<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36727" type="text/javascript"></script> |
|
มะม่วง ไม้ผลของคนไทย ไปไกลถึงต่างแดน
มะม่วงเป็นไม้ผลที่ปลูกกันมาก ปลูกได้ทุกจังหวัด และทุกภาคของประเทศ ปัจจุบันมีการปลูกมะม่วงในประเทศมากกว่า 100 พันธุ์ มีพื้นที่ปลูกรวมกันทั้งประเทศ 1.4 ไร่
post ครั้งแรก: Fri 9 May 2008, 10:31 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 21 July 2008, 11:50 am
|
สมรลักษณ์ แจ่มแจ้ง และ มาลินี อัศวดิษฐเลิศ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/
มะม่วงเป็นไม้ผลที่ปลูกกันมาก ปลูกได้ทุกจังหวัด และทุกภาคของประเทศ ปัจจุบันมีการปลูกมะม่วงในประเทศมากกว่า 100 พันธุ์ มีพื้นที่ปลูกรวมกันทั้งประเทศ 1.4 ไร่
แต่ละปี ทั้งประเทศมีผลผลิตมะม่วงรวม 1-1.4 ล้านตัน ผลมะม่วงหลายพันธุ์ยังส่งออกตลาดต่างประเทศด้วยปริมาณร้อยละ 30 ของผลผลิตทั้งหมด ...มะม่วงจึงเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
ทราบหรือไม่ มะม่วงเป็นหนึ่งในพืชสวน ที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญให้มีศักยภาพในการพัฒนาและส่งออก โดยกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 ฉบับปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงส่งเสริมให้มีการผลิต การแปรรูป และส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และให้มีคุณภาพดีขึ้น
![]() |
ปี 2548 ไทยส่งออกมะม่วงสดและผลิตภัณฑ์ ในปริมาณ 12,206 ตัน มูลค่า 547.73 ล้านบาท ชนิดของมะม่วงที่ส่งออกมากได้แก่ เขียวเสวย หนังกลางวัน โชคอนันต์ น้ำดอกไม้ แรด และ อกร่อง (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2549) โดยตลาดส่งออกมะม่วงที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และ จีน
:: อุปสรรคสำคัญในการส่งออก คือผลเน่าเสียเนื่องจากราและแมลง
อุปสรรคสำคัญในการส่งออกมะม่วงสุกของไทย คือ ระยะเวลาเก็บรักษาสั้น มักเน่าเสียก่อนนำไปวางจำหน่าย ซึ่งผลมะม่วงเน่าเสีย เนื่องจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ เป็นโรคแอนแทรกโนส (จุดดำที่เปลือก) และแมลงวันผลไม้เจาะเข้าไปในผล
แอนแทรคโนส...เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ทำให้ผลเป็นจุดกระดำกระด่าง
![]() |
โรคแอนแทรคโนl(Antracnose) มีสาเหตุจากก เชื้อรา Colletotrichum glorosporioides Penz มะม่วงที่เป็นโรคนี้ มีลักษณะผิวของผลสุก โดยอาจเป็นรอยบุ๋มตื้นๆ หรือรอยแตก ทำให้มะม่วงมีอายุการเก็บประมาณ 7 วัน |
![]() |
แมลงวันผลไม้(Oriental fruit fly,Bactrocera dorsalis) ,มีอายุเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน มักวางไข่ในผลมะม่วงสุก ในระยะเริ่มแรกสังเกตได้ยาก อาจพบเพียงรอยช้ำบริเวณใต้เปลือกผิว แต่เมื่อหนอนโตขึ้น ระหว่างการขนส่ง ทำให้ผลเน่า และมีน้ำไหลเยิ้มออกมาทางรูที่หนอนเจาะ |
:: อุปสรรคที่มีวิธีการแก้ไข แต่กลับเป็นวิธีที่ไม่ได้รับการยอมรับ
มีการค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อควบคุมปัญหาทั้งสองประการ ได้แก่ 1) การควบคุมโรคแอนแทรคโนส โดยการจุ่มผลมะม่วงในสารฆ่าเชื้อรา ได้แก่ เบนโนมิล (Benomyl) หรือเบนเลท (Benlate), โปรคลอราซ (Prochloraz) และ ไธอะเบนดาโซน (Thiabendazole) แต่บางประเทศห้ามใช้สารเคมีเหล่านี้ 2) การควบคุมแมลงวันผลไม้ โดยการอบผลมะม่วงด้วยไอน้ำ แต่วิธีนี้ทำให้ผิวมะม่วงมีรอยช้ำ และเนื้อมะม่วงมีรูพรุนสีขาว คล้ายฟองน้ำ ทำให้มะม่วงไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค
สารฆ่าเชื้อราเบนโนมิล ที่ผลิตโดยบริษัทดูปองท์ มีชื่อทางการค้าว่า เบนเลท แม้ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูล |
จากปัญหาดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาและพัฒนาวิธีการเก็บรักษามะม่วงสุกให้ยาวนานขึ้น และมีผลกระทบต่อคุณภาพของมะม่วงน้อยที่สุด เพื่อประโยชน์ในการส่งออก
:: ศึกษาวิจัย...เพื่อสรรหาทางเลือกใหม่ในการแก้ไขปัญหา
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงสนับสนุน รศ.ดร. ทิพย์วรรณา งามศักดิ์ จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ศึกษาวิธีการควบคุมโรคแอนแทรกโนส และ แมลงวันผลไม้ เพื่อการยืดอายุมะม่วงน้ำดอกไม้สุก โดยการแช่ผลมะม่วงสุกในสารละลายเอธานอลที่ความเข้มข้นร้อยละ 70 เป็นระยะเวลา 15 นาที สามารถยับยั้งการเกิดโรคแอนแทรกโนสได้ และการรมผลมะม่วงด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ความเข้มข้นร้อยละ 99 ณ อุณหภูมิห้อง เป็นระยะเวลา 3 วัน สามารถทำลายไข่ของแมลงวันผลไม้ให้ตายหมดได้ อย่างไรก็ตาม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาจทำให้เนื้อมะม่วงมีลักษณะคล้ายรังผึ้งเล็กน้อย และมีผลต่อคุณลักษณะเนื้อและรส แต่ก๊าซนี้ช่วยชะลอการเปลี่ยนสีเปลือกและสีเนื้อ รักษาความแน่นเนื้อ ซึ่งต้องอาศัยการศึกษาในเรื่องดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพบว่า มะม่วงที่ผ่านการรมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หากเก็บในอุณหภูมิต่ำ นอกจากแก้ปัญหาโรคและแมลงในมะม่วง ยังยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงให้นานขึ้นด้วย
งานวิจัยนี้นอกจากช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก ให้ส่งออกมะม่วงได้มากขึ้น แล้วยังช่วยเหลือเกษตรกรไทยด้วย


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |