คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36491" type="text/javascript"></script>
วิถีสู่การกลับคืน
ในปัจจุบันจะเห็นว่าภัยพิบัตินั้นมีมากขึ้นอยู่ทุกๆวัน ต้นเหตุนั้นก็เพราะพวกเรานั่นแหละ หากว่าเราไม่รู้จักการบำเพ็ญธรรมตั้งแต่ตอนนี้ ภัยข้างหน้าจะเป็นอย่างไร? ตอนนี้องค์ เจ้าแม่กวนอิม พระอาจารย์จี้กง และพระศรีอริยเมตไตร ได้มาฉุดช่วยพวกเราแล้ว เชิญคลิก
ผู้เขียน: ศิษย์องค์เจ้า ชมแล้ว: 10,669 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 26 April 2008, 1:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 7 May 2008, 3:29 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-21


หน้าที่ 13 - กำเนิดเซียน...7
34. ยมบาลตำหนัก 7
ไท่ซันอ๋อง
         ข้าพเจ้าเป็นชาวมณฑลเจ้อเจียง บิดาชื่อ เฉินโจว มารดา ขื่อ เฉินไช่ พี่น้องทั้งหมดมี 4 คน คือพี่ชาย 2 คนน้องสาว 1 คน ข้าพเจ้าเป็นคนที่ 3 ทางบ้านมีอาชีพทำนา หลังจากข้าพเจ้าเขียนหนังสือได้ 6 ปี ก็ช่วยบิดาทำนาด้วยความขยันขันแข็ง พระอาทิตย์ขี้นก็ทำนา พระอาทิตย์ตกก็พักผ่อน มีควายกับนกเป็นเพื่อน วันหนึ่งควายที่ไถนาเกิดล้มป่วย ข้าพเจ้าเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดดุจพี่น้อง แต่ในที่สุดก็เสียชีวิตลง ซากศพของควาย พ่อและพี่ชายมีความเห็นว่าจะขายให้แผงขายเนื้อ ข้าพเจ้าทักท้วงว่าควรจะนำไปฝัง แต่ถูกพี่ชายทั้งสองต่อว่า โดยยืนยันจะขายเป็นเงิน 100 ตำลึง          ข้าพเจ้าคิดในใจว่าตนเองไม่มีเงินเลยจะซื้อได้อย่างไร จึงได้แต่ไปแอบร้องไห้ที่คันนา พอดีเพื่อนคนหนึ่งเข้ามาปลอบใจและบอกว่า ได้ข่าวว่าเถ้าแก่หลิวต้องการรับสมัครคนงาน ทำไมไม่ไปลองสมัครดู ข้าพเจ้าจึงไปคุยกับเถ้าแก่หลิว โดยขอยืมเงิน 100 ตำลึงมาซื้อซากควายกับบิดาก่อน เสร็จแล้วจึงนำควายไปฝังที่ป่าช้า หลังจากนั้นพอมีเวลาว่างก็มักจะไปเฝ้าดูและตกแต่งให้เรียบร้อย ตอนกลางวันข้าพเจ้าทำงานที่บ้าน          ตอนหัวค่ำและวันหยุดก็ไปทำงานส่วนที่บ้านเถ้าแก่หลิว เช่นหาบน้ำ รดน้ำดอกไม้และงานเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ เพื่อใช้หนี้เงิน 100 ตำลึง
เมื่อข้าพเจ้าอายุ 16 ปี บิดามารดาได้ถึงแก่กรรมในปีเดียวกัน หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตพี่ชายทั้งสองก็ขายที่นานำเงินไปเที่ยวทางอบายมุข ข้าพเจ้าไม่กล้าห้ามปรามได้แต่ปล่อยให้เขาผลาญ เป็นอยู่เช่นนี้ไม่ถึงสามปี ทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็ถูกพี่ชายทั้งสองขายจนหมดสิ้น          ตั้งแต่นั้นจะทำนาก็ไม่มีนาให้ทำ ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องไปเป็นคนใช้บ้านเถ้าแก่หลิว น้องสาวยังเล็กข้าพเจ้าไม่อาจปล่อยให้อดอยาก จึงต้องเอาเงินเดือนทุกเดือนไปให้ เมื่อน้องสาวโตขึ้น ข้าพเจ้าแนะนำให้ไปเป็นคนใช้ที่บ้านเถ้าแก่หลิว เถ้าแก่หลิวเป็นคนใจบุญตกลงรับไว้ทันที เถ้าแก่มีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ สินจง บุตรสาวหนึ่งคนขื่อ เย่เอ๋อ สินจงเป็นคนมีน้ำใจ ปฏิบัติกับข้าพเจ้าเหมือนพี่น้อง เสียดายที่เขาอายุสั้นตายตั้งแต่วัยรุ่น          ตั้งแต่นั้นเถ้าแก่หลิวก็ปลงตกทางโลกไปบวชที่วัด โดยมอบกิจการทางบ้านทุกอย่างให้ข้าพเจ้าจัดการดูแล บัญชีรายรับรายจ่ายข้าพเจ้าจัดทำอย่างเรียบร้อย ทุกครึ่งเดือนจะต้องนำไปให้เถ้าแก่ตรวจดู น้องสาวข้าพเจ้ากับเย่เอ๋อสนิทกันเหมือนพี่น้อง เมื่อเย่เอ๋ออายุ 16 ปี เถ้าแก่หลิวใช้ให้แม่สื่อมาเจรจาว่า จะให้ข้าพเจ้าแต่งงานกับลูกสาวเขา แต่ข้าพเจ้ามิใช่คนโลภเห็นแก่ความสุขส่วนตัว จึงไม่กล้ารับความปรารถนาดีอันนี้ ตอนเถ้าแก่อายุ 53 ปี ได้ล้มป่วยหนัก ขณะใกล้จะสิ้นใจได้สั่งเสียกับข้าพเจ้าว่า “ถ้าคิดจะตอบแทนบุญคุณละก็เมื่อเราตายแล้ว ขอให้ชวยดูแลเย่เอ๋อ โดยการแต่งงานสืบทอดกิจการของเราต่อไป” กล่าวจบก็สิ้นใจ          หลังจากจัดการเรื่องงานศพเรียบร้อย และไว้ทุกข์ 3 ปีแล้ว ข้าพเจ้าจึงแต่งงานกับเย่เอ๋อ 2 ปีต่อมาภรรยาได้ให้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่ง ข้าพเจ้ากับภรรยามักจะทำบุญให้ทานสงเคราะห์คนยากไร้อยู่เสมอ ส่วนน้องสาวข้าพเจ้าก็ได้แต่งงานกับบัณฑิตแซ่หวงคนหนึ่ง
10 ปีต่อมา เมื่อพี่ชายรู้ว่าข้าพเจ้ากลายเป็นคนรวยและชอบทำบุญ จึงวานน้องสาวมาขอคืนดี ขอให้ลืมเรื่องในอดีต ข้าพเจ้าเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง จึงให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่พี่ชายข้าพเจ้าไม่ยอมกลับตัว ยังคงหมกมุ่นทางอบายมุข ทำให้ข้าพเจ้าพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย          เนื่องจากพี่ชายมักมากในกาม ดังนั้นไม่ถึง 2 ปีจึงป่วยตายด้วยกามโรค เมื่ออายุ 40 ปี ข้าพเจ้าและภรรยาได้ออกบวชบำเพ็ญเพียร และได้ละสังขารเมื่ออายุ 92 ปี แม้ร่างกายข้าพเจ้าจะตายแล้ว แต่ในความรู้สึกของข้าพเจ้าไม่รู้สึกว่าได้ตายเลย เพราะยังมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนเดิมทุกอย่าง
เมื่อกายทิพย์ (วิญญาณ) ข้าพเจ้าไปอยู่ในโลกวิญญาณ เขาจัดให้ไปอยู่ที่ศูนย์รวมกรรมฝึกฝนวิทยาการต่าง ๆ เป็นเวลา 3 ปี ก็ได้รับราชโองการเป็นเจ้าหลักเมือง มณฑลเจ้อเจียง 10 ปี จากนั้นก็ได้รับการส่งเสริมเป็นยมบาลตำหนัก 7 จนถึงปัจจุบัน


35. ยมบาลตำหนัก 8
โตวฉีอ๋อง
         
ข้าพเจ้าเกิดที่เกาะไต้หวัน ชื่อหลินเฉียน กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก มีอาชีพจับปลาตามรอยบรรพบุรุษ เนื่องจากยากจนจึงใช้แพที่ทำเองจากไม้ไผ่ในการจับปลา
เมื่อข้าพเจ้าอายุ 10ปีเก็บได้กระเป๋าใบหนึ่งภายในบรรจุเงิน 200 ตำลึง และต่อมาได้คืนกระเป๋าพร้อมเงินทั้งหมดแก่ชายชราผู้เป็นเจ้าของ โดยไม่ยอมรับรางวัลตอบแทนใด ๆ
         เมื่อข้าพเจ้าอายุ 15 ปีเต็ม กำลังวังชาแข็งแรงกว่าเด็กทั่วไป เวลาแล่นแพดุจบินสามารถแล่นฝ่าคลื่นลมดั่งพื้นเรียบ วันหนึ่งท้องฟ้าแจ่มใสเพื่อนชาวประมงต่างออกทะเลไปหาปลา วันนั้นบังเอิญข้าพเจ้าติดงานที่บ้านเลยไม่ได้ออกทะเล ก่อนเที่ยงแสงแดดยังจ้าอยู่ แต่พอบ่ายคล้อยเกิดลมพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง คลื่นทะเลสูงอย่างน่ากลัว ข้าพเจ้ารีบวิ่งไปที่ชายฝั่งมองไปที่ทะเล เห็นเรือสำปั้นลำหนึ่งถูกคลื่นซัดจนเรือแตกกำลังจะจม คนในเรือต่างร้องขอความช่วยเหลือ ข้าพเจ้าไม่คำนึงถึงชีวิตตนเอง รีบแล่นแพไม้ไผ่ออกทะเลไปทำการช่วยเหลือทันที ครั้งนั้นข้าพเจ้าสามารถช่วยคนรอดชีวิตมาได้ 9 คน
         ข้าพเจ้าแต่งงานเมื่ออายุ 20ปี มีลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน หลังจากภรรยาเสียชีวิต ลูกทั้งสองต่างมีครอบครัวกันหมดแล้ว ข้าพเจ้าจึงบวชเป็นพระภิกษุ นั่งสมาธิทำจิตให้ผ่องใสทุกวัน กระทั่งอายุ 70ปีจึงได้ละสังขาร โดยมีเทพบุตรมานำข้าพเจ้าไปอยู่ที่ศูนย์รวมกรรม 3 วัน ทีแรกได้จุติที่แดนสวรรค์ 10ปีต่อมาเนืองจากยมบาลตำหนัก 8 คนเก่าได้ย้ายไปที่อื่น ท่านตี่จั่งอ๊วงโพธิสัตว์จึงให้ข้าพเจ้ามารับตำแหน่งนี้จนถึงปัจจุบัน
ขอให้ชาวโลกพึงทราบไว้ว่า แต่โบราณกาลมาเทพเทวาล้วนมาจากมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาที่สั่งสมบุญกุศล บำเพ็ญความดี มีคุณธรรมทั้งสิ้น


36. ชิงสุ่ยโจวซือ
         ชิงฟุยโจวซือหรือหลวงปู่หน้าดำ เดิมชื่อเฉินอิ้ง เกิดในสมัยราชวงศ์ซ่ง วันที่ 6 เดือนอ้าย ค.ศ.1044 ที่เมืองย่งชุนโจว มณฑลฮกเกี้ยน โจวซือตอนเด็กบวชที่วัดต้าหยิน พออายุมากขึ้น ได้ปลูกกระท่อมเป็นกุฏิบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขาเกาไท่ซัน ปกติถือศีลเองอย่างเคร่งครัด นั่งสมาธิหลับตาทั้งวัน ไม่ยุ่งกับเรื่องวุ่นวายทางโลก ครั้งหนึ่งโจวซือทราบว่า บนเขาต้าจิ้งซันมีพระชื่อหมิงสง มีบุญบารมีแก่กล้าแตกฉานในพุทธธรรม จึงไปถวายตัวเป็นศิษย์และติดตามท่าน พยายามศึกษาพุทธธรรม 3 ปีต่อมาหลังจากรู้แจ้งในหลักธรรมอย่างลึกซึ้งแล้ว จึงอำลาอาจารย์กลับไปบำเพ็ญเพียรต่อที่เขาเกาไท่ซัน
         ครั้งหนึ่งตำบลชิงชีเกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ ชาวบ้านทราบว่าโจวซือมีบุญบารมีสูง จึงนิมนต์ท่านไปทำพิธีขอฝน หลังจากทำพิธีแล้วปรากฏว่า ฝนได้ตกลงมาอย่างเพียงพอ ชาวบ้านต่างดีใจมาก จึงส่งตัวแทนไปขอร้องโจวซือให้มาอยู่ประจำที่เขาเผิงไหล ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้อง สถานที่นั้นมีทัศนียภาพสวยงาม มีน้ำ มีภูเขาและมีน้ำจากน้ำพุที่ใสสะอาด โจวซือบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่จนกระทั่งละสังขาร เมื่ออายุ 65 ปี


37. เห้งเจีย
         วันเกิดคือ วันที่ 12 เดือนสิบ ตามตำนานกล่าวว่าเห้งเจียหรือซุนหงอคงเกิดมาจากก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งบนเขาฮัวกั่วซันเป็นหัวหน้าฝูงลิง อาศัยอยู่ในถ้ำน้ำตก เห้งเจียได้ถวายตัวเป็นศิษย์ของโพธิเล่าโจ้วเรียนวิชาเซียนต่าง ๆ โพธิเล่าโจ้วได้ถ่ายทอดวิชาแปลงร่าง 72 แบบ และการเหาะเหินเดินอากาศหลังจากเรียนสำเร็จแล้ว พระเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ได้แต่งตั้งให้เป็นพนักงานเลี้ยงม้าบนสวรรค์ เนื่องจากเห้งเจียอาละวาดบนสวรรค์ จึงถูกพระยูไลจับไปขังไว้ใต้ภูเขาห้านิ้ว
500 ปีต่อมา พระถังซำจั๋งเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก ผ่านมาพบจึงรับไว้เป็นศิษย์ และได้ติดตามพระถังซำจั๋งเดินทาง ไปอัญเชิญพระไตรปิฏกที่ประเทศอินเดีย ระหว่างทางต้องประสบอุปสรรคและความยากลำบากนานาประการ แต่ในที่สุดก็สามารถไปถึงอินเดีย อัญเชิญพระไตรปิฎกมาสู่ประเทศ จีนจนได้ ซุนหงอคงบำเพ็ญสำเร็จมรรคผลกลับฟูสวรรค์ ได้รับตำแหน่งเป็นเทพเฝ้าประตูสวรรค์ตราบจนปัจจุบัน


38. นาจา
         นาจา แซ่หลี่ เกิดวันที่ 9 เดือนเก้า เป็นบุตรชายคนที่สามของหลี่จิ้ง (เทพถือเจดีย์วิเศษ) น่าจะเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์มากสามารถขับภูตผีปีศาจต่าง ๆ สำเร็จเป็นเซียนทั้งที่มีชีวิตอยู่ กล่าวกันว่า น่าจะเป็นเทพองครักษ์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ และเป็นแม่ทัพบัญชาการทหารถ้าทั้งสี่ทิศ


39. ไท้ส่วยเอี๊ย
         ตามตำนานกล่าวว่า วันหนึ่งพระนางเจียงพระมเหสีในพระเจ้าโจ้วอ๋อง แห่งราชวงศ์ซาง ได้เสด็จประพาสอุทยานหลวงขณะชมดอกไม้อย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น เกิดเดินตกลงไปในหลุมรอยเท้าขนาดยักษ์ หลังจากนั้นพระนางก็ทรงครรภ์ ต่อมาได้คลอดออกมาเป็นก้อนเนื้อกลม ๆ ก้อนหนึ่ง พระนางต๋าจี่นางสนมคนโปรดก็ไปเพ็ดทูลพระเจ้าโจวอ๋องว่า เป็นลูกปีศาจกาลีบ้านกาลีเมือง ก้อนเนื้อนั้นจึงถูกนำไปทิ้งในที่ห่างไกลผู้คน โดยมีอีกามากางปีกให้ร่มเงา บังแสงแดดและมีกวางมาให้นม ต่อมามีนักพรตชื่อเซินมาพบเข้า เมื่อจับยามดูก็รู้ว่าเป็นผู้มีบุญมาเกิด เลยใช้กระบี่ผ่าออกพบว่าเป็นเด็กทารกเพศชาย จึงอุ้มกลับไปเลี้ยงในถ้ำบนเขา ตั้งชื่อว่า อิมเจียว เมื่ออิมเจียวโตขึ้นได้รู้ประวัติความเป็นมาของตัวเองเกิดผูกใจเจ็บโจ้วอ๋อง จึงช่วยเหลือโจวบูอ๋องโค่นราชวงศ์ซาง โจ้วอ๋องฆ่าตัวตายโดยกระโดดเข้าในกองเพลิง อิมเจียวได้ฆ่านางสนมต๋าจี่ด้วยตนเอง เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงเห็นว่า อิมเจียวมีจิตใจกล้าหาญสามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีของคน จึงแต่งตั้งเป็นเทพไท้ส่วยเอี๊ย (เทพประจำปี) ตั้งแต่นั้นมา



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 12) หน้าถัดไป (หน้า 14) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


ศิษย์องค์เจ้า
(นาจา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 357 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 เดือน
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

วิถีสู่การกลับคืน [10,670]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [532,951]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [390,632]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [369,643]
Global Warming { English } [137,917]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.