 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36273" type="text/javascript"></script> |
|
Water World War 3 ... กว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินไป
นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากการเข้าเรียน lecture กับ อ. ที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งมีวิชาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่จะนำเสนอในรูปแบบนิยายแนววิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ถึง 3 วิชา เนื้อหา เกี่ยวข้องกับ เด็กหนุ่มคนนึงที่บังเอิญได้ผ่านมิติกาลเวลาไปสู่..
post ครั้งแรก: Tue 15 April 2008, 5:33 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 26 April 2008, 8:28 pm
|
หน้าที่ 2 - ตอนที่ 2 ความรักของผู้ชายธรรมดาๆๆ
“พระอาจารย์ขอรับกระผมมีเรื่องธรรมะมาสนทนากับท่าน ขอความเมตตาด้วยขอรับ” เขากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ซึ่งทำให้ผู้ฟังทราบได้ถึงกลิ่นอายของความทุกข์ที่เขากำลังแบกไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มานานแสนนาน “ เอ้า! ว่ามาสิท่าน มีเรื่องอะไรจะมาสนทนากันรึวันนี้ อือ! ดูท่าทางแล้วหมองๆ ไปนะ เอ้า! เอาละสิ่งใดแก้ไม่ตก ก็ว่ามา เถิด ได้เวลาของท่านแล้วล่ะ” คำพูดของพระอาจารย์ ฟังดูแล้วคล้ายกับว่าท่านสามารถเดาใจเราออกหรือเนี่ย ไม่ม้าง ช่างเถอะ เป็นไงเป็นกัน
คืออย่างงี้ขอรับ “เมื่อหลายวันก่อนที่มีเพื่อนมาพบกับกระผม จริงๆๆ แล้วเธอเป็นคนรักของกระผมขอรับ หลังจากที่เจอเธอแล้ว ผมไม่สามารถสงบได้เลย ยิ่งสั่งตัวเองให้สงบยิ่งไปกันใหญ่ อาการแบบนี้ เรียกว่า ฟุ้งซ่านหรือปล่าวขอรับ” “อืม! แล้วก่อนหน้าที่จะเจอกันใจของท่านเป็นอย่างไรละ” ท่านเจ้าอาวาสกล่าวพร้อมกับมองผมด้วยสายตาที่เมตตาอย่างมาก ผมจึงรู้สึกผ่อนคลายและพร้อมกับพูดต่อได้อย่างไม่ขัดเขิน“ก่อนหน้านี้ ดีขอรับ ดีมากๆ เลย ไม่ทราบจะอธิบายเป็นคำพูดได้อย่างไร รู้แต่ว่า ดีขอรับ ดีจริงๆๆ สงบ โล่ง สบาย” ท่านเจ้าอาวาสกระแอมเบาๆ ด้วยอาการของคนชราวัยย่างเข้าเจ็ดสิบปี “แล้วตอนนี้ ท่านอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ละ” ผมตอบโดยไม่ลังเลแต่อย่างใด “ อยากขอรับ อยากมากๆๆ ขอรับ”
----นั่นแหละสาเหตุแห่งความทุกข์ของท่านตอนนี้----
ผมงง ไปชั่วขณะ เพราะสิ่งที่ตนเองตามหามาโดยตลอด มักจะพบคำตอบเสมอว่า เป็นเพราะคนรักของผมมาหา ถ้าเธอไม่มาผมก็คงไม่รู้สึกแบบนี้ ผมพยายามโทษเธอ ทำไมนะ ทำไมต้องมาเจอกันด้วย ถ้าไม่ได้เจอกันเรื่องวุ่นวายในใจของผมก็คงไม่เกิดขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งลุกลาม แต่คำตอบหนึ่งที่ผมไม่เคยคำนึงถึงเลยก็คือ เพราะความอยากของตัวผมเอง ที่คอยมาทำลายความสงบสุขของผม ประโยคนี้ถือเป็น Key word ที่ดีที่ทำให้ผมถึงกับ อ๋อ! ขึ้นมาทันที และกล่าวออกมาว่า “ผมเข้าใจแล้วขอรับพระอาจารย์” “ ใช่แล้วหล่ะ! ท่าน หน้าตาของท่านได้บ่งบอกมาแล้วว่า ท่านเข้าใจ ตอนนี้อาตมาจะให้งานไปทำ คือ การกวาดล้างกามประวัติของตนเอง ถ้าท่านทำเสร็จแล้ว ช่วยเอามาส่งให้อาตมาอ่านด้วยนะ เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ไขสิ่งที่ติดอยู่ในใจของท่านต่อไป เพื่อความเจริญในมรรคผลนิพพานของบุคคลซึ่งพร้อมไปด้วย ศีล สมาธิและปัญญา หลังจากที่ท่านได้สึกออกไปแล้ว อาจจะหาเวลาใดที่เหมาะสมกว่านี้ในชีวิตไม่ได้อีก จงใช้เวลาที่มีนี้ให้เกิดประโยชน์อันสูงสุดเถิด”
พิจารณากามประวัติ
ข้าพเจ้าถือเป็นบุคคลที่มัวเมาและลุ่มหลงในกามมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาทุกคนบนโลก แต่หลายครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับบุคคลอันเป็นที่รัก สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการกลับไม่ใช่การได้เสพกามร่วมกัน เพียงแต่ต้องการบุคคลที่คอยให้กำลังใจให้ข้าพเจ้าได้ต่อสู้บนโลกใบนี้ต่อไปเท่านั้นเอง นับเป็นสิ่งหนึ่งในตอนนี้ที่ข้าพเจ้าคิดได้ ในความเป็นจริงของใจตน ว่า จริงๆ แล้วข้าพเจ้าไม่ใช่บุคคลที่เกิดมาเพื่อที่จะลุ่มหลงและมัวเมาในกามตัณหา และราคะต่างๆ แต่ข้าพเจ้าก็กลับไม่สามารถสลัดความต้องการปรารถนาในกามได้แม้บัดนี้จะสามารถก้าวพ้นการเสพกามอย่างหยาบ
มาแล้วมากมาย แต่กิเลสแบบละเอียดก็ยังโผล่ออกมาไม่หยุดหย่อน คอยชักพาให้ข้าพเจ้ามีความหลงเชื่ออย่างจริงใจว่า นี่คือความคิดของข้าพเจ้าแม้ว่า จะรู้ถึงกระบวนการทำงานของจิตใจเป็นอย่างดี(ขันธ์ 5) แต่ก็ไม่อาจที่จะตัดและเดินออกมาได้อย่างภาคภูมิร้อยเปอร์เซนต์เต็ม ด้วยเหตุผลหนึ่งก็เพราะ ข้าพเจ้ายังไม่ลดละที่จะตั้งค่าบุคคลอันเป็นที่รักในใจตนนั่นเอง ดังนั้นเหตุอันสำคัญที่สุดนั้นคือ การตั้งค่า -บุคคลอันเป็นที่รัก- ข้าพเจ้าจะต้องลบค่านี้ออกไปจากใจตน หรือ ลบการ refer ที่ว่า บุคคลอันเป็นที่รักคือ คนที่สามารถเสพกามร่วมได้ แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นักสำหรับนักปฏิบัติมือใหม่หัดคิดอย่างข้าพเจ้าจึงต้องหันมาพิจารณาถึงทุกข์โทษของกามและอสุภะ แต่มันก็คงยังใช้ไม่ได้ผลอยู่เหมือนเดิม เพราะมันไม่ลงใจนั่นเอง มันไม่ลงใจๆๆๆ ความยินดีพอใจในกามยังมี นั่นเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง รวมถึงสัญญาในใจก็ไม่ได้ลบล้างไปทั้งหมด อันนี้ก็น่าเกรงกลัวยิ่งนัก ถามว่า แล้วเก็บมะเร็งร้ายเหล่านี้ไว้ทำไมกัน ทั้งๆๆที่ เราก็ค้นพบแล้วว่า ความรักของเรานั้นมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตอนนี้กลับยิ่งสับสนและเปรียบเทียบไปมา การตัดกามมันยากไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่า จะทำไม่ได้เลย ข้าพเจ้าต้องทำได้ แม้จะแลกด้วยชีวิตก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าพเจ้ากลายเป็นคนที่ไม่เอาจริงเอาจัง หากว่าตนเองทำอะไรไม่ได้ก็จะหลบเข้ามุม ไม่เคยยอมให้ตัวเองเจ็บตัว ทีแรกก็นึกว่า จะได้ผล แต่กลับทำให้ข้าศึกบุกได้มากขึ้นง่ายขึ้นจนตอนนี้ ข้าพเจ้า เห็นมันก่อตัวขึ้นมาอีกอย่างน่ากลัวยิ่งนัก ข้าพเจ้าจะต้องเอาชนะกามให้ได้ แม้จะแลกด้วยชีวิตก็ต้องยอม เพียงไม่ดำริถึงพวกเจ้า เราก็รอดพ้นแล้วจากกาม คำสอนนี้ของพระพุทธองค์ก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา ข้าพเจ้าต้องทำได้ๆ
ที่ผ่านมา มีคนเพียงหนึ่งคนในชีวิตนี้ที่เรียกได้ว่า เคยได้เสพกายนั้นอย่างเต็มที่ ทั้งโดยตั้งใจและโดยบังเอิญ ด้วยบททดสอบที่สุดหินที่สุด และคำว่า บุคคลอันเป็นที่รัก มาบัดนี้วันที่ 6 มกราคม 2551 ไม่รู้ว่า วันนี้เป็นวันอะไร
่รู้แต่ว่า วันนี้คือวันที่ข้าพเจ้าจะประมวลความรัก เพื่อให้เอาชนะกามทั้งมวลที่ยังหลงเหลือในสันดานนี้จนหมดสิ้น แม้ไม่บริสุทธิ์ก็จะกล่าวกับตนว่า นี่คือการเริ่มต้นเอาจริงเอาจัง กับบทเรียนที่ชื่อว่า ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเรื่องของกาม กับใจของคนที่ซับซ้อนอันตรายและน่ากลัวเช่นข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ามีความลุ่มหลงในบุคคลอันเป็นที่รัก จะว่าไปแล้วขอสรุปรวมว่า ปฐมเหตุทั้งหลายทั้งปวงมันเนื่องมาจากวิบากของข้าพเจ้านั่นเอง ตอนเด็กข้าพเจ้ามักจะฝันเสมอๆ ว่า มีผู้หญิงเข้ามาจะลวนลามตนเอง และข้าพเจ้ากลัวยิ่งนักร้องไห้วิ่งหนี แต่ไม่เคยหนีพ้น ฝันนี้ได้เข้ามาบ่อยครั้ง จนวันหนึ่งข้าพเจ้าฝันถึงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ได้รับความทุกข์ทรมานและเข้ามาขอความรักจากข้าพเจ้า นั่นเองที่ข้าพเจ้า
ใจอ่อน และข้าพเจ้าก็เริ่มชอบมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากนั้น เอง ทำให้ใจดวงนี้ยินดีที่จะเสพสุขกับหญิงงามที่อยู่ในใจตนมาโดยตลอด ไม่ว่านี่คือวิบากกรรมใดๆ ไม่ว่านี่คือคำสัญญาสาบานที่มีต่อหญิงใดในโลกใบนี้ ไม่ว่า ท่านจะเป็นวิญญาณ เป็นดวงจิต เป็นเทวดา
เป็นพรหม เป็นเทพ เป็นมนุษย์ หรือ เป็นใคร ขอให้ท่านได้รับรู้ไว้ด้วยว่า บัดนี้ข้าพเจ้าได้ อุทิศถวายดวงจิตและ
กายนี้แด่พระรัตนตรัย เพื่อเป็นพุทธบุชา ธรรมบูชา อริยสังฆบูชา แห่งพระพุทธศาสนาไปแล้ว สิ่งใดที่ข้าพเจ้าได้เคยทำให้ท่านได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ทั้งโดยกายวาจาและใจ ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมต่อกรรมทั้งปวงเหล่านั้น หรือแม้แต่หากเราเคยมีคำสัญญาสาบานใดๆ ร่วมกัน ข้าพเจ้าขอยกเลิกคำสัญญาสาบานเหล่านั้นจนหมดสิ้น เราจะมาข้องเกี่ยวและยึดติดเพื่อทำร้ายทำลายกันไป
เพื่อเหตุผลอันใดอีก ในเมื่อข้าพเจ้าเอง ได้น้อมรับและเข้าใจในกฎธรรมชาติจนหมดสิ้นแล้ว หากกุศลกรรมอันใดที่จะบังเกิดในภายภาคหน้า ข้าพเจ้าขออุทิศและมอบให้จิตของพวกท่าน
อย่าได้ทำร้ายข้าพเจ้าอีกเลย โปรดจงอภัยและร่วมอวยพรให้ข้าพเจ้าสามารถก้าวผ่านความทุกข์ทรมานแห่งกามราคะทั้งหลายทั้งปวง
อย่างสมุทเฉทปหาน ไม่มีเวลาใดที่จะคิดถึงกามอีก ด้วยเทอญ ขออโหสิ ๆๆๆๆ ให้อโหสิๆๆๆ
จบ...
หลังจากที่ได้เขียนบทความทั้งหมดและอ่านทบทวนหลายสิบรอบ ผมก็เพิ่งมาเข้าใจตัวเองว่า จริงๆ แล้วผมต้องการอะไร ผมมักจะตั้งคำถามกับตัวเองมาเสมอๆๆ ว่า ผมเกิดมาเพื่ออะไร เพื่อเรียนหนังสือ ทำงาน แต่งงาน มีลูกแค่นั้นเองหรือ แต่มาวันนี้ผมรู้แล้วว่า ผมต้องการอะไร ใจของผมเหมือนคนที่วิ่งแข่งและถึงเส้นชัย ความเหน็ดเหนื่อยที่เคยได้แบกไว้
บัดนี้ มันหายไปหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้มันสบายอย่างบอกไม่ถูก อีกแล้วครับท่าน เอาละสู้ต่อไปจนกว่าจะถึงจุดหมายอย่างแท้จริง นี่เป็นแค่การซ้อม แค่นั้นเอง
หลังจากที่ได้ผ่านการพิจารณาธรรมะ และได้เรียนรู้หัวข้อธรรมะมาครบสามเดือน ผมรู้แล้วว่า การเป็นสมณเพศนั้นช่างสัปปายะเสียจริง แต่ด้วยภาระทางโลกมากมายที่ต้องไปสะสาง เนื่องจากผมต้องไปเรียนต่อยังต่างประเทศในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้ ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้ิองลาสิกขาบท
เมื่อครบเวลาสามเดือนดังที่ตั้งใจไว้
วันที่ได้กราบลาพระอาจารย์ ด้วยชุดขาวผมถึงกับน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกสำนึกในพระคุณของท่าน ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งได้โตขึ้นในทางธรรมะอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเิกิดขึ้นได้ ท่านกล่าวว่าทิ้งท้ายว่า "เมื่อสึกออกไป จงอย่าได้
ละทิ้งศีล 5 นะ" ผมรับสมาทานศีลจากท่านและตั้งใจอย่างมุ่งมั่นด้วยความศรัทธาและปัญญาที่เกิดจากการพิจารณาถึงคุณของศึล ว่า ผมจะรักษาศีล 5 ยิ่งกว่าชีวิต ผมจะสมาทานศีลทุกวันเพื่อเป็นการแสดงเจตนาว่า จะรักษาศีลยิ่งชีวิต ผมให้สัจจะกับตัวเองในใจความรู้สึกปลอดภัยได้เกิดขึ้น แม้ว่าไม่มากเท่าที่เคยเป็นมาตลอดสามเดือน แต่ผมก็รู้ว่า ผมมีที่พึ่งพิงทางใจ ต่อจากนี้ไปไม่ว่า จะเกิดอะไรกับชีวิตนี้ ผมก็ไม่เคยหวั่นแม้แต่ความตาย
ตอนต่อไปมีชื่อว่า การข้ามผ่านมิติแห่งกาลเวลา มาติดตามกันต่อนะค่ะ โลกแฟนตาซีกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว...อิอิ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 9 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 เม.ย. 2551 (15:45) มันมากเพื่อน
มีแอบอารมณ์ขัน แต่สอดแทรกธรรมะเต็มเปี่ยม สมกะเป็น "จินตนาการ" จริงๆ ฮ่าๆๆ
ขอเป็นแควนคลับ ติดตามเหนียวแน่นต่อไปน๊ะจ๊ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 เม.ย. 2551 (20:46) ขอบคุณมากนะค่ะ ที่เป็นกำลังใจให้ รู้สึกว่า มีแรงทำงานมากขึ้นเยอะเลย แต่งานนี้ ถือว่า หนักมากค่ะ เพราะต้องอาศัยทั้งศิลปะ และความรู้หลายสาขา และต้องรอไอเดียเพิ่มเติมหลังจากที่ี่ได้เข้าเรียน lecture กับอาจารย์
รวมทั้งต้องอาศัยการมองทุกอย่างแบบองค์รวม ซึ่งถือว่า ไม่ง่ายจริงๆๆ แต่ท้าทายตัวเองดีค่ะ ยิ่งทำยิ่งสนุก หากว่า มีข้อแนะนำก็บอกมาไ้ด้นะค่ะ มือใหม่หัดเขียน มีข้อดีอยู่อย่างเพราะการที่ต้องเก็บรายละเอียด ทำให้ตั้งใจเรียนมากขึ้นเยอะเลย ได้ประโยชน์หลายทาง ดีจังๆๆ ชอบๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 21 เม.ย. 2551 (21:32) ใส่รายละเอียดเล็กน้อยๆ ว่าเป็นโลกอนาคต ลงไปด้วยก็ดีนะ คนอ่านจะได้คล้อยตามว่า อยู่ในโลกอนาคตจริงๆ ลองอ่านหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ในอนาคตอยู่ .. เช่น เกมส์ที่น้องเล็กเล่น อาจบรรยายว่า ที่ตาน้องมีแผ่นฟิมล์ใสๆพาดอยู่ มีสายต่อเข้าที่นิ้ว ไรงี้ ให้เหมือนกะ ของเล่นยุคอนาคต ที่ไม่ใช่เป็นเหมือนเกมส์บอย ไรงี้แล้ว เงี๊ยะ...
สนุกมากๆ อยากอ่านอีกๆๆๆๆ ติดตามอยู่นะจ๊ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 21 เม.ย. 2551 (21:35) เย้!
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 21 เม.ย. 2551 (21:36) แอบมาโพสถ์รูปที่เพิ่งวาดเสร็จ อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 21 เม.ย. 2551 (22:24) ตัวละคร น้องเล็ก ยังขัดแย้งในตัวเองนิดๆนะ เช่น บอกว่าเหมือนเป็นผู้ใหญ่ ฉลาด ใช่ป่ะ แต่พอถามว่า กินหนมป่ะ กับกินง่ายๆ งี้ อาจต้องใส่ความซับซ้อน ก่อนที่น้องจะตกปากรับคำ ขึ้นอีกนิด ทำให้ตัวละคร มีความเป็นเอกภาพขึ้น... ความคิดส่วนตัวอ่ะนะ อาจไม่ดีจริงก็ได้จ๊ะ แต่ หนุกมากนะ อยากอ่านเร็วๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 21 เม.ย. 2551 (22:26) "แต่... ผมไม่มีเวลาที่จะเล่าว่าผมต้องพบกับอะไรบ้าง เพราะผมต้องทำแผนข้อที่ 0 ให้ได้ก่อน"
ประโยคนี้ชอบมากๆเลย ฉลาดใช้วิธีการกระโดดข้าม อย่างไม่กระตุกกระตัก ... เยี่ยมเพื่อน แววมืออาชีพออก...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 22 เม.ย. 2551 (08:29) งืม อีกเรื่องง่า...
การเดินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ มีลักษณะ ใช้ "ตัวละคร" เป็นผู้บรรยาย เป็นผู้เดินเรื่อง ซึ่งก็คือ "นที" ใช่ไหมคะ... ดังนั้น ลักษณะเนื้อเรื่อง จึงเป็นไปตามที่ นที "เห็น" แต่บางอย่าง ยังขัดอยู่นิดๆ เช่น การเล่นเกมของหนูเล็ก มีการบรรยายว่า "ทำให้การกดหนึ่งครั้ง จากมือของเรากลายเป็นการกดที่เร็วมากจนตาผมนับไม่ทัน " มันฟังเหมือน นที เคยเล่นมาก่อน แต่จากเรื่อง ดูเหมือนว่า เค้าเพิ่งเคยเห็นเกมแบบนี้เป็นครั้งแรก...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 22 เม.ย. 2551 (10:51) เพิ่งวาดเสร็จเมื่อเกี๊ยะเอง (เช้าของ 22 เมย. 51) ตั้งชื่อว่า "Protect" ดีม่ะ