vcharkarn
Username : Password : จำไว้ตลอด | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
facebooktwitter
การแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 ครั้งที่ 2 (1)
thong_vcharkarn (105,330 views) first post: Thu 10 April 2008 last update: Thu 26 June 2008
เป็นการแข่งขันที่ท้าทายมากสำหรับนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งจำเป็นต้องนำความรู้ที่ได้เรียนมาปรับใช้เพื่อสร้างรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้โดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมแบบเปิด

หน้าที่ 1 - รายชื่อ 8 ทีมรถอัจฉริยะไร้คนขับที่ผ่านการคัดเลือก

 


 


              สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศร้อน อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ โลกร้อน ใจคนก็ยิ่งร้อนค่ะ ( สังเกตุได้จากตัวเอง และคนรอบข้าง อิอิ )ดังนั้นเลยนำข่าวความสามารถของเยาวชนไทยมาฝากเพื่อคลายร้อนกันดีกว่าค่ะ  นั่นคือ  ข่าวการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551   โดย บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย ภาควิชาเมคาโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) และสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย ประกาศรายชื่อ 8 ทีมสุดยอดรถอัจฉริยะไร้คนขับ ที่ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยทีมรถอัจฉริยะไร้คนขับเหล่านี้ได้รับรางวัลทีมละ 50,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาประสิทธิภาพของรถอัจฉริยะไร้คนขับ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 มิถุนายน 2551



การแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย  ครั้งที่2 

            เพื่อพัฒนาความคิด สร้างสรรค์ และความชำนาญ ในสาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและยานยนต์ ตลอดจนเพื่อกระตุ้นให้เกิด การตื่นตัวและสนับสนุนการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร เตรียมความพร้อมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทย ในการทำโครงการรถอัจฉริยะ สำหรับการแข่งขันนี้ มีการผสมผสานการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น หุ่นยนต์ เครื่องกลและคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อให้ได้ “รถอัจฉริยะไร้คนขับ” ที่สามารถขับเคลื่อนได้เองบนเส้นทางที่กำหนด ให้ได้ระยะทางไกลที่สุดและเร็วที่สุด 
            รถยนต์ของทุกทีมต้องติดตั้งฮาร์ดดิสก์ รุ่น EE 25 ของซีเกท เพื่อเก็บข้อมูลที่วัดได้จากเซนเซอร์ เช่น ตำแหน่งของรถ หรือภาพที่ได้รับจากกล้อง หรือ ข้อมูลอื่น ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน จำนวนความถี่ของ ข้อมูลอย่างต่ำหนึ่งชุดข้อมูลทุก ๆ ระยะทาง 20 เมตร เพื่อเป็นรายงานประกอบการแข่งขัน




          นายเจฟฟรี่ย์ ดี ไนการ์ด รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทซีเกท เทคโนโลยี กล่าวว่า “การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันที่ท้าทายมากสำหรับนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งจำเป็นต้องนำความรู้ที่ได้เรียนมาปรับใช้เพื่อสร้างรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้โดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมแบบเปิด นอกจากการพัฒนาศักยภาพทางด้านเทคนิคแล้ว นิสิตนักศึกษาเหล่านี้จะได้พัฒนาศักยภาพในการทำงานเป็นทีม การใช้เหตุผลและความเชี่ยวชาญอื่น ๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนในโลกดิจิตอล” 
            การแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 แบ่งออกเป็น 3 รอบ คือ รอบคัดเลือกจากรายงานการออกแบบ การแข่งขันรอบคัดเลือก และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในรอบคัดเลือกจากรายงานการออกแบบจะพิจารณาจากรายละเอียดในรายงานการออกแบบรถอัจฉริยะ ซึ่งรายงานจะต้องมีรายละเอียดของรถที่ใช้ ประเภทของเครื่องยนต์ ชนิดของเซนเซอร์ ระบบควบคุม เทคนิคการหยุดรถกรณีฉุกเฉิน และกลยุทธ์การแข่งขัน


          รายชื่อ 8 ทีมรถอัจฉริยะไร้คนขับที่ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ

          1. ทีมพลาสม่า ไอวี (PlasmaIV)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รถวิ่งได้ระยะทาง 1,721.70 เมตร
และเป็นทีมเดียวที่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ทั้ง 4 จุด
          2. ทีมปา-ปา-ย่า (PA-PA-YA)
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที)รถวิ่งได้ระยะทาง 1,878 เมตรและสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ 2 จุด
          3. ทีมดาร์คฮอร์ส (Darkhorse)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รถวิ่งได้ระยะทาง 306.50 เมตร
          4. ทีมเรียล (Real)
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รถวิ่งได้ระยะทาง 279 เมตร
          5. ทีมซิกแซ็ก (Zigzag)
มหาวิทยาลัยขอนแก่น รถวิ่งได้ระยะทาง 223.87 เมตร
          6. ทีมเอ็มยูที ออโต้บ็อต (MUT Autobot)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร รถวิ่งได้ระยะทาง 143.60 เมตร
          7. ทีมอไรว์ (Arrive)
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รถวิ่งได้ระยะทาง 143.40 เมตร
          8. ทีมบาร์ท แล็บ: เวฮิคูลัม (Bart Lab: Vehiculum) มหาวิทยาลัยมหิดล รถวิ่งได้ระยะทาง 117.10 เมตร 

        
      กติกาการแข่งขันในรอบคัดเลือกปีนี้ เพิ่มความท้าทายแก่ผู้เข้าแข่งขัน “โดยมีการเพิ่มความเร็วสูงสุดของรถจากเดิม 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ เพิ่มระยะทางจากเดิม 1,600 เมตร เป็น 1,800 เมตร ที่สำคัญรถ ต้องสามารถบรรทุกผู้โดยสารจำลองซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม ได้ 1 คน ขณะที่รถเคลื่อนที่

          นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถอัจฉริยะไร้คนขับยังเปิดกว้างมากขึ้นทั้งตัวเซ็นเซอร์ อุปกรณ์ควบคุมและรถที่ใช้แข่งขัน ซึ่งผู้ประดิษฐ์รถสามารถตัดสินใจเลือกได้เองแทบทั้งหมด ส่วนอุปกรณ์ที่ได้รับการยืดหยุ่นให้ใช้ในการแข่งขันปีนี้ได้ เช่น เรดาร์ กล้องเลเซอร์ จีพีเอสและแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแล็ปทอปและพีซี คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมรวมทั้งคอมพิวเตอร์แบบฝังตัว เป็นต้น”

           ดร. จักรกฤษณ์ กล่าวเสริมว่า “การจัดการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย ถือเป็นกิจกรรมที่ท้าทายทั้งสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เข้าแข่งขัน อาจารย์ที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดความสนใจของนักพัฒนารุ่นเยาว์เพื่อให้นิสิตนักศึกษาสามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการเรียนไปถึงระดับสูงสุดของการแข่งขันหุ่นยนต์ในปัจจุบัน ทางสมาคมฯ ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนด้านงบประมาณจำนวนกว่า 2.5 ล้านบาท จากบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนานิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยและให้การสนับสนุนการแข่งขันหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง”

         นายเจฟฟรี่ ไนการ์ด รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งรถอัจฉริยะไร้คนขับ จะช่วยพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของนิสิตนักศึกษาให้สามารถนำความรู้เชิงทฤษฎีมาปฏิบัติจริง หัวใจสำคัญคือ นักศึกษาจะประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากจะเกิดจากความสามารถแล้ว พวกเขาจะต้องรักในสิ่งที่เขาทำและมีความสุขที่ได้ทำ ด้วย จึงจะเป็นสูตรสำเร็จที่สมบูรณ์

  



รองศาสตราจารย์ ดร. มนูกิจ พานิชกุล  
 ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ ประเทศไทย 2551 กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ปรากฏว่า ความสามารถของทุกๆทีมค่อนข้างสูสีกันมาก แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการก็ได้คัดเลือก 8 ทีม ที่มีความสามารถสูงสุด เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่เพื่อให้ทีมที่เหลือ ในลำดับ 9 ถึง 15 ซึ่งได้มุ่งมั่นสร้างรถอัจฉริยะได้พิสูจน์ฝีมืออีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมการตัดสินจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทีมรถอัจฉริยะไร้คนขับทั้ง 7 ทีมดังกล่าวเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศด้วย พร้อมได้รับเงินเพื่อพัฒนารถอัจฉริยะไร้คนขับอีก ทีมละ 10,000 บาท และ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน “เอไอทีขอขอบคุณทางสมาคมฯและบริษัทซีเกทฯ ที่มอบความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นปีที่ 2 เอไอทีได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการทำให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ในอนาคต”




          ในการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 รอบคัดเลือก รถของแต่ละทีมจะต้องสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากคนขับทั้งโดยตรง หรือแบบบังคับทางไกล รถจะต้องสามารถเคลื่อนที่ไปบนเส้นทางที่กำหนดให้โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถแบ่งแยกถนนออกจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ และบังคับรถให้วิ่งบนถนนได้

          รถอัจฉริยะที่เคลื่อนที่ ได้ระยะทางไกลที่สุด เร็วที่สุด จะเป็นทีมชนะเลิศ และที่สำคัญรถทุกคันต้องติดตั้งฮาร์ดดิสก์ซีเกท รุ่น EE25.2 ความจุ 60 กิกะไบต์ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลการขับเคลื่อนและข้อมูลอื่น ๆ และรายงานผลต่อคณะกรรมการด้วย

               

          สมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย

          สมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 โดยกลุ่มบุคคลที่มีความสนใจและดำเนินงานเกี่ยวข้องกับ วิศวกรรมหุ่นยนต์อันประกอบไปด้วย นักวิชาการ นักวิจัย และนักอุตสาหกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและ เผยแพร่ความรู้และความเข้าใจในวิทยาการด้านหุ่นยนต์ จัดกิจกรรมการปฏิบัติงานทางวิชาการ เพื่อพัฒนาความรู้ และเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ เป็นศูนย์กลางทางด้านข่าวสารในวิทยาการใหม่ ๆ ของหุ่นยนต์ ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศและสร้างเครือข่ายนักวิจัยและวิชาการเพื่อส่งเสริมการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ในสาขาหุ่นยนต์ และวิศวกรรมอัตโนมัติ ท่านสามารถติดต่อสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยได้ที่ โทร. 0-2889-2138 ต่อ 6446 หรือเว็บไซต์ www.trs.or.th



          บริษัทซีเกท

          ซีเกทคือผู้นำทั่วโลกในการออกแบบ การผลิตและการตลาดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และโซลูชั่นสำหรับบันทึกข้อมูล จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับระบบปฏิบัติการต่าง ๆ รวมทั้งองค์กร เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เครื่องคอมพิวเตอร์มือถือ (Mobile Computing) อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า (Consumer Electronics) และโซลูชั่นที่มียี่ห้อ (Branded Solutions) รูปแบบการดำเนินธุรกิจของซีเกทช่วยเสริมสร้างความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและการผลิตระดับโลก เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีคุณภาพในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมไปยังลูกค้าทั่วโลก ด้วยเป้าหมายในการเป็นผู้นำในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเป็นรายแรกในตลาดทั้งหมดที่เรามีส่วนร่วม บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล การให้การสนับสนุนแก่ลูกค้าและมีความน่าเชื่อถือเพื่อตอบสนองความต้องการบันทึกข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาในโลก ท่านสามารถพบซีเกทได้ทั่วโลกและค้นหาข้อมูลซีเกทเพิ่มเติมที่ www.seagate.com




 ต่อไปเรามาดูรถที่ใช้ในการแข่งขันกันดีกว่าค่ะ







          ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
          รศ. ดร. มนูกิจ พานิชกุล โทรศัพท์ 0-2524-5229 Email: manukid@ait.ac.th 
          นางสาวขวัญจิต สุดสวัสดิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
          โทรศัพท์ 0-2715-2919

          ที่มา :  http://www.thaipr.net/



หน้าที่ 2 - คุณสมบัติต่างๆ

          


             การจัดการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อ ปี พ.ศ. 2550  โดยมีทีมนิสิตนักศึกษามากกว่า 15 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งนี้ ทีมแจ็ค โอแลนเทิร์น (Jack O Lantern ) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชนะเลิศการแข่งขัน ในการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 16 ทีม จาก 13 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศกติการถที่ใช้แข่งขัน



คณะกรรมการ 
(ขอบคุณค้าที่ให้หลบเข้ามาพักในห้องแอร์ ระหว่างเก็บภาพ  อากาศข้างนอกร้อนมากๆ)




           ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้รถที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองหรือรถที่มีขายตามท้องตลาดก็ได้มาพัฒนาดัดแปลงต่อให้เป็นรถอัจฉริยะ ไม่มีข้อจำกัดในประเภทของเครื่องยนต์หรือแหล่งกำเนิดพลังงาน ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในประเภทต่าง ๆ เช่น เบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล แก๊สธรรมชาติ แก๊สปิโตรเลียมเหลว อัลกอฮอล์ หรือสามารถใช้รถที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานประเภทอื่น เช่น รถไฟฟ้า รถไฮบริดจ์ รถพลังงานเคมี หรือรถที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลายประเภทพร้อมกันเป็นต้น


 



คุณสมบัติต่างๆ


คุณสมบัติของรถ
          รถจะต้องสามารถบรรจุผู้โดยสารได้อย่างต่ำ 1 คนและแล่นไปได้ด้วยกำลังของรถเอง (คณะกรรมการจะตรวจสอบคุณสมบัติข้อนี้โดยการตรวจสอบจากการวางได้อย่างเสถียรของผู้โดยสารจำลองที่เป็นวัตถุขนาด 30 เซนติเมตร x 30 เซนติเมตร x 30 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม) รถจะต้องบรรจุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองไว้บนรถ ไม่อนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ ใด ๆ ที่ใช้ในการแข่งขันนอกตัวรถ เช่นที่บริเวณสนามแข่งขัน ขนาดของรถอย่างต่ำคือกว้าง 1 เมตรและยาว 2 เมตร รถจะต้องสามารถทำงานได้ในสภาวะการขับรถจริง เช่น มีแสงแดด มีร่มเงา มีฝนตก





ความเป็นอัจฉริยะ
          รถจะต้องสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากคนขับทั้งโดยตรง หรือแบบบังคับทางไกล รถจะต้องสามารถเคลื่อนที่ไปบนเส้นทางที่กำหนดให้โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถแบ่งแยกถนนออกจากสิ่งแวดล้อม อื่น ๆ และบังคับรถให้วิ่งอยู่บนถนนได้ สามารถรู้ถึงสิ่งกีดขวางที่อยู่กับที่พร้อมทั้งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ สามารถรู้ถึงสัญญาณจราจรเช่น สัญญาณไฟเขียว ไฟแดง หรือสัญญาณบังคับทิศทาง พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด



เซนเซอร์ที่ใช้
          ไม่มีข้อจำกัดของประเภทและจำนวนของเซนเซอร์ที่ใช้ ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้ กล้อง เลเซอร์ เรดาร์ โซนาร์ จีพีเอสและแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ เอนโคดเดอร์ หรือเซนเซอร์ประเภทอื่น ๆ ได้โดยอิสระ



 อุปกรณ์ควบคุมที่ใช้
          ไม่มีข้อจำกัดของประเภทและจำนวนของอุปกรณ์ควบคุมที่ใช้ ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้คอมพิวเตอร์ประเภทใดก็ได้ เช่น เดสก์ทอป แลปทอป พีซี104 พีดีเอ คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ประเภทฝังตัว ไมโครโปรเซสเซอร์



 รถที่ใช้แข่งขัน
          ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้รถที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองหรือรถที่มีขายตามท้องตลาดก็ได้มาพัฒนาดัดแปลงต่อให้เป็นรถอัจฉริยะ ไม่มีข้อจำกัดในประเภทของเครื่องยนต์หรือแหล่งกำเนิดพลังงาน ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในประเภทต่าง ๆ เช่น เบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล แก๊สธรรมชาติ แก๊สปิโตรเลียมเหลว อัลกอฮอล์ หรือสามารถใช้รถที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานประเภทอื่น เช่น รถไฟฟ้า รถไฮบริดจ์ รถพลังงานเคมี หรือรถที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลายประเภทพร้อมกันเป็นต้น




คุณสมบัติของรถ
          รถจะต้องสามารถบรรจุผู้โดยสารได้อย่างต่ำ 1 คนและแล่นไปได้ด้วยกำลังของรถเอง (คณะกรรมการจะตรวจสอบคุณสมบัติข้อนี้โดยการตรวจสอบจากการวางได้อย่างเสถียรของผู้โดยสารจำลองที่เป็นวัตถุขนาด 30 เซนติเมตร x 30 เซนติเมตร x 30 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม) รถจะต้องบรรจุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองไว้บนรถ ไม่อนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ ใด ๆ ที่ใช้ในการแข่งขันนอกตัวรถ เช่นที่บริเวณสนามแข่งขัน ขนาดของรถอย่างต่ำคือกว้าง 1 เมตรและยาว 2 เมตร รถจะต้องสามารถทำงานได้ในสภาวะการขับรถจริง เช่น มีแสงแดด มีร่มเงา มีฝนตก



ความเป็นอัจฉริยะ
          รถจะต้องสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากคนขับทั้งโดยตรง หรือแบบบังคับทางไกล รถจะต้องสามารถเคลื่อนที่ไปบนเส้นทางที่กำหนดให้โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถแบ่งแยกถนนออกจากสิ่งแวดล้อม อื่น ๆ และบังคับรถให้วิ่งอยู่บนถนนได้ สามารถรู้ถึงสิ่งกีดขวางที่อยู่กับที่พร้อมทั้งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ สามารถรู้ถึงสัญญาณจราจรเช่น สัญญาณไฟเขียว ไฟแดง หรือสัญญาณบังคับทิศทาง พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด



เซนเซอร์ที่ใช้
          ไม่มีข้อจำกัดของประเภทและจำนวนของเซนเซอร์ที่ใช้ ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้ กล้อง เลเซอร์ เรดาร์ โซนาร์ จีพีเอสและแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ เอนโคดเดอร์ หรือเซนเซอร์ประเภทอื่น ๆ ได้โดยอิสระ



อุปกรณ์ควบคุมที่ใช้
          ไม่มีข้อจำกัดของประเภทและจำนวนของอุปกรณ์ควบคุมที่ใช้ ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้คอมพิวเตอร์ประเภทใดก็ได้ เช่น เดสก์ทอป แลปทอป พีซี104 พีดีเอ คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ประเภทฝังตัว ไมโครโปรเซสเซอร์
          ไมโครคอนโทรเลอร์ ดีเอสพี พีแอลซี หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ ได้โดยอิสระ 



ความเร็วของรถ
          ความเร็วสูงสุดของรถในการแข่งขันถูกจำกัดไว้ที่ 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง



อุปกรณ์ที่ต้องติดตั้ง
          รถยนต์ของทุกทีมต้องติดตั้งฮาร์ดดิสก์ซีเกท รุ่น EE 25.2 ความจุ 60 กิกะไบต์ เพื่อเก็บข้อมูลที่วัดได้จากเซนเซอร์ เช่น ตำแหน่งของรถ หรือ ภาพที่ได้รับจากกล้อง หรือ ข้อมูลอื่น ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน จำนวนความถี่ของข้อมูลอย่างต่ำหนึ่งชุดข้อมูลทุก ๆ ระยะทาง 20 เมตร เพื่อเป็นรายงานประกอบการแข่งขัน



การหยุดฉุกเฉิน
          ผู้เข้าแข่งขันจะต้องพัฒนาระบบหยุดรถแบบฉุกเฉิน ทั้งแบบปุ่มกด และแบบทางไกลระยะอย่างต่ำ 20 เมตร และสาธิตให้คณะกรรมการพิจาณาว่าสามารถหยุดรถได้จริงในกรณีฉุกเฉินก่อนการแข่งขันทุกครั้ง



เวลาในการแข่งขัน
          เวลาที่ใช้ในการแข่งขันสูงสุดของแต่ละทีมคือ 20 นาที ผู้เข้าแข่งขันสามารถขอยุติการแข่งขันก่อนเวลาการแข่งขันสูงสุดได้ โดยมีข้อกำหนดขณะเริ่มการแข่งขันว่าจะต้องเคลื่อนที่ออกจากจุดสตาร์ทให้ได้ภายใน 5 นาที ในช่วง 5 นาทีนี้ผู้เข้าแข่งขันสามารถรีไทร์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ผลของการแข่งขันจะพิจารณาจากการวิ่งครั้งไกลที่สุด รถถูกพิจารณาว่าออกนอกเส้นทางเมื่อทุกล้อออกนอกถนน



การพิจารณาผลการแข่งขัน
          การแข่งขันในรอบแข่งคัดเลือก ผู้เข้าแข่งขันจะต้องพัฒนารถไร้คนขับให้วิ่งไปบนเส้นทางที่กำหนดให้ที่มีสิ่งกีดขวาง ติดตั้งอยู่บนเส้นทางอย่างสุ่ม ทีมที่วิ่งได้ระยะทางไกลที่สุดเร็วที่สุด 8 ทีมแรกจะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 50,000 บาท
          การแข่งขันในรอบแข่งชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องพัฒนารถไร้คนขับ ให้วิ่งไปบนเส้นทางที่กำหนดให้ โดยที่เส้นทางจะถูกกำหนดให้ก่อนการแข่งขัน 1 ชั่วโมง ในลักษณะของตำแหน่งต่าง ๆ ที่รถจะต้องวิ่งผ่านตามลำดับ บนเส้นทางจะมี สิ่งกีดขวางติดตั้งอย่างสุ่ม ก่อนทางแยกบางจุดจะมีสัญญาณไฟจราจร บนเส้นทางจะมีสัญญาณจราจรต่าง ๆ รถต้อง ปฏิบัติตามสัญญาณไฟและสัญญาณจราจร นอกจากนี้บนเส้นทางจะมีสิ่งที่อาจจะรบกวนสัญญาณ GPS การตัดสิน ทีมชนะเลิศ จะพิจารณาจากทีมที่วิ่งได้ระยะทางไกลที่สุดเร็วที่สุดและปฏิบัติตามกฎจราจรมากที่สุด 



 คุณสมบัติของทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน
          สมาชิกในทีมต้องเป็นนักศึกษาระดับอาชีวะศึกษา ระดับอุดมศึกษา หรือ สูงกว่า ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทย มีสมาชิกในทีมไม่เกิน 10 คน และมีอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เกิน 3 คน สมาชิกทุกคนในทีมและอาจารย์ที่ปรึกษาต้องเป็นสมาชิกสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย
          รางวัล
          รางวัลชนะเลิศ 300,000 บาท
          รางวัลรองชนะเลิศ 200,000 บาท
          รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม 50,000 บาท
          รางวัลความคิดสร้างสรรค์ 50,000 บาท
          รางวัลออกแบบยอดเยี่ยม 50,000 บาท
          8 ทีมที่ทำคะแนนสูงสุดที่ผ่านเข้ารอบแข่งชิงชนะเลิศ ทีมละ 50,000 บาท




 



กรณีข้อพิพาทของกฎกติกา

          ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎให้ถือดุลยพินิจของคณะกรรมการตัดสินเป็นเกณฑ์ ความเห็นของคณะกรรมการตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุด



กำหนดการ
          22 กุมภาพันธ์ 2551 วันสุดท้ายของการลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันและส่งรายงานการออกแบบ
          27 กุมภาพันธ์ 2551 อบรมผู้เข้าร่วมแข่งขัน ชี้แจงกฎกติกา
          2 เมษายน 2551 แข่งรอบคัดเลือก
          4 มิถุนายน 2551 แข่งรอบชิงชนะเลิศ
          หน่วยงาน
          ผู้จัดการแข่งขัน สมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย
          ภาควิชาเมคาโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย
          ผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
          ผู้สนับสนุนการแข่งขัน สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย 
 




ทีนี้เรามาดู หลักการการทำงาน จาก รถที่เข้าแข่งขันกันค่ะ



หน้าที่ 3 - ภาพบรรยากาศในงาน

 



เก็บภาพมาฝาก  เป็นระยะๆเลยค่ะ








 



ทีมพลาสม่า ไอวี (PlasmaIV)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รถวิ่งได้ระยะทาง 1,721.70 เมตร
และเป็นทีมเดียวที่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ทั้ง 4 จุด



 





 



ทีมปา-ปา-ย่า (PA-PA-YA)
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที)รถวิ่งได้ระยะทาง 1,878 เมตรและสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ 2 จุด




--------------------------------------------------------------



    


ภาพบรรยากาศ ณ จุด Start  มุมนี้มีเพียงที่นี่ที่เดียวค่ะ  หาที่อื่นไม่ได้แน่นอน  ข้างล่างมีแต่ช่างภาพหนุ่มๆทั้งนั้น เลยขึ้นมาข้างบนดีกว่า  อิอิ


      

สนใจรูปไหน ทิ้ง e-mail ไว้ ทางเรายินดีจัดส่งให้ค่ะ 


             






ต่อไป จะเป็นหนึ่งในทีมนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ค่ะ จะมาร่วมแบ่งปันความรู้กัน



หน้าที่ 4 - ทีม Climate Monkey

 



ทีม Climate Monkey












ทีม Climate Monkey

                  เป็นหนึ่งในตัวแทนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
                  โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา 2 คน และนักศึกษาสมาชิก 9 คนดังต่อไปนี้



 




รูปที่  1 สมาชิกทีมและรถอัจฉริยะ





อาจารย์ที่ปรึกษา
ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ
อ.ศมิทธิ์ เอมสมบัติ







ทีมนักศึกษา

1 นาย ก้องเกียรติ์ เรือนไทย (ก้อง)
   นักศึกษาปริญญาโท วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 1
2 นาย กร พวงนาค (ดิว)  korncom09@hotmail.com
   นักศึกษาปริญญาโท วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 2
3 นายขวัญพงศ์ เมืองสมุทรนาวี (น็อต) NOT_Khwanpong@hotmail.com
นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 2
4 นายกิติศักดิ์ อุดมโชค (ปลาทู) kitisak_narak@hotmail.com
นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 2
5 นายกฎษฏ์ เจนวิทยชัย (ปีแอร์) Krid_crazy@hotmail.com
นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 2
6 นายคณิต พิกสิต (ต่อ) Kanit_boyz@hotmail.com
นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมแมกคาทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 2
7 นายกิตติวัฒน์ อรหะไพฑูรย์ (แชมป์) C.H.A.M.P.s@hotmail.com
นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 2
8 นายจักรกฤษณ์ ชัยวงศ์วรณนท์ (จักร) non_saki@hotmail.com
นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่ 2
9 นายเสรี รุ่งรัตน์ (ช้าง) chang969@windowslive.com ช่างเทคนิคประจำทีม





                ทีม Climate Monkey   กล่าวว่า    " การแข่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกของทีมพวกเราซึ่งต้องขอบคุณ ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ กับ อ.ศมิทธิ์ เอมสมบัติ ที่มีให้การสนับสนุนและให้คำปรึกษารวมถึงการให้กำลังใจพวกเราทำให้ ทีมเราตั้งใจทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ถึงจะเหนื่อยก็ตาม แต่พวกเราก็ทำอย่างเต็มที่"



 



หลักการที่ใช้ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนโดยไร้คนขับ
จะแบ่งเป็นสามส่วนหลักๆ ดังนี้

ส่วนที่ 1        ควบคุมรถให้เลียวซ้าย เลียวขวา เดินหน้า ถ้อยหลัง และระบบเบรก
                  โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล PIC เป็นหัวใจหลักในการควบคุมระบบหลักของรถ 
 




รูปที่2  วงจรไมโครคอนโทรลเลอร์และภาคไดร์มอเตอร์
ในระบบเลี้ยวจะมีเซอร์โวมอเตอร์ที่ควบคุมระบบเลี้ยวแทนมือคน




 
รูปที่3 เซอร์โวมอเตอร์




 และระบบเดินหน้า ถ้อยหลัง และระบบเบรก จะใช้ DCมอเตอร์สองตัวตัวแรก
ใช้ระบบเบรก ตัวที่สองใช้เดินหน้า ถ้อยหลัง  




 
รูปที่4 DCมอเตอร์ที่ใช้เบรก



 



 
รูปที่5  DCมอเตอร์ที่ใช้เดินหน้า ถ้อยหลัง




ส่วนที่ 2        เซ็นเซอร์ที่ป้องกันการชนของรถซึ่งจะตรวจจับวัตถุหรือสิ่งกีดขวาง เมื่อตรวจพบจะส่งสัญญาณไปให้ไมโครคอนโทรลเลอร์
                   เพื่อทำการหลบหลีกวัตถุหรือสิ่งกีดขวาง เซ็นเซอร์ที่ทีมเราใช้คือ SRF 04 เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับและวัดระยะทาง
                   ด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิค สามารตรวจจับได้ตั่งแต่3ซม.จนถึง3เมตร
 




รูปที่6 เซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิค




ส่วนที่  3           บังคับทิศทาง ส่วนนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันถ้าไม่มีส่วนนี้แล้วก็จะทำให้รถวิ่งผิดเส้นทางได้  
                      ทีมเราจึงได้ใช้ GPSในการระบุพิกัดตำแหน่ง ของละติจูดกับ ลองติจูด



 




 
รูปที่7  เสารับ GPS




 
รูปที่8 GPS




รถที่วิ่งในสนามนำมาทำแผนที่ ในรถอัจฉริยะจำเป็นต้องมี COMPASS เป็นเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อรถวิ่งถูกทิศทางโดยอ้างอิงกับแผนที่ในการวิ่งของรถอัจฉริยะ




 
รูปที่9  COMPASS



ข้อผิดพลาดที่ทำให้รถไม่สามารถ วิ่งจนถึงเส้นชัยได้

               ประการแรกคือด้วยระยะเวลาในการพัฒนาที่มีอย่างจำกัด โดยคณะทีมพัฒนามีเวลาโดยรวมประมาณ 2 เดือน ประการที่สองโครงสร้างที่เป็นรถสามล้อทำให้การวิ่งทางตรงทำได้ยาก ถึงแม้จะตั่งศูนย์ล้อตรงก็ตาม ซึ่งแก้ไขของทีมคือการหันเลี้ยวแก้ในทิศตรงกันข้ามเพื่อแก้ความผิดพลาด ประการที่สามความผิดพลาดของ GPS สูงถึง 10 เมตร จึงทำให้รถออกนอกเส้นทางในที่สุด



                ในอนาคต จะต้องปรับปรุงพัฒนาส่วนกล้อง ถ้าไม่มีกล้องก็เหมือนกับรถที่คนขับตาบอดไม่รู้ว่าจะหลุดถนนเมื่อไร ทีมเราจะต้องพัฒนาส่วนนี้อย่างแน่นอนและการปรับปรุงระบบทุกระบบให้มีประสิทธิ์ภาพมากที่สุด โดยประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งขันครั้งนี้ สามารถนำไปปรับใช้ในการแข่งรอบต่อไปได้ โดยเชื่อว่านักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังแห่งนี้ ก็มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าใครๆ



                 สำหรับน้องๆ ที่มีฝันที่จะสร้างรถอัจฉริยะหรือสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ จงอย่าทิ้งความฝัน ถ้าตั้งใจจริงแล้วก็ต้องสำเร็จแน่นนอน 

                   การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ได้ประสบการณ์ แต่รากฐานที่สำคัญคือความรู้ที่ได้จากห้องเรียน ถ้ามีข้อสงสัยหรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ห้องปฏิบัติการระบบสมองกลฝังตัว(603) ตึก ECC สถาบันเทคโนโลยีพระจอมจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  หรือ ติดต่อได้ที่ NOT_Khwanpong@hotmail.com
 




รูปที่ 10 โครงสร้างของรถอัจฉริยะ




 
รูปที่ 11 รถอัจฉริยะและหนึ่งในสมาชิกทีมหลังการแข่งขัน




 
รูปที่ 12 การเตรียมความพร้อมก่อนแข่งขัน









ขอขอบคุณข้อมูลจาก     ทีม Climate Monkey  
                                 นายขวัญพงศ์ เมืองสมุทรนาวี (น็อต) NOT_Khwanpong@hotmail.com
                                 นักศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 2
                                 นาย กร พวงนาค korncom09@hotmail.com



 




หน้าที่ 5 - ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

            หลังจากรอคอยกันมาจากการแข่งขันคัดเลือก 8 ทีม  เมื่อคราวที่แล้ว ในที่สุด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2551  ก็ได้ทีมผู้ชนะเลิศแล้วค่ะ  ทีมรถอัจฉริยะไร้คนขับ “อะ-ไรฟว์ (Arrive)” จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คว้าแชมป์ในการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สอง โดยสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย ภาควิชา       เมคาโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย และสนับสนุนการจัดการแข่งขันโดย บริษัทซีเกท เทคโนโลยี   (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ทีมชนะเลิศ ได้รับรางวัลเงินสด 300,000 บาท 


  การแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 แบ่งออกเป็น 2  รอบคือ รอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ ในการแข่งขันรอบคัดเลือกเมื่อเดือนเมษายน  ศกนี้ ผู้เข้าแข่งขัน จำนวน  16 ทีม จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ได้พัฒนารถอัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ปราศจากคนขับทั้งโดยตรง หรือแบบบังคับทางไกล  
               การพัฒนารถอัจฉริยะเป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสตร์ด้านการทำงานอัตโนมัติ กับเทคโนโลยีด้านยานยนต์ เครื่องกลและคอมพิวเตอร์ รถอัจฉริยะที่สร้างขึ้นจะต้องสามารถเคลื่อนที่ไปบนเส้นทางที่กำหนดให้และใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถแบ่งแยกถนนออกจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ และบังคับรถให้วิ่งบนถนนได้   
               รถทุกคันต้องติดตั้งฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ซีเกท รุ่น EE25.2 ความจุ 60 กิกะไบต์ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลการขับเคลื่อนและข้อมูลอื่น ๆ และรายงานผลต่อคณะกรรมการด้วย

               การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีที่สองนี้  โจทย์ในการแข่งขันจะยากกว่าในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเมื่อปีก่อน เนื่องจากเส้นทางการแข่งขันของแต่ละทีมจะไม่เหมือนกัน  โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะทราบเส้นทางล่วงหน้าภายในเวลา ไม่นานก่อนการแข่งขัน  รถจะต้องปฎิบัติตามคำสั่งจากป้ายจราจรทั้งหมด 7 ประเภทและต้องสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง 3 สิ่ง รถอัจฉริยะไร้คนขับที่เคลื่อนที่ได้ระยะทางไกลที่สุด เร็วที่สุด และปฏิบัติตามกฎจราจรมากที่สุดจะเป็นทีมชนะเลิศ



               ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ นายกสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย กล่าวว่า “วัตถุประสงค์หลัก3 ประการของการจัดการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 คือ ประการแรก เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และความชำนาญ ในสาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและยานยนต์   ประการที่สอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและสนับสนุนการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร ประการที่สาม เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทยในการทำโครงการรถอัจฉริยะ”



 นายเจฟฟรี่ย์ ดี ไนการ์ด รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้าย)
มอบของที่ระลึกแก่ศาสตราจารย์ชัยวัฒน์ ต่อสกุลแก้ว รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ขวา)
ในโอกาสที่ท่านรองปลัดฯ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551  รอบชิงชนะเลิศ



                นายเจฟฟรี่ย์ ดี ไนการ์ด      รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด    กล่าวว่า  "ปีนี้เป็นปีที่สองที่ซีเกทให้การสนับสนุนการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่มีความท้าทายและโดดเด่นที่สุดแห่งปี  บริษัทซีเกทมีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาไทยนำทฤษฏีที่ได้เรียนรู้ ในห้องเรียน มาปรับใช้ในการพัฒนารถอัจฉริยะไร้คนขับ โดยใช้ศาสตร์ด้านการทำงานอัตโนมัติ ผสมผสานกับเทคโนโลยีด้านยานยนต์ เครื่องกลและคอมพิวเตอร์มาสร้างรถอัจฉริยะให้ประสบความสำเร็จ  “การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นการพัฒนาศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเยาวชนไทย โดยการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนเหล่านี้ เพื่อให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศต่อไป”
               รองศาสตราจารย์ ดร. มนูกิจ พานิชกุล      ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาเมคาโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที)   กล่าวว่า “การแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะเป็นการแข่งขันพัฒนารถไร้คนขับให้วิ่งไปบนเส้นทางที่กำหนดให้ ให้ไกลที่สุดและปฏิบัติตามกฎจราจรมากที่สุด การแข่งขันนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่สองในประเทศไทย มีไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่มีศักยภาพในการจัดการแข่งขันเช่นนี้ได้ การแข่งขันนี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ของวิศวกรรมหุ่นยนต์ รวมกับเทคโนโลยียานยนต์ และงบประมาณค่อนข้างสูงในการสร้างรถอัจฉริยะ 
              “กติกาของการแข่งขันในปีนี้มีความยากมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากเส้นทางการแข่งขันของแต่ละทีมจะไม่เหมือนกัน นอกจากนี้แต่ละทีมจะรู้เส้นทางล่วงหน้าไม่นานก่อนการแข่งขัน รถจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งจากป้ายจราจรทั้งหมด 7 ประเภท อันประกอบไปด้วย สัญญาณไฟแดง เหลือง เขียว สัญญาณบังคับเลี้ยวซ้าย ขวา และสัญญาณบังคับความเร็วต่ำ สูง และยังต้องหลบหลีกสิ่งกีดขวาง 3 สิ่ง ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดถูกติดตั้งอย่างสุ่ม การตัดสินทีมชนะเลิศจะพิจาณาจากทีมที่วิ่งได้ระยะทางไกลสุดและปฏิบัติตามกฎจราจรมากที่สุด 
              “ผมหวังว่าการแข่งขันนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ประเทศไทยของเราเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกที่มีศักยภาพใน  การพัฒนารถไร้คนขับขึ้นมาใช้จริงในอนาคต ผมเชื่อว่านักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ความหวังนี้เป็นจริง”
 
               ทีมรถอัจฉริยะไร้คนขับที่ได้รับรางวัล




รางวัลชนะเลิศ  รถอัจฉริยะไร้คนขับ “อะ-ไรฟว์ (Arrive)” จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 
   รับรางวัลเงินสด   300,000 บาท 


                    การพัฒนารถอัจฉริยะเป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสตร์ด้านการทำงานอัตโนมัติ กับเทคโนโลยีด้านยานยนต์ เครื่องกลและคอมพิวเตอร์ รถอัจฉริยะที่สร้างขึ้นจะต้องสามารถเคลื่อนที่ไปบนเส้นทางที่กำหนดให้และใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถแบ่งแยกถนนออกจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ และบังคับรถให้วิ่งบนถนนได้  รถอัจฉริยะที่เคลื่อนที่ได้ระยะทางไกลที่สุด เร็วที่สุด และปฏิบัติตามกฎจราจรมากที่สุดจะเป็นทีมชนะเลิศ



            รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ทีม    ปา-ปา-ย่า (PA-PA-YA)  จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที)
รับรางวัลเงินสด  200,000  บาท




            รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ได้แก่    ทีมดาร์ค ฮอร์ส (Dark Horse) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
รับรางวัลเงินสด  50,000 บาท



            รางวัลความคิดสร้างสรรค์ได้แก่    ทีมเรียล (Real) จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์      
รับรางวัลเงินสด  50,000 บาท



            รางวัลออกแบบยอดเยี่ยมได้แก่   ทีมพลาสม่า ไอวี  (Plasma IV) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รับรางวัลเงินสด 50,000  บาท



 ตัวแทนจากสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย ภาควิชาเมคาโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที)
สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับนิสิต
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ เทคนิคยอดเยี่ยม ความคิดสร้างสรรค์และออกแบบยอดเยี่ยมในการแข่งขันสร้างรถอัจฉริยะชิงแชมป์ประเทศไทย 2551 รอบชิงชนะเลิศ



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 2 17 เม.ย. 2551 (14:30)

ถ้าประเทศไทย มีบุคลากรที่มีความสามารถมากขนาดนี้ ผมว่าไม่แพ้ใครแน่นอนครับ



ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับบุคคลที่มีค่าเหล่านี้ด้วยอีกคนครับ


vmd เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน39 ครั้ง - ดาว 720 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 3 17 ก.ค. 2551 (23:05)

หวัดดีค๊า  วันนี้แวะมาทักทาย เพิ่งจะสมัครสมาชิกค่ะ
เห็นข่าวที่เอามาฝากแล้วรู้สึกภูมิใจเด็กไทยจัง  เก่งๆกันทั้งนั้นเลย
แต่ว่าอยากรบกวนนิดนึงน่ะค่ะ พอดีอยากได้รูปทีม ปาปาย่า ที่เห็นลงไว้ในบอร์ดที่ถ่ายสมาชิกหมู่กันทุกคนน่ะค่ะ  ยังไงรบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
newandhina@hotmail.com


new_ja เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 4 17 ก.ย. 2551 (17:14)

คุณ  vmd         ภูมิใจเช่นกันค่ะ  เด็กไทยเก่งจริงๆ

คุณ new_ja     ค่ะ  แล้วจะรีบส่งให้นะค่ะ


thong_vcharkarn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน239 ครั้ง - ดาว 234 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 5 17 ธ.ค. 2552 (20:24)

เก่งกันจริงๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลคะ









จำนงค์สีบูพิมพา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน20 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว




thong_vcharkarn
(ทอง)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 44,299 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 239 ครั้ง
ได้รับดาว 234 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : star@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-9620127
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in3.2166 seconds !