<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36217" type="text/javascript"></script> |
|
New name /The K-dorafins story and the Hero of dragon
เอาปกหนังสือมาให้ดูครับ
ตอนนี้หนังสือวางแผงแล้วครับผม*-* เอาชื่อตอนทั้งหมดมาให้ดู
เด็กชายผู้หลงเหลือจากสงครามเลือดอันดุเดือดและอำมหิตจากน้ำมือจอมมารชั่ว เดมอน และแล้วการผจญภัยของการตามหาแหวนในตำนานทั้งหกก็เกิดขึ้น เมื่อเขาโตเป็นหนุ่มวัยยี่สิบห้าป
post ครั้งแรก: Thu 10 April 2008, 9:40 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 20 July 2008, 11:28 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
ดวงอาทิตย์สว่างจ้ากลางศีรษะของเหล่าผู้คนที่แห่แหนมาชมการประลองกันอย่างคับคั่ง มันช่างเป็นวันที่ร้อนระอุเหลือเกิน การปะมือยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงปะทะของโลหะกับเสียงโห่กึกก้องของผู้คนในสนามต่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เครัสรีบออกมาจากห้องที่มีแต่เหล่าผู้กล้า สีหน้าแต่ละคนคร่ำเครียดกับการประลองอันน่าตื่นเต้น เครัสก็แสดงสีหน้าเฉกเช่นเดียวกันแต่มีเรื่องให้ต้องหนักใจถึงสองเรื่องด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสังเวียนต่อสู้แห่งเกีรยติยศหรือเพื่อนสาวที่จากไปโดยไม่ได้ล่ำลาสักคำ เครัสเริ่มปลีกตัวออกมาจากอัศวินวัยฉกรรจ์ที่รอการประลองทั้งหลาย และหลายๆคนที่ฝ่ายแพ้แล้วต่างก็กำลังทยอยกันออกมา
เครัสเดินอาดๆมายังป่าใหญ่ข้างๆสนามประลองอันมโหฬารเกินคำบรรยาย ที่นี่เต็มไปด้วยต้นเมโด้ที่แข่งกันพุ่งสูงเฉียดฟ้าราวกับจะพุ่งสู่แดนสวรรค์ ส่วนที่ต่ำลงมาหน่อยจะมีต้นไม้เรียงรายกันปะปำและเถาวัลย์แซมอยู่ทุกทุกต้น เขารู้สึกว่าเมื่อเข้าสู่อาณาเขตแห่งนี้ ความสดชื่นได้พลุ่นพล่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย เสียงขับกล่อมอันไพเราะของนกนีกาโดแจ้วจ้าวเป็นจังหวะจะโคน ทำให้เขาหยุดนิ่งและเอียงหูฟัง ดวงตาทอประกายของเขากวาดตาดูป่าที่เปรี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของต้นไม้ใบหญ้า
ต้นไม้สลับซับซ้อนเหลือเกินจนมองไม่เห็นก้นป่าที่ลึกลงไป เห็นแค่เพียงแค่สีดำสลัวเท่านั้น ทันใดนั้นเครัสเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลมาก ควันโขมงลอยขึ้นฟ้าไปเป็นสายราวกับมีคนมาก่อกองไฟปิกนิก ชายหนุ่มถึงกับชะงักทำให้รสแห่งธรรมชาติหายไปในพริบตาเมื่อเสียงๆหนึ่งแว่วตามลมเข้ารูหูแทนเสียงนกนีกาโด
โอ๊ยเสียงมาจากกลางป่าพร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงของสัตว์
โคซิเนียเครัสอุทาน เสียงเธอ เสียงเธอ
ชายหนุ่มรุดหน้าไปตามต้นเสียงนั้นทันที เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นทุกจังหวะหายใจ ตายังจับจ้องควันไฟอย่างไม่ละสายตา แต่ต้นเมโด้และต้นไม้เจ้ากรรมอันซับซ้อนขัดขวางเหมือนไม่เป็นใจ เขาเดินใกล้เข้าไปควันไฟนั้นทุกที ทุกที ไม่นานเครัสก็แหวกเถาวัลย์ออกมาจนได้
เครัสยิ้มแป้นพลางหอบเพราะหญิงสาวผมทองยาวสลวยอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง แต่ทว่าเขาต้องสะดุ้งเฮือกทันที เมื่อตัวเธอกำลังปะมืออยู่กับเหล่าอมนุษย์ประหลาดผอมกะหร่องสีดำทมิฬ หูเรียวแหลมเหมือนหูค้างคาวยักษ์ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีเขียวสว่าง เปลวเพลิงสีมรกตถูกปล่อยออกมาจากปากกับฝ่ามืออันแห้งเหี่ยวที่เล็บสีเหลืองอ๋อยนั้นยาวแหลม พวกมันร้อยๆตัวพุ่งเข้าใส่โคซิเนีย เธอใช้ไม้เท้ายาวๆอันหนึ่งส่องแสงสีน้ำเงินสว่างฟาดใส่เจ้าดำไม่ยั้ง เครัสเห็นต้นแขนของเธอถูกเผาเป็นรอยไหม้และมีเลือดไหลซิบซิบ
เขาตะลึงงันอย่างมหันเมื่อเห็นตัวประหลาดพวกนี้ จิตใจเริ่มสั่นรัวรวมทั้งความนึกคิดก็ดับวูบลงทันที ขาทั้งสองข้างไม่กล้าที่ขยับแม้เพียงก้าวเดียว เครัสรู้สึกไม่เคยกลัวอะไรเช่นนี้มาก่อน นี่เขากำลังกลัวพวกปีศาจสีดำที่กำลังรุมทำร้ายโคซิเนียอยู่อย่างนั้นหรือ และจู่ๆอารมณ์เกลียดชังก็พลุ่งพล่านขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุและอีกอย่างเขาไม่อาจที่จะทนให้พวกมันรุมทำร้ายเธออย่างทารุณได้หรอก เครัสชักดาบออกมาจากฝักอย่างเร็วแล้วพุ่งออกจากพุ่มไม้ โคซิเนียหันควับรอยยิ้มเธอแสดงบนสีหน้าดีใจแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปสู้ต่อ เครัสฟันพวกมันอย่างไม่ยั้ง ทั้งสองสังหารตัวประหลาดจนตายเกลื่อนกลาด เลือดสีเขียวสดจากรอยฟันไหลทะลักออกมาอย่างน่าขยะแขยง ร่างไร้วิญญาณของพวกมันสลายกลายเป็นขี้เถ้าไปในพริบตา เครัสพยายามประคองโคซิเนียขึ้นมาอย่างทะนุถนอมเพราะเธอเข่าอ่อนจนเกือบจะทรุดลงไป
เครัส เธอมาได้ไงโคซิเนียถามขณะเอามืออีกข้างปิดแผล พร้อมกับไม้เท้าในมือของเธอก็กลายเป็นควันหมอกสีขาวสะอาดและอันตธานหายไปในชั่วอึดใจต่อมา
ก็มาตามเสียงเธอนั่นแหละและอีกอย่างนะเธอก็หนีฉันมาไม่บอกไม่กล่าวเครัสตำหนิพลางมองดูหน้าหญิงสาวที่ดำจากเขม่าควัน
คือ ฉัน...หญิงสาวตอบไม่สิ้นคำ
เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดล่ะ ไปจากป่านี้ก่อนเถอะชายหนุ่มเร็วปรื๋อ
เดี๋ยวก่อนโคซิเนียบอกให้หยุดแล้วฝืนวิ่งไปยังต้นไม้ข้างๆ
คุณลุงค่ะ คุณลุงเธอพยายามปลุกชายชราคนหนึ่งที่กำลังนอนไร้สติอยู่
เธอประคองร่างชายไร้สติของชราตัวสูง เขาแต่งกายด้วยผ้าธรรมดาเรียบๆเปรียบคนสวน อาจเป็นเพราะ ผมสีขาวที่ยาวเฟ้ยและยุ่งเยิ๋ง แถมยังมีตะกร้าไม้เปล่าๆล้มคว้าอยู่ข้างๆ
โคซิเนียพาเขาเดินเข้ามาหาเครัส วานให้ช่วยประคองแทนทีเพราะเธอจะไม่ไหวแล้ว เครัสนึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปประลองรอบสองแล้ว เขาพยามประคองชายชราแล้วใช้ดาบฟันเถาวัลย์ที่ตวัดม้วนกันเต็มไปหมด ชายหนุ่มรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วเท่าที่จะเร็วได้เพื่อไปถึงสนามประลองให้ทัน โคซิเนียเอามือปิดบาดแผล สีหน้าเธอเริ่มเผือดแล้วแต่ก็รีบลากเท้าตามหลังมาติดๆ ในที่สุดทั้งสามก็ออกมาจากป่าทึบนี้ได้สักที ไม่กี่อึดใจเสียงประกาศก็ดังขึ้นว่า
เครัส เดโรม่า สละสิทธิ์การแข่งขัน เพราะไม่เข้าร่วมการประลอง ดังนั้นเคโมย่า คอสเป็นฝ่ายชนะครับ...เสียงกรรมการดังมาจากข้างในพร้อมกับเสียงโห่แสดงความดีใจของกองเชียร์อีกฝ่าย
เครัสอึ้งอยู่พักหนึ่ง เขากลับมาไม่ทันการแข่งขันเสียแล้ว มือที่หมดแรงปล่อยดาบหล่นลงพื้น เข่าอ่อนจนทรุดลงไปดังตึกจนผิวดินยุบ โคซิเนียอุบปากด้วยความตกใจไม่น้อยไปกว่ากัน ชายชราที่ช่วยจากในป่าลืมตาขึ้นมาหน่อยเพราะเสียงประกาศ ก่อนที่ขาเขาจะซัดล้มไปโคซิเนียก็วิ่งมาประคองไว้
เครัสเห็นพ่อ แม่พร้อมด้วยพี่ชายวิ่งตามกันออกมาเพื่อหาตัวเขา สีหน้าทั้งสามงงงันกับเขาเป็นอันมาก ใบหน้าที่เกรอะด้วยคราบเขม่าถูกชะล้างด้วยน้ำตาที่เอ่อไหลออกมา ทั้งสามวิ่งห้อเข้าไปหา โคซิเนียค่อยๆวางชายชราลง เธอเข้านั่งลงใกล้แล้วเอามือตบไหล่เบาๆเสียงสะอื้นจากด้านหลังทำให้รู้ว่าเธอกำลังร้องไห้เป็นเพื่อน เครัสลุกขึ้นกอดพ่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งน้ำตา
พ่...อ...ผ...ม...ท...ำ...ไ...ม่...ไ...ด้...เขาบอกพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ไม่เป็นไรลูก ลูกต้องมีเหตุผลผู้เป็นพ่อปลอบใจพลางตบหลังเขาเบาๆ
ใช่ค่ะ เพราะหนูเขาถึงเป็นแบบนี้โคซิเนียปล่อยโฮหนักขึ้นอีก
โถ่ลูกแม่ ไม่เป็นไรนะแม่รูปหัวของเครัสทั้งน้ำตา
เอ้า...โคซิเนียเคมีเรียเลือบไปเห็นเธอ
ค่ะ หนูต้องไปแล้วขอตัวก่อนเธอกล่าวลาและประคองชายชราที่กำลังหมดแรงอยู่ ใบหน้าเธอซืดยิ่งกว่าเดิมอีก
อย่าไปนะ อย่าให้ฉันเสียใจไปมากกว่านี้ โคซิเนียชายหนุ่มตวาดพลางปาดน้ำตาออก
ใช่ ตอนที่เธอหนีไปเขาก็คิดถึงเธอมากนะคิวพูดออกมาแทนความรู้สึกน้องชายอย่างอัดอั้นพร้อมกับประคองชายชราไว้
....หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก
อุ๊ย...นี่บาดเจ็บด้วยไม่ใช่หรอ ไปที่บ้านป้าก่อนเถอะเคมีเรียชำเลืองเห็นแผลที่เลือดไหลจนโชกแขนเสื้อ
ขอบคุณค่ะ แต่...เสียงของเธอแผ่วลง ก่อนที่ร่างจะล้มลง
เครัสตกใจอีกครั้ง เขารีบพุ่งแขนเข้ารองรับร่างเธอไว้ทัน ก่อนจะล้มถึงพื้น
พวกเขาทิ้งสนามประลองที่อึกทึก แล้วพากันกลับบ้านไปรักษาชายชรากับโคซิเนีย ทั้งสองถูกพาเข้าไปในบ้าน ประตูห้องรับแขกถูกเหวี่ยงออกด้วยฝ่าเท้าของคิว เครัสวางร่างโคซิเนียเนียไว้บนเตียง ส่วนคิวก็วางชายชราไว้อีกเตียงหนึ่ง แม่วิ่งห้อขึ้นมาในมือถือกล่องพยาบาลเข้ามาส่วนอีกข้างถือกะละมังใบเล็กที่มีผ้าชุบน้ำหมาดๆมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง คิวกับพ่อเดินเข้ามาหาชายหนุ่มขณะที่เคมีเรียกำลังเช็ดตัวให้โคซิเนียอยู่
นี่มันเป็นยังไงกันแน่ เล่าให้พ่อฟังหน่อยผู้เป็นพ่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เครัสเล่าเรื่องที่เขาประสบพบมา ผู้ฟังต่างตกใจกับเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คิวถึงกับตัวสั่นระริกเมื่อน้องชายเล่ามาถึงตอนที่เห็นตัวประหลาดตัวสีดำและใบหูของมันนั้นยาวใหญ่เหมือนค้างคาว สีหน้าเขาดูวิตกกังวลเอามา
ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคิวพูดเสียงสั่น ด้วยสีหน้าเริ่มเผือด
เขากระสับกระส่ายขึ้นไปข้างบน สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
เอาเถอะลูก การช่วยชีวิตคนสำคัญกว่าพ่อพูด พ่อภูมิใจด้วยซ้ำที่ลูกทำแบบนี้รอยยิ้มอิ่มใจของพ่อแสดงออกมา
ขอบคุณครับพ่อ
เออนี่ไปดูอาการดูพวกเขากันพ่อเปลี่ยนหัวข้อ
ครับชายหนุ่มตอบแล้ววิ่งห้อขึ้นไป
เอ้าเดี๋ยวรอพ่อก่อน
เครัสแง้มประตูออกเบาๆ โคซิเนียยังหลับตาพริ้มอยู่ แม่เปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนสีขาวอมฟ้าของแม่ให้เธอแล้ว ต้นแขนได้รับการสมานและพันด้วยผ้าขาว ชายชราที่นอนอยู่เตียงข้างๆก็นอนอ้าปากค้างแต่ไร้เสียงกรน เพียงแค่ได้มองเธออีกครั้งก็ทำให้ความรู้สึกอะไรบางอย่างลึกๆในใจของเขาพลุ่งพล่านขึ้นมาจนทำให้มันสั่นรัว เครัสไม่เข้าไปรบกวนโคซิเนีย พ่อเอามือมาตบไหล่ของเขาอย่างเห็นใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดประตูเบาๆ แล้วเดินลงบันไดมา
บางทีเครัสกลับคิดว่าถ้าให้เขาเลือกว่าจะช่วยเธอจากพวกสัตว์บ้าๆพวกนั้นกับการประลองที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วล่ะก็ เพื่อเพื่อนสาวที่ดีที่สุดแล้วเขาจะเลือกช่วยเธอถึงแม้ว่าจะต้องเสียสิ่งที่ตนเองต้องการก็ตาม
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากบอก อีกเว็บหนึ่งลงไว้ตั้ง26 ตอนแล้วนะครับ ไปอ่านก่อนได้เลย
http://www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=5939
แล้วรู้สึกว่าตอนที่27 นี้ พวกเขาจะลงไปใต้บาดาลกันแล้ว
ต้นฉบับเรื่องนี้ได้ผ่านการพิจารณาของ สำนักพิมพ์สนุกอ่านแล้วครับ
ขอขอบคุณทุกการอ่าน และให้กำลังใจนะครับ
หวังว่าคงจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้อ่านในอนาคตนะครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |