<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36593" type="text/javascript"></script> |
|
" ลาภ - ยศ - สรรเสริญ เมื่อเข้าไปหลงติด มัน ปิดทางนิพพาน "
ความดี ลาภ ยศ สรรเสริญ และความดีในธรรม จากคำนิยามที่ว่า คนที่สร้างสมความดีมามากพอจนสำเร็จ ก็จะมีลาภ ยศ และสรรเสริญ ตามฐานะ ซึ่งเป็นคำนิยามที่ยังเป็นจริงอยู่ เมื่อความดีมีความหมาย
post ครั้งแรก: Thu 1 May 2008, 8:46 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 27 May 2008, 7:38 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
ความดี ลาภ ยศ สรรเสริญ และความดีในธรรม
พระราชพรมญาณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
จากคำนิยามที่ว่า คนที่สร้างสมความดีมามากพอจนสำเร็จ ก็จะมีลาภ ยศ และสรรเสริญ ตามฐานะ ซึ่งเป็นคำนิยามที่ยังเป็นจริงอยู่ เมื่อความดีมีความหมาย ดังนี้
1.รู้จักหาทรัพย์โดยสุจริตและอดทน รู้จักอดออม รู้จักประหยัด รู้จักใช้ รู้จักจ่าย รู้จักเก็บ ก็ย่อมมีลาภ และ สรรเสริญ ตามมาที่หลัง
2.รู้จักเรียน สร้างเสริมปัญญา และทักษะในการศึกษา และอดทน จนจบการศึกษาสูงๆ หรือประสบความสำเร็จ ก็ย่อมได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ ตามฐานะ
3.รู้จักแสวงหาความสามารถ ความรู้ ประสบการณ์เพิ่มขึ้น ในการประกอบกิจกรรม พัฒนาการงานและศิลป์ให้ดียิ่งขึ้น ก็ย่อมได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ เพิ่มขึ้นตามฐานะ
จากความหมายคร่าวๆ 3 ข้อด้านบนเป็นความจริง แต่สิ่งที่ปรากฏชัดให้เห็นในสังคมและในชุมชน กลับกลายเป็น ลาภ ยศ สรรเสริญ สังคมจึงสร้างค่านิยมขึ้นมาตามความโลภ เอาลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นเกณฑ์วัดความดี ความดีจริงๆ จึงกลายเป็นแค่ฐานรอง เพื่อไปสู่ ลาภ ยศ และสรรเสริญ จึงมีประเภทคนที่ไม่ดีจริงเกิดขึ้นดังนี้
1.คนส่วนหนึ่ง เมื่อสำเร็จไปสู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ แล้วกลับทำความชั่วโดยไม่มีความละอาย เพราะมัวเมาอำนาจ ในลาภ ยศ และสรรเสริญ
2.คนส่วนหนึ่งทำความดีเพื่อเอาหน้า แต่กอบโกยทำความชั่วอย่างชั่วช้า เพื่อจุดหมายคือ ลาภ ยศ และสรรเสริญ
3.คนส่วนหนึ่งทำความชั่ว เพื่อหา ลาภ ยศ สรรเสริญ มาปกป้องตนเมื่อเป็นอย่างนี้ ลาภ ยศ สรรเสริญ จึงเป็นเพียงเปลือก ห้อหุ้มทั้งความดีและความชั่ว และมนุษย์โลกนี้ก็ แสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ จึงมัวหมองด้วย โลภ หลง และขัดเคือง อยู่เป็นประจำ ตามกระแสของโลก มากล่าวถึงความดีในธรรมของพุทธศาสนา ได้แก่ การให้ทาน รักษาศีล ทำสมาธิ สร้างปัญญา
จึงแบ่งบุคคลออกได้ 2 ประเภท
ประเภทที่ 1. บุคคลที่ทำความดีในธรรมของพุทธศาสนา มีความมุ้งหวังจบลงที่ ลาภ หรือ ยศ หรือสรรเสริญ ก็จบกัน จะเดินไปสู่อริยะได้อย่างไร จะประกาศตนว่าเป็นอริยะได้อย่างไร เพราะมัวหมองด้วย โลภ หลง และโทสะ เพราะยังปฏิบัติดังนี้
- ให้ทาน เพื่อเอาหน้า
- รักษาศีล เพื่อให้เห็นว่าข้าดี
- ทำสมาธิ เพื่อกูมีอำนาจเหนือผู้อื่น สร้างอานาจักรของข้า สร้างความหวังลมๆ แล้งๆ
- สร้างปัญญา เพื่อให้สรรเสริญว่า ข้านี้เลิศ และอวดอ้างข้านี้และคือธรรม
ประเภทที่ 2. บุคคลที่ทำความดีในธรรมของพุทธศาสนา ไม่มีความมุ้งหวังจบลงที่ ลาภ หรือ ยศ หรือ สรรเสริญ ย่อมปฏิบัติดังนี้
- ให้ทาน เพื่อสละและแบ่งปัน
- รักษาศีล เพื่อละงับงดเว้นจากความชั่ว
- ทำสมาธิ เพื่อจิตสงบ และตั่งมั่น
- สร้างปัญญา เพื่อปล่อยวาง วางละ สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งมวลย่อมดับไปเป็นธรรมดา ดำรงสติ สมาธิ และปัญญา ปัญญาและไหวพริบก็มีขึ้น เป็นเงาตามตัว
สรุปสุดท้าย
โอ้ ลาภ ยศ สรรเสริญ เมื่อเข้าไปหลงติด มันชั่งบิดทางนิพพานปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |