<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36366" type="text/javascript"></script> |
|
เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้?
นักวิทยาศาสตร์เรียกพายุหมุนที่เกิดในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน และในอ่าวเม็กซิโก เรียกชื่อว่า พายุเฮอริเคน
post ครั้งแรก: Sat 19 April 2008, 1:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 26 June 2008, 1:08 pm
|
มาลินี อัศวดิษฐเลิศ
หน่วยบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค)
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/
จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันคลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้ของประเทศไทย และอีกหลายประเทศแถบมหาสมุทรอินเดียเมื่อปลายปี 2547 ยังไม่ทันจางหาย ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ประเทศจีน ตามมาด้วยพายุพัดถล่มญี่ปุ่น และไต้หวัน รวมถึงภาคเหนือของประเทศไทย และที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาก็คือ พายุเฮอริเคนพัดถล่มทางภาคใต้ของประเทศ สร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท...ต่อมาในปีนี้ พาเหรดน้ำท่วมได้ย้อนรอยสร้างความเสียหายมหาศาลในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งรุนแรงและครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าเดิม... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้จึงดึงความสนใจของมนุษย์โลก โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ให้หันกลับมาตั้งคำถามด้วยความวิตกกังวลว่า “เกิดอะไรขึ้นกับโลก?”
นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกพยายามหาคำตอบในเรื่องนี้ นักวิทยาศาสตร์หลายคนพยายามตั้งสมมติฐาน (ที่ยังรอคำตอบ) ว่า หายนะบางอย่างที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจากปรากฏการณ์ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
ที่มาภาพ: http://www.climatescience.gov/Library/stratplan2003/
vision/VisionFig1.jpg
ชวนให้หันกลับไปทบทวนในเรื่อง “ภาวะเรือนกระจก (Green house effect)” ที่อาจโยงใยกับหายนะต่างๆ เหล่านี้

ที่มาภาพ: (ซ้าย) http://www.oilandgasforum.net/impacts/media/
greenhouse_effect.jpg
(ขวา) http://www.acmecompany.com/stock_thumbnails/
13808.greenhouse_effect_2.jpg
ภาวะเรือนกระจก เป็นภาวะที่ชั้นบรรยากาศของโลกกระทำตัวเสมือนกระจก ที่ยอมให้รังสีคลื่นสั้นผ่านลงมายังผิวโลกได้ แต่จะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดที่แผ่ออกจากพื้นผิวโลกเอาไว้ จากนั้นจึงคายพลังงานความร้อนให้กระจายอยู่ภายในชั้นบรรยากาศและพื้นผิวโลก จึงเปรียบเสมือนกระจกที่ปกคลุมผิวโลกให้มีภาวะสมดุลทางอุณหภูมิ และเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลก แต่ในปัจจุบันมีก๊าซบางชนิดสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศมากเกินสมดุล ซึ่งส่วนมากเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซนี้มีคุณสมบัติดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดและคายพลังงานความร้อนได้ดี พื้นผิวโลกและชั้นบรรยากาศ จึงมีอุณหภูมิสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลก และสิ่งมีชีวิตพื้นผิวโลกอย่างมากมาย
20 ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพบว่า อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียส สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นตัวเลขที่ไม่น่าตื่นเต้น แต่กลับภูมิอากาศ หากลองได้เปลี่ยนแล้ว ผลลัพธ์ไม่ได้ “น้อยนิด” ตามตัวเลขที่ปรากฎเลย...มีรายงานผลการวิจัยว่าในรอบ 40 ปี หากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเพียง 0.6 หรือ 1 องศาเซลเซียส ส่งผลต่อระดับความรุนแรงของภัยธรรมชาติทางอากาศ เช่น พายุหมุน เพิ่มขึ้น 4-5 เท่าตัว ในขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าภัยธรรมชาติที่เกี่ยวกับอากาศและเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เช่น พายุพัดถล่มในประเทศสหรัฐอเมริกา น้ำท่วม ภัยแล้ง ที่มีระดับความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
จากการศึกษาของศาสตราจารย์แคร์รี เอ็มมานูเอล (Kerry Emanuel) แห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสสาชูเสตส์หรือเอ็มไอที (MIT) พบว่า ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา พายุลูกใหญ่ โดยเฉพาะพายุเฮอร์ริเคนที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก เพิ่มความรุนแรงของแต่ละลูกมากกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซนต์ ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ ความร้อนเหนือน้ำทะเลที่สูงขึ้น
รายงานการศึกษาเกี่ยวกับพายุโซนร้อนหรือพายุหมุนเขตร้อน “Increasing destructiveness of tropical cyclones over the past 30 years” ของศ. แคร์รี เอมมานูเอล ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ฉบับที่ 436 ประจำวันที่ 4 สิงหาคม 2548

พายุเฮอร์ริเคน (Hurricane) คือพายุหมุนชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อจุดใดจุดหนึ่งในทะเลมีความร้อนสูงกว่าปกติ และเมื่ออุณหภูมิ ณ ระดับน้ำทะเลสูงไม่เท่ากัน จึงเกิดการดึงมวลอากาศเข้าหา กลายเป็นพายุหมุนขึ้นมา น้ำทะเลร้อนเท่าไร พายุก็จะทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น ซีกโลกภาคเหนือ ช่วงที่ตรงกับปลายฤดูร้อน น้ำทะเลจะร้อนที่สุด ดังนั้นพายุจึงรุนแรงที่สุด โชคร้ายของปีที่แล้วจึงตกเป็นของชายฝั่งสหรัฐอเมริกา...เฮอริเคนแคทรินา
[นักวิทยาศาสตร์เรียกพายุหมุนที่เกิดในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน และในอ่าวเม็กซิโก เรียกชื่อว่า “พายุเฮอริเคน” แต่หากพายุหมุนเกิดในบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และในทะเลจีนใต้ ว่า “พายุไต้ฝุ่น” ซึ่งเราค่อนข้างคุ้นเคยกับชื่อนี้ จริงๆ แล้ว พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกมากกว่า 2 ชื่อนี้ หากผู้อ่านสนใจ เข้าไปดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในหัวข้อพายุหมุนเขตร้อน คือ http://www.tmd.go.th/knowledge/know_storm01.html ]
ผลจากการวิจัยของศ. เอมมานูเอล ผู้ที่ให้เหตุผลของการมาของเฮอร์ริเคนแคทรินา และปลุกให้คนอเมริกัน และคนทั่วโลกเห็นถึงภัยของโลกร้อน ทำให้เขาได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้มีอิทธิพลของโลก (TIME 100: The People Who Shape Our World) ประจำปี 2549 ในสาขานักวิทยาศาสตร์และนักคิด (Scientists & Thinkers)

(ภาพซ้าย) ศาสตราจารย์แคร์รี เอมมานูเอล (Kerry Emanuel)
ที่มาภาพ: http://www.time.com/time/2006/time100
ผลการวิจัยของเขาช่วยตอกย้ำให้ข้อถกเถียงเรื่องโลกร้อน เข้มข้นยิ่งขึ้น และทำให้หลายคนในหลายประเทศ
รวมทั้งประเทศไทย เริ่มตระหนักถึงภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง

หากโลกร้อนได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดหายนะบนโลกใบนี้
จะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตอบสนอง” คงไม่ผิด
**************************************************************
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในใน
1. Increasing destructiveness of tropical cyclones over the past 30 years.
http://www.nature.com/nature/journal/vaop/ncurrent/
abs/nature03906.html
2. Can we change the climate
http://epa.gov/climatechange/kids/change.html
3. Is Global Warming Raising a Tempest?
http://www.sciam.com/article.cfm?articleID=000D023B-2655-
1514-A59B83414B7F0133
****************************************************************
กลัวว่าจะเป็นเหมือนเรื่อง THE DAY AFTER TOMORROW น่ะครับ เป็นไปได้สูงมาก
http://www.happy2health.com
ไปดูมาแล้ว สนุกครับ ก็ คงมาไม่ถึงไทยหรอก
แต่ก็อย่าประมาทนะครับอะไรก็เกิดขึ้นได้
ขอบคุณมาก ผมว่าทุกคน ทุกฝ่าย สร้างความตระหนัก เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ หาทางป้องกันไว้ดีกว่าครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |