ้น” พวกหมอก็อธิบายให้ฟังว่า ระบบรัฐศาสตร์ของโลกนี้มีการปกครองเป็นลำดับชั้น เช่นหมู่บ้านของอ้อขึ้นกับตำบลมัชวารี ตำบลมัชวารีขึ้นกับเมืองโรมคัล เมืองโรมคัลพร้อมทั้งเมืองทั้งหลายในสุวรรณทวีปของพวกมนุษย์และเกาะลงกาเป็นเมืองขึ้นของอยุธยา อยุธยารวมทั้งดินแดนทั้งหลายในโลกยกเว้นอสูรกายภูมิเป็นเมืองขึ้นของดาวดึงส์สวรรค์

ตามประเพณีการเป็นเมืองขึ้นนั้น เมืองลูกต้องฟังคำสั่งจากเมืองแม่ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการสงคราม และต้องส่งเครื่องบรรณาการดอกไม้เงินดอกไม้ทองให้เมืองแม่ทุกกำหนดระยะเวลาหนึ่ง ในกรณีของกรุงลงกาเป็นเมืองขึ้นทั้งกับอยุธยาและดาวดึงส์ มีกำหนดต้องส่งบรรณาการให้อยุธยาปีละครั้ง ดาวดึงส์สามปีครั้ง

นอกจากนั้นพวกหมอยังเล่าถึงประวัติของกรุงลงกาให้นางฟังอย่างคร่าวๆ เล่าถึงท้าวจตุรพักตร์ซึ่งเป็นบิดาของท้าวลัสเตียน และเป็นผู้พาชาวยักษ์มายังเกาะลงกาเป็นคนแรก เขาตั้งชื่อเกาะนี้ตามรังกาใหญ่ที่พบอยู่บนยอดเขากลางเกาะ ต่อมาท้าวจตุรพักตร์บำเพ็ญตบะจนสำเร็จเป็นพรหม จึงได้ไปจุติอยู่บนพรหมโลกในระดับเดียวกับพระเจ้าทั้งสาม เปลี่ยนชื่อเป็นธาดาพรหม ก่อนจากไปนั้นธาดาพรหมได้มอบของวิเศษหลายอย่างให้ท้าวลัสเตียนผู้บุตรใช้ปกครองเมือง ตั้งแต่นั้นพวกอสูรลงกาจึงถูกเรียกว่าอสูรตระกูลพรหมวงศ์

อ้อฟังเรื่องเหล่านี้ด้วยความเพลิดเพลิน นางสังเกตว่าพวกเผ่ายักษ์นี้นอกจากมีร่างสูงใหญ่กว่ามนุษย์ธรรมดาแล้ว ชายชาวยักษ์ทุกคนจะสักรอบปากเป็นลวดลายอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตน และหญิงชาวยักษ์จะสักคิ้วในลักษณะเดียวกัน เป็นประเพณีที่แปลกประหลาดสำหรับนาง
แม้เด็กสาวจะมิได้ปลงใจเชื่อเรื่องทั้งหมดที่พวกยักษ์เล่าให้ฟังเนื่องจากหลายอย่างพ้นจากจินตนาการของนางไปมาก แต่เด็กสาวก็รู้สึกว่าพวกยักษ์มิได้น่ากลัวอย่างในนิทาน ตรงกันข้ามกลับเป็นพวกที่มีการศึกษาดี คุยสิ่งใดก็น่าสนใจ อาจเรียกได้ว่าเป็นชาติที่เจริญกว่ามนุษย์เช่นนางก็ได้

เด็กสาวอาศัยอยู่กับพวกหมอหลายวันก็มีคนประกาศว่าท้าวลัสเตียนมาถึงแล้ว พวกหมอจึงพาตัวนางไปเฝ้ากษัตริย์ของเขา

เมื่ออ้อได้พบกับท้าวลัสเตียนและฤๅษีโคบุตรที่กระโจมหลวง ท้าวลัสเตียนก็โบกมือให้พวกหมอออกไป เพื่อทำการสอบสวนนางเป็นการลับ

พญายักษ์พิจารณาเด็กสาวแล้วก็ลูบคางด้วยความพอใจ “หน้าตาสะสวยสมกับที่พวกชาวบ้านร่ำลือให้เราฟังจริงๆ รูปเช่นนี้ถึงจะปรากฏเป็นนางอัปสรอยู่บนดาวดึงส์ก็ไม่แปลกเลย” เขาหัวเราะ ส่วนอ้ออายและกลัวก็หมอบกราบนิ่งอยู่

โคบุตรจึงถือแผ่นใบลานรูปครุฑกับนาคมาถามอ้อว่า “เจ้าเคยเห็นของสิ่งนี้ไหม”

“เคยเห็นครั้งหนึ่งจ้ะ ฉันพบมันในวันเดียวกับที่เกิดเรื่องประหลาด” เด็กสาวตอบ

จากนั้นท้าวลัสเตียนกับโคบุตรได้ซักถามนางไปเรื่อยๆ เด็กสาวก็เล่าเรื่องทุกอย่างไปตามความเป็นจริง ตั้งแต่เรื่องที่นางพบกับปุย เรื่องปุยเล่นซุกซนไปขโมยความลับของแม่นางออกมา ตลอดจนเรื่องพ่อหมึกเปลี่ยนเป็นคนละคนและคล้ายเป็นผู้ร่ายเวทให้เกิดพายุนั้น ข้อความเหล่านี้ทั้งกษัตริย์และฤๅษีต่างฟังด้วยความฉงนสนเท่ห์

ในที่สุดอ้อจึงก้มลงกราบพญายักษ์ “ท่านจ๊ะ ฉันรู้สึกเป็นห่วงเรื่องพ่อกับแม่มาตลอด และเป็นห่วงน้องชายของฉันที่ติดพิษด้วย ถ้าท่านอนุญาตฉันอยากขอดูแลเด็กคนนั้นได้ไหมจ๊ะ” นางรวบรวมความกล้ากล่าว

ท้าวลัสเตียนขมวดคิ้วครุ่นคิดจึงเหลียวไปกระซิบกับโคบุตรมิให้อ้อได้ยิน
“กบิลเผือกกับเด็กสาวมีความสัมพันธ์กันเช่นนี้ มันไปถึงดาวดึงส์แล้วย่อมเรียกหาพี่สาวเช่นกัน จะไม่เป็นปัญหาหรือ?” เขาเอ่ย

โคบุตรกระซิบตอบ “ข้าได้สั่งพวกหมอให้แจ้งพระพายว่าครอบครัวที่เลี้ยงลูกกบิลนั้นสูญหายทั้งสิ้น เข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว ดังนั้นเรายังสามารถใช้เด็กสาวคนนี้ได้โดยดาวดึงส์ไม่รู้ครับ”

พญายักษ์ผงกศีรษะ จึงหันมาพูดแก่อ้อว่า “เจ้าอย่าห่วงเลย เด็กคนนั้นมีความสุขสบายดี เมื่อถึงเวลาเราจะให้มันมาพบเจ้าเอง” อ้อฟังดังนั้นก็กังวลถึงปุยมากขึ้น แต่ไม่กล้ากล่าวสิ่งใดอีก

โคบุตรเอ่ยว่า “เท่าที่ฟัง เจ้าเองก็สงสัยถึงพื้นหลังของพ่อแม่เจ้าสินะ” อ้อรับคำเขาจึงกล่าวต่อ “แต่จากปากคำนี้ ข้าคิดว่าสามารถคาดเดาเรื่องของเจ้าได้คร่าวๆแล้ว”

“จริงหรือจ๊ะ!” อ้อเบิกตาโต

พระฤๅษียิ้มจึงชูมรกตนาคสวาทในครอบแก้วให้อ้อดู “เจ้ารู้ไหมว่านี่คือยอดมรกตพิษของเมืองนาค เรียกว่า ‘มรกตนาคสวาท’ มันเป็นอันตรายแม้กับพวกนาคเอง แต่คนที่สัมผัสมรกตนี้แล้วไม่โดนพิษร้ายเลยเท่าที่ข้าทราบก็มีแต่พวกนาคที่มีสายเลือดบริสุทธิ์เท่านั้น”

เด็กสาวงงงันไปชั่วขณะ “แล้วมันหมายความอย่างไรหรือจ๊ะ?” นางถามอย่างลังเล

“...หมายความว่าเจ้าอาจจะไม่ใช่มนุษย์น่ะซี” โคบุตรยิ้มแบบมีเลศนัย

อ้อฟังดังนั้นก็ตกใจเอามือปิดปาก โคบุตรจึงกล่าวต่อว่า “ครั้งกระโน้นเผ่านาคโบราณมีเมืองใหญ่อยู่ใต้ทะเลสาปฉิมพลีชื่อเมืองโภควดี ต่อมาครุฑได้เข้าทำลายเมืองโภควดี สังหารพวกนาคตายหมดสิ้นเหลือเพียงพระยาอนันตนาคราช...เพื่อสืบเผ่าพันธุ์พระยาอนันตนาคราชจำต้องมีภรรยาเป็นมนุษย์ นับแต่นั้นเผ่านาคก็ผสมด้วยเลือดมนุษย์ ผู้ที่มีเลือดนาคบริสุทธิ์ยังเคยเข้าใจว่ามีเพียงพระยาอนันต์คนเดียว”

เด็กสาวสะดุ้งเหงื่อตก “ท่าน... ท่านจะบอกว่าฉันอาจเป็นพวกนาคที่รอดจากการสังหารของครุฑหรือจ๊ะ”

“หัวไวดีนี่ ถูกแล้ว ข้าสงสัยว่าพ่อแม่ของเจ้าคือผู้รอดชีวิตในครั้งนั้น เพราะที่ครุฑล้างคือเมืองทั้งเมืองซึ่งมีประชากรเป็นหมื่นแสน จะเล็ดรอดหูตาไปบ้างก็ไม่แปลก” พระฤๅษีเอ่ยไปเรื่อยๆ “เมื่อครู่เจ้าบอกว่า ‘สายตาพ่อหมึกเหมือนโกรธและเกลียดของบางอย่างอย่างมาก ทันทีที่เขาเปลี่ยนบุคลิกไป’ ถ้าอนุมานตามทฤษฎีของข้าว่าเขาเป็นนาค เขาคงระลึกถึงความแค้นต่อพญาครุฑขึ้นมาได้”

อ้อตื่นตระหนก จากนั้นสงบสติอารมณ์ลง ค่อยๆคิดตามฝ่ายตรงข้ามก็เห็นจริง เพราะพ่อแม่ของนางมีความเป็นมาที่ลึกลับอยู่แล้ว เมื่อแม่วาดมีมรกตนาคสวาทเก็บไว้ นางย่อมมีความเกี่ยวข้องกับนาค อ้อคิดกลัวว่าตนเองเป็นอมนุษย์ก็กอดไหล่ตัวสั่นอยู่

ท้าวลัสเตียนเห็นดังนั้นก็ปลอบใจว่า “พระอาจารย์ยังสรุปเร็วเกินไป เรื่องนี้ไม่มีข้อพิสูจน์ ประโยชน์อันใดจะทำให้นางหวาดกลัวโดยใช่เหตุ เอาเป็นว่าเราพานางกลับเมืองลงกาก่อน ค่อยว่ากล่าวกันต่อเถิด”

เขาผงกศีรษะแก่โคบุตร โคบุตรจึงเดินไปเรียกคนนอกกระโจม สักพักก็มียักษ์บริวารถือถาดใส่สมบัติออกมา ท้าวลัสเตียนเลือกดูสมบัติในถาดนั้นสักครู่หนึ่ง ก็หยิบเอากำไลทองประดับอัญมณีสีฟ้าอ่อน ดูน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มวงหนึ่งไว้ แล้วให้ยักษ์บริวารกลับไป

“อืม เด็กผู้หญิงคงชอบเครื่องประดับสวยๆ” พญายักษ์กล่าวแก่ตัวเองเบาๆ จึงยื่นกำไลนั้นแก่อ้อพร้อมทั้งยิ้มแย้ม “เจ้าผจญเรื่องราวหนักๆมามาก เราให้สิ่งนี้ปลอบขวัญ รับไปซี”

อ้อดูกำไลนั้นอย่างเฉยชา จึงประนมมือพูดว่า “ท่านจ๊ะ ฉันคงรับสิ่งนี้ไม่ได้”

“ทำไมหรือ” ท้าวลัสเตียนเลิกคิ้ว

“หากท่านประสงค์จะประทานสิ่งใดแก่ฉันแล้ว ...ฉันอยากพบกับน้องชายของฉันมากกว่าอย่างอื่นจ้ะ” อ้อกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

ความนี้ทำให้โคบุตรตกใจ เพราะปกติเมื่อกษัตริย์ประทานของให้ใครแล้ว หากไม่รับไว้ก็คือการขัดใจกษัตริย์ นี่อ้อยังขอของอย่างอื่นอาจเป็นเหตุให้ท้าวลัสเตียนขุ่นเคืองได้ พระฤๅษีคิดว่าอ้อเป็นชาวชนบทไม่รู้ความจึงแอบทำปากบุ้ยใบ้ให้นางรับไว้เสีย แต่เด็กสาวยังนิ่งเฉยอยู่

สำหรับท้าวลัสเตียนนั้นกลับรู้สึกสนใจในตัวเด็กสาวตรงหน้ามากขึ้น แต่เมื่อไม่ทราบว่าที่นางขัดเขานั้นเป็นความกล้าหาญหรือความไร้เดียงสาพญายักษ์จึงแกล้งโกรธ เปร่งสุรสีหนาทว่า “บังอาจ! เราบอกแล้วว่าจะให้ลูกลิงเผือกนั้นมาพบเจ้าเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เจ้ามาเรียกร้องเช่นนี้ ไม่กลัวถูกลงโทษหรือ?”

อ้อสะดุ้ง นางก้มลงตัวสั่น “ถึงท่านจะโกรธฉันก็ตามเถิด ฉันไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว ...ชาวบ้านที่เคยรักฉันก็พากันเกลียดกลัวฉัน พ่อแม่ของฉันก็ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดและไม่ทราบว่าเขายังต้องการฉันหรือเปล่า แม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่ทราบว่าตัวเป็นสิ่งใดกันแน่ ความเข้าใจต่อโลกของฉันถูกลบล้างลงโดยสิ้นเชิงนับแต่เหตุการณ์วันนั้น ...ตอนนี้ ...ตอนนี้ของสำคัญของฉันเหลือเพียงสิ่งเดียวคือน้องชาย”
นางคล้ายตัดสินใจได้ จึงเงยหน้ามองกษัตริย์แห่งลงกาด้วยสายตาอันเด็ดเดี่ยว ท้าวลัสเตียนเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาดังกล่าวกลับยังเป็นฝ่ายหวั่นไหวบ้าง

จากนั้นพญายักษ์เกิดนิยมน้ำใจของเด็กสาวตรงหน้าขึ้นมา จึงปรบมือกล่าวว่า “ดี กล้าดี... เมื่อครู่เราเพียงล้อเล่นดอก ขอบอกตามตรงน้องชายของเจ้ามิใช่ลูกกบิลธรรมดา แต่เป็นบุตรของพระพายเทพแห่งลม ซึ่งเราได้ส่งตัวเขาคืนแก่บิดาแล้ว เวลานี้เขาย่อมมีชีวิตอันสุขสบายอยู่บนสวรรค์ดาวดึงส์ หากเขาปรารถนาจะพบเจ้าเมื่อใด ก็ย่อมทำได้” เขาจึงเล่าเรื่องของพระพายกับนางสวาหะและต้นเหตุที่หนุมานเกิดเป็นกบิลครึ่งคนครึ่งลิงให้ฟัง

ความดังกล่าวทำให้อ้อตะลึงค้างไปอีก เนื่องด้วยคิดไม่ถึงว่าปุยจะมีชาติกำเนิดสูงส่งเพียงนั้น เมื่อบัดนี้ปุยยังไม่ติดต่อนางกลับมา ...หรือว่าเขาเพลิดเพลินกับชีวิตบนสวรรค์จนลืมนางเสียแล้ว?
ขณะเด็กสาวกล่าวสิ่งใดไม่ออก ท้าวลัสเตียนก็เอ่ยว่า “สำหรับเรื่องพ่อแม่ของเจ้า หรือเรื่องชาติกำเนิดนั้น ถึงเรายังไม่ทราบตอนนี้ แต่มีวิธีสืบอยู่เหมือนกัน”

“วิธีใดหรือจ๊ะ?” อ้อร้อง

ท้าวลัสเตียนมองอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย “วิธีนี้อาจลำบากสักหน่อย และจำเป็นต้องใช้งานเจ้าเองด้วย”

เด็กสาวนิ่งไปนิดหนึ่ง จึงกัดฟันแน่วแน่กล่าวว่า “ฉัน... ฉันยินดีทำทุกอย่างจ้ะ”

พญายักษ์หัวเราะ “เป็นเด็กสาวตัวแค่นี้แต่กลับตัดสินใจเด็ดขาดมั่นคงนัก เออ วิธีของข้านั้นมีพื้นฐานง่ายๆ คือเมื่อเบาะแสต่างๆชวนให้เห็นว่าพ่อแม่เจ้าต้องมีความเกี่ยวพันกับพวกนาค ทางสืบสวนที่ดีที่สุด คือต้องไปสืบหาที่นาควารินเมืองหลวงของพวกนาคเอง”

“ท่านหมายความว่าจะให้ข้าไปสืบที่นาควารินหรือจ๊ะ” อ้อถาม

ท้าวลัสเตียนผงกศีรษะ “สังคมของพวกนาคแบ่งแยกตามความบริสุทธิ์ของสายเลือด เมื่อเจ้าแสดงตัวว่าสัมผัสนาคสวาทโดยไร้อันตราย พวกมันย่อมทึ่งในตัวเจ้า เจ้าจะได้รับการต้อนรับเข้าสู่สังคมชั้นสูงของชาวนาคในทันที และนั่นเองจึงเป็นโอกาสให้เจ้าสืบเรื่องราวของเจ้าได้”
เขาลุกขึ้นเอามือไพล่หลัง เดินหันหลังแก่อ้อ “แต่ในการไปนาควารินก็จำต้องมีคนพาไป ซึ่งเราอาจรับธุระนั้นให้ แต่เจ้าต้องสัญญาจะทำงานสืบเอาข้อมูลความลับต่างๆของนาควารินมาให้แก่เราด้วย ...เช่นนี้ดีหรือไม่”

อ้อเห็นข้อเสนอของท้าวลัสเตียนเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการสร้างผลร้ายแก่ผู้อื่นก็นึกลังเล แต่เมื่อพิจารณาดูหากปฏิเสธข้อเสนอนี้ท้าวลัสเตียนอาจเปลี่ยนเป็นบีบบังคับนาง นางย่อมไม่อาจต่อต้านได้ อีกประการหนึ่งนางก็อยากรู้เรื่องเบื้องหลังของบิดามารดาตนอย่างมากเช่นกัน

คิดดังนั้นเด็กสาวจึงก้มลงกราบกล่าวว่า “แล้วแต่ท่านจะโปรดเถิดจ๊ะ” ท้าวลัสเตียนก็หัวเราะ

ฤๅษีโคบุตรซึ่งอยู่ข้างๆเห็นว่าเด็กสาวขัดใจท้าวลัสเตียนแล้วยังรอดปลอดภัยทั้งได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญก็พลอยยินดี เขาจึงเข้าไปกล่าวแก่กษัตริย์ยักษ์ว่า “การที่ให้นางไปเป็นสายลับในหมู่นาคนั้นข้าเห็นด้วย แต่จะให้ไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้ อย่างน้อยเราต้องสอนความรู้พื้นฐาน และมารยาทในการเข้าสังคมชั้นสูงแก่นางก่อน”

ท้าวลัสเตียนลูบคาง “พระอาจารย์กล่าวถูก ถ้าอย่างนั้นพระอาจารย์ช่วยเป็นคนสอนนางได้หรือไม่”

“ข้าหรือ!?” โคบุตรสะดุ้งเพราะไม่นึกว่าภาระดังกล่าวจะตกแก่ตน

“ใช่แล้ว” ท้าวลัสเตียนยิ้มรื่น “พระอาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ต่างๆเหมาะสมจะอบรมนางมากที่สุด”

พระฤๅษีอ้าปากด้วยความตกใจ จึงเหลียวมองอ้อ อ้อก็มองเขาอย่างงงๆเช่นกัน
สุดท้ายโคบุตรย่อมไม่อาจขัดท้าวลัสเตียนได้ จึงรับคำสั่ง

... ... ...

หลังจากท้าวลัสเตียนสืบคดีในขั้นแรกเสร็จแล้ว จึงถือโอกาสส่งขุนนางยักษ์มาสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานีนายตระเวนไว้ในตำบลมัชวารี ส่งข้าราชการซึ่งเป็นยักษ์มาประจำถึงสามสิบคน นอกจากนั้นยังจัดละครนอกเล่นให้ชาวบ้านดูถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน

ชาวบ้านแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีของเช่นนี้มาก่อนก็ดีอกดีใจสรรเสริญท้าวลัสเตียนและพวกมาร พากันเอาข้าวปลาอาหารมาต้อนรับอย่างล้นหลาม บ้านใดมีลูกสาวสวยก็เริ่มเล็งจะยกลูกสาวให้ข้าราชการยักษ์คนใดคนหนึ่งแล้ว

อ้อได้นั่งดูละครของคณะจากลงกาอยู่ห่างๆ เห็นละครแต่ละเรื่องให้บทพวกยักษ์ลงกาเป็นฝ่ายดีซึ่งมาช่วยมนุษย์เอาไว้จากสัตว์ร้ายหรือเภทภัยธรรมชาติ พวกมนุษย์ก็สำนึกบุญคุณพวกยักษ์
ขณะที่ชาวบ้านดูละครเหล่านี้กันอย่างสนุกสนาน มีเพียงอ้อคนเดียวที่รู้สึกหวั่นไหว

สุดท้ายเมื่อถึงกำหนดกลับลงกา เด็กสาวได้โดยสารไปกับสำเภาของท้าวลัสเตียนด้วย นางนั่งมองบ้านเกิดของตนเองจากบนเรือ ในใจรู้สึกเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก เพราะทราบว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นหมู่บ้านของตนในสภาพนี้แล้ว ส่วนในอนาคตจะเป็นเช่นใดนั้น นางมิอาจคาดเดาได้เลย


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 5) หน้าถัดไป (หน้า 7) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 เม.ย. 2551 (22:46)
สวัสดีครับ ใครมาอ่านแล้วชอบ ช่วยคอมเมนต์หน่อยนะครับ ^__^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 เม.ย. 2551 (10:12) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ
รีบๆมาอัพเร็วๆนะคะติดตามอยู่เสมอค่ะ
87379

lบนซ์lOJค่ๅ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 เม.ย. 2551 (20:35)
ขอบคุณคุณ lบนซ์lOJค่ๅ ที่มาให้กำลังใจนะครับ ^___^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 พ.ค. 2551 (09:19)
90388

มาอัพต่อน๊าสู้ๆค่า


 


 


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 พ.ค. 2551 (09:22)
90390

อัพต่อน๊าเปงกำลังจัยให้ค่าแล้วไปเม้นให้กันด้วยนะ


 


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 พ.ค. 2551 (09:49)
90405

การดำเนินเรื่องเยอะและนานมากเลยคนอ่านเข้าจัยอยากน๊า


น๊าจะทำให้สั้นลงหน่อยตัวก็ตัวใหญ่ขึ้นหน่อยนะคะ


ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง(ระวังตัวไว้น๊าmoonak)



 


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 6 พ.ค. 2551 (19:25)
ขอบคุณครับคุณ mooNak
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 พ.ค. 2551 (22:37)
90821

ไปเม้นให้กานบ้างก็ดีน๊าค่า


จะเปงพระคุณอย่างสูง


เรียกแน็กเฉยๆก็ด้ายน๊าค่า


mooNak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 พ.ค. 2551 (03:10)
นิยายรักมันไม่ใช่แนวผมอ่าครับ แน็ก ไม่รู้จะเมนท์ยังไง
ขอโทษทีนะครับ
^^>
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 11 พ.ค. 2551 (10:20) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ
นายอ้ะอัพช้าจังเยยเพิ่งกับมาจากกรุงเทพนะนายอัพเพิ่มแค่ตอนเดียวเองง่ะ

lบนซ์lOJค่ๅ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 11 พ.ค. 2551 (17:35)
สปีดคือประมาณอาทิตย์ละตอนครับ เร็วกว่านั้นข้าพเจ้าไม่ไหว T__T

อ่านแล้วคิดอย่างไรบ้างมาบอกกันบ้างนะครับ ^__^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 12 พ.ค. 2551 (11:18)

สนุกดีค่ะ


เราชอบนะ นิยายแนวเนี่ย


ชอบๆ จะติดตามอ่านนะค่ะ


jennylo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 178 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 12 พ.ค. 2551 (13:25)
ขอบคุณมากจ้าคุณ jennylo
ดีใจจังมีคนอ่านเพิ่ม

^____________^
เชษฐา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 69 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เชษฐา
(เชษฐา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 458 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 เดือน
แบ่งปันความรู้ 7 ครั้ง
ได้รับดาว 69 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

*** ลำนำหกพิภพ : คีตาวารี *** [11,138]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,046]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [397,724]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [412,945]
Global Warming { English } [157,534]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.