<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36517" type="text/javascript"></script> |
|
ค่ายเยาวชนสมองแก้ว เกษตรศาสตร์-ซีเกท รุ่นที่ 21
ฝึกเยาวชนให้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ในอนาคตรวมทั้งฝึกให้เยาวชนได้รู้จักใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น มีการทำงานเป็นทีม
post ครั้งแรก: Mon 28 April 2008, 12:30 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 7 May 2008, 10:32 am
|
"จุดเด่นของกิจกรรมหุ่นยนต์ คือ ให้น้องๆได้ใช้ความคิดจินตนาการในการปรับแต่ง ประกอบแขนขา ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถในการขับเคลื่อนของหุ่นยนต์ ทำให้สามารถเป็นที่ 1 ในการแข่งขันได้ค่ะ"

หันไปหันมา น้องๆกำลังขยันขันแข็งประกอบหุ่นยนต์ ดังนั้นเราจึงดึงตัว เอ้ย ขอเวลาพี่เลี้ยงมานั่งคุยกันสักครู่ น้องถิง นางสาวภรณ์ทิพย์ แสงหิรัญวัฒนา นักศึกษา ปี 3 คณะการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
"ทราบข่าวการรับสมัครจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยค่ะ ที่คณะมีโควตาให้ 10 คน และมีรุ่นพี่ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมแนะนำมา พี่เลี้ยงที่มาเราไม่จำกัดว่าจะต้องเรียนคณะอะไร จะเรียนคณะอะไรก็ได้ ตั้งแต่ ม 6 - ป โท ก็สามารถมาเป็นพี่เลี้ยงได้
พอถึงขั้นตอนการคัดเลือก จะต้องมีการสัมพาษณ์คัดเลือก อย่างเช่น จะถามว่าเรียนที่ไหน เคยมาที่นี่หรือป่าว รักเด็กมั้ย อดทน นอนดึกตื่นเช้าได้หรือไม่ เพราะหลังจากส่งน้องเข้านอนต้องมีการประชุมต่อทุกวันค่ะ ( โห ดูท่าเหนื่อยเหมือนกันนะค่ะเนี้ย )
มีการเตรียมเทรนน้อง ต้องอบรมก่อน 3 วัน ขั้นแรกให้ปฐมนิเทศ โดยจะได้รับการอบรมทุกอย่าง ที่น้องจะทำ พี่เลี้ยงก็ต้องรู้วิธีการทำ 220 โดยจะแบ่งน้อง เป็น 11 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน ต่อ พี่เลี้ยง 4 คน และต้องมีพี่ที่เรียนวิศวะ 1 คน เพราะ เค้าจะมีความชำนาญด้านการประกอบหุ่นยนต์ มีเบี้ยเลี้ยงให้พี่เลี้ยงวันละ 300 บาท

อย่างกิจกรรมนี้ หุ่นยนต์ที่ทำ ลักษณะจะเป็นทรงลูกเต๋า จะมีตัวอุปกรณ์สำเร็จรูปมา ให้แล้ว ให้น้องๆมาประกอบตัวรีโมท และ หุ่นยนต์โดย ต่อขั้วสายไฟ ขันน็อตเองทุกอย่าง โดยมีคู่มือมาให้ ให้ต่อเองตามจินตนาการ แล้วจะนำมาแข่งกันหาผู้ชนะ ก่อนวันสุดท้าย จุดเด่นของกิจกรรมหุ่นยนต์ คือ ให้น้องๆได้ใช้ความคิดจินตนาการในการปรับแต่ง ประกอบแขนขา อีกกิจกรรมนึง ก็จะเป็นการเขียนโปรแกรม ( RoboCode )โดยมีโค้ดมาให้น้องๆ แล้วให้น้องๆปรับแต่ง ตามที่ต้องการ
นี่คือผลงานของผมครับ เจ๋งมั้ยล้า

ก่อนกลับ ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองกับสื่อมวลชนในหลายๆเรื่อง "เมื่อปีที่แล้วก็มี โดยในสังคมเราไม่ได้มีการแบ่งแยกกันละเอียด ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักเด็กออทิสติก เพราะ จริงๆแล้ว เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ เรามีการถ่ายทอดความคิดต่างๆให้กับพี่เลี้ยงให้อยุ่ด้วยกันได้ ผ่านไปวันสองวัน ทุกอย่างราบรื่น เนื่องจากเด็กออทิสติกบางคนสมาธิเค้าสั้นมาก ไม่สามารถ ควบคุมได้ ณ วันนี้ทำให้คนที่อยุ่รอบข้างเค้าเข้าใจ โดยเฉพาะพ่อแม่ เค้าต้องการให้สังคมเข้าใจ โดยส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากให้รู้ว่าลูกตัวเองเป็นออทิสติก จริงๆแล้ว มันมีหลายระดับ บางคนจะพูดแทรกระหว่างที่เราพูด ตามใจตัวเอง อารมณ์โกธรจะรุนแรง แต่สักพักก็สามารถปรับตัวเข้ากันได้ ซึ่งจริงๆแล้ว เด็กบางคนยังไม่รู้ว่าเด็กออทิสติกก็ไม่ได้ต่างไปจากเรา
อย่างหลานเพื่อนผมเค้าได้บอกว่าเจตนาของผู้ปกครองที่เค้าต้องการคือ การใช้ชีวิต เพราะฉะนั้น การที่เด็กได้ออกมาอยู่นอกบ้านก็คือการใช้ชีวิต เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เค้าจะประคับประคองตลอด ซึ่งเค้าก็ดีใจที่เด็กผ่านค่ายได้
อย่างในปีนี้ ที่เรารู้ๆ จะมี 1 คน โดยเราจะไม่บอกเพื่อนๆเค้า จนกว่าจะมีอาการผิดปกติ เพราะ ถ้าเด็กบางคนรู้เค้าจะชอบล้อ ทำให้เด็กรู้อับอาย แต่เราจะมีบอกพี้เลี้ยงให้ดูแลเป็นพิเศษ เด็กบางคนก็ดูแลเพื่อนดี บางคนชอบแกล้งก็มี อย่างเมื่อคืนยังมีเด็กบางคนชอบวิ่งไล่เคาะประตู พอเพื่อนออกมาก็ไม่เจอ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเด็ก สมัยก่อนในโรงเรียนสาธิต จะมีเด็กบางคนที่ชอบทำตรงข้ามกับคำสั่งของอาจารย์ เด็กบางคนที่ผมรู้จักตอนนี้ก็ไปอยู่อเมริกาเรียบร้อยแล้ว ตอนจบกิจกรรมวันสุดท้ายเรามีการประเมินผลในทุกๆด้าน ทั้งการสอบถามปลายเปิด การสัมภาษณ์ ทั้งตัวพี่เลี้ยงและ เด็กที่มาร่วมกิจกรรม " รศ. ยืน ภู่สุวรรณ กล่าว
ผ.ศ. รัตนา อังกสิทธิ เลขานุการฝ่ายอำนวยการ กล่าวอีกว่า "เราจะมีกิจกรรมตลอดเวลา พยายามไม่ให้เค้ามีเวลาว่าง เพราะมิฉะนั้นเค้าอาจจะคิดถึงบ้าน ทุกคืนหลังเลิกกิจกรรมตอน 3 ทุ่ม พี่เลี้ยงทุกคนจะต้องมาประชุมกัน เพื่อว่าประเมินสถานการณ์ว่าวันนี้เกิดปัญหาอะไรบ้าง สาเหตุมาจากอะไร และเตรียมกิจกรรมที่จะทำกันในวันพรุ่งนี้ โดยปัญหาที่เราพบคือ น้องดื้อ ซน พูดจาไม่ไพเราะ แย่งกันทำ หรือบางคน ก็จะไม่ทำ ใช้แต่พี่เลี้ยงทำ ประมาณว่าเจ้าความคิดสั่งพี่ทำ แต่ตัวเองไม่ทำ ( หัวเราะ .... ดู้ดู..เด็กสมัยนี้นะคะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเองค่ะ) จึงต้องให้พี่ๆ บอกน้องๆไปว่า ให้บอกเค้าว่า น้องๆ คือเฟืองจักรสำคัญ งานจะสำเร็จเนี่ย เป็นงานของเค้า ไม่ใช่งานของพี่ จะให้เค้าทำงานกลุ่ม ถ้าเค้าไม่ร่วมงานก็จะไม่สำเร็จ ทำให้เค้ารู้สึกว่า ตัวเค้าสำคัญ ถ้าเราไปต้านเค้า เค้าก็จะตีตัวออกห่างจากสังคมค่ะ "
ผจก ซีเกท คุณขวัญจิต สุดสวัสดิ์ ได้กล่าวถึงภาพรวมของโครงการที่ซีเกทมาเข้าร่วมว่า "จริงๆเราไปเข้าร่วมหลายโครงการ แต่โครงการสมองแก้วนี้เป็นโครงการที่ตรงกับซีเกทในแง่ของการพัฒนาเด็กตั้งแต่เล็กๆเลย ในด้านของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี สิ่งที่ทำให้ซีเกทมาสนับสนุนโครงการคือ เรามองว่าเด็กเป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาประเทศหรือพัฒนาสังคมต่อไป ถ้าเราเริ่มต้นจากสิ่งดีๆ โดยมีไกด์ไลน์ ให้เค้าสามารถเดินไปในทางที่เค้าควรจะเป็น ในแง่วงการอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีนั้นสำคัญมาก เราเลยอยากให้คนสนใจ เพราะประเทศเรายังต้องใช้อีกมาก ในอนาคต อย่างอุตสาหกรรมฮาร์ดดิส เทคโนโลยีไปเร็วมาก และเรา ต้องการวิศวกรเยอะมาก เราจึงอยากจะปูทางให้น้องไปในทางนี้ ส่วนหนึ่งก็ต้องการให้มาร่วมงานกับซีเกท ส่วนหนึ่งก็ไปเป็นกำลังของชาติ และค่ายนี้เป็นค่ายที่เราร่วมทำกันมาตั้งแต่อาจารย์ยังหนุ่มสาวกันอยู่ ซึ่งเป็นค่ายที่ดีมาก เราจึงสนับสนุนตลอดมาหลายสิบปี ในอนาคตเราคาดว่าจะสนับสนุนตลอดไปค่ะ"

น้องๆที่พลาดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจนะค่ะ เพราะกิจกรรมนี้จัดทุกปี แต่ต้องรีบหน่อยนะค่ะ รับจำนวนจำกัดจริงๆ ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดการเปิดรับสมัครได้ที่ http://www.ku.ac.th/ เดี๋ยวจะหาว่าพี่ไม่เตือนไม่ได้น้า
โอ้ . . .
รุ่น 21 แล้ว เหรอ นี่
ผม รุ่น 16 ค้าบ
อิ อิ
เป็น ค่าย ที่ สนุก มาก คับ
คิด ถึง ภาพ ใน อดีต จัง
ว้าววววว มีรุ่นพี่ผ่านเข้าด้วย
ถ้ามีเวลาอยากให้เล่าความประทับใจที่มีในค่ายให้น้องๆฟังจัง วันนั้นที่นั่งคุยกัน แว่วๆ ว่าน่าจะมีการจัดงานเลี้ยงรุ่น คืนสู่เหย้า ให้กับเด็กที่จบไปแล้ว ( โหหห คงครึกครื้นน่าดูเลยค่ะ อิอิ )
ปีหน้าอยากเข้าร่วมค่ายสมองแก้วมากๆ เลย ส่งข่าวหนูด้วยนะคะ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |