<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36273" type="text/javascript"></script> |
|
Water World War 3 ... กว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินไป
นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากการเข้าเรียน lecture กับ อ. ที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งมีวิชาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่จะนำเสนอในรูปแบบนิยายแนววิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ถึง 3 วิชา เนื้อหา เกี่ยวข้องกับ เด็กหนุ่มคนนึงที่บังเอิญได้ผ่านมิติกาลเวลาไปสู่..
post ครั้งแรก: Tue 15 April 2008, 5:33 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 26 April 2008, 8:28 pm
อยู่ในส่วน: วิชาการ.คอม
|
ความรู้สึกของผมเหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่ ทันที ขอย้ำอีกครั้งว่า ทันที
ผมยอมรับว่า ตอนนี้ ผมกำลังเสียใจที่ผมได้ตายโดยไม่ได้ตั้งตัวกับการที่ได้เป็นนายนที ในปี 2007 และผมก็กลัว กับการเกิดใหม่ที่ต้องเป็นใครก็ไม่รู้บนโลก ในปี 2020 ผมจะยังเป็นนทีได้อีกไหม แล้วนทีอีกคนหนึ่งที่เป็นผมตอนอายุ 34 ปี จะมีอยู่หรือปล่าว จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้กลัวตายหรอกนะ เพราะผมรู้ดีว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับทุกคน แต่เมื่อถึงเวลาที่โดนเข้ากับความรู้สึกจริงๆ ผมก็หวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยผมก็ดีกว่าคนที่ตายจริงๆ เพราะตอนนี้ผมยังมีสติ และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง ก่อนที่ผมจะก้าวขาออกไปจากสนามบินสุวรรณภูมิ ผมต้องย้ำกับตัวเองอย่างมั่นคงว่า ไม่ว่า ต่อจากนี้ไป ผมจะต้องเจอกับอะไรบ้างก็ตาม ผมจะกล้าและไม่หวั่นกับทุกอย่าง ผมต้องไม่กลัว ผมต้องไม่กลัว และ ผมต้องไม่กลัว ...
อย่างแรกที่ผมต้องทำก็คือ เรียนรู้ความเป็นไปของโลกอนาคตนี้ให้ได้ก่อน ตอนที่ผมเรียนอยู่สิ่งที่ผมชอบใช้ในการหาข้อมูลเพื่อที่จะนำเสนอผลงานต่างๆ และทำการบ้าน รวมถึงสอนพิเศษ ก็คือ google แน่นอนครับ ผมนึกถึง internet ขึ้นมาทันที เพราะถ้าผมมี internet ผมก็จะสามารถรู้สิ่งต่างๆ ได้เกิน 50% แน่ๆ แต่ไม่แน่ว่า โลกอนาคตนี้ ทุกอย่างอาจจะหาได้ในอินเตอร์เนทแม้แต่ข้อมูลที่ว่า ตอนนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยกำลังนั่งอยู่ตรงไหนของประเทศไทยก็เป็นได้
ดังนั้น แผนที่ 1 ตามล่าหาอินเตอร์เนท
เอาหล่ะ ตอนนี้ผมมองหาอินเตอร์เนท เอาละผมเห็นคำว่า internet cafe ราคา 100 ASN เอาละสิครับ อะไรกันเนี่ย อย่าบอกนะว่า เงินบาทที่ผมมีติดตัวอยู่ตอนนี้ แค่สองร้อยบาท จะไม่สามารถจ่ายค่าอินเตอร์เนทได้ แล้วเงินเยนที่มีอยู่เต็มกระเป๋าของผมละ ถ้าไม่มีเงิน ชีวิตของผมต้องลำบากแน่ๆ แล้วคำว่า ASN คือเงินสกุลอะไร กัน
การเดินทางของผมที่คิดว่า จะง่าย แค่เข้าเนทได้ ผมจะกลายเป็นนักวางแผนที่ดี แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว แม้แต่เนทผมก็ใช้ไม่ได้ ทำไงดีนะ ทำไงดี
แผนของผมต้องเพิ่มข้อที่ 0 เข้าไป
แผนข้อที่ 0 หาเงิน
อย่างน้อยที่นี่ก็เมืองไทย ผมยังหาคนสนทนาได้ เอาละ ผมต้องหาคนคุย แต่ผมจะบอกว่า ผมมาจากโลกในอดีต ผมคงต้องโดนจับเข้ารพ. บ้า แน่ๆๆ ดังนั้น ผมต้องพยายามใช้สติปัญญา และไหวพริบในการคุย อย่างแรกคุยกับใครดี การเลือกคนสำคัญมากนะครับ ผมเลือกเด็กดีกว่าเพราะอย่างน้อย เด็กกับเราก็คงไม่ต่างกันมาก แต่เด็กที่ไหนจะมาสนามบินคนเดียว เฮ้อ... ออกไปหาที่อื่นดีกว่า
ระหว่างที่ผมเดินออกไปและทิ้งทุกอย่างเอาไว้ เพราะผมไม่คิดว่า ผมจะเอาสัมภาระของตัวเองออกมาได้ และความยุ่งยากต่างๆ อาจจะตามมามากมาย หากผมยื้อที่ จะทำอะไรบางอย่าง สิ่งที่ผมมีอยู่ตอนนี้ คือ ของติดตัวบางชิ้น เป้หนึ่งใบ และขนมที่พอจะประทังหิวได้
ผมเดินไปพร้อมกับทึ่งในนวัตกรรมต่างๆ ของโลกอนาคต ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เมื่องไทยของเราจะทันสมัยได้ขนาดนี้ ผมนึกถึงหนังฝรั่งหลายเรื่องที่ทำเกี่ยวกับโลกอนาคต จินตนาการในหนังตอนนี้ เป็นความจริงไปแล้ว ไม่น่าเชื่อกับสายตาตัวเอง แต่... ผมไม่มีเวลาที่จะเล่าว่าผมต้องพบกับอะไรบ้าง เพราะผมต้องทำแผนข้อที่ 0 ให้ได้ก่อน
ในที่สุดผมก็เจอเป้าหมายเด็กชายวัยสักสิบขวบได้ นั่งอยู่คนเดียวข้างสระน้ำพุ พร้อมกับเกมอะไรสักอย่าง ที่เล่นอย่างเมามันส์ เกมนี้มีความสะดุดตาตรงที่คนเล่นต้องใส่หมวกที่มีจานดาวเทียมเล็กๆ สงสัยจะเอาไว้ัรับสัญญาณอะไรบางอย่าง และที่ตาของน้องก็มีแผ่นฟิมล์ใสๆ พาดอยู่ ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง ดาร์กอนบอล Z ขึ้นมาทีเดียว พอผมเดินไปใกล้ๆ ผมก็เห็นเหมือนกับถุงมือใสๆ ที่น้องสวมอยู่และมีสายต่อจากตัวเกมไปยังข้อมือ และต้นแขน ผมไม่รู้หรอกว่า ทำไมต้องมีสายต่อไปมาเหมือนสายคนให้น้ำเกลือแบบนี้ ผมรู้แต่ว่า ของเล่นแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน จะว่าไป มันดูประหลาดมากจริงๆๆ นี่เกมของเด็กเหรอเนี่ย...อึ้งอีกแล้วครับ ท่านผู้ชม
เอาละน้อง คนนี้แหละที่ผมจะคุยด้วย ผมเดินไปและนั่งพักเหนื่อยข้างๆ น้องคนนั้น และหยิบขนมออกมาทาน ผมทานด้วยความเอร็ดอร่อยจนเด็กคนนั้น เริ่มหันมามองผม ผมสบตากับน้องเค้า และยิ้มที่มุมปาก น้องทำหน้าบึ้งแล้วหันไปเล่นเกมต่อ การส่งยิ้มของผมไม่ได้ผล ผมจึงเริ่มชวนคุย "ขนมไหมครับ เล่นเกมเหนื่อยๆ แบบนี้ ได้กินหนมอร่อยๆ ก็คงจะดีนะ พี่ว่า" น้องรีบตอบกลับมาว่า "ฟรีอะป่าวหล่ะ??"
"แน่นอน คร้าบ" "พี่นี่แปลกคนเนาะ ที่นี่ไม่มีใครเอาของให้คนอื่น ฟรีๆๆ หรอกนะ พี่ แต่ก็ดี นานๆ ได้กินของฟรี"
นี่เป็นความรู้แรกที่ผมได้จากเมืองนี้ ไม่มีของฟรีในโลกใบนี้ครับ แปลกจัง ไม่เหมือนเมืองไทยของผมที่ผมจากมาเลย
ผมเริ่มเอาเงินที่มีอยู่ในกระเป๋ามาให้น้องดูเพื่อสร้างบทสนทนาบทต่อไป
"พี่ชื่อ นทีนะ เราชื่ออะไรเอ่ย"
"Alex หรือว่า เจ้าเล็กก็ได้ เพื่อนชอบเรียกงี้ อ่ะ ชื่อพี่นี่เชยมากเรย นะ เหมือนชื่อ รุ่นพ่อผม ฮ่าๆๆ ไม่แฟ้ว เรย"
"แฟ้ว คืออะไรอ่ะ" ผมกล่าวอย่างประหลาดใจ
"โอ้ว โห ไปอยู่ซอกไหนของโลกมาหล่ะ ถึงไม่รู้จักคำศัพท์ยอดฮิตที่สุดแห่งปี ที่ได้รางวัล คำยอดนิยม Award ประจำปี 2020 เชียวนะ เฮาะๆๆๆ"
ผมคงได้ศัพท์แสงแบบใหม่ๆๆ มาเพียบหลังจากที่ได้คุยกับน้องคนนี้ แต่ดีนะ ที่ห่างกันแค่สิบกว่าปี ถ้าเป็นร้อยปีเราจะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ย เฮ้อ! จะคิดว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของนทีดีนะเนี่ย กลุ้มครับท่านผู้ชม กลุ้ม!!
"Alex ครับ เคยเห็นแบงก์ แบบนี้ที่ไหนบ้างป่าว" ผมยื่่นแบงก์ร้อยสองใบที่ติดตัวให้น้องเล็กดู
"พิพิธภัณฑ์ มีเพียบเรย เพเพ่(พี่)"
"แล้วตอนนี้ เขา ใช้เงินแบบไหนกันหล่ะ เล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหมเอ่ย"
"เออ สงสัยจะไปอยู่บนดอยมา ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฮ่าๆๆ เอาเด็กน้อยคนนี้จะเล่าให้ฟัง แต่ก่อนเล่า มีหนมอีกป่ะ หิวแงะ หม่าม้า ไปช้อป ตั้งสองชม. แระ ยังไม่มาเรย"
ฉลาดจริงๆ เด็กน้อยคนนี้ ผมแอบยิ้มในใจ
ตังค์พวกนี้อะนะ ได้ถูกเก็บเข้าคลัง เมื่อตอนที่ผมอยู่ ป. 1 ตอนนี้ผมอยู่ ป. 6 ทายสิว่ากี่ปีมาแล้ว
5 ปีอะจิ ง่ายจะตาย
ถูกต้องละคร้าบ นึกว่า ลบเลขไม่เป็น เหอเหอะเห๊อะ เห็นบ้านนอกแบบนี้ก็ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ยเรา ต่อนะ เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า ประเทศไทยของเราได้รวมกับกลุ่มอาเซียนเพื่อสร้างเงินสกุลใหม่ ให้เหมือนกันทั่วทั้งภูมิภาค กลายเป็นเงินแบบนี้ แท่นแท้นแท๊นแธน เป็นไง สวย เริ้ดจี๊ด ไปเรย ช่ายป่าว อันนี้มีค่า 100 ASN ก็ทำไรไม่ได้มากอ่ะ กินข้าวได้จานนึง แถวๆๆ ข้างถนนอ่ะได้ เป็นไง ผมเก่งป่ะ อันนี้เพิ่งสอบไปเมื่อวานเรยนะเนี่ย วิชาธุรกิจ ง่ายมาก ทำข้อสอบสามสิบนาทีเสร็จละ เพื่อนนะ ทำตั้งสองชั่วโมงยังออกมาร้องไห้ บอกว่าทำไม่ทัน ผมนะไม่อยากจะคุย คอยดูนะ ไม่ใช่แค่ทำเสร็จเร็วแต่รับรองว่าไม่ผิดสักข้อ
ผมเริ่มเอ๊ะใจ ในความรู้และอีโก้ที่สูงมากของเด็กคนนี้ รวมถึง คิดไปว่า ทำไมพ่อแม่ถึงได้ไว้ใจให้เด็กน้อย มานั่งอยู่หน้าห้างคนเดียวแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่แปลกใจแล้ว ผมว่า เขาเด็กแค่ร่างกายเท่านั้นเอง
ทำไมเราถึงได้เก่งขนาดนี้เนี่ย เยี่ยมจริงๆๆ เกิดมาเพิ่งเคยเจอเด็กอัจฉริยะอย่างเล็กก็วันนี้แหละ
โอ๊ะๆๆ ลอยๆๆ พี่ก็เกินไป อย่างผมเนี่ยนะอัจฉริยะ เด็กสมัยนี้เขาก็เป็นอย่างงี้กันทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวนี้ อายุ 18 พวกเราก็ทำงานบริษัทกันได้แล้ว เงินเดือนสูงจะตาย แต่ผมไม่ทำงานหรอกเพราะผมอยากจะเป็น Professor เหมือนพ่อ ผมจะเรียนต่อสูง แต่อย่างว่า นักวิทยาศาสตร์อย่างพ่อผม เรียนกว่าจะจบก็ปาเข้าไปสามสิบปี กว่าจะได้แต่งงานกับแฟนผม เราก็คบกันได้ 20 ปีพอดี อย่างงี้จะอดใจไหวไหมเนี่ยเรา
อะไรกันมีแฟนแล้วเหรอ ตัวแค่นี้เนี่ยนะ
อุ้ย นี่คนที่ 10 แล้ว แต่คนนี้รักจริงหวังแต่ง เพเพ่ เพราะว่า ไปตรวจดูพันธุกรรมของเราสองคนดูแล้ว หมอบอกว่า เยี่ยมยอดทั้งสองคน แถมถ้ามีลูกนะ หน้าตาจะเหมือนพ่อคนนึง เหมือนแม่คนนึง แหม ไอ้คนที่เหมือนผมเนี่ยนะ หล่อ จริงๆ แต่น่าเสียดายที่มีลูกได้แค่สองคน ไม่งั้นนะ จะปั๊มมาสัก 12 คน ให้ตั้งทีมฟุตบอลได้ สนใจเป็นโค้ช ม่ะ ตอนนี้กำลังมองหาอยู่
ฟุตบอลเหรอ พอเล่นได้ เคยเตะเข้าโกลด์ด้วยนะพี่เบ๊คยังอายเลย
คุณลุงเบ๊คอะเหรอ ตอนนี้ เตะปี๊บดังหรือป่าวก็ไม่รู้ แก่ขนาดนั้นแล้ว ตอนนี้ที่ดัง ต้องนี่ มาริโอ้ ดูเว่อร์ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง สาวๆๆ กรี๊ดซะหลาบบ(สลบ)
ขนาดนั้น
เออ เล็ก ว่าแต่พ่อเรา เขาเป็น Prfessor ด้านไหนเหรอ ดูท่าคงเก่งน่าดู เลยนะเนี่ย ลูกชายถึงได้ทั้งหล่อ ทั้งเก่งขนาดนี้
แหมแหม่แม้ พูดได้น่าฟัง จริงๆ เพเพ่ ป๊า เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่ดังมากของเมืองไทย เพราะว่า ป๊าสามารถเสนอทฤษฎีการสร้างไทม์แมชชีนโดยใช้รูหนอนแห่งกาลเวลาได้ ตอนนี้กำลังจะได้รับรางวัลโนเบล คนแรกของเมืองไทย เป็นไงละ ไม่ธรรมดาใช่ม๊ะ
ผมอึ้ง กับประโยคของน้องเล็ก เข้าอย่างจัง หน้าชาและพูดอะไรไม่ออก เพราะผมเริ่มจะทราบแล้วว่า สาเหตุที่ทำให้ผมมาถึงที่นี่ ในปี 2020 และได้มานั่งสนทนากับน้องอัจฉริยะคนนี้ ก็คือ พ่อของเขานั่นเอง อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ ดีละ ผมว่า Professor คนนี้ ต้องเชื่อในตัวผม ถ้าเกิดผมบอกเขาว่า ผมมาจากโลกในอดีตจริงๆ ผมรู้ดีว่า ผมอาจจะต้องเสี่ยงดวง แต่ผมก็ไม่มีทางเลือก นี่แหละคือทางเดียวที่ผมจะอยู่รอดได้ โดยมีเป้าหมายที่ดีกว่านี้
ผมคิดแผนข้อที่ 2 ขึ้นมาและล้มเลิกแผนข้อที่ 1 และ 0 ลงทันที
เป็นไร ไปอ่ะ เงียบเชียว ทึ่งขนาดนี้เลยเหรอ พี่ที
พี่ที เราเรียกที่ว่า พี่ทีเหรอ
ก็ใช่อะสิ นั่งกันอยู่สองคน จะให้เรียกใครที่ไหนเล่า เออ แปลกคน นะเราเนี่ย เซ่อๆๆ แล้วยังต๊องอีก แต่ก็ใจดี ให้อภัยได้
ขอบคุณไอ้น้องชาย... เราว่าพี่แปลกจากคนที่นี่มากไหม
แน่นอน เหมือนกับไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วไม่รู้จริงๆ ด้วยนะ ไม่ได้เสแสร้ง เพราะแววตาพี่ เป็นแววตาที่จริงใจดี ไม่งั้นผมไม่คุยด้วยให้เสียเวลาเล่มเกมของ ยอดอัจฉริยะในการเล่นเกมแชมป์ประเทศไทยอย่างผมหรอก
ตัวแค่นี้ ดูแววตาคนเป็นด้วยเหรอ
อ้อ อันนี้ ม๊าสอนมา ม๊านะ ชอบสวดมนต์ ชอบไปวัด ชอบไปนั่งสมาธิ แล้วม๊าก็สอนให้เล็ก ทำด้วย ผมเลยเล่นเกมเก่งที่สุด ม๊า ผมนะเก่งเรื่องจิตวิทยา เพราะแกเป็นจิตแพทย์ แต่แกเลิกทำงานละ เพราะม๊าบอกว่า พระพุทธศาสนาให้คำตอบได้ดีกว่าวิทยาศาสตร์ แต่ป๊า ไม่เห็นด้วย บอกว่า วิทยาศาสตร์ ให้สิ่งที่เป็นรูปธรรมกับโลกมนุษย์ได้มากกว่า ถ้าให้สองคนนี้เถียงกันทีไร เป็นได้เรื่องทุกที แต่ก็ดีนะ เพราะผมชอบฟัง ฟังทั้งสองคนเลย ดีทั้งคู่ เพราะผมรักทั้งสองคนเท่ากัน ผมไม่ได้มีอคติกับใคร ทำให้ผมได้ความรู้กับทั้งพ่อกับแม่ เยอะเลย นี่ถ้าไม่ทะเลาะกันเสียงดังไปหน่อย ผมคงอยากให้ทะเลาะกันทั้งวันไปเลย เพราะเล็กจะได้ความรู้เยอะๆๆ ฮ้าฮา
เด็กคนนี้ ในความคิดของผมตอนนี้ เป็นเหมือนตัวแทนของคนที่เพียบพร้อมไปแทบจะทุกอย่าง ทั้งสมอง และความดี เสียแต่ว่า มั่นใจในตัวเองมากไปหน่อย และชอบการยอ ก็เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ
งั้นเล็กมองตาพี่นะ
เย้ย พูดเหมือนแฟนผมเลย อย่านะพี่ ผมไม่ชอบผู้ชาย
เย้ย ม่ายช่ายอย่างงั้น ก็เห็นว่า ดูสายตาคนออก ไง ก็เลยให้มองตา เพราะสิ่งที่พี่จะบอกต่อไปนี้ มันอาจจะฟังดูแปลกๆ และไม่มีใครเชื่อ แต่พี่ไว้ใจเล็ก พี่อยากจะบอกเราและขอความช่วยเหลือจากคนเก่งหน่อย
คนเก่งอย่างผม ไม่ได้ใจร้ายมากนัก เพราะม๊า บอกว่า การทำทานให้คนตกทุกข์ได้ยากเป็นสิ่งที่ดี และมีอานิสงส์แรง เอาละว่ามาสิ
พี่มาจากโลกในอดีต เมื่อปี 2007 หรือ 2550 นี่เป็นหลักฐาน ผมเอาตั๋วเครื่องบินให้น้องเล็กดู พร้อมกับบัตรประชาชน และของอื่นๆ ที่ยืนยันการมาจากโลกในอดีตของผม
โหย มาอำกันเล่นอีกละ ของแบบนี้ ใครก็ทำมาได้ เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่า อำ
เอางี้ ไปให้ป๊าพิสูจน์กัน ถ้าป๊ารู้คงจะ ดีใจ ฮ่าๆๆ ถ้าพี่มาจากโลกอดีตจริงๆ นะ ป๊าผม คงมีความสุขมาก
ตอนนี้ แผนข้อที่ 2 ของผมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณพระรัตนตรัยที่ช่วยนำทางให้ผมได้พบกันน้องคนนี้ และขอให้ครอบครัวนี้ มีความรักความเมตตาต่อผมด้วยเทอญ โมทนาสาธุๆๆๆ
มันมากเพื่อน
มีแอบอารมณ์ขัน แต่สอดแทรกธรรมะเต็มเปี่ยม สมกะเป็น "จินตนาการ" จริงๆ ฮ่าๆๆ
ขอเป็นแควนคลับ ติดตามเหนียวแน่นต่อไปน๊ะจ๊ะ

ใส่รายละเอียดเล็กน้อยๆ ว่าเป็นโลกอนาคต ลงไปด้วยก็ดีนะ คนอ่านจะได้คล้อยตามว่า อยู่ในโลกอนาคตจริงๆ ลองอ่านหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ในอนาคตอยู่ .. เช่น เกมส์ที่น้องเล็กเล่น อาจบรรยายว่า ที่ตาน้องมีแผ่นฟิมล์ใสๆพาดอยู่ มีสายต่อเข้าที่นิ้ว ไรงี้ ให้เหมือนกะ ของเล่นยุคอนาคต ที่ไม่ใช่เป็นเหมือนเกมส์บอย ไรงี้แล้ว เงี๊ยะ...
สนุกมากๆ อยากอ่านอีกๆๆๆๆ ติดตามอยู่นะจ๊ะ

"แต่... ผมไม่มีเวลาที่จะเล่าว่าผมต้องพบกับอะไรบ้าง เพราะผมต้องทำแผนข้อที่ 0 ให้ได้ก่อน"
ประโยคนี้ชอบมากๆเลย ฉลาดใช้วิธีการกระโดดข้าม อย่างไม่กระตุกกระตัก ... เยี่ยมเพื่อน แววมืออาชีพออก...

งืม อีกเรื่องง่า...
การเดินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ มีลักษณะ ใช้ "ตัวละคร" เป็นผู้บรรยาย เป็นผู้เดินเรื่อง ซึ่งก็คือ "นที" ใช่ไหมคะ... ดังนั้น ลักษณะเนื้อเรื่อง จึงเป็นไปตามที่ นที "เห็น" แต่บางอย่าง ยังขัดอยู่นิดๆ เช่น การเล่นเกมของหนูเล็ก มีการบรรยายว่า "ทำให้การกดหนึ่งครั้ง จากมือของเรากลายเป็นการกดที่เร็วมากจนตาผมนับไม่ทัน " มันฟังเหมือน นที เคยเล่นมาก่อน แต่จากเรื่อง ดูเหมือนว่า เค้าเพิ่งเคยเห็นเกมแบบนี้เป็นครั้งแรก...

เพิ่งวาดเสร็จเมื่อเกี๊ยะเอง (เช้าของ 22 เมย. 51) ตั้งชื่อว่า "Protect" ดีม่ะ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |