<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36606" type="text/javascript"></script> |
|
เศษเสี้ยวแห่งเวลา
ในเสี้ยววินาทีหนึ่ง คนเราคิดเรื่องเป็นร้อย
จะมีสักเรื่องหนึ่งไหม ที่จะมีค่า... ให้ใคร่ครวญในวินาทีต่อไป
post ครั้งแรก: Fri 2 May 2008, 6:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 24 July 2008, 12:16 am
|
สุขใจที่ได้เหงา
ความเหงา... คือความสุขใจที่ยากจะหาใดมาเทียบ
ความเหงานับเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมนับตั้งแต่เคยคบกับความรู้สึกอื่นๆมา ความเหงาอยู่กับเราได้ยาวนานที่สุด ในขณะที่ความเศร้าโศกนั้นจะเดินจากเมื่อน้ำตาเหือดแห้ง และความสุขก็จะโบกมืออำลาเมื่อยามที่เสียงหัวเราะแผ่วจาง มีเพียงความเหงาที่นั่งอยู่เคียงข้าง และดูเหมือนยากที่จะทิ้งผมไปไหน
ในช่วงวัยรุ่น(ไม่นานนักหรอก) ความเหงาถือเป็นศัตรูร้ายกาจที่น่ารังเกียจ ในยามเย็น เมื่อมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยสีสันหลากหลาย ทั้งสีทอง สีส้ม สีคราม สลับสับเปลี่ยนตามแรงหักเหของแสงที่ตกกระทบกับก้อนเมฆ ล้วนก่อให้เกิดความหักเหในหัวใจ ท้องฟ้าโค้งๆกำลังโปรยสีม่วงลงมา และตามด้วยการถมดำ ช่วงนั้นแหละเป็นช่วงที่ความเหงาโผล่หน้าออกมาทักทาย
"อะแฮ่ม เป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยไหม?"
ความเหงามาทักทายเพียงเท่านี้ก็โดนผมยันโครมกลับไป เพราะหมดเวลาของความเหงาแล้ว ช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่ผมร่าเริงที่สุด
... ร่าเริงกว่าตอนกลางวันเสียอีก
แต่ความเหงาก็ไม่เคยท้อแท้แม้จะถูกถีบออกไปมากกว่าสิบครั้ง มันยังคงแวะเวียนมาหาอยู่เรื่อยๆ ขนาดผมย้ายไปอยู่หอ มันก็ติดตามไป คอยอยู่ใกล้ๆและโผล่หน้ามาเวลาไม่มีคนอื่น
"คุยกันหน่อยสิ คุยกันหน่อยได้ไหม"
ความเหงาเคยท้วงถามในคืนหนึ่งขณะที่ล้มผมล้มตัวลงนอนบนเตียง ภายในห้องเงียบกริบ ไม่มีใครคนอื่นอยู่
"ไม่คุยเว้ย จะนอน"
แล้วความเหงาก็หายตัวไป ปล่อยให้ผมหลับสบายไปในคืนนั้น
น่าแปลก ความเหงานี่ขี้ใจน้อยเหมือนกัน โดนเอ็ดเข้าไปนิดเดียวก็ไม่มาให้ผมเห็นอีกหลายวันเลยทีเดียว
แต่มีหรือที่ความเหงาจะไปไหนไกลๆได้ มันก็ยังคงป้วนเปี้ยนรอบๆผมนี่แหละ เพียงแต่รอเวลาที่ผมว่างถึงจะยอมโผล่ออกมาเพื่อจะให้ผมจัดการส่งมันกลับไป
..............................
ผมเริ่มต้นเขียนหนังสือเพราะความเหงาเป็นผู้ชักชวน จำได้ว่าในวารวันก่อนๆ ไม่มีอะไรทำ ความเหงาก็ออกมาถามว่า
"เขียนหนังสือไหม จะช่วย"
พอผมตอบตกลง ความเหงาก็ให้ความช่วยเหลือ และจากการช่วยเหลือนั้นก็ทำให้การเขียนนั้นเต็มไปด้วยพลังและจิตวิญญาณ (แม้จะอ่านไม่รู้เรื่องแต่รู้สึกได้ว่ามันไม่แห้งแล้ง) ความเหงาช่วยเหลือผมเงียบๆ พอผมเขียนจบ ความเหงาก็เดินจากไป และ... ปล่อยให้ความภูมิใจเข้ามาแทนที่
ทุกครั้งที่ผมจะเริ่มเขียนหนังสือ ความเหงาจะต้องมาทักทาย และถ้าเมื่อไหร่ที่ไม่มีความเหงาอยู่ด้วย ก็จะไม่มีตัวหนังสือหลั่งไหลออกมา ความเหงาคือเพื่อนและความเหงาคือครู ผู้ที่สอนให้ผมรู้จักเปิดเผยความคิดของตนเองให้ตนเองรู้ โดยไม่ต้องสนใจใครหน้าไหนจะมาว่าอะไร ไม่มีใครมาร่วมรู้จักความเหงากับผม และไม่มีใครที่มาร่วมรู้จักเพื่อนอีกหลายๆคนเช่น ความเศร้า ความเสียใจ และความคับแค้นใจ (แม้จะมีก็เพียงประปราย แต่กับความสุขนั้นหาคนมาร่วมด้วยได้ง่ายนัก) ความเหงามักจะมาเตือนสติเวลาที่ผมเหน็ดเหนื่อยกับการกรำศึกชีวิตในแต่ละวัน มักถามประโยคสำคัญๆว่า
"ตายไปจะเก็บเอาไปคิดอยู่ไหม?"
"ไม่หรอก จะเก็บไปคิดทำไมล่ะ ตายก็ไม่คิดแล้ว"
"งั้นจะสนใจอะไรนักหนากับ'คน'ซึ่งเหมือนๆกันหมด อยู่บนพื้นฐานของตัณหาและอคติ ยิ่งใส่ใจ ก็มีแต่จะเพิ่มรอยแผลให้ชีวิตเท่านั้น"
ความเหงาสอนเสร็จผมก็สาธุเสียทีหนึ่ง แล้ววันต่อมาก็ออกไปหาบาดแผลให้ตัวเองอีกเช่นนี้เรื่อยๆ
และความเหงาก็ยังสอนผมอย่างนี้ไม่รู้จักเบื่อ
.....................................
น่าแปลก หลายเดือนมานี้ความเหงาหายตัวไป ไม่แน่อาจโดนลักพาตัว
ความเหงาเป็นผู้ก่อร่างความสุขให้กับผม ในยามที่จะเขียนหนังสือและจะคิด...อะไรสักอย่างเพื่อปลอบใจตัวเอง ความเหงาช่วยได้ดีนัก และเมื่อความเหงาจากลาอย่างนี้ ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากเรียกหา
ความเหงาจะรู้ตัวไหมว่าทิ้งความเสียหายไว้ให้ผมแค่ไหน ผมเขียนหนังสือไม่ได้ และ...หรือ ถึงเขียนได้ก็ไม่มีรสเพราะความเหงาไม่อยู่ด้วย ชีวิตเริ่มรวนเพราะความเหงาไม่มาคอยสอน
...ความเหงากำลังจะทอดทิ้งให้ผมทนเหงาอยู่กับความอึกทึกครึกโครม
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าความเหงาคงยังวนเวียนอยู่แถวๆนี้ และหากได้ยินเสียงก็เยี่ยมหน้าออกมาสักที เพราะตอนนี้รออยู่ (เมื่อไหร่จะมา)
ตระหนักรู้... ว่าแท้จริงแล้วความเหงาคือความสุข
.....................................

ขอบคุณสำหรับคำชมครับ
(ปกติไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เหอ เหอ)
แต่ผมคงต้องฝึกอีกเยอะแหละครับ ถึงจะดีขึ้นกว่านี้
ขอบคุณสำหรับกำลังใจอีกครั้งครับผม...
...........................
สวัสดีค่ะคุณคนตัวเล็ก
เห็นด้วยกับคุณ ระฆัง คุณเขียนดีมาก อ่านแล้วใช่เลย มีงานเขียนหลายเรื่องใช่ใหม จะติดตามอ่านต่อและให้กำลังใจให้เป็นนักเขียนอาชีพจนได้ซีไรต์เลย
คนตัวค่อนข้างใหญ่
ชอบอ่ะ เก่งจัง...
รู้สึกว่าเหมือนเห็นโลกอีกมุมหนึ่ง
ซึ่งมันเปงโลกแห่งความคิด
ที่มีมุมมองอีกมุมของคนอื่นอ่ะ
คนเขียนเก่งจิงๆ
คือ..ทำให้คนอ่านมีความรู้สึกคล้อยยตามอ่ะ
เป็นอีกความคิดที่น่าชื่นชม
ขอบคุณคุณ tsupr และคุณ ฮอลลิเดย์มากครับที่แวะเข้ามาให้กำลังใจนะครับ
ขอบคุณหลายๆ อ่ะ...ฝากรูปให้รูปหนึ่ง ฮี่...
............................

เพิ่งจะเป็นสมาชิกใหม่วันนี้
ไงก็ขอประเดิม blog หน่อยละกันนะคะ อิอิ
ภาษาใช้ได้สละสลวย สวยมากค่ะ อ่านแล้วไม่รำคาญตาเหมือนพวกใช้วิบัติ
(ตอนนี้ทำโครงการรณรงค์เลิกใช้ภาษาวิบัติที่โรงเรียนอยู่ค่ะ ^^)
อ่านแล้วกินใจมาก ๆ โดนสุด ๆ ขอบันทึกหน้านี้ไว้ ไว้อ่านเรื่อย ๆ ละกันนะคะ ^^
ดีจังเลยค่ะ ดูมีความคิดลึกซึ้งกับเรื่องรอบตัว มีการเชื่อมโยงความคิดไปในหลายแง่มุม ใช้ภาษาบรรยายเหมือนได้อ่านวรรณกรรมเยาวชนเลยค่ะ
จะคอยติดตามผลงานนะคะ
สวัสดีคุณ moral และยินดีที่ได้รู้จักครับ แหะๆ
(ตอนนี้ทำโครงการรณรงค์เลิกใช้ภาษาวิบัติที่โรงเรียนอยู่ค่ะ ^^).... ยกมือสองข้างสนับสนุนเต็มที่เลยครับ น่าจะหันมาใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องกันให้มากขึ้น เพราะการเรียนรู้จากการอ่าน"นอกเรื่อง"จะเป็นสิ่งที่จดจำและเรียนรู้ (+ เลียนแบบ) ไปใช้กันง่ายๆครับ รณรงค์ไว้ก็ดี
สวัสดีคุณ ทองหวาน2 ครับ (ว่าแต่ทำไมต้อง 2 ล่ะ?...เหอ เหอ)
ผมก็ดีใจครับที่มีคนอ่านแล้วรู้สึกชอบ ขอบคุณครับที่แวะมาอ่าน และ ยินดีที่ได้รู้จักครับ...![]()
.......................
ปล. ผมเข้ามาอัพบล็อกเฉพาะวันพุธนะครับ...(อาจเร็วช้าหนึ่งวันไม่น่าเกินนี้นะ ฮี่) แล้วก็มีนิยายอีก จะมาอัพสัปดาห์ละครังน่ะครับ คงเป็นประมาณวันพฤหัสบดีนะครับ...แฮ่...(โปรโมตแอบแฝง ฮี่...)
ขอบคุณหลายๆที่เข้ามาอ่านครับ
สวัสดีค่ะคุณ จุฬาฐาญี
บทความสีลูกกวาด สวยดีนะคะ
..จริงใจจากใจจริง.. ^__^
แหะๆ
เมื่อกี๊ลืมตอบอ่ะค่ะ หุหุ
ที่ใช้ชื่อทองหวาน2
เพราะเคยสมัครโดยใช้ชื่อทองหวาน
แต่ว่าไม่ได้เขียนอะไร จนมาสมัครอีกรอบ
ก็เลยเป็นทองหวาน2 น่ะค่ะ
แบบว่า..แค่เพิ่มเลขไปเฉยๆ อ่ะค่ะ
เพราะยังคิดชื่ออื่นไม่ออก เอิ๊กๆๆ
แวะมาเขียน....อะไรเรื่อยเปื่อยก่อนไปนอน
หวัดดีและ ราตรีสวัสดิ์ครับคุณทองหวาน(2ด้วยเอ้า!!)
....................................


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |