<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36668" type="text/javascript"></script> |
|
นิยายจ้า
นิยายจ้า (คนอื่นอาจจะเคยอ่านแล้วเพราะเราก๊อปมาให้อ่าน=.,=)
มันจบแค่นี้จ้า
post ครั้งแรก: Tue 6 May 2008, 5:59 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 13 July 2008, 6:42 am
|
(I have a boyfriend who grew up with me. His name is Jin.)
ฉันมีแฟนอยู่หนึ่งคน เราเติบโตมาด้วยกัน ชื่อว่าจิน
(I always thought of him as a friend until last year, when we went to a trip from a club. I found that I fell in love with him.)
ฉันคิดกับเขาแค่เพื่อนมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เราไป Club trip ด้วยกัน ฉันพบว่าฉันตกหลุมรักเขาสะแล้ว
(Before that trip was over, I took a step and confessed my love for him.)
ก่อนที่เราจะกลับจากที่ไปเที่ยว ฉันได้สารภาพรักกับเขา
(And soon, we became a pair of lovers, but we loved each other in different ways.)
ในไม่ช้า, เราก็กลายมาเป็นคู่รักกัน แต่เราสองคนรักกันในทางที่ต่างกัน
(I always concentrated on him only, but by his side, there were so many other girls.)
ฉันสนใจแต่เขาเพียงคนเดียวเสมอ แต่ว่า ข้างกายเขา, กลับมีผู้หญิงหลายคนเข้ามา
(To me, he was the only one, but to him, maybe I was just )
สำหรับฉันแล้ว เขาเป็นผู้ชายคนเดียว แต่สำหรับเขา ฉันอาจจะเป็นเพียง
(another girl...)
ผู้หญิงคนนึงเท่านั้น.....
("Jin, do you want to go watch a movie?" I asked.)
"จิน, อยากไปดูหนังไหม" ฉันถามเขา
("I can’t")
"เราไปไม่ได้"
("Why? You need to study at home?" I felt disappointment grabbing me.)
"ทำไมเหรอ, หรือว่าต้องอ่านหนังสือที่บ้าน?" ฉันรู้สึกถึงความผิดหวังที่เข้ามาในใจฉัน
("No, I am going to meet a friend...")
"เปล่าหรอก, เรานัดกับเพื่อนไว้..."
(He was always like that. )
เขาจะเป็นแบบนี้เสมอ
(He met girls in front of me, like it was nothing.)
เขาพบเพื่อนผู้หญิงต่อหน้าฉัน เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
(To him, I was just a girlfriend. )
สำหรับเขาแล้วฉันคือ เพื่อนหญิงคนนีงเท่านั้น
(The word ‘love’ only came out from my mouth.)
คำว่ารัก แค่ออกมาจากปากของฉันเท่านั้น
(Since I knew him, I had never heard him say ‘I love you’ before.)
ตั้งแต่ฉันรู้จักเขา, ฉันไม่เคยได้ยินเขาพูดคำว่ารักมาก่อน
(To us, there weren’t any anniversaries at all. )
ไม่เคยมีฉลองวันครบรอบสำหรับพวกเรา
(He didn’t say anything from the first day and it continued )
เขาไม่เคยพูดอะไรตั้งแต่วันแรก และมันก็เป็นแบบนั้นต่อไป
(till 100 days... 200days... )
100 วัน ก็แล้ว.....200วันก็แล้ว
(Everyday, before we say goodbye, he would just hand me a doll, everyday, without fail. I don’t know why... )
ทุกวันก่อนที่เขาจะพูดคำลา, เขาจะแค่จะให้ตุ๊กตาตัวนึงกับฉัน, ทุกวัน, ไม่เคยตกขาด ฉันไม่รู้ว่าทำไม
(Then one day... )
จนกระทั่งวันหนึ่ง
(Me: Um, Jin, I... )
ฉัน:เออ, จิน, เรา....
(Jin: What... don’t drag, just say.. )
จิน: อะไรเหรอ...อย่ามาอ้ำอึ้งหน่า, แค่พูดมา..
(Me: I love you.)
ฉัน: เรารักนายนะ
(Jin: ....um, just take this doll and go home. )
จิน:....เออ, เอาตุ๊กตาตัวนี้ไปแล้วก็กลับบ้านซะนะ
(That was how he ignored my ‘three words’ and handed me the doll.)
นี่นเป็นการที่เขาไม่ใสใจคำ 3 คำของฉัน แล้วก็ส่งตุ๊กตาให้ฉัน
(Then he disappeared, like he was running away. )
จากนั้นเขาก็หายไป, เหมือนกับว่าเขากำลังวิ่งหนีฉัน
(The dolls I received from him everyday, filled my room, )
ห้องฉันเต็มไปด้วยตุ๊กตาที่เขาให้ฉันทุกวัน
(one by one. There were many... )
ทีละตัวทีละตัว จนเต็มไปหมด
(Then one day came, my 15th year old birthday. )
จนวันหนึ่งมาถึง, วันเกิดของฉันตอนฉันอายุ 15
(When I got up in the morning, I pictured a party with him, and stranded myself in my room, waiting for his call. )
ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า ฉันวาดฝันว่าจ่ะมีปาร์ตี้กับเขา, แล้วฉันก็ขังตัวเองไว้ในห้องนอน, รอโทรศัพท์จากเขา
(But... lunch passed, dinner passed... and soon the sky was dark... he still didn’t call. )
แต่ว่า......ข้าวเที่ยวก็แล้ว...ข้าวเย็นก็แล้ว.....ในไม่ช้าท้องฟ้าก็กลายเป็นสีดำ...เขาก็ยังไม่ได้โทรมา
(It was already tiring to look at the phone anymore. )
ฉันก็ไม่อยากที่จ่ะเฝ้าดูโทรศัพท์อีกต่อไป
(Then around 2am in the morning, he suddenly called me and woke me from my sleep. He told me to come out of the house. )
จากนั้นประมาณตีสอง, เขาก็โทรมาหาฉัน แล้วก็ทำให้ฉันตื่น เขาบอกให้ฉันออกไปหาเขาที่หน้าบ้าน
(Still, I felt joy and I ran out happily. )
ฉันยังรู้สึกดี แล้ววึ่งออกไปหน้าบ้านอย่างมีความสุข
(Me: Jin...)
ฉัน:จิน....
(Jin: Here... take this...)
จิน:นี่.....เอานี่ไป
(Again, he handed me a little doll. )
อีกแล้ว, เขาให้ตุ๊กตากับฉันอีกแล้ว
(Me: What’s this?)
ฉัน: นี่อะไร
(Jin: I didn’t give it to you yesterday, so I am giving it to you now. I’m going home now, bye. )
จิน: ไม่ได้ให้เมื่อวานนี้, ก็เลยต้องให้ตอนนี้, กลับบ้านก่อนนะ บาย
(Me: Wait, wait! Do you know what today is?)
ฉัน: เดี๋ยว!เดี๋ยว! รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร?
(Jin: Today? Huh? )
จิน:วันนี้เหรอ? อู?
(I felt so sad, I thought he would remember my birthday.)
ฉํนรู้สึกเศร้า, ฉันหลงคิดว่าเขาจำวันเกิดของฉันได้
(He turned around and walked away like nothing had happen.)
เขาหันกลับไปแล้วก็เดินจากไปเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
(Then I shouted... )
จากนั้นฉันตะโกน
("Wait...!" )
เดี๋ยว!
(Jin: You have something to say? )
จิน: มีไรจะพูดเหรอ?
(Me: Tell me, tell me you love me... )
ฉัน: บอกเรา, บอกเรามาว่านายรักเรา....
(Jin: What?! )
จิน: อะไรนะ!
(Me: Tell me )
ฉัน: บอกเรามาสิ
(I put my pathetic self behind and clung on to him. )
ฉันทิ้งความอ่อนแอของฉันไว้ข้างหลัง และจับตาเขาไว้
(But he just said simple cold words and left. )
แต่ว่าเขาแค่พูดง่าย ๆ อย่างเหยือกเย็น แล้วก็ไป...
("I don’t want to say... that I love someone so easily, if you are desperate to hear it, then find someone else." )
"เราไม่อยากพูด....ว่าเรารักใครง่าย ๆ ถ้าอยากได้ยินมากนักละก็ หาคนอื่นแทนเราซะ"
(That was what he said. Then he ran off. )
นั่นคือสิ่งที่เขาพูด แล้วเขาก็จากไป
(My legs felt numb... and I collapsed to the ground. He didn’t want to say it easily... )
ขาของฉันรู้สึกชา...แล้วฉันก็ทรุดลงไปบนพื้น เขาไม่อยากพูดมันง่าย ๆ
(How could he....? )
เขาทำอย่างนั้นได้ไง?
(I felt that...)
ฉันรู้สึกว่า...
(Maybe he is not the right guy for me... )
บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับฉันก็ได้...
(After that day, I stranded myself at home crying, just crying. )
จากวันนั้น, ฉันขังตัวเองในบ้าน และร้องไห้ แค่ร้องไห้
(He didn’t call me, although I was waiting. )
เขาไม่ได้โทรหาฉัน, ถึงยังไง ฉันก็ยังรออยู่
(He just continued handing me a little doll every morning outside my house. )
เขายังวางตุ๊กตาไว้หน้าบ้านฉันทุก ๆ วัน
(After a month, I got myself together and went to school. )
หลังจากเดือนนึงจากนั้น ฉันรวบรวมตัวเอง แล้วก็ไปโรงเรียน
(But what made the pain resurface was that I saw him on a street with another girl )
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ความเจ็บปวดของฉันกลับมาอีกครั้งก็คือ ฉันเจอเขาบนถนนกับผู้หญิงคนอื่น
(He had a smile on his face, one that he never showed me as he touched the doll )
เขามีรอยยิ้มบนใบหน้า, แบบที่เขาไม่เคยโชว์ให้ฉันเห็นตอนที่เขาจับตุ๊กตาที่จะให้ฉัน
(I ran straight back home and looked at the dolls in my room, and tears fell... )
ฉันวิ่งตรงกลับบ้านและมองตุ๊กตาในห้อง, แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สงสารผู้หญิง
= = 5ทุ่มยังอยู่ร้านเน็ตอีกเหรอ หือ ผีดิบ
สิงสถิตตลอดเลยน้า
= =
งั้นก็(ไม่)ดีสิ อิอิ
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง้
แม่จ๋า
ซึ้งจังเลย
น้ำตาร่วงเพาะๆๆเลยอ่าซึ้งสุดๆ
T^T เราอ่าน3รอบ ก็ซึ้ง3รอบ T^T
ความรักเป็นแบบนี้เองเหรอ??
ใครลบข้อความคิดเห็นผีดิบอ่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7
สงสารหญิงอ่ะ
กระซิก กระซิก TOT
แงแง
สงสารปนซึ้งอะ
อยากร้องไห้อะ
เชื่อมั้ย เรามีแฟนเด็กกว่า3ปี เดินปัยที่ไหนก้อมีแต่คนแซว
แถมแฟนเรามันอยู่ม.ต้น แต่เราอยู่ม.ปลาย มันไม่เคยบอกรักเราเหมือนกัล
แต่เราเป็นคนเอาใจมันตลอด แถมมีการบ้านยังต้องสอนมันอีก(นี่เรามีแฟนหรือลูกฟะเนี่ย)
อีกอย่างมันติดเกมส์ และติดบอล จนเราทนไม่ไหวเลยบอกมันปัยว่า ถ้ารักบอลกับเกมมาก
ก้อปัยขอลูกบอลและน้องเกมแต่งงานเลยปัย เท่านั้นเองมันก้อร้องไห้ หายหน้าไป 3 วัน
เราก้อนอนร้องไห้ทุกคืน แต่ทุกคนรู้มั้ยว่า 3วันที่มันหายปัย มันปัยไหน
มันเปงไข้เพราะเรา จนแม่มันตามให้เราไปดู
******จุดจบของมันคือ ไม่เล่นเกม ไม่เล่นบอล(มันคงเล่นบ้างแหละ) แต่ตามติดเราอย่างกับเราเปงแม่มันเลย =_="
นี่หรือ ความรัก?
เหมือนว่า ผู้หญิง คิดเอง คิดว่าผุ้ชายรักผุ้หญิงเอง
แบบว่า
มันคิดไปเองน่ะ ตุ๊กตานั่น คงมีความหมายว่า
"ไปไกลๆซะ"
อะไรประมาณนั้นแหละมั้ง
-*-
หึหึ คิดอย่างนั้นมันก็ไม่ซึ้งอ่ะเด้ ไอ้น้อง = =
หัดมีความโรแมนติกกะเขาบ้างได้ไหมวะ - - หรือไม่มี (ว้ากก ไม่มีเรอะ)
เออ
เชื่อเถอะว่าsoke
แต่ไม่ใช่ที่นิยายเรื่องนี้
ไปละบะบาย
ซึ้งมากเยยเรื่องนี่อะ
-*- บ้าไปแล้วเรอะ ป่วนนิยายฉันด้วยคันดะเนี่ย(แล้วฉันก็ไม่ใช่สุดที่รักแกด้วย เหอๆ)
ไปซบคันดะไป๊ กร้ากกก
(ไม่ได้ไล่ ข้าเพียงมาแค่มาเพื่อบอกกล่าว)555+

ฮือๆๆ น่าสงสารทั้งคู่จังเลย

สาหวาดเดย์นะค่ะ................
สู้ๆๆค่ะเป็นกำลังใจให้นะ...........
มาอัฟเร็วๆนะจะคอยติดตามสู้................มาเม้นให้นะ
แล้วอย่าลืมไปเม้นให้กันบ้างละ
ยัยแม่มด
T^T น้ำตามิไหล แต่สงสาร ผู้หญิง เง้อ สงสาร สงสาร สงสาร ข้าวสาร สงสาร 


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |