คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36342" type="text/javascript"></script>
ว่าด้วยเรื่อง “ที่สุด” ของเหล่าสัตว์โลก (3)
กลับมาอีกครั้ง..กับเรื่องของเหล่าสัตว์โลก ..ที่เป็น "ที่สุด" ในแง่ต่างๆ ...ทั้งหลาย คราวนี้มาดูกันดีกว่าค่ะ..ว่ามีสัตว์โลกน่ารักของเราชนิดไหน...ที่เข้าวินในแง่ของความเป็น "ที่สุด" กันบ้าง...
ผู้เขียน: รักฉัตร เลหวนิช ชมแล้ว: 47,355 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 18 April 2008, 4:37 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 15 May 2008, 12:01 pm
อยู่ในส่วน: เทคโนโลยี

หน้าที่ 1 - หายากที่สุด

รักฉัตร  เลหวนิช
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/







 
หายากที่สุด
สัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมที่หายากที่สุดได้แก่ แรดชวา (Javan rhinoceros; Rhinoceros sondaicus) ซึ่งแต่เดิมพบกระจายพันธุ์ในบังคลาเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะแถวเกาะสุมาตราและชวาในประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันเชื่อว่าแรดชวาได้สูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชียแล้ว อุทยานแห่งชาติอุดจุง คูลอน (Udjung Kulon National Park) ทางปลายสุดภาคตะวันตกของเกาะชวา เป็นแห่งเดียวที่ยังมีแรดชวาอาศัยอยู่ โดยมีอยู่ประมาณ 50 ตัวเท่านั้น แม้ว่าจะมีรายงานการพบแรดชวา 10-15 ตัว ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการ ส่วนในประเทศไทย แรดชวาเคยถูกพบแถวเทือกเขาตะนาวศรีและภาคใต้ แต่ในปัจจุบันได้สูญพันธุ์หมดไปจากประเทศแล้ว แรดชวาถูกขึ้นบัญชีสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
 
สำหรับสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมที่เหลืออยู่น้อยที่สุดคือ โลมาแห่งแม่น้ำแยงซีเกียง (Baiji or Yangtze River Dolphin; Lipotes vexillifer) โลมาชนิดนี้เป็นโลมาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ตามแม่น้ำแยงซีเกียง ในประเทศจีน มีขนาดตัวยาว 1.4-2.5 เมตร หนัก 100-160 กิโลกรัม ด้วยความที่เป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศ ผู้คนจึงไปตั้งถิ่นฐานตลอดแนวฝั่ง รวมถึงเป็นเส้นทางคมนาคมหลักทางน้ำ ระบบนิเวศของแม่น้ำแยงซีเกียงจึงได้รับความกระทบกระเทือนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โลมาแยงซีเกียงลดจำนวนลง จนปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 150 ตัว
 
    



แมวน้ำมังค์เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean monk seal; Monachus monachus) พวกมันเหลืออยู่ไม่เกิน 400 ตัว ทั่วโลก จึงถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critical endangered) ตามบัญชีของ IUCN ปี 2000 ส่วนญาติสนิทอีก 2 ชนิดของมันก็อยู่ในสถานภาพที่วิกฤตพอกัน แมวน้ำมังค์แคริบเบียน (Caribbean monk seal; Monachus tropicalis) ถูกแทงว่าสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ปีค.ศ.1996 ตามประกาศของ IUCN ส่วนแมวน้ำมังค์ฮาวาย (Hawaiian monk seal; Monachus schauinslandi) ที่เหลืออยู่ไม่เกิน 1,200 ตัวทั่วโลก ก็ถูกจัดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์เช่นกัน
 



แมวน้ำมังค์เมดิเตอร์เรเนียน และ แมวน้ำมังค์ฮาวาย เหลือน้อยเต็มที ส่วนแมวน้ำมังค์แคริบเบียนสูญพันธุ์ไปแล้ว
 
สำหรับสัตว์ปีก แร้งแคลิฟอเนีย (Californian Condor; Gymnogyps californianus) ที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ เป็นนกที่จัดว่าหายากที่สุด จากการสำรวจพบว่าพวกมันเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 61 ตัว และอีกประมาณ 99 ตัวกระจายอยู่ในสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลก
 
 
โดดเดี่ยวที่สุด

              ในอดีต เกาะกาลาปากอส เป็นที่ชุมนุมของเหล่าโจรสลัด และยังเป็นที่ที่นักเดินเรือนิยมมาจอดเรือพัก เต่ายักษ์จำนวนมากที่อาศัยอยู่บนเกาะถูกจับไปกินเป็นอาหาร การเดินเรือที่ยาวนานทำให้นักเดินเรือนิยมจับเต่ายักษ์ขึ้นเรือไปเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเสบียงสำหรับอนาคต เพราะพวกมันเลี้ยงง่ายและอายุยืน โดยนิยมจับเต่ายักษ์ตัวเมียมากกว่า เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ไม่เปลืองเนื้อที่เก็บ และจับได้ง่ายตอนพวกมันมาวางไข่บนหาดทราย เหตุการณ์ที่เกิดอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้จำนวนประชากรของเต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่ออาหารหมด มนุษย์ที่ต้องพึ่งพิงอาหารจากหมู่เกาะกาลาปากอส หันมาสนใจการเลี้ยงสัตว์ พวกเขานำแพะ และสัตว์อื่นๆ ขึ้นมาเลี้ยงบนเกาะมากมาย ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพวกแพะที่เพิ่มจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นพันธุ์เด่นบนเกาะปินตา (Pinta) ในหมู่เกาะกาลาปากอส พวกมันกินพืชบนเกาะจนราบ เต่ายักษ์ไม่มีที่หลบร้อนและพืชอาหารอย่างตะบองเพชร จึงล้มตายลงทีละตัวสองตัว จนแทบจะไม่เหลือ
 
              ในปีค.ศ.1906 นักวิทยาศาสตร์จาก the California Academy of Sciences กลุ่มหนึ่ง ไปเยือนเกาะปินตา เพื่อทำการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ พวกเขาพบเต่ายักษ์ตัวผู้เหลืออยู่เพียง 3 ตัว และได้นำพวกมันกลับไปเลี้ยงไว้
ในปีค.ศ.1971 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกาลาปากอสเดินทางไปยังเกาะปินตา เพื่อหาทางจัดการกับแพะที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปีทุกปี พวกเขากลับได้พบ จอร์จผู้เดียวดาย (Lonesome George) ซึ่งเป็นเต่ายักษ์พันธุ์ Abingdon Island (Geochelone abingdoni) ซึ่งถูกตีว่าสูญพันธุ์ไปแล้วในตอนแรก ด้วยเหตุนี้ จอร์จจึงเป็นเต่ายักษ์ที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียวในสปีชีส์ย่อย abingdoni เจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำจอร์จมาเลี้ยงที่สถานีวิจัยชาร์ลส์ ดาร์วิน (The Charles Darwin Research Station) และให้จอร์จอยู่ร่วมกับเต่ายักษ์สาวๆ พันธุ์ Geochelone elephantopus becki จากแถบภูเขาไฟวูล์ฟ บนเกาะอิสเบล่า ซึ่งเป็นสปีชีส์ย่อยที่มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาใกล้เคียงกับ G. abingdoni ที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ร่วมกับบรรดาสาวๆ มานานเกือบ 30 ปี ก็ยังไม่ปรากฏว่าจอร์จจะประสบความสำเร็จในการสืบเผ่าพันธุ์แต่อย่างใด ขณะนี้จอร์จมีอายุประมาณ 70-80 ปี หนัก 88 กิโลกรัม กระดองมีความยาวถึง 102 เซนติเมตร จอร์จถูกควบคุมด้วยโปรแกรมการกินอาหารพิเศษเพื่อให้มันแข็งแรงและอยู่ได้นานที่สุด โดยมันจะได้กินมะละกอ 500 กรัม 5 ครั้งต่อสัปดาห์ หญ้า 50 กรัม สามครั้งต่อสัปดาห์ และอาหารพิเศษอีก 100 กรัม หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์
 
ตัวใหญ่ที่สุด
              วาฬสีน้ำเงิน (Blue whale; Balaenoptera musculus) ครองแชมป์สัตว์ตัวยักษ์ที่สุดในโลก ลูกวาฬที่เพิ่งคลอดมีขนาดตัวยาว 6-8 เมตร น้ำหนักถึง 3 ตัน วาฬที่โตเต็มวัยมีขนาดตัวยาวถึง 35 เมตร และหนักถึง 130 ตัน
 
แน่นอนว่าช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดตัวที่ใหญ่ที่สุด แต่ระหว่างช้างแอฟริกากับช้างเอเชีย ชนิดใดล่ะที่ตัวใหญ่กว่ากัน บันทึกบอกว่าช้างแอฟริกา (African elephant; Loxodonta africana) เป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดความสูง (วัดจากหัวไหล่) เฉลี่ยประมาณ 3-3.7 เมตร มีน้ำหนักมากถึง 4-7 ตัน ในปีค.ศ.1974 มีการบันทึกสถิติจากสเปซิเมนส์ช้างแอฟริกันที่ประเทศแองโกลา พบว่ามีขนาดความสูงจากไหล่ 4.16 เมตร และมีการประมาณน้ำหนักของมันไว้ราว 12.24 ตัน
 
ไพรเมตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดได้แก่ กอริลล่า (Gorilla; Gorilla sp.) ที่มีขนาดความสูง 1.3-1.9 เมตร หนัก 75-160 กิโลกรัม พบกระจายพันธุ์อยู่ในทวีปอัฟริกา



 


3 พี่บิ๊ก - วาฬสีน้ำเงิน, ช้างแอฟริกา และกอริลล่า
 
กวางมูส (Moose; Alces alces) กวางประจำถิ่นหนาวแถบอเมริกาเหนือและไซบีเรีย เป็นสัตว์ตระกูลกวางที่ใหญ่ที่สุด มีขนาดความสูงถึง 2.3 เมตร และหนัก 400-600 กิโลกรัม
 
คาพีบารา หรือ คาร์พินโช (Capybara or Carpincho; Hydrochoerus hydrochaeris) สัตว์ฟันแทะประจำถิ่นของแอฟริกามีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์กลุ่มนี้ วัดความยาวจากหัวถึงหางได้ 1-1.3 เมตร และหนักถึง 79 กิโลกรัม
 
จิ้งโจ้แดง (Red kangaroo; Macropus rufus) แห่งออสเตรเลีย เป็นสัตว์ในกลุ่มที่มีกระเป๋าหน้าท้อง (Marsupial) ที่มีขนาดตัวโตที่สุด โดยจิงโจ้แดงตัวผู้ สูงได้ถึง 1.80 เมตร เวลายืน มีความยาวถึงหาง 2.85 เมตร และหนักถึง 90 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียจะมีขนาดที่เล็กกว่านิดหน่อย นอกจากนี้ พวกมันยังถูกบันทึกว่าเป็นพวกที่แพร่พันธุ์ได้เร็วอีกด้วย เนื่องจากตัวเมียจะตั้งท้องนานแค่ 33 วัน และสามารถจะผสมพันธุ์ได้อีกใน 1-2 วันหลังจากคลอดลูก
 
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีปีกที่ใหญ่ที่สุดคือ ค้างคาวแม่ไก่ (Flying fox; Family Pteropodidae) โดยเฉพาะพันธุ์ที่พบทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางสปีชีส์มีขนาดตัวยาวถึง 45 เซนติเมตร ปีกกว้าง 1.7 เมตร และมีน้ำหนักประมาณ 1.6 กิโลกรัม
 



กวางมูสจากถิ่นหนาว, คาพีบาราแห่งแอฟริกา, จิงโจ้แดงแห่งออสแตรเลีย และค้างคาวแม่ไก่ แถวๆอาเซียนบ้านเรา



 
นอกจากครองตำแหน่งจ้าวลมกรดประเภทนกบินไม่ได้แล้ว นกกระจอกเทศ (Ostrict; Struthio  camelus) ก็ชนะเลิศรางวัลสัตว์ปีกตัวโตที่สุดในโลกไปครองอีกถ้วย ด้วยสถิติความสูง 2.75 เมตร น้ำหนัก 156.5 กิโลกรัม
 
นอกจากนี้นกกระจอกเทศจากฟาร์มเลี้ยงในเมืองต้าถง จังหวัดจางฉี ในประเทศจีน ได้วางไข่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่หนักถึง 2.35 กิโลกรัม ออกมาในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1997
 



               นกกระจอกเทศ           ไข่นกกระจอกเทศเทียบกับไข่ไก่     


               
 
พเทอโรซอร์ (Pterosaur; Quetzalcoatlus northropi) ไดโนเสาร์บินได้ที่สูญพันธุ์ไปเป็นหลายสิบล้านปีแล้ว เป็นสิ่งมีชีวิตที่บินได้ที่ใหญ่ที่สุด นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่าพวกมันอาศัยอยู่แถวทวีปอเมริกาเหนือและแอฟริกาเมื่อ 70 ล้านปีที่แล้ว ฟอสซิลของพวกมันบอกให้รู้ว่ามันมีขนาดความกว้างปีกเมื่อกางแล้วถึง 11-12 เมตร
 
ในยุคปัจจุบัน นกที่มีปีกที่กว้างที่สุด ได้แก่ แร้งทะเลอัลบาทรอส (Wandering albatross; Diomedea exulans) แห่งทะเลใต้เป็นนกที่มีระยะของขนาดกางปีกที่กว้างที่สุด คือ 3.63 เมตร
 
นกแร้งแอนเดียน (Andean condor; Vultur gryphus) แห่งเทือกเขาแอนดีส ในอเมริกาใต้ เป็นสัตว์กินซากที่ใหญ่ที่สุด มันมีน้ำหนักถึง 12 กิโลกรัม เมื่อกางปีกแล้ว สองข้างรวมกันได้ระยะกว้างถึง 3 เมตร ด้วยปีกนี้เองที่ทำให้พวกมันสามารถบินได้สูง และไม่ต้องกระพือปีกมาก แค่กางปีกก็สามารถลอยตัวอยู่ในอากาศได้สบายๆ นกแร้งแอนเดียนถูกจัดเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ในขณะนี้ เวลาพวกมันกินอาหาร มันจะกินแบบเต็มคราบ กินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้อิ่มจนขยับไปไหนไม่ได้ ทั้งนี้เพราะอาหาร (ซากสัตว์) ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในธรรมชาติ ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะได้เจออาหารอีก
 



พเทอโรซอร์ ถ้ายังไม่สูญพันธุ์ จะเป็นแชมป์นกยักษ์, แร้งทะเลอัลบาทรอส ผู้มีวงแขนกว้างที่สุดในปัจจุบัน และ แร้งแอนเดียน  


  
 
ปลาที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดได้แก่ ปลาฉลามวาฬ (Whale shark; Rhincodon typus) ที่พบตามบริเวณอบอุ่นในมหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก และอินเดีย ตัวที่ถูกบันทึกว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดมีความยาวถึง 12.65 เมตร
 
นักล่าจ้าวแห่งทะเลอย่าง ปลาฉลามขาว (White shark; Carcharodon carcharias) ครองตำแหน่งสุดยอดปลานักล่า มีความยาวเฉลี่ย 4.3-4.6 เมตร น้ำหนัก 520-770 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการปรากฏอยู่บ้างว่ามีซากปลาฉลามขาวที่มีความยาวถึง 10 เมตร
 
ฉลามขาวมีอายุยืนถึง 100 ปี เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนยอดของพีรามิดอาหารของระบบนิเวศทะเล ด้วยฟันถึง 3,000 ซี่ พวกมันสามารถฉีกสิงโตทะเล แมวน้ำ โลมา ปลาต่างๆ รวมทั้งฉลามพันธุ์อื่นๆ เป็นชิ้นได้อย่างสบาย ภาพยนตร์เรื่อง จอว์ ของฮอลิวูดทำให้คนหวาดกลัวฉลามกันมาก แม้จะไม่มีรายงานอย่างแน่ชัดเกี่ยวกับการจู่โจมของฉลามที่เกิดกับมนุษย์ แต่ก็มีการประมาณกันไว้ที่ 70-100 ครั้งจากทั่วโลก มี 5-15 รายที่เสียชีวิต สำหรับประเทศที่มีรายงานการทำร้ายของฉลามต่อมนุษย์ในช่วงปีค.ศ.1900-2000 มากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีรายงาน 338 ครั้ง แอฟริกาใต้ 69 ครั้ง บราซิล 50 ครั้ง ออสเตรเลีย 36 ครั้ง และนิวซีแลนด์ 17 ครั้ง


 



ปลาฉลามวาฬ และ ปลาฉลามขาว สองยักษ์ใหญ่ตระกูลปลา



 
ปลารูปร่างประหลาดอย่างปลาพระอาทิตย์ หรือ โมลา -โมลา (Ocean sunfish; Mola mola) เป็นเจ้าของสถิติโลกถึงสองรายการ รายการแรกคือ เป็นปลากระดูกแข็ง (Bony fish) ที่มีน้ำหนักมากที่สุด ด้วยความที่พวกมันมีรูปร่างใหญ่โตขนาด 2-3 เมตร น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ตัน โดยตัวที่เป็นเจ้าของสถิติโลกขณะนี้หนักถึง 2.2 ตัน ขนาดตัว 3.1 เมตร 
 
รายการที่สองคือ วางไข่จำนวนมากที่สุด โดยในแต่ละครั้งพวกมันวางไข่จำนวนมหาศาลถึง 30 ล้านฟอง แต่ละฟองมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.3 มิลลิเมตร
 
แม้ว่าโมล่าจะตัวใหญ่มหึมา เป็นปลาที่ไม่นิยมใช้ความเร็วในการว่าย และอาศัยอยู่ในมหาสมุทรทั้งในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก แต่ก็ไม่ใช่ว่าพบเจอพวกมันได้ง่ายๆ นอกจากในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแล้ว ยังไม่มีรายงานการพบเจอโมล่าในทะเลไทย
 


 




อเมริกันล็อบสเตอร์ (American lobster; Homarus americanus) เป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์ที่มีเปลือกหุ้ม (Crustacean) พบตามชายฝั่งทางตะวันออกของอเมริกาเหนือจากรัฐนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา ไปถึงรัฐนอร์ธ แคโลไรน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
อเมริกันล็อบสเตอร์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของบรรดาล็อบสเตอร์ พวกมันจะลอกคราบประมาณ 25 ครั้งในช่วง 5-7 ปีแรกของวงจรชีวิต เชื่อกันว่าอายุขัยของล็อบสเตอร์ยาวนานถึง 100 ปีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกมันก็ถูกจับกินเป็นอาหารไปเสียก่อนที่จะโตเต็มวัยจริงๆ
 
ปลาหมึกยักษ์แห่งแอตแลนติก (Giant squid; Architeuthis dux) นอกจากจะเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate) ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังเป็นเจ้าของดวงตาที่โตที่สุดในบรรดาสัตว์โลก ปลาหมึกยักษ์มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 6 เมตร โดยเฉลี่ย และสามารถโตได้ถึง 20 เมตร ส่วนดวงตาของพวกมัน เฉลี่ยแล้วมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร แต่สถิติโลกที่บันทึกได้โดยวัดจากตัวอย่างปลาหมึกยักษ์ดองที่อ่าวทิมเบิล ทิคเคิล ในรัฐนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา ในปีค.ศ.1878 นั้น มีขนาดถึง 50 เซนติเมตร


 



อเมริกันล็อบสเตอร์                                    หมึกยักษ์แห่งแอตแลนติก


             สัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดในโลกหนีไม่พ้น จระเข้น้ำเค็ม (Estuarine crocodile; Crocodylus porosus) ซึ่งสามารถพบได้ในพื้นที่ตามแนวเส้นศูนย์สูตรจากเอเชียถึงฝั่งแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยด้วย ศูนย์พิทักษ์จระเข้น้ำเค็มของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Bhitarkanika ในประเทศอินเดีย รายงานว่าจระเข้ในศูนย์ที่วัดได้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 6 เมตร และตัวที่ใหญ่ที่สุดมีความยาวเกิน 7 เมตร อย่างไรก็ตามมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่าพบจระเข้น้ำเค็มที่มีลำตัวยาวถึง 9 เมตร
             สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่ใหญ่ที่สุดได้แก่ ซาลามานเดอร์ยักษ์แดนมังกร (Chinese giant salamander; Andrias davidianus) ซึ่งมีถิ่นอาศัยตามลำธารในภูเขา แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ของประเทศจีน ทำลายสถิติโลกด้วยขนาดที่ใหญ่มหึมาถึง 1.8 เมตร แต่เจ้าของสถิติที่ถูกบันทึกนี้ เป็นเพียงแค่สเปซิเมนส์ที่อยู่ในจังหวัดฮูหนาน ประเทศจีน


 



         จระเข้น้ำเค็ม และ ซาลามานเดอร์ยักษ์แดนมังกร      


                 
 
“เบบี้” งูเหลือมพม่า (Burmese python; Python molurus bivittatus) อายุ 21 ปี แห่งสวนสัตว์เปิดเซอร์เพนต์ ที่อิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ครองแชมป์หนักที่สุดในโลกไปด้วยสถิติ 182.76 กิโลกรัม มันมีลำตัวยาวถึง 8.23 เมตร รอบลำตัว 71.12 เซนติเมตร
 
งูเหลือม (Reticulated python; Python reticulates) เป็นงูที่มีความยาวมากที่สุดในโลกใบนี้ เจ้าของสถิติที่ถูกบันทึก พบที่อินโดนีเซีย ในปีค.ศ.1912 มีความยาว 10 เมตร โดยงูเหลือมทั่วไปมีความยาวไม่ต่ำกว่า 6.25 เมตร


 


 
"เบบี้" งูเหลือมพม่าที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก (ซ้าย)



 
กบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ กบโกไลแอธ (Goliath frog; Conraua goliath) แห่งประเทศแคมารูน วัดความยาวตลอดลำตัวได้ประมาณ 30 เซนติเมตร หนักได้ถึง 3.3 กิโลกรัม



 
 


 
กบโกไลแอธ น่ารักไม่แพ้แมว



 
                มอลลัสค์จำพวกแกสโตรพอด (Gastropod) ซึ่งประกอบด้วย หอยทาก (Snail) ทาก (Slug) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ หอยทากยักษ์แอฟริกัน (African giant snail; Achatina achatina) ซึ่งเป็นหอยทากบก ขนาดที่ใหญ่ที่สุดซึ่งวัดได้จากตัวอย่างดอง มีน้ำหนัก 900 กรัม ความยาววัดจากหางถึงปลายจมูก 39.3 เซนติเมตร และเฉพาะเปลือกมีขนาด 27.3 เซนติเมตร สำหรับ หอยทากลาย Achatina fulica เป็นหอยทากยักษ์แอฟริกันอีกชนิดที่มีขนาดใหญ่กว่า 17 เซนติเมตร พวกนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบร้อน เช่น อินเดีย หลังจากแพร่พันธุ์เข้ามาทางภาคใต้ของประเทศไทย และทำลายพืชผลของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในปี พ.ศ. 2484 รัฐบาลจึงได้หาทางจัดการล้างบางพวกมันอย่างจริงจัง 
 
  



 


แมงมุมที่ใหญ่ที่สุดได้แก่ แมงมุมยักษ์ทาแรนทูล่า พันธุ์กินนกโกไลแอธ (Goliath Bird-eating Spider; Theraphosa blondi) เป็นแมงมุมที่มีพิษชนิดหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าคนที่ถูกแมงมุมนี้กัดจะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่แมงมุมนี้จะสลัดขนของมันเพื่อป้องกันตัว ซึ่งขนจะลอยไปในอากาศและสร้างความระคายเคืองกับผิวหนังโดยเฉพาะเนื้อเยื่อบุรอบดวงตาและปาก ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตถึง 9 เซนติเมตร และถึง 25 เซนติเมตรเมื่อรวมขาที่กาง อาหารของพวกมันจึงมีตั้งแต่แมลงเล็กๆ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก สัตว์เลื้อยคลานพวกกิ้งก่า งู รวมทั้งลูกนกที่อยู่ในรังด้วย ส่วนใหญ่จะพบทาแรนทูล่าชนิดนี้ตามป่าดงดิบตามแนวฝั่งของประเทศซูรินัม กายอานาและเฟรนช์เกียนา
 
ด้วงยักษ์ (Goliath beetle; Goliathus goliatus) เป็นแมลงที่ใหญ่ที่สุด เทียบโดยน้ำหนัก มีน้ำหนักตัวประมาณ 90-100 กรัม แม้ว่ามันจะมีขนาดตัวที่ใหญ่ แต่ถ้าเทียบกับด้วงชนิดอื่นๆ แล้ว ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก มีด้วงอีกหลายชนิดที่มีขนาดตัวใกล้เคียงกับ G. goliatus คือมีขนาดตัวยาว 10-17 เซนติเมตร ด้วงเหล่านั้นได้แก่ Goliathus cacicus, Goliathus regius, Megasoma actaeon, Megasoma elephas และ Titanus giganteus


 



Goliathus goliatus, Goliathus cacicus, Goliathus regius, Megasoma actaeon, Megasoma elephas



 
......................................................................................................................................................
ขอขอบคุณอาจารย์ประทีป ด้วงแค ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือในการตรวจความถูกต้องของข้อมูล
 
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. http://www.guinnessworldrecords.com/content_pages/record_category_c.asp
2. http://animaldiversity.ummz.umich.edu/site/index.html
3. http://www.ecoworld.org/Animals/EcoWorld_Animals_Home2.cfm
4. http://www.extremescience.com/creatport.htm 


 




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 พ.ค. 2551 (17:35)
ผมก็ว่าได้ความรู้ดีน่ะครับ http://www.aunpsycho.com
bad_bads เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 27 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 พ.ค. 2551 (16:57)
ก็ได้ความรู้ทั้งนั้นแหละ
untilate เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 17 พ.ค. 2551 (20:09)

หนุกดีเนอะ


 


อิอิ


 


มีให้อ่านเยอะๆ จะได้เพิ่มค.รู้


bamboo_pp เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 18 พ.ค. 2551 (09:03)
เป็นความรู้รอบตัวดีครับ http://www.storezaa.com
bad_bads เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 27 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทคโนโลยีชีวภาพปริทรรศน์
(www.biotec.or.th)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,455 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 เดือน
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 72 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ว่าด้วยเรื่อง “ที่สุด” ของเหล่าสัตว์โลก (3) [47,356]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,051]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [397,731]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [412,978]
Global Warming { English } [157,563]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.