 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/364" type="text/javascript"></script> |
|
|
น้องเอ็ม กับอนาคตที่ฝันให้ไกล ไปให้ถึง
วิชาการ.คอม พาไปคุยกับหนุ่มน้อยวัยใส สอบถามแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ตัดสินใจจากบ้านไปไกล เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ด้วยทุนของครอบครัว น้องเอ็ม วัย 18 ปี เพิ่งจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์คำนวณ จากรั้วโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มาหมาด ๆ
ผู้เขียน: สินีนาฎ ชมแล้ว: 13,875 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 13 May 2006, 10:37 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 13 May 2006, 10:37 pm
|
หน้าที่ 1 - การตัดสินใจไปไกลจากบ้าน
ช่วงชีวิตของทุกคนต่างก็มีความฝัน วางหวังถึงก้าวย่างต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะเยาวชน ที่กำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการศึกษา ที่จำเป็นต้องใช้ความฝันบวกกับความจริง เพื่อวางแผนด้านการเรียนต่อของตัวเอง และบางคนก็ยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตเดิม ๆ ไปสู่สถานที่ใหม่ ๆ เพื่ออนาคต
วันนี้ ทีมวิชาการดอทคอม ได้มาคุยกับหนุ่มน้อยวัยใสคนหนึ่ง ที่ตัดสินใจจากบ้านไปไกล เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ด้วยทุนของครอบครัว หนุ่มน้อยคนนั้นก็คือ
นายประพฤทธิ์ เชาวนสุภา หรือน้องเอ็ม วัย 18 ปี เพิ่งจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์คำนวณ จากรั้วโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มาหมาด ๆ
และเพิ่งบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อปริญญาตรี สาขา
Finance ที่
Macquarie University ประเทศ
Australia เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมานี่เอง
ทีมงานวิชาการ : ทำไมถึงเลือกไปเรียนออสเตรเลียคะ
เอ็ม : เพราะออสเตรเลียอยู่ไม่ไกลจากเมืองไทย ค่าใช้จ่ายถูกกว่าประเทศอื่น และพี่สาวก็ไปเรียนต่อโทที่นี่เหมือนกัน แต่คนละเมือง ก่อนหน้านี้ผมเคยไปเรียน summer school ที่ออสเตรเลียมาก่อนแล้ว ก็เลย รู้สึกชอบประเทศนี้ และก็สนุกกับการใช้ชีวิตเมืองนอก
ทีมงานวิชาการ : ตอนที่ไป summer schools เป็นอย่างไรบ้าง
เอ็ม : ผมเคยไป 2 ครั้งที่ เมือง Sydney ประเทศ Australia และเมือง Auckland ประเทศ New Zealand พบว่าได้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ได้ประสบการณ์ใหม่ ทำให้มีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น คุ้นเคยกับภาษาและเจ้าของภาษามากขึ้น ทำให้กล้าพูดมั่นใจเวลาพูดมากขึ้น สามารถใช้ชีวิตเอาตัวรอดในต่างแดนเป็น หรือช่วยเหลือ-ดูแลตัวเองได้ และทำให้เวลาไปเรียนต่อตรี ไม่ลังเลหรือกังวลเลย
ทีมงานวิชาการ : ทำไมถึงเลือกเรียนสาขานี้ และเลือกเรียนที่ Sydney
เอ็ม : เพราะผมเรียนมาทางด้านศิลป์คำนวณ และคิดว่า Finance เป็นวิชาที่ต้องเรียนถึงจะรู้ แต่ถ้าเป็น Marketing หรือ Business Management นั้น สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์เวลาทำงานจริงได้ นอกจากนี้เรียนจบแล้วสามารถยื่นสมัครเป็นคนออสเตรเลีย เพราะเป็นสาขาวิชาที่กำลังเป็นที่ต้องการในประเทศนี้
ส่วนที่เลือกเรียนที่ Sydney เพราะคุ้นเคยกับที่นี่เคยมาตอน summer school และคุณพ่อซึ่งเป็นนักธุรกิจ ก็เห็นว่าการอยู่ในเมืองใหญ่ศูนย์กลางธุรกิจ ทำให้ได้เรียนรู้ ความเจริญ สิ่งที่ทันสมัย แปลกใหม่ กว่าในเมืองเล็กๆ
ทีมงานวิชาการ : น้องเอ็มเตรียมตัวไปเรียนต่างประเทศอย่างไร
เอ็ม : ผมใช้บริการทางด้านการศึกษาต่อจากบริษัท Mentor International โดยพี่สาวแนะนำมาอีกต่อหนึ่ง เพราะพี่สาวซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกำลังเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลียเหมือนกัน ซึ่งพี่สาวติดต่อกับ Mentor สาขาเชียงใหม่มาก่อน จึงได้แนะนำให้ผมใช้บริการจากบริษัทเดียวกันที่กรุงเทพ โดยผมใช้บริการจากบริษัทนี้ครบทุกด้าน ตั้งแต่การดูแลติดต่อขอวีซ่า ตั๋วเครื่องบิน ครอบครัวที่จะไปพักอยู่ด้วย (homestay) และหลักสูตรพื้นฐาน จนถึงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งผมประทับใจบริการที่ครบวงจร เป็นกันเอง และใส่ใจ จึงได้ก็ยังบอกต่อเพื่อน ๆ และแนะนำให้เพื่อนไปเรียนต่อเหมือนผม
ทีมงานวิชาการ : ทำไมถึงอยากแนะนำเพื่อนให้ไปเรียนต่อ
เอ็ม : คิดว่าได้ประโยชน์มากกว่าการเรียนในประเทศ โดยเฉพาะคนที่เอนทรานซ์ไม่ติด หรือถ้าติดแล้วได้คณะที่ไม่ชอบ ก็ไม่ควรเสียเวลาเรียนตรงนั้น ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สอบเอนทรานซ์ระบบใหม่ แต่ก็ไม่ได้หวังผล เพราะคะแนนสะสมตั้งแต่ม.4-5 ไม่ค่อยดีนัก อยู่ในระดับปานกลาง และใจจริงก็ชอบระบบการเรียนการสอนของต่างประเทศ จึงไม่รอผลสอบเอนทรานซ์และตัดสินใจไปเรียนต่อเลย ผมจึงบอกเพื่อนว่า ไปเรียนเมืองนอกจะได้รู้ได้เห็นอะไรที่ต่างจากคนอื่น ได้ฝึกภาษาอังกฤษ ได้เพื่อนต่างชาติ สนุกดี
นอกจากนั้นระบบการเรียนก็สอนให้รู้จักคิดมากกว่าแค่ท่องจำ และก็เรียนแค่ 3 ปี ก็ได้ปริญญาตรีแล้ว หากเรียนต่ออีก 1 ปี ก็จะได้ double degrees หรือตรี 2 ใบ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ที่จะดูแลตนเองได้ เพราะอยู่ไกล พ่อ-แม่ ซึ่งเพื่อนบางคนก็แย้งว่าอยากได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยในเมืองไทย จะได้มีกลุ่มเพื่อน ซึ่งผมคิดว่าเพื่อนที่สนิทจริงๆ ส่วนมากมาจากสมัยมัธยมมากกว่ามหาลัย จากการสังเกตจากกลุ่มเพื่อนของพี่ๆ
ทีมงานวิชาการ : ปัญหาที่คาดว่าจะพบขณะที่เรียนต่างประเทศ
เอ็ม : ผมว่าน่าจะเป็นเรื่อง lifestyle ที่แตกต่างจากอยู่เมืองไทย เพราะต้องช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น ทำอะไรทุกอย่างด้วยตัวเอง และที่กังวลมากที่สุด คือ เรื่องค่าใช้จ่าย เพราะที่นั่นค่าครองชีพสูง อาจไม่สามารถใช้เงินฟุ่มเฟือยเหมือนเมืองไทยได้ แต่ตั้งใจว่าจะหางานพิเศษทำระหว่างเรียน คิดว่าเป็นงานในร้านอาหารไทย โดยช่วงก่อนเดินทางนี้ก็ได้เตรียมตัวโดยไปฝึกทำครัวที่ร้านอาหารของเพื่อนพ่อ ซึ่งได้ประโยชน์มาก ทำให้ทำอาหารประเภทง่ายๆ เป็น อย่างยำต่างๆ ซึ่งมองว่าการทำงานพิเศษระหว่างเรียนนั้น เป็นเรื่องน่าภูมิใจมาก
ทีมงานวิชาการ : แล้วมีวิธีแก้เหงาไม่ให้คิดถึงบ้านอย่างไร
เอ็ม : คงเป็นการเล่นกีฬา เพราะผมชอบเล่นกีฬามากๆ เช่น ฟุตบอล ปิงปอง และเข้าฟิตเนส ออสเตรเลียมีกีฬาหลากหลายให้เล่นมากกว่าเมืองไทย เพราะเป็นประเทศที่คนชอบเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นหน้าหนาวหรือหน้าร้อน ผมเองตั้งใจว่าจะฝึกเล่นกระดานโต้คลื่นหน้าร้อน และเล่นสกีตอนหน้าหนาว
ทีมงานวิชาการ : ฝากแง่คิดทิ้งท้ายให้น้องๆ ที่สนใจไปเรียนต่างประเทศ
เอ็ม : ไปเรียนเมืองนอก ได้มากกว่าปริญญา เพราะจะได้ฝึกช่วยเหลือดูแลรับผิดชอบตัวเองได้ และได้ประสบการณ์ ได้เพื่อนต่างชาติ ได้เห็นอะไรกว้างกว่าคนอื่น และที่สำคัญได้ภาษา ถ้าคนที่สนใจไม่อยากให้ลังเล อาจลองไปคอร์สสั้นๆ เหมือนผมก่อน แล้วทำให้ได้รู้ว่าการไปเรียนเมืองนอก ไม่ได้ยากกว่าที่คิดเลยครับ
การเรียนต่อต่างประเทศ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของน้อง ๆ ยิ่งถ้าครอบครัวมีทุนทรัพย์สนับสนุนอยู่แล้ว ก็คงจะทำได้ง่าย ส่วนน้อง ๆ ที่ครอบครัวไม่สามารถส่งเรียนต่างประเทศได้ ก็ยังมีทุนเรียนต่อต่างประเทศ จำนวนมากจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งถ้าหากน้อง ๆ สนใจก็ติดตาม ข่าวทุนศึกษาต่อต่างประเทศ ได้ในเว็บไซต
์วิชาการดอทคอมนี่ล่ะจ๊ะ เราอัพเดทเรื่อย ๆ เลยนะ
หมายเหตุ
ขอขอบคุณ
คุณปูเป้ บริษัท Mentor International สำหรับการประสานงาน สัมภาษณ์น้องเอ็ม
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 7 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 มิ.ย. 2549 (17:22) "นอกจากนี้เรียนจบแล้วสามารถยื่นสมัครเป็นคนออสเตรเลีย เพราะเป็นสาขาวิชาที่กำลังเป็นที่ต้องการในประเทศนี้" อืม...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 มิ.ย. 2549 (14:33) ทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตนเองครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 มิ.ย. 2549 (19:10) ว่าเข้า อย่างก่ะเรามีตังมากอ่ะ ToT คนมานจน
อ่ะสู้เลือกแล้วก็เดินไป ไม่เดินต่อก็หยุดแล้วเดินถอยหลังกลับเท่านั้นเอง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ธ.ค. 2549 (17:59) ชอบลูกพี่ลูกน้องเขาอะครับเก่งเหมือนเขาเลย แถมยังน่ารักด้วย(อิอิ)
จอมโจรวายเดอร์ (IP:210.203.177.127)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 20 พ.ค. 2550 (02:59) อืมม ไม่ต้องจำมาก แต่อ่านกันหัวฟูเลยนะ summer course กับ bachelor ต่างกันคนละเรื่องเลย ไม่เหงาหรอกเพราะมีหนังสืออีกเพียบให้อ่าน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 21 ก.ค. 2551 (20:31) อยากไปเรียนต่อพ่อแม่คงไม่ให้ไปน่ะ
คงเคยสอบติด รร ดัง ใน กทม โครงการวิทย์คณิต
แต่อยู่ไม่ได้
เซ็งจับจิต