<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36790" type="text/javascript"></script> |
|
ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน
บทความนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานโดยทั่วไป พร้อมทั้ง โรคแทรกซ้อนของเบาหวาน โภชนาบำบัด เบาหวานกับการออกกำลังกาย ยารักษาเบาหวาน การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะด้วยตนเองที่บ้าน
post ครั้งแรก: Mon 12 May 2008, 12:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 13 May 2008, 1:39 pm
|
รศ.นพ. สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร
สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบาหวานคืออะไร

เบาหวาน คือโรคหรือความผิดปกติที่มีลักษณะพิเศษคือ มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง คำว่าเบาหวาน มาจากคำสองคำคือ เบา แปลว่าปัสสาวะ และคำว่า หวาน ซึ่งหมายถึงมีรสหวานหรือมีน้ำตาลในปัสสาวะนั่นเอง ซึ่งเป็นอาการสำคัญของผู้ป่วยโรคนี้ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนไตไม่สามารถเก็บกักน้ำตาลไว้ได้ น้ำตาลส่วนเกินก็จะออกมากับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีรสหวาน มีมดมาตอมได้
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวาน
ส่วนใหญ่รู้เมื่อมีอาการจากการที่มีน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง ได้แก่อาการคอแห้ง หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะเป็นจำนวนมาก หิวบ่อย ทานจุ แต่น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง เป็นต้น บางคนอาจไม่มีอาการดังกล่าวหรือมีอาการไม่มาก ไม่ชัดเจน แต่จะมาพบแพทย์ด้วยอาการของภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น ตามัว มองเห็นไม่ชัดเนื่องจากมีต้อกระจกหรือจอประสาทตาเสื่อม เท้าชา ไม่รู้สึก หรือมีอาการปวดแสบร้อนที่เท้า เป็นแผลที่เท้าเรื้อรังไม่หาย หรือนิ้วเท้าดำเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง หรือมีอาการของโรคไตวาย เช่น บวม ซีด ปัสสาวะเป็นฟอง เป็นต้น อาการของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เหล่านี้จะปรากฏเมื่อเป็นโรคเบาหวานมานานหรือมีระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงมาก คนที่เริ่มเป็นเบาหวานใหม่ๆ มักจะไม่มีอาการ แต่ไม่ควรรอจนเป็นมากค่อยมาตรวจและเริ่มการรักษา เพราะภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานส่วนใหญ่ถ้าเป็นมากแล้วจะรักษาไม่หาย ดังนั้นคนที่สงสัยว่าจะเป็นเบาหวานหรือมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานควรได้รับการตรวจว่าเป็นเบาหวานหรือไม่เสียแต่เนิ่นๆ
ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเบาหวาน พบว่าคนบางคนเท่านั้นที่มีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งได้แก่คนที่มีความเสี่ยงหลายๆ อย่าง ได้แก่ คนที่อ้วนหรือลงพุง คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน เช่นพ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน คนที่เคยเป็นเบาหวานตอนตั้งครรภ์ คนที่ได้รับยาบางชนิดเช่น สเตียรอยด์ คนที่เป็นโรคของตับอ่อนหรือแม้กระทั่งคนที่สูงอายุก็มีโอกาสเป็นเบาหวานได้ เป็นต้น
การวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน
การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นการวินิจฉัยโรคที่ดีที่สุด การตรวจวัดน้ำตาลในปัสสาวะมักจะสายเกินไป การตรวจวัดน้ำตาลในเลือดทำได้สองวิธีคือ ตรวจโดยการเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณข้อพับแขนหรือโดยการตรวจจากปลายนิ้วมือ ในคนที่ไม่มีอาการชัดเจนควรตรวจขณะที่อดอาหารในช่วงตอนเช้า โดยงดน้ำและอาหารเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ในคนที่มีอาการชัดเจนอาจตรวจเลือดโดยไม่ต้องอดอาหารก็ได้ ระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติที่ไม่เป็นเบาหวานในช่วงขณะอดอาหารจะอยู่ระหว่าง 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถ้าหากตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้ตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน ในกรณีที่ไม่แน่ใจแนะนำให้ตรวจซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้น้อยกว่า 126 แต่มากกว่า 100 มิลลิกรัมขึ้นไปถือว่าผิดปกติ อาจมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานต่อไปในกาลข้างหน้า ควรพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามต่อไป
ชนิดของโรคเบาหวาน
เบาหวานมีหลายชนิดไม่เหมือนกันโดยทีเดียว เบาหวานที่มักเป็นกันในผู้ใหญ่ คนสูงอายุ มักเป็นเบาหวานชนิดที่สอง ซึ่งสาเหตุเกิดจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนที่ชื่อว่าอินซูลินไม่เพียงพอ และมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน อินซูลินเป็นตัวสำคัญในการช่วยให้น้ำตาลเข้าไปในเซลล์เนื้อเยื่อร่างกายใช้เป็นพลังงานได้ ถ้าหากอินซูลินไม่พอหรือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำตาลก็จะไม่สามารถเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ คั่งค้างสะสมอยู่ในเลือดทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ เบาหวานชนิดนี้มักเกิดกับคนที่อ้วน หรือมีอายุมาก ส่วนเบาหวานชนิดที่หนึ่งนั้นมักเกิดในเด็กและวัยรุ่น มีความรุนแรงมากกว่า เพราะว่าเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เลย ร่างกายแทบไม่มีอินซูลินเหลืออยู่ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก ต้องรักษาด้วยการฉีดยาอินซูลินเท่านั้น เบาหวานชนิดที่สามเกิดจากโรคทางกรรมพันธุ์เช่นมีอาการหูหนวก หรือมีภาวะอ้วนผิดปกติ เบาหวานชนิดนี้พบได้น้อย ส่วนชนิดสุดท้ายคือเบาหวานที่พบตอนขณะที่ตั้งครรภ์ เบาหวานชนิดนี้มักหายไปหลังจากคลอดบุตร
ที่มา : http://www.sp.worldmedic.com/dm/education_program.php
ตอนนี้ ก็เป็น เบาหวาน อยู่ เจ้าคะ
อาการตามที่ บอกเลยเจ้าคะ ขอบคุณที่ให้ ความรู้ เจ้าค่ะ
บทความนี้มีประโยชน์มากที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่ ในส่วนของกระผมเองนั้นได้ช่วยให้ปฏิบัติตัวได้เข้มงวดกว่าเดิมหลังจากได้อ่านบทความของคุณหมอ ขอบพระคุณมากครับ
user name:fernsehturm
อายุ: 67 ปี
เดี๋ยวนี้ทำไมเป็นเบาหวานกันเยอะจังนะ ญาตผมก็เป็นแต่เค้าทานสาหร่ายครับ ก็ลดน้ำตาลในเลือดได้ แถมไม่มีผลข้างเคียงด้วย เพราะเป็นพืช มีอย.นะครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าช่วยได้ยังไง ไว้ผมจะหารายละเอียดมาให้นะครับ สนใจก็เมลล์มาฝากข้อความไว้แล้วกันนะ tanakarn_6@hotmail.com
สมุนไพรมาแรง ฮว่านง็อก สมุนไพรเดียวที่รักษาโรคได้อเนกอนันต์
--------------------------------------------------------------------------------
สมุนไพรมาแรง ฮว่านง็อก (HOAN-NGOC)
ในฉบับนี้ผู้เขียนขอพักเรื่องว่านไว้ก่อนจะแนะนำสมุนไพรที่ค้นพบล่าสุด และคิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับแฟนเทคโนฯเนื่องจากเป็นสมุนไพรเดียวที่รักษาโรคได้อเนกอนันต์ เจ้าต้นไม้ฮว่านง็อกนี้เข้ามายังประเทศไทยเราเกือบจะสิบกว่าปีแต่ยังหวงแหนปกปิดเป็นความลับเฉพาะคนกลุ่มหนึ่งด้วยนิสัยสอดรู้สอดเห็นและชอบสืบสาวราวเรื่องของสมุนไพรแปลก ๆนิสัยชอบดั้นด้นค้นหานำสิ่งที่ดีมาตีแผ่ เมื่อมีความพยายามความสำเร็จจึงตามมาจึงขอนำมาเล่าดังนี้
สมุนไพรฮว่านง็อก
เป็นต้นสมุนไพรถือกำเนิดในประเทศเวียดนามผู้นำเข้ามาใช้เป็นกลุ่มทหารผ่านศึกสมัยสงครามเวียดนามกระถางแรกมีราคาถึง 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาท) นำมากินใบสด ๆ แก้โรคต่าง ๆ มากมายและเห็นผลเร็ว รู้จักกันในรุ่นของทหารผ่านศึกรุ่นนั้นรุ่นเดียวผู้เขียนได้ข้อมูลและมีความสนิทชิดชอบกับทายาทของนายทหารผู้นั้น ซึ่งไม่ขอเอ่ยนาม (ปัจจุบันอายุ 68 ปี) จึงได้ถามประวัติความเป็นมา การใช้และสรรพคุณซึ่งท่านใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัวท่าน เช่น ภรรยาของท่านเป็นเบาหวานกินใบสมุนไพรฮว่านง็อกไม่นานก็หายซึ่งจะแจกแจงรายละเอียดต่อไป
ลักษณะของต้น
เป็นต้นไม้ชนิดใบอ่อนปลายแหลม ส่วนล่างของใบจะหยาบสีเขียวเข้ม ด้านบนสีเขียวอ่อนเป็นต้นไม้ที่มีใบมากสักหน่อย แตกกิ่งก้านทรงพุ่มได้ดีการขยายพันธุ์เพียงตัดยอดปักชำลงดินก็เกิดรากตั้งตัวได้เร็ว ย้ายลงปลูกในกระถางใส่ปุ๋ยพรวนดินรดน้ำก็จะเจริญงอกงาม
วิธีใช้
ส่วนสำคัญคือ ใบใช้เคี้ยวกินสด ๆ หรือคั้นและกรองเอาน้ำข้น ๆ รับประทานหรือต้มเป็นน้ำแกงรับประทานก็ได้ ส่วนเปลือกและรากไม้สามารถต้มกลั่นเป็นสุราได้ด้วย ใบไม้ไม่มีกลิ่นและรส สามารถต้มเอาน้ำใส ๆ ดื่มได้ส่วนการรับประทานมากหรือน้อย อยู่ที่ธาตุ หนัก-เบา ของแต่ละคนโดยทั่วไปจะรับประทานกัน 1-4 ใบ คนที่มีอาการหน้ามืดตาลายหลังรับประทาน 15 นาทีจะหาย ให้รับประทานติดต่อกัน 7 วัน วันละ 2 ครั้งก่อนอาหาร
จากหลักฐานคนไข้รายหนึ่งหลังจากรักษาโรคมะเร็งตับจากยานานาชนิดไม่หาย เมื่อได้รับประทานใบสดของต้นฮว่านง็อกคนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ จากการมีไข้สูงถึง 40 องศา ลดลงเหลือ 37 องศา การเจ็บปวดลดลงมาก ผิวหนังเคยเหลืองก็ลดลง หน้าท้องแฟบลงตัวเบาทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาสนทนาได้
ทำไม คนไข้จึงฟื้นตัวเร็วขนาดนั้นหลังจากรับประทานได้ 20 นาที ยาได้ออกฤทธิ์ รับประทาน 5 ใบ จะลดความเจ็บปวดได้ 3 ชั่วโมง รับประทาน 7 ใบ ลดได้ 5 ชั่วโมงเสมือนหนึ่งยาวิเศษเพราะคนไข้โรคตับได้เจ็บป่วยมาถึงวาระสุดท้ายแล้วกลับฟื้นและมีความหวัง ต้นฮว่านง็อกเป็นต้นไม้ใบยาที่มีคุณค่าสูงส่งเป็นของขวัญจากสวรรค์ มอบให้แก่มวลมนุษย์ ก่อนหน้านี้เรียกว่าต้นลิงเพราะพวกลิงอยู่ในป่า เมื่อเป็นอะไรมันจะกินใบของต้นไม้ชนิดนี้ ทำให้หายได้ในทุก ๆโรค ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น HOAN-NGOC เนื่องจากมีเด็ก 2 คน ทะเลาะวิวาทและตีกันจนทำให้ลูกอัณฑะหายไป เมื่อรับประทานใบไม้นี้ทำให้ลูกอัณฑะกลับคืนเป็นปกติ
สรรพคุณของต้นสมุนไพร (จากเอกสาร ฮานอย 2-9-1995 ถ่ายทอดจากต้นฉบับจริง)
1. รักษาคนสูงอายุ ปวดเมื่อยตามร่างกายทำงานหนัก เกิดประสาทหลอน
2. รักษาเป็นไข้หวัด ความดันโลหิตสูงท้องไส้ไม่ปกติ
3. รักษาอาการมีบาดแผล เคล็ด ขัด ยอก กระดูกหัก
4. รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ
5. รักษาอาการโรคกระเพาะอาหารโรคเลือดออกในลำไส้เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ
6. รักษาอาการคอพอกตับอักเสบ
7. รักษาอาการไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น
8. รักษาอาการโรคมะเร็งปอด มีอาการปวดต่าง ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รับประทานต่อไป 100-200 ใบ อาการจะหายขาด
9. รักษาโรคตาทุกชนิด เช่น ตาแดง ตาต้อตาห้อเลือด
10. รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ ได้ผลดีช่วยให้มดลูกเข้าอู่
11. รักษาโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำโรคประสาทอ่อน ๆ (เพื่อเป็นการสนับสนุนเหตุผลโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้เขียนก็เป็นจึงกินเข้าไปครั้งละ 5 ใบ เช้า-เย็น 1 วัน อาการหน้ามืดหนักหัวหายไป รู้สึกสบายเบาสมอง)
12. สามารถใช้กับสัตว์ได้จากเอกสารระบุว่าใช้กับไก่ชนหลังจากชนไก่แล้ว ต้องการให้ไก่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บให้ไก่กินใบของต้นสมุนไพรฮว่านง็อกจะฟื้นตัวได้เร็ว
อนึ่งการรับประทานหรือกินใบสมุนไพร ให้กินก่อนอาหารเสมอ
ขอขอบคุณ คุณทศทิศแก่นสุข ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลโดยละเอียดของสมุนไพรฮว่านง็อก
ข้อมูลจาก หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน
วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2546 ปีที่ 15 ฉบับที่ 309 หน้า 32
สนใจติดต่อมานะคะ Kwanawesome@hotmail.com
ราคาคุยกันได้ค่ะ ขายให้ราคาถูกค่ะ อยากช่วยเหลือค่ะ
ขายถูกจริงๆค่ะ
เบาหวานประมาณไม่ได้ควรควบคุมกิจวัตร์ให้ดี
[url=www.mlbworlds.com/1818181866/56]click/url]
Link ใช้งานได้แล้ว
ถ้ามีบ้างอย่างทีช่วยให้เรา ลดระดับนําตาลในเลือดได้ท่านจะชอบไมที่จะช่วยป้องกันสิ่งเหล่านี้ให้เราได้
http://pho.se/6ww ควรศึกษากันนะ ครับ
รายละเอียด: ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอล
การรับประกัน
- ผล LAB เลือดที่บอกว่า คลอเรสเตอรอล สูงจากโรงพยาบาล ไม่เกิน 7-14 วันนำมายื่นกับบริษัทเพื่อวื้อผลิตภัณฑ์มากิน
แล้วอีก 45 วันมาตรวจเลือดใหม่ที่เดิม ถ้าคลอเรสเตอรอลไม่ลดลง ให้นำผล LAB อันใหม่พร้อมใบเสร็จรับเงินและ
ซองเปล่า+กล่องเปล่ามาให้บริษัท บริษัทยินดีคืนเงินให้ 100%
- ในผู้ป่วยเบาหวาน ให้ทาน Bioslife Complete ก่อนอาหาร 5-10 นาที เช้า เย็น (สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว
ให้ทาน Bioslife Complete ในมื้อที่ไม่ได้ใช้ยาของโรงพยาบาล เมื่อเบาหวานดีขึ้นให้ค่อยๆปรับลดยาโรงพยาบาลลง
และเลิกใช้ยาโรงพยาบาลได้ เมื่ออยู่ในระดับปกติแล้ว)
- หลังดื่ม 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยเบาหวานควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและปรับลดยาเมื่อน้ำตาลลดลง
- หลังดื่ม 4-8 สัปดาห์ ผู้มีคลอเรสเตอรอลสูงควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและปรับลดยาเมื่อไขมันลดลง
- การรับประทานใยอาหาร ควรดื่มน้ำมาก ๆ
ผมอยากจะทราบว่า อินซูลีน เกี่ยวข้องกำโรคเบาหวานอย่างไรครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |