<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36789" type="text/javascript"></script> |
|
สเต็มเซลล์...เซลล์มหัศจรรย์ผู้เริ่มต้นและสานต่อชีวิตมนุษย์
หลายคนคงรู้จัก "สเต็มเซลล์" เซลล์ที่มีศักยภาพพัฒนาไปเป็นเซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่ต้องการทดแทนของเดิมที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ..แล้วสเต็มเซลล์สร้างเซลล์ทดแทนเซลล์อื่นได้อย่างไร..เหตุใดจึงได้ชื่อว่า เซลล์มหัศจรรย์ ? มาติดตามรายละเอียดกันค่ะ
post ครั้งแรก: Mon 12 May 2008, 11:08 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 15 May 2008, 7:26 pm
|
มาลินี อัศวดิษฐเลิศ
หน่วยบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/
Regenerative Medicine (NIH Definition) |
การแพทย์ทางเลือกใหม่นี้ต้องอาศัยสหวิทยาการ ได้แก่ แพทยศาสตร์ ชีววิทยา เคมี ชีวเคมี พันธุศาสตร์ ฟิสิกส์ วิศวกรรมศาสตร์ เข้ามาผสมผสานกัน เพื่อให้การรักษาโรคประสบผลสำเร็จ
| Regenerative Medicine...Alternative Medicine |
![]() |
|
|
อย่างไรก็ตาม เทพ Prometheus กลับมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย เพราะตับซ่อมแซมตัวเองได้ (Regenerate itself) หน่วยงานต่างๆ จึงนำเทพ Prometheus มาเป็นสัญลักษณ์ของงานประชุมที่เกี่ยวข้องกับ Regenerate Medicine
|
นักวิทยาศาสตร์เล็งเห็นความสำคัญของการนำสเต็มเซลล์...เซลล์มหัศจรรย์ เซลล์ที่มีคุณสมบัติเศษ และมีศักยภาพพัฒนาไปเป็นเซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่ต้องการทดแทนของเดิมที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพไป สเต็มเซลล์จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งสำหรับ Regenerative Medicine
แล้วสเต็มเซลล์สร้างเซลล์ทดแทนเซลล์อื่นได้อย่างไร เหตุใดจึงได้ชื่อว่า เซลล์มหัศจรรย์ ? มาติดตามรายละเอียดกัน
: : แหล่งกำเนิดของสเต็มเซลล์
สเต็มเซลล์ แบ่งเป็น 2 ประเภทตามแหล่งกำเนิด คือ สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน (Embryonic stem cell) และสเต็มเซลล์ร่างกาย (adult stem cell)
(1) สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน (Embryonic stem cell)
เมื่อมนุษย์เริ่มถือกำเนิดในครรภ์มารดา
สเปิร์มเข้าปฏิสนธิกับไข่ พัฒนาไปเป็นตัวอ่อน (Embryo) และเจริญเป็นมุนษย์ที่สมบูรณ์ได้นั้น ล้วนเริ่มต้นจากเซลล์ที่แบ่งตัวเพิ่มจำนวนจากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด และแบ่งต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้กลุ่มเซลล์ในระยะที่เราถือว่าเป็นตัวอ่อน
ตัวอ่อนระยะ 5-7 วัน ที่มีกลุ่มเซลล์ประมาณ 150 เซลล์ เราเรียกว่าระยะบลาสโตซิสต์...ภายในเซลล์บลาสโตซิสต์นี้มีกลุ่มเซลล์เรียกว่า มวลเซลล์ชั้นใน (Inner cell mass) ...มวลเซลล์นี้เองที่นักวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นสเต็มเซลล์
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเรียกสเต็มเซลล์ที่ได้จากครรภ์มารดาว่า สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน (Embryonic stem cell, ES cell)
| เซลล์มหัศจรรย์ในครรภ์มารดา |
|
สเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมีศักยภาพพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้เกือบทุกชนิด [ยกเว้นรก (Placenta)] ไม่ว่าเซลล์ผิวหนัง เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ในระบบเลือด เซลล์ประสาท เซลล์สมอง ฯลฯ ครอบคลุมเซลล์เนื้อเยื่อ 3 ประเภทได้แก่ 1) เอนโดเดิร์ม (เช่น ตับ ไต ต่อมไธรอยด์) 2) มีโซเดิร์ม (เช่น กล้ามเนื้อ กระดูก เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เลือด) และ 3) เอกโทเดิร์ม (เช่น ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร) เรียกการพัฒนาของสเต็มเซลล์เช่นนี้ว่า Pluripotent stem cell
Pluripotent stem cell Stem cell which can develop into any of three major tissue types: endoderm (interior gut lining), mesoderm (muscle, bone, blood), and ectoderm (epidermal tissues and nervous system) Source: The Meta Library. www.meta-library.net |
| Pluripotent stem cell ...versatile cell |
![]() |
ในปี 2541 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน วิทยาเขตเมดิสัน นำโดย ดร. เจมส์ ทอมสัน (James Thomson) เป็นนักวิจัยทีมแรกของโลกที่แยกสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนของมนุษย์ และนำมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการสำเร็จ ทีมวิจัยนี้ตีพิมพ์ผลงานชื่อ Embryonic Stem Cell Lines Derived from Human Blastocysts ในวารสาร Science ฉบับที่ 282 วันที่ 6 พฤศจิกายน 2541
| Make the Impossible , Possible |
![]() |
ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์หาแหล่งสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนได้จากที่ไหนบ้าง? เพื่อนำมาใช้ทดลองในห้องปฏิบัติการ และใช้ประโยชน์สำหรับ Regenerative Medicine
แหล่งของสเต็มเซลล์ที่มาจากตัวอ่อนของมนุษย์ซึ่งมีอายุไม่กี่วัน หาได้จากการปฏิสนธิโดยธรรมชาติ และ จากฝีมือมนุษย์
-- ตัวอ่อนจากการปฏิสนธิโดยธรรมชาติ ได้จากการแท้ง ซึ่งในกรณีนี้ ไม่เป็นที่นิยม และมีจำนวนไม่เพียงพอกับการศึกษาวิจัย
Mix of Nature and Sience
|
|
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) |
การย้ายฝากนิวเคลียส(SCNT) การนำไข่ของมนุษย์มาดึงเอานิวเคลียสออก จากนั้นนำเอานิวเคลียสจากเซลล์ของอวัยวะที่ต้องการ เช่น เซลล์ผิวหนัง มาใส่แทนแล้วใช้กรรมวิธีกระตุ้นเพื่อให้เซลล์แบ่งตัวเป็นตัวอ่อน (ในทำนองเดียวกับไข่ที่ได้รับการผสมจากสเปิร์ม) |
-- ตัวอ่อนจากฝีมือแพทย์ ได้จากการปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการหรือการทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization, IVF) และจากการโคลน (Cloning) ซึ่งใช้เทคนิคการย้ายฝากนิวเคลียส (Somatic Cell Nuclear Transfer, SCNT) แต่แทนที่จะเอาตัวอ่อนที่ได้ไปย้ายฝากในท้องของแม่และรอจนได้ลูก แต่นักวิทยาศาสตร์นำตัวอ่อนมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการแทน
![]() |
จากตัวอ่อนมนุษย์ สู่ห้องวิจัย และกลับคืนสู่ร่างกายมนุษย์ |
ทว่าการนำสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมาใช้ในการศึกษาวิจัย ก่อให้เกิด ประเด็นร้อน เพราะทำให้หลายฝ่าย ทั้งนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ นักการเมือง นักการศาสนา และบุคคลทั่วไป ถกเถียงกันในแง่ของศีลธรรมและจริยธรรม ฝ่ายค้านบอกว่า การนำสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมาใช้ทดลองนั้น ถือเป็นการฆ่าตัดตอนตัวอ่อนที่จะเจริญเป็นมนุษย์, ตัวอ่อนระยะ 5-7 วัน ที่นำสเต็มเซลล์มาใช้ประโยชน์ ถือว่ามีชีวิต ส่วนฝ่ายสนับสนุนแย้งว่า ตามคลินิกผู้มีบุตรยากหลายแห่ง มีตัวอ่อนเหลือใช้จำนวนมากแช่แข็งอยู่ ตัวอ่อนที่จะใช้ศึกษาสเต็มเซลล์ไม่มีแม้กระทั่งเซลล์ประสาทที่จะก่อให้เกิดความเจ็บปวด หรือความรู้สึกใดๆ หากนำมาใช้เพื่อการวิจัยทางการแพทย์จะมีประโยชน์มหาศาล
ปัจจุบัน ประเด็นด้านศีลธรรมและจริยธรรม ยังเป็นประเด็นร้อนที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อสรุปได้ แต่บางประเทศ เช่น ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดวิทยาการสเต็มเซลล์ เช่น สหรัฐอเมริกา รัฐบาลกลางถึงกับไม่สนับสนุนเงินวิจัยแก่โครงการศึกษาวิจัยสเต็มเซลล์จากตัวอ่อน สนับสนุนเฉพาะโครงการที่ดำเนินการวิจัยก่อนวันที่ 9 สิงหาคม 2544 เท่านั้น
"การอนุญาตให้มีการวิจัยสเตมเซลล์จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเราได้ นำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ได้ ผมไม่รุ้ต้องทำอย่างไรทุกฝ่าย จึงจะยอมรับให้มีการวิจัย นักวิทยาศาสตร์ควรได้รับอนุญาตให้ทำการวิจัยได้" เจมส์ วัตสัน (James Watson) |
|
(2) สเต็มเซลล์ร่างกาย (Adult stem cell หรือ Somatic stem cell หรือ Mature stem cell)
แหล่งของสเต็มเซลล์อีกแหล่งหนึ่งได้มาจาก 1) เนื้อเยื่อและอวัยวะหลายชนิดที่พัฒนาจนสมบูรณ์ในร่างกาย (Mature body tissue) 2) เลือดจากรกและสายสะดือ (Placenta & Umbilical cord) ของทารกแรกเกิด และ 3) ไขกระดูก (Bone Marrow) ของทั้งเด็กและผู้ใหญ่
![]() |
![]() |
![]() |
| 1.สเตมเซลล์จากเนื้อเยื่อและอวัยวะ | 2.สเตมเซลล์จากไขกระดูกของผู้ใหญ่ | 3.สเตมเซลล์จากรกและสายสะดือทารก |
ในปี 2543 มีรายงานว่าดร. ซงเตา ชิ (Songtao Shi) และคณะ จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) สหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบสเต็มเซลล์ร่างกายแหล่งใหม่ เป็นสเต็มเซลล์จากรากฟันน้ำนมของเด็ก ต่อมาในปี 2546 ทีมวิจัยเดียวกันนี้ ยังประสบความสำเร็จในการแยกสเต็มเซลล์จากรากฟันนำนม มาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ และชักนำให้สเต็มเซลล์พัฒนาไปเป็นเซลล์อื่น
สเต็มเซลล์ร่างกายมีศักยภาพเปลี่ยนไปเป็นเซลล์อื่นได้จำกัดเพียงไม่กี่ชนิด สเต็มเซลล์ร่างกายในระบบหรือเนื้อเยื่อหนึ่งมีความจำเพาะในการพัฒนาเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่อนั้นๆ เท่านั้น ตัวอย่างเช่น สเต็มเซลล์ในระบบเลือดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงที่นำพาออกซิเจน เม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อโรค และเกล็ดเลือดที่แข็งตัวผสานปิดรอยแผล มักไม่เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทในสมอง สเต็มเซลล์ในตับก็จะสร้างเซลล์ตับ เป็นต้น เราเรียกการพัฒนาสเต็มเซลล์ร่างกายเช่นนี้ว่า Multipotent stem cell
Multipotent Stem Cells: Stem cells that can give rise to a limited number of other cell type. they are committed to becoming a variety of cell types associated with specific functions or organ/tissues (e.g., blood, heart, musde) in the body. For example, blood stem cells give rise to red blood cells, white blood cells, and platelets. Source: Medical Center, The University of Kansas. |
ผลจากงานวิจัยในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า สเต็มเซลล์ร่างกายในเนื้อเยื่อชนิดหนึ่ง เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ในเนื้อเยื่ออีกชนิดหนึ่งได้ เรียกลักษณะเช่นนี้ว่า Plasticity เช่น สเต็มเซลล์ในระบบเลือดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทหรือเซลล์ตับ สเต็มเซลล์ในไขกระดูกเปลี่ยนไปเป็นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น
![]() |
| "Plasticity" สเตมเซลล์จากไขกระดูกมีศักยภาพเปลี่ยนเป้นเซลล์ได้หลายชนิด นอกเหนือจากเซลล์ในระบบเลือด |
นักวิทยาศาสตร์นำสเต็มเซลล์ร่างกาย เช่น สเต็มเซลล์จากระบบเลือด โดยเฉพาะสเต็มเซลล์ในไขกระดูกที่มีชื่อเรียกว่า Haematopoictic stem cell มาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2501 ซึ่งเรารู้จักกันดีในนามของการปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplant) ปัจจุบัน แพทย์นิยมนำสเต็มเซลล์จากไขกระดูกมารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย ควบคู่กับการฉายรังสี และเคมีบำบัด
20 ปีต่อมา หรือในปี 2521 วงการแพทย์ได้เริ่มปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเลือดที่ได้จากรกและสายสะดือทารก เพื่อรักษาโรค เพราะเต็มไปด้วย Haematopoictic stem cell ชนิดเดียวกับไขกระดูก
เรื่องน่ารู้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมมือกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ริเริ่มทำการเก็บเลือดจากรกผู้บริจาก โดยได้รับความยินยอมจากมารดาที่คลอดบุตร ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และนำเลือดนั้นมาจัดเก็บโดยการแช่แข็งไว้ที่ ธนาคารเลือดจากรกแห่งชาติ (National Umbilical Cord Blood Bank) ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ซึ่งได้เริ่งดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2544 เพื่อเป็นแหล่งของสเตมเซลล์ (ธีระ วัชรปรีชานนท์ และคณะม 2547) |
| ฝันที่เป็นจริง |
![]() |
จากร่างกายมนุษย์ สู่ห้องวิจัย และกลับคืนสู่ร่างกายมนุษย์ |
สเต็มเซลล์ร่างกายมีข้อดีตรงที่ไม่ทำให้เกิดข้อโต้แย้งทางชีวจริยธรรมเหมือนสเต็มเซลล์จากตัวอ่อน แต่ก็มีข้อด้อย คือ เมื่อนำมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการแล้วแบ่งเซลล์ได้ช้า อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อชนิดอื่น
มาขอรับทุนไปวิจัยด้วยได้ไหมครับ ผมทดลอง(เงินส่วนตัวและบริจาค) รักษาสุนัขอัมพาต 2 ขาหลัง ร่วมกับคณะสัตวแพทย์ จุฬา ก็ได้ผลค่อนข้างดีและเร็วกว่าที่คาดไว้มาก ก็เลยสนใจหาก Biotec ให้เงินสนับสนุนงานวิจัยด้านนี้ครับ
ลองอ่านบทความเฉพาะเรื่องสเต็มเซลล์ที่ผมเคยเขียนไว้ที่นี่ดูแล้วบกันครับ
พื้นฐานเซลล์ต้นกำเนิด http://www.vcharkarn.com/varticle/18516
10 เหตุผลในการเลือกใช้สเต็มเซลล์ http://www.vcharkarn.com/varticle/33995
มุมมองการใช้สเต็มเซลล์ดีจริงหรือไม่ http://www.vcharkarn.com/varticle/32173
มาแจมความคิดเห็นบ้างนะครับ ขออนุญาตจริงๆจากใจครับ ไม่ได้มีเจตนาอวดภูมิ หรือความรู้อันใด แค่อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนที่ทำด้านนี้เหมือนๆกันเท่านั้นครับ เพราะหลายๆครั้งที่ผมมีปํญหาก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร
1 ผมคิดว่าการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) นั้นปัจจุบันเอาสเต้มเซลล์มาช่วยเสริมการรักษาจริง แต่ที่บอกว่าประสบความสำเร็จ 70 % ผมว่าต้องไปดู % relape อีกครั้งนึง เพราะหลักการปลูกถ่ายนี้ก็คือให้คีโม หรือ ฉายรังสี พอไขกระดูกใกล้พังก็เอาสเต็มเซลล์ที่เป็นเหมือน น้ำดี ไปไล่ น้ำเสีย ดังนั้นลิวคีเมียจะต้องมีสักตัวหนึ่งที่เหลือแน่นอน จึงทำให้ % disease free นั้นน่าจะต่ำ หรือไม่น่าจะแตกต่างการจากปลูกถ่ายไขกระดูก....ผมคิดว่าการใช้ Immunotherapy by NK cell จะให้ผลที่ดีกว่า เช่น % relape เหลือแค่ 13 % เมื่อเทียบกับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่สูงถึง 79 % และต้องได้มาจาก Donor ด้วย ไม่ใช่ Autologous ครับ
2 คำว่า Adult stem cell ผมอยากจะขอใช้คำพูดจาก อ.ท่านนึงว่า Adult Stem Cell คือ สเต็มเซลล์ที่ได้มาจากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัยครับ จริงๆมันไม่ใช่ Mature Stem Cell เพราะสเต็มเซลล์ที่โตเต็มวัยมันก็เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ต่างๆ หรือพวก Proginetor cells
3 จากที่เขียนว่า สเต็มเซลล์ร่างกายมีศักยภาพเปลี่ยนไปเป็นเซลล์อื่นได้จำกัดเพียงไม่กี่ชนิด สเต็มเซลล์ร่างกายในระบบหรือเนื้อเยื่อหนึ่งมีความจำเพาะในการพัฒนาเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่อนั้นๆ เท่านั้น ตัวอย่างเช่น สเต็มเซลล์ในระบบเลือดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงที่นำพาออกซิเจน เม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อโรค และเกล็ดเลือดที่แข็งตัวผสานปิดรอยแผล มักไม่เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทในสมอง สเต็มเซลล์ในตับก็จะสร้างเซลล์ตับ เป็นต้น เราเรียกการพัฒนาสเต็มเซลล์ร่างกายเช่นนี้ว่า Multipotent stem cell
ผลจากงานวิจัยในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า สเต็มเซลล์ร่างกายในเนื้อเยื่อชนิดหนึ่ง เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ในเนื้อเยื่ออีกชนิดหนึ่งได้ เรียกลักษณะเช่นนี้ว่า Plasticity เช่น สเต็มเซลล์ในระบบเลือดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทหรือเซลล์ตับ สเต็มเซลล์ในไขกระดูกเปลี่ยนไปเป็นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น
จากอักษรสีเขียว ข้อนี้ผมว่ามันอยู่ที่คุณเลือกใช้ชนิดของสเต็มเซลล์มากกว่าครับ หากใช้ ASC ที่เป็น Hematopoietic SC มันก็สร้างได้แค่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แต่หากเราเลือกใช้เช่น Mesenchymal SC มันก็สามารถที่จะ Diff ไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆได้ เช่น เซลล์ตับ เซลล์ระบบประสาท มันขึ้นกับว่าเราใส่สิ่งแวดล้อมอะไรลงไป หรือ คุณสมบัติสเต็มเซลล์นั้นๆมี Trophic support ที่จะไปจับกับพวก Chemokine ต่างๆที่เนื้อเยื่อที่มีปัญหาหรือไม่
4 Cord Blood Bank ในประเทศอังกฤษแห่งหนึ่งปิดตัวลงแล้วครับ สาเหตุจากอะไรขอไม่กล่าวในที่นี้ ....แต่โดยส่วนตัวแล้วหากเงินไม่ใช่ปัญหาผมก็ยังสนับสนุนให้เก็บ แต่คงต้องเลือกเก็บที่ๆมีคุณภาพ มีความรู้ด้านนี้จริงๆ ไม่ใช่ถึงเวลาจะใช้ยังไม่รู้วธีการ washing สารที่ใส่ Add ลงไป หรือไม่สามารถแนะนำแพทย์ในการฉีดกลับที่ถูกต้องได้ ...แบบนี้ก็ไม่ไหว...เก็บมาทั้งที จะใช้ทั้งที ดั๊น...ทำไม่เป็น ฉีดผิดวิธี Cells ตายเกลี้ยงครับ (อย่าคิดว่าไม่มีนะครับที่ผมพูดมา มันคือเรื่องจริงและระเอียดอ่อนมาก)
5 การใช้ Embryonic sc แต่ทำอย่างไรไม่ให้ผิดจริยธรรม ปัจจุบันทำได้สบายมากครับ ใช้ IVF technique ช่วยแยกตั้งแต่มี 4 Balstomeres แล้วดึงออกมาแค่ 1 ดังนั้นที่เหลืออีก 3 cells ก็ไม่ตายครับ แต่โดยส่วนตัวผมแล้วก็ไม่ชอบ ESC เท่าไหร่ครับ เพราะทำอย่างไรไม่ให้เกิด Teratoma หรือมะเร็ง หรือจะควบคุมอย่างไรในการแบ่งตัว และที่สำคญทำอย่างไรให้เซลล์ที่เพ่มจำนวน มีระยะ Phase G0 มากกว่าทุกวันนี้
เพิ่งสมัครใหม่ครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
สงสัยครับว่า อวัยวะในร่างกายคนเรา เมื่เสื่อมโทรมแล้ว ไม่สามารถทำให้กลับมาใหม่เหมือนเดิมหรือครับ ?
ถ้ามี ต้องใช้วิธีอะไรครับ ที่ปลอดภัยที่สุด
ยังมีอีกหลายคำถามมากเลยครับ ที่สงสัย แต่ยังหาเว็บบอร์ดที่ถูกใจไม่ได้สักที
คำถามคุณ Ramayana ตอบยากนะครับ เพราะมันกว้างมากๆ
มันต้องขึ้นกับชนิดของอวัยวะนั้นๆด้วย เช่น ผิวหนังใช้เวลา 4 สัปดาห์ ,ตับ 6 สัปดาห์ ,ไตนี่นานมากกกก...,ระบบประสาท 1 mm. ต่อวัน เป็นต้น
ดังนั้นหากใช้สเมเซลล์ซ่อมแซมก็ต้องดูชนิดของอวัยวะอย่างที่บอก การซ่อมแซมไม่ได้ง่ายเหมือนในหนังครับ
ส่วนจะเลือกซ่อมแซมด้วยวิธีไหน เช่น ใช้สเต็มเซลล์ ใช้เซลล์บำบัด (ต่างจากสเต็มเซลล์นะครับ) หรือจะใช้อวัยวะจากสัตว์มาซ่อมแซม หรือใช้ยา antioxidant ต่างๆ เป็นต้น การเลือกใช้ให้ปลอดภัยก็คงพิจจารณาดังนี้ครับ
หากเป็นด้าน ยา ก็ขอให้ผ่าน อย. อย่างน้อยผ่าน อย.นอกที่เชื่อถือได้ก็ยังดี เพราะบางที อย.ไทยเขาใช้สมองคิดนานไปหน่อย
หากเป็นการใช้พวกเซลล์ ก็คงต้องเลือกที่น่าเชื่อถือ มีความรู้จริง ให้คำปรึกษาได้จริงๆ และท่แนะนำเลย คือการใช้เซลล์ของตัวเอง (ยกเว้นบางกรณีนะครับ ขอไม่กล่าวในนี้) และเซลล์คนก็ย่อมดีกว่าสัตว์ เป้นต้น ครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |