<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36817" type="text/javascript"></script> |
|
กุ้งไทยได้มาตรฐานส่งออกด้วยงานวิจัย สร้างความมั่นใจให้ประเทศคู่ค้า
การเพาะเลี้ยงกุ้ง เป็นอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารที่ใหญ่และสำคัญของประเทศไทย อุตสาหกรรมนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้งในอันดับต้นๆ ของโลก ในปี 2548 ประเทศไทยส่งออกกุ้งได้ทั้งหมด 282,993 ตัน รวมแล้วมีมูลค่า 71,605 ล้านบาท
post ครั้งแรก: Tue 13 May 2008, 2:25 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 22 July 2008, 9:41 am
|
มาลินี อัศวดิษฐเลิศ
หน่วยบริหารและจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/
> กุ้งไทย อุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของประเทศ

การเพาะเลี้ยงกุ้ง เป็นอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารที่ใหญ่และสำคัญของประเทศไทย อุตสาหกรรมนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้งในอันดับต้นๆ ของโลก ในปี 2548 ประเทศไทยส่งออกกุ้งได้ทั้งหมด 282,993 ตัน รวมแล้วมีมูลค่า 71,605 ล้านบาท (สถาบันอาหาร. 2549)
ประเทศคู่ค้า |
มูลค่า (ล้านบาท) |
เทียบมูลค่าเป็น % |
อเมริกา |
39,374 |
55 |
ญี่ปุ่น |
15,610 |
22 |
แคนาดา |
3,733 |
5 |
เกาหลี |
2,881 |
4 |
กลุ่มสหภาพยุโรป(อียู) |
2,805 |
4 |
ออสเตรเลีย |
2,402 |
3 |
ฮ่องกง |
992 |
1 |
ไต้หวัน |
820 |
1 |
จีน |
594 |
1 |
มาเลเซีย |
501 |
1 |
อื่นๆ |
1,893 |
3 |
รวม |
71,605 |
100 |
นอกจากรายได้มหาศาลเข้าประเทศแล้ว อุตสาหกรรมนี้ยังมีความสำคัญในแง่ของการสร้างงานภายในประเทศ มีแรงงานเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งและอุตสาหกรรมต่อเนื่องกว่า 1 ล้านอัตรา และประมาณร้อยละ 70 - 80 ของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งเป็นเกษตรกรรายย่อย
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมนี้ยังก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อปัจจัยภายในประเทศ เช่น การเพิ่มมูลค่าลูกกุ้ง น้ำแข็ง บรรจุภัณฑ์ อาหารสัตว์สำเร็จรูป ฯลฯ ซึ่งนับว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น เช่น รถยนต์ คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่อุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์อื่น ซึ่งต้องนำเข้าวัตถุดิบจากภายนอกประเทศ
> หนทางส่งออกผลิตภัณฑ์ระดับโลก ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิตและการส่งออกกุ้งและผลิตภัณฑ์ ที่ได้เปรียบในการแข่งขันในเรื่อง คุณภาพ การยอมรับ และราคา แต่ใช่ว่าอุตสาหกรรมนี้ดำเนินผ่านช่วงเวลามาด้วยความราบรื่น
เมื่อ 10 15 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังดำเนินไปอย่างงดงาม อุตสาหกรรมกุ้งไทยกลับต้องประสบปัญหาเรื่องโรคระบาดรุนแรง คือ โรคหัวเหลือง (Yellow Head Virus, YHV) และโรคตัวแดงดวงขาว (White Spot Syndrome Virus, WSSV)...โรคระบาดที่ทำให้กุ้งตายหมดทั้งบ่อ ทั้งฟาร์ม อย่างรวดเร็ว
![]() |
![]() |
| >>กุ้งที่เป็น โรคตัวแดงดวงขาว มีจุดสีขาวปรากฏอยู่ในเปลือกกุ้ง โดยเฉพาะบริเวณส่วนหัว อันเป็นที่มาของเชื้อโรค | >>กุ้งที่เป็น โรคหัวเหลือง มีสีซีดเมื่อเทียบกับกุ้งปกติ ส่วนหัวของกุ้งเป็นสีเหลือง เกิดจากการติดเชื้อที่ตับ |
โรคทั้งสองนี้สร้างความเสียหายให้หลายประเทศที่ส่งออกกุ้งสู่ตลาดโลก ประเทศเพื่อนบ้านเรา ได้แก่ อินเดีย และเวียดนามเสียหายกว่า 80% แต่ประเทศไทยกลับได้รับความเสียหายไม่ถึง 40% ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
> เทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง ช่วยอุตสาหกรรมกุ้งได้
เหตุผลของความเสียหายที่น้อยกว่าหลายประเทศ มาจากหลายปัจจัย...ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ คือ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาจัดการกับปัญหาเรื่องโรคระบาด ก่อนที่โรคระบาดจะลุกลามสร้างความเสียหายใหญ่หลวง อันก่อให้เกิดผลกระทบสำคัญ คือ ผลผลิตต่อไร่ต่ำ และ ต้นทุนสูง
...ในครั้งนั้น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เล็งเห็นความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ได้ทำหน้าที่ประสานงานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง นักวิจัยจากสถาบันต่างๆ รวมทั้งบริษัทเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ทั้งยังสนับสนุนงานวิจัยทางเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง เพื่อหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพสำหรับตรวจสอบหาเชื้อไวรัสในกุ้ง ก่อนที่โรคทั้งสองจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวง
วิธีพีซีอาร์สำหรับตรวจโรคหัวเหลือง และโรคตัวแดงดวงขาว ที่มีจุดเด่นที่ความถูกต้อง แม่นยำ และ รวดเร็ว คือความรู้ที่ได้จากการวิจัยซึ่งอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ และนักวิจัยไทยถือเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธีพีซีอาร์ทดแทนการตรวจด้วยวิธีเดิมที่ต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์
คำว่า Better, Easier and Faster จึงช่วยอธิบายภาพของวิธีการพีซีอาร์ ซึ่งสร้างชื่อเสียงในระดับโลกได้เป็นอย่างดี

วิธีพีซีอาร์ตรวจหาเชื้อไวรัสได้แม้มีปริมาณเชื้อน้อย ในขณะที่กุ้งยังไม่แสดงอาการของโรค อีกทั้งยังตรวจได้ครั้งละหลายตัวอย่าง วิธีนี้จึงมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ และได้รับความนิยมจากเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการโรงเพาะฟักกุ้งอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา
> พีซีอาร์ งานวิจัย เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
ไบโอเทคเล็งเห็นว่า การสนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนาชุดตรวจโรคด้วยวิธีพีซีอาร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว จึงสนับสนุนงานวิจัยดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้จำกัดที่เพียงโรคตัวแดงดวงขาว และโรคหัวเหลืองเท่านั้น แต่ยังประยุกต์ให้ใช้ตรวจหาเชื้อโรคไวรัสสาเหตุโรคอื่นด้วย ปัจจุบัน ไบโอเทคพัฒนาชุดตรวจได้ทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ ชุดตรวจโรคตัวแดงดวงขาว ชุดตรวจโรคหัวเหลือง และชุดตรวจโรคกุ้งแคระ
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมา ประเทศออสเตรเลียได้แจ้งหนังสือเวียนให้ประเทศคู่ค้า รวมทั้งประเทศไทย พิจารณาร่างรายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงสำคัญ (Import Risk Analysis, IRA) ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการนำเข้ากุ้งและผลิตภัณฑ์ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังขยายการเพาะเลี้ยงกุ้งภายในประเทศเอง
หนังสือเวียนได้ระบุให้ประเทศไทยต้องเสนอข้อคิดเห็น หรือข้อโต้แย้ง และต้องดำเนินการต่อเรื่องดังกล่าวภายใน 90 วัน คือ ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 สร้างความวิตกกังวลให้ผู้ส่งออกกุ้งของไทยอย่างยิ่ง ด้วยเกรงว่าไทยจะสูญเสียรายได้กว่าปีละ 2,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ออสเตรเลียยังไม่ได้ห้ามนำเข้ากุ้งจากไทยแต่อย่างใด
หนึ่งในข้อกำหนดแนบท้าย (ร่าง) มาตรการดังกล่าว คือ กุ้งที่จะนำเข้าออสเตรเลียต้องได้รับการตรวจโรคตัวแดงดวงขาว โรคหัวเหลือง และโรคกุ้งแคระ ด้วยวิธีพีซีอาร์
![]() |
การตรวจโรคไวรัสด้วยวิธีพีซีอาร์ |
...ณ เวลานี้ มาตรการดังกล่าวของออสเตรเลียจึงช่วยฉายให้เห็นภาพของการมองถึงประโยชน์ระยะยาวของการสนับสนุนงานวิจัย เทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| - บทความนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม 2550 - อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคพีซีอาร์ได้ในบทความเรื่อง เทคนิคพีซีอาร์ เทคนิคเพิ่มปริมาณดีเอ็นเออย่างรวดเร็ว [ http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=2005 ] |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |