<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36789" type="text/javascript"></script> |
|
สเต็มเซลล์...เซลล์มหัศจรรย์ผู้เริ่มต้นและสานต่อชีวิตมนุษย์
หลายคนคงรู้จัก "สเต็มเซลล์" เซลล์ที่มีศักยภาพพัฒนาไปเป็นเซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่ต้องการทดแทนของเดิมที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ..แล้วสเต็มเซลล์สร้างเซลล์ทดแทนเซลล์อื่นได้อย่างไร..เหตุใดจึงได้ชื่อว่า เซลล์มหัศจรรย์ ? มาติดตามรายละเอียดกันค่ะ
post ครั้งแรก: Mon 12 May 2008, 11:08 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 15 May 2008, 7:26 pm
|
: : คุณสมบัติของสเต็มเซลล์
คุณสมบัติสำคัญของสเต็มเซลล์ที่ถือว่า มหัศจรรย์ และนำมาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรค คือ ความสามารถของการพัฒนาไปเป็นเซลล์ได้หลายชนิด (Differentiation) และความสามารถของการแบ่งเซลล์ได้อย่างไม่จำกัดโดยมีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากเซลล์เดิม (Self-renewal)
(1) สเต็มเซลล์...เซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้
| From Unspecialized cell.......To Specialized cell |
![]() |
สเต็มเซลล์ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างเฉพาะเจาะจงได้ .สเต็มเซลล์ไม่สามารถปั๊มเลือดหล่อเลี้ยงร่างกายได้เหมือนเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ไม่สามารถจับโมเลกุลของออกซิเจนในกระแสเลือดได้เหมือนเซลล์เม็ดเลือด ไม่สามารถรับสัญญานจากเซลล์หนึ่งสู่เซลล์หนึ่งเพื่อให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้เหมือนเซลล์ประสาท แต่สเต็มเซลล์มีศักยภาพเปลี่ยนไปเป็นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์เม็ดเลือด หรือแม้กระทั่งเซลล์ประสาทได้
สเต็มเซลล์เปลี่ยนไปเป็นเซลล์เฉพาะหรือที่เรียกว่า Differentiation ได้ เพราะปัจจัยภายนอกและภายใน ...ปัจจัยภายในควบคุมโดยยีนในเซลล์นั่นเอง ส่วนปัจจัยภายนอก ควบคุมโดยสารเคมีที่หลั่งออกมาจากเซลล์อื่น, ลักษณะทางกายภาพระหว่างสเต็มเซลล์และเซลล์ใกล้เคียง และโมเลกุลอื่นรอบๆ สเต็มเซลล์ ปัจจุบัน ยังมีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับกลไกการเปลี่ยนไปทำหน้าที่เฉพาะของสเต็มเซลล์ ซึ่งต้องอาศัยการวิจัยกันต่อไป
(2) สเต็มเซลล์...เซลล์ที่มีความสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้เหมือนเซลล์เดิม ครั้งแล้วครั้งเล่า
สเต็มเซลล์ไม่เหมือนเซลล์สมอง เซลล์เม็ดเลือด หรือเซลล์ประสาท ตรงที่สำเนาเซลล์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่จำกัด ซึ่งเซลล์อื่นๆ ไม่มีคุณสมบัตินี้ เช่น เซลล์สมองของนักร้องชื่อดังถูกทำลายไปเนื่องจากอุบัติเหตุ ก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสียไปได้ เป็นต้น
| Dividing & Renewing themselves for many times |
![]() |
| สเตมเซลล์ที่ถูกแยกไปเลี้ยงในห้องปฏิบัติการระยะหนึ่ง ด้วยวิธีที่เหมาะสม มีศักยภาพสร้างเซลล์ได้นับล้านเซลล์ ซึ่งเมื่อนำสเตมเซลล์นับล้านเซลล์นั้นไปปลูกถ่ายในร่างกายแล้วช่วยรักษาโรคได้ |
ด้วยประโยชน์มหาศาล ทำให้หลายประเทศเดินหน้าศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง สหราชอาณาจักร แคนาดา สวีเดน อินเดีย เยอรมนีเกาหลีใต้ อิสราเอล อิตาลี สเปน และอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ถึงกับประกาศตัวเป็นศูนย์กลางการวิจัยสเต็มเซลล์ หรือแม้กระทั่งอิหร่าน ยังสนับสนุนกรวิจัยสเต็มเซลล์
-ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) ประเทศแคนาดา ได้ทำการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเตมเซลล์ของคนที่เสียชีวิตแล้ว เข้าไปที่ตาของหนูและลูกไก่ ผลที่ได้รับคือ เซลล์ที่ปลูกถ่ายพัฒนาเป็นเซลล์รับภาพได้ในที่สุด ช่วยสร้างความหวังให้ผู้พิการทางสายตา ว่าจะกลับมามองเห็นได้อย่างปกติอีกครั้ง ที่มา: BBC News, 25 ตุลาคม 2547 |
![]() |
-ทีมวิจัย จากมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ (University of vermont) สหรัฐอเมริกา พบว่าสเตมเซลล์จากร่างกายที่ปลูกถ่ายเข้าไปในเนื้อเยื่อ ปอดที่ถูกทำลายแล้ว สร้างเซลล์ปอดขึ้นมาใหม่ได้ งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Respiratory and Critical Care Medicine ผลวิจัยที่ได้แสดงให้เห็นว่าเลืดและไขกระดูกซึ่งเป็นแหล่งที่มาของสเตมเซลล์ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างอวัยวะทดแทนในมนุษย์ ที่มา: www.sciencedaily.com 1 สิงหาคม 2546 |
![]() |
-ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก (University of Pittsburgh) สหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการใช้สเตมเซลล์ รักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว โดยพบว่าหัวใจของผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกสเตมเซลล์ ทำงานได้ดีกว่าหัวใจของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ ที่มา: news@nature.com , 8 มิถุนายน 2547 - มูลนิธิสเตมเซลล์แห่งสหราชอาณาจักร (UK Stem Cell Foundation) สนับสนุนการทดลองปลูกถ่ายสเตมเซลล์เข้าสู่ผู้ป่วยโรคหัวใจเป็นครั้งแรกของโลก โดยจะเริ่มงานวิจัยระดับคลินิกแก่อาสาสมัคร 100 ราย ปลายเดือนธันวาคม 2549 ที่มา: BBC News, 8 พฤศจิกายน 2549 |
![]() |
-ทีมวิจัยจาก San Raffaele Scientific Institute ประเทศอิตาลี ประสบความสำเร็จในการใช้สเตมเซลล์รักษาสุนัขขาพิการ ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ผลจากการศึกษาวิจัยช่วยสร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อเสื่อมชนิดดูเชน (Duchenne muscular dystrophin) ว่าจะกลับมาเดินได้อย่างปกติอีกครั้ง ที่มา: www.newscientist.com , 15 พฤศจิกายน 2549 |
![]() |
สำหรับประเทศไทยมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ของร่างกาย ตัวอย่างเช่น
- คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ประสบความสำเร็จในการนำเลือดจากรกของผู้บริจาคที่ไม่ใช่น้องของผู้ป่วย มาปลูกถ่ายรักษาผู้ป่วยเด็ก 2 ราย ที่เป็น "โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดชนิด Wiskott-Aldrich Syndrome" และโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อปี 2545 (สภากาชาด, สิงหาคม 2545) |
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาวิจัยสเต็มเซลล์เพื่อนำมาใช้สำหรับ Regenerative Medicine จึงได้เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานในประเทศขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย เพราะความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยสเต็มเซลล์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การรักษาโรค หรือ Regenerative Medicine เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ในเรื่องของการได้มาซึ่งองค์ความรู้พื้นฐานด้านพัฒนาการของเซลล์ การใช้สเต็มเซลล์เป็นต้นแบบทดลองยาในกรณีที่ไม่มีระบบที่เหมาะสมในสัตว์ทดลอง การวิจัยเพื่อหาวิธีป้องกันและรักษาโรคทางพันธุกรรม และการวิจัยอื่นๆ
| The Promise of Stem Cell Research |
![]() |

| เอกสารอ้างอิง 1. Stem Cell Information http://stemcells.nih.gov/info/basics/basics2.asp 2. Regenerative Medicine http://stemcells.nih.gov/info/scireport/2006report.htm 3. Stem Cell Research Basics: Introduction http://www.kumc.edu/stemcell/intro.html 4. Stem Cell Research Basics: Introduction http://www.kumc.edu/stemcell/intro.html
|
หากท่านผู้อ่านมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการนำเสนอบทความนี้ หรือพบข้อผิดพลาดของบทความ ผู้เขียนยินดีรับคำแนะนำผ่านอีเมล์ malinees@biotec.or.th ผู้เขียนขอขอบคุณในความร่วมมือของทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ |
มาขอรับทุนไปวิจัยด้วยได้ไหมครับ ผมทดลอง(เงินส่วนตัวและบริจาค) รักษาสุนัขอัมพาต 2 ขาหลัง ร่วมกับคณะสัตวแพทย์ จุฬา ก็ได้ผลค่อนข้างดีและเร็วกว่าที่คาดไว้มาก ก็เลยสนใจหาก Biotec ให้เงินสนับสนุนงานวิจัยด้านนี้ครับ
ลองอ่านบทความเฉพาะเรื่องสเต็มเซลล์ที่ผมเคยเขียนไว้ที่นี่ดูแล้วบกันครับ
พื้นฐานเซลล์ต้นกำเนิด http://www.vcharkarn.com/varticle/18516
10 เหตุผลในการเลือกใช้สเต็มเซลล์ http://www.vcharkarn.com/varticle/33995
มุมมองการใช้สเต็มเซลล์ดีจริงหรือไม่ http://www.vcharkarn.com/varticle/32173
มาแจมความคิดเห็นบ้างนะครับ ขออนุญาตจริงๆจากใจครับ ไม่ได้มีเจตนาอวดภูมิ หรือความรู้อันใด แค่อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนที่ทำด้านนี้เหมือนๆกันเท่านั้นครับ เพราะหลายๆครั้งที่ผมมีปํญหาก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร
1 ผมคิดว่าการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) นั้นปัจจุบันเอาสเต้มเซลล์มาช่วยเสริมการรักษาจริง แต่ที่บอกว่าประสบความสำเร็จ 70 % ผมว่าต้องไปดู % relape อีกครั้งนึง เพราะหลักการปลูกถ่ายนี้ก็คือให้คีโม หรือ ฉายรังสี พอไขกระดูกใกล้พังก็เอาสเต็มเซลล์ที่เป็นเหมือน น้ำดี ไปไล่ น้ำเสีย ดังนั้นลิวคีเมียจะต้องมีสักตัวหนึ่งที่เหลือแน่นอน จึงทำให้ % disease free นั้นน่าจะต่ำ หรือไม่น่าจะแตกต่างการจากปลูกถ่ายไขกระดูก....ผมคิดว่าการใช้ Immunotherapy by NK cell จะให้ผลที่ดีกว่า เช่น % relape เหลือแค่ 13 % เมื่อเทียบกับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่สูงถึง 79 % และต้องได้มาจาก Donor ด้วย ไม่ใช่ Autologous ครับ
2 คำว่า Adult stem cell ผมอยากจะขอใช้คำพูดจาก อ.ท่านนึงว่า Adult Stem Cell คือ สเต็มเซลล์ที่ได้มาจากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัยครับ จริงๆมันไม่ใช่ Mature Stem Cell เพราะสเต็มเซลล์ที่โตเต็มวัยมันก็เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ต่างๆ หรือพวก Proginetor cells
3 จากที่เขียนว่า สเต็มเซลล์ร่างกายมีศักยภาพเปลี่ยนไปเป็นเซลล์อื่นได้จำกัดเพียงไม่กี่ชนิด สเต็มเซลล์ร่างกายในระบบหรือเนื้อเยื่อหนึ่งมีความจำเพาะในการพัฒนาเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่อนั้นๆ เท่านั้น ตัวอย่างเช่น สเต็มเซลล์ในระบบเลือดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงที่นำพาออกซิเจน เม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อโรค และเกล็ดเลือดที่แข็งตัวผสานปิดรอยแผล มักไม่เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทในสมอง สเต็มเซลล์ในตับก็จะสร้างเซลล์ตับ เป็นต้น เราเรียกการพัฒนาสเต็มเซลล์ร่างกายเช่นนี้ว่า Multipotent stem cell
ผลจากงานวิจัยในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า สเต็มเซลล์ร่างกายในเนื้อเยื่อชนิดหนึ่ง เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ในเนื้อเยื่ออีกชนิดหนึ่งได้ เรียกลักษณะเช่นนี้ว่า Plasticity เช่น สเต็มเซลล์ในระบบเลือดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประสาทหรือเซลล์ตับ สเต็มเซลล์ในไขกระดูกเปลี่ยนไปเป็นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น
จากอักษรสีเขียว ข้อนี้ผมว่ามันอยู่ที่คุณเลือกใช้ชนิดของสเต็มเซลล์มากกว่าครับ หากใช้ ASC ที่เป็น Hematopoietic SC มันก็สร้างได้แค่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แต่หากเราเลือกใช้เช่น Mesenchymal SC มันก็สามารถที่จะ Diff ไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆได้ เช่น เซลล์ตับ เซลล์ระบบประสาท มันขึ้นกับว่าเราใส่สิ่งแวดล้อมอะไรลงไป หรือ คุณสมบัติสเต็มเซลล์นั้นๆมี Trophic support ที่จะไปจับกับพวก Chemokine ต่างๆที่เนื้อเยื่อที่มีปัญหาหรือไม่
4 Cord Blood Bank ในประเทศอังกฤษแห่งหนึ่งปิดตัวลงแล้วครับ สาเหตุจากอะไรขอไม่กล่าวในที่นี้ ....แต่โดยส่วนตัวแล้วหากเงินไม่ใช่ปัญหาผมก็ยังสนับสนุนให้เก็บ แต่คงต้องเลือกเก็บที่ๆมีคุณภาพ มีความรู้ด้านนี้จริงๆ ไม่ใช่ถึงเวลาจะใช้ยังไม่รู้วธีการ washing สารที่ใส่ Add ลงไป หรือไม่สามารถแนะนำแพทย์ในการฉีดกลับที่ถูกต้องได้ ...แบบนี้ก็ไม่ไหว...เก็บมาทั้งที จะใช้ทั้งที ดั๊น...ทำไม่เป็น ฉีดผิดวิธี Cells ตายเกลี้ยงครับ (อย่าคิดว่าไม่มีนะครับที่ผมพูดมา มันคือเรื่องจริงและระเอียดอ่อนมาก)
5 การใช้ Embryonic sc แต่ทำอย่างไรไม่ให้ผิดจริยธรรม ปัจจุบันทำได้สบายมากครับ ใช้ IVF technique ช่วยแยกตั้งแต่มี 4 Balstomeres แล้วดึงออกมาแค่ 1 ดังนั้นที่เหลืออีก 3 cells ก็ไม่ตายครับ แต่โดยส่วนตัวผมแล้วก็ไม่ชอบ ESC เท่าไหร่ครับ เพราะทำอย่างไรไม่ให้เกิด Teratoma หรือมะเร็ง หรือจะควบคุมอย่างไรในการแบ่งตัว และที่สำคญทำอย่างไรให้เซลล์ที่เพ่มจำนวน มีระยะ Phase G0 มากกว่าทุกวันนี้
เพิ่งสมัครใหม่ครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
สงสัยครับว่า อวัยวะในร่างกายคนเรา เมื่เสื่อมโทรมแล้ว ไม่สามารถทำให้กลับมาใหม่เหมือนเดิมหรือครับ ?
ถ้ามี ต้องใช้วิธีอะไรครับ ที่ปลอดภัยที่สุด
ยังมีอีกหลายคำถามมากเลยครับ ที่สงสัย แต่ยังหาเว็บบอร์ดที่ถูกใจไม่ได้สักที
คำถามคุณ Ramayana ตอบยากนะครับ เพราะมันกว้างมากๆ
มันต้องขึ้นกับชนิดของอวัยวะนั้นๆด้วย เช่น ผิวหนังใช้เวลา 4 สัปดาห์ ,ตับ 6 สัปดาห์ ,ไตนี่นานมากกกก...,ระบบประสาท 1 mm. ต่อวัน เป็นต้น
ดังนั้นหากใช้สเมเซลล์ซ่อมแซมก็ต้องดูชนิดของอวัยวะอย่างที่บอก การซ่อมแซมไม่ได้ง่ายเหมือนในหนังครับ
ส่วนจะเลือกซ่อมแซมด้วยวิธีไหน เช่น ใช้สเต็มเซลล์ ใช้เซลล์บำบัด (ต่างจากสเต็มเซลล์นะครับ) หรือจะใช้อวัยวะจากสัตว์มาซ่อมแซม หรือใช้ยา antioxidant ต่างๆ เป็นต้น การเลือกใช้ให้ปลอดภัยก็คงพิจจารณาดังนี้ครับ
หากเป็นด้าน ยา ก็ขอให้ผ่าน อย. อย่างน้อยผ่าน อย.นอกที่เชื่อถือได้ก็ยังดี เพราะบางที อย.ไทยเขาใช้สมองคิดนานไปหน่อย
หากเป็นการใช้พวกเซลล์ ก็คงต้องเลือกที่น่าเชื่อถือ มีความรู้จริง ให้คำปรึกษาได้จริงๆ และท่แนะนำเลย คือการใช้เซลล์ของตัวเอง (ยกเว้นบางกรณีนะครับ ขอไม่กล่าวในนี้) และเซลล์คนก็ย่อมดีกว่าสัตว์ เป้นต้น ครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |